สุริยเปยยาลสูตร 7.docx
เนื้อหาในไฟล์
สุริยเปยยาลสูตร 7 พ่อครูว่า...ตอนนี้อยากจะแทรกคำว่า โยนิโสมนสิการ ทำไมโยนิโสมนสิการ เป็นคำที่คุณจะต้องมีก่อนที่จะมาปฏิบัติธรรม เรียกว่าจะต้องได้รู้ก่อน อยู่ในข้อ 7 ใน 7 ข้อของสุริยะไปยาล เป็นข้อที่ 7 เลย สุริยเปยยาล 7 [129] มิตรดี เป็นนิมิตแห่งอริยมรรค [131] สีลสัมปทา เป็นนิมิตแห่งอริยมรรค [132] ฉันทสัมปทา เป็นนิมิตแห่งอริยมรรค [133] อัตตสัมปทา เป็นนิมิตแห่งอริยมรรค [134] ทิฐิสัมปทา เป็นนิมิตแห่งอริยมรรค [135] อัปปมาทสัมปทา เป็นนิมิตแห่งอริยมรรค [136] โยนิโสมนสิการสัมปทา เป็นนิมิตแห่งอริยมรรค
คุณจะมาพบชาวอโศก เข้ามาที่นี่ต้องมีศีล 5 อย่างต่ำนะ ข้อที่ 1 ไม่กินเนื้อสัตว์นะ ข้อที่ 2 ไม่เอานะการลักขโมย ข้อที่ 3 เรื่องกามเรื่องเพศ อย่างน้อยก็ ผัวเดียวเมียเดียวนะ หรือ รูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส ก็อย่าไปจัดจ้านนะ จะเห็นได้ว่ารูปก็ดี รสกลิ่นเสียงสัมผัส พวกเราไม่จัดจ้าน ก็มีบ้าง พอสมควร แต่ไม่จัดจ้าน แล้วเมื่อปฏิบัติ ศีลด้วย คุณจะปฏิบัติทีละเล็กละน้อยก็ตาม คุณจะเกิดความเข้าใจความเห็นดีเห็นงาม ความยินดีพอใจ เป็นฉันทะ สุริยเปยยาล ข้อที่ 3 อ๋อ.. มันเกิดมรรคผลอย่างนี้นะ ก็จะเกิดความยินดี ฉันทะ ฉันทะ ไม่ใช่การเสแสร้ง แต่จิตเกิดจริง มีฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา มันจะแข็งแรงไปเลยอย่างนี้เป็นต้น ทีนี้ เมื่อมีฉันทะ เรียนไป เขาก็จะสอนเรื่องอัตตาให้คุณ เรียนรู้อัตตา สภาวะที่ยึดตัวยึดตน ตัวตนในอะไรต่างๆที่ยึดถือ ยึด ผี ส้มโอ เป็นต้น คือคุณไปติดส้มโอ คุณไปติดอันไหน อันนั้นก็เป็นผี ทั้งหมดเลยแม้แต่อุปกิเลส ยิ่งหยาบก็ยิ่งชัดแท้ผีชัดๆ ไม่ได้ก็จะดิ้นตายเลย เวลาไม่ได้แล้วดิ้นจะเอา เขาก็เรียกว่าผีเข้า ดุด้วยนะ ผี หากไม่ได้อะไรสมใจก็ดิ้น เมื่อคุณเข้าใจเรื่องอัตตาแล้ว คุณก็จะท
อ่านต่อ
ำ สัมมาทิฏฐิ ให้ถูก สัมมาทิฏฐิ 10 หรือ สัมมาทิฏฐิ 2 ถ้าได้ขนาดนี้ คุณจะต้องมีสัมมาทิฏฐิ 2 แล้ว สัมมาทิฏฐิ 2 คือ ฟังธรรมของสัตบุรุษเป็น ปรโตโฆษะ แล้วคุณก็เข้าใจ คุณก็จะมาปฏิบัติโยนิโสมนสิการได้ นี่คือสัมมาทิฏฐิ 2 แต่ถ้าคุณฟังอันนี้แล้วไม่เหมือนของเรา คุณก็จะไม่เอา คุณก็จะได้อย่างของคุณ ผู้ที่ไม่เข้าสัมมาทิฏฐิมันก็จะผิดอยู่อย่างนั้น สัมมาทิฏฐิ 2 จึงเป็นตัวชี้บ่งว่า คุณจะต้องสัมมาทิฏฐิเพราะ มีปรโตโฆษะ เพราะได้ฟังจากสัตบุรุษได้ฟังจากอันอื่นที่ไม่เหมือนที่คุณยึดถืออยู่ ถ้ามันเหมือนคุณมันก็สัมมาทิฐิแล้วแต่นี่มันไม่เหมือน คุณก็ต้องฟังอย่างอื่น ปฏิบัติอันอื่นที่นอกจากที่ตัวเองเข้าใจเก่า เมื่อปฏิบัติแล้วมันก็จะเกิด โยนิโสมนสิการ ก็จะเกิดสัมมาทิฏฐิ 2 