การบูชาศพที่ไม่เน่าเป็นการกระทำของเดียรถีย์.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.49 KB
วันที่แก้ไข30 กันยายน 2563

เนื้อหาในไฟล์

การบูชาศพที่ไม่เน่าเป็นการกระทำของเดียรถีย์ คนที่ตายแล้วไม่เน่า มันน่าสงสารคนที่ไปหลงไปเคารพศพคนตายที่ไม่เน่า โดยเฉพาะภิกษุที่บำเพ็ญเป็นมิจฉาทิฐิเป็นเดียรถีย์ คือไปบำเพ็ญแบบว่ากินน้อยสะสมน้อย ร่างกายไม่ค่อยมีเนื้อหนังไม่ค่อยมีพลังงานเท่าไหร่ เสร็จแล้วก็สร้างพลังงานสมถะ มันก็ยึด ยึดอยู่ใช้ให้น้อย สร้างให้น้อย มันก็จะมีการสะพัดสังเคราะห์ร่างกายก็จะใช้พลังงานอาหารที่กินน้อยใช้น้อยมาเลี้ยงชีวิตได้ดี ไม่ต้องอาศัยอาหารอะไรมากนักแม้แต่อาหารมีสำรองตกค้างอยู่ในตัวบ้างตกค้าง ภิกษุหรือผู้ปฏิบัติพวกนี้ก็จะไม่อ้วนหรอกจะผอม เสร็จแล้วเมื่อตายลงไปก็จะไม่เน่าศพที่ไม่เน่าคือผู้ที่ปฏิบัติผิดธรรมะของพระพุทธเจ้าฟังให้ดีนะเป็นการบำเพ็ญแบบฤาษี มักน้อยสันโดษเกินขอบเขต มันควรจะเน่าก็ไม่ให้เน่า สิ่งที