เพราะฉะนั้นคนที่พบเจออาตมา อาตมาบอกอย่างนี้ว่าเป็นสัมมาทิฏฐิ แต่คุณก็บอกว่าไม่ใช่ ไม่เชื่อว่าเป็นสัตบุรุษ ไม่ใช่ผู้รู้ ผู้รู้เป็นอาจารย์ฉันที่เคยพูดไว้เพราะฉะนั้นได้ฟังอย่างอื่นที่พูดมาอย่างนี้ก็ไม่เอามันเป็นอื่น คุณเข้าใจทำการโยนิโสมนสิการอย่างนั้นทำอย่างไร ยังนั่งหลับตาคุณก็เหมือนอย่างนั้นอยู่อย่างเก่า อีกนานเท่านั้นอีกกี่ชาติก็แล้วแต่ จมอยู่กับอย่างนั้น แต่ถ้าคุณลองมาอันอื่นอันนี้ของอาตมาพาทำ แล้วอาตมาว่าถ้าฟังอาตมาเข้าใจแล้วปฏิบัติใจในใจ มนสิการ คือข้อที่ 2 ของ มูลสูตร 10 การทำใจในใจ ถ้าคุณมาทำความเข้าใจอย่างนี้ถูกต้องถ่องแท้อย่างนี้ คุณก็จะทำการโยนิโส มูลสูตร มีแต่มนสิการ ยังไม่มีคำว่าโยนิโส คุณทำใจในใจ เพราะฉะนั้นคนที่ทำใจในใจอย่าง อโยนิโส ก็จะเป็นอย่างนั้นเหมือนเดิม แต่ถ้ามาฟังอันอื่น ปรโต ก็จะปฏิบัติอย่างนี้ มันก็จะเกิดโยนิโส เมื่อคุณทำทิฏฐิของคุณได้ถูกอย่างนี้ เป็นสุริยเปยยาล ข้อที่ 5 ส่วนข้อที่ 6 เมื่อได้แล้วก็อย่าไปประมาท อย่าทำเล่น ปฏิบัติให้ดี ตามเบื้องต้น ท่ามกลาง บั้นปลาย คุณก็จะทำการโยนิโสมนสิการในข้อที่ 7 ได้ ผู้ที่มีสุริยะเปยยาล 7 นี้คือ แสงอรุณ คุณจะต้องพบแสงอรุณก่อน คุณถึงไปปฏิบัติมรรคมีองค์ 8 ที่เป็นพระอาทิตย์ ถ้าคุณยังไม่เจอแสงอรุณ 7 นี้ แล้วคุณก็จะไปจับพระอาทิตย์ จะไปเอาพระอาทิตย์ จะไปได้พระอาทิตย์ จะไปเห็นพระอาทิตย์ จ้างคุณก็ไม่เห็นหรอก มืดบอดอยู่ เพราะแสงอรุณคุณยังไม่เห็นเลย แสงอรุณยังไม่ครบครัน แสงอรุณยังไม่บริบูรณ์ เพราะฉะนั้นคุณฟังธรรมะไม่บริบูรณ์จากสัตบุรุษ สัทธรรมคุณก็ไม่บริบูรณ์ ศรัทธาคุณก็ไม่บริบูรณ์ โยนิโสมนสิการคุณก็ไม่บริบูรณ์ เห็นไหมมันเกี่ยวข้องกันไปหมดเลย สุริยะเปยยาล ก็ดีโยนิโสมนสิการก็ดี มีใน มูลสูตร อวิชชาสูตร ปัญญาวุฒิสูตร สุริยเปยยาล เป็นต้น ก็มีคำว่า โยนิโสมนสิการ ถ้าคุณฟังธรรมะของสัตบุรุษที่บริบูรณ์ คุณก็เข้าใจบริบูรณ์ มีศรัทธาบริบูรณ์ หากไม่ฟังสัตบุรุษให้บริบูรณ์มันก็จะเกิดไล่เรียงไปตาม ตัณหาสูตร ต้องรู้ด้วยปัญญา ทำให้ปัญญามีฤทธิ์ ให้ปัญญาเป็นพลังงาน ทำให้ กาม หรือพยาบาท พอเจอแล้ว พลังปัญญาคุณเก่งมันก็จะทำให้ลดกิเลสลง ไม่ต้องกดข่ม แต่ถ้ายังไม่เก่ง แน่นอนคุณก็จะมีกดข่มช่วยด้วยบ้าง แต่เวลาเก่ง คุณไม่ต้อง กดข่ม พลังปัญญามันจะละลายกิเลส พลังเก่งขึ้น แค่มาเจอหน้าก็สลายไปเลย _สู่แดนธรรม…หากว่ามีพวกอื่นที่บอกว่าพ่อท่านจะต้องฟังเขาก่อนก็จึงจะมีปรโตโฆษะ พ่อท่านจะว่าอย่างไรครับ พ่อครูว่า...ฟังได้ อธิบายก็จะ แย้ง เขาไปเรื่อยๆ จะอ้างอิงพระไตรปิฎกที่ไม่เหมือนกับของเขาไปเรื่อยๆ 630729_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ธรรมบรรยาย อัมพัฏฐสูตร ตอน 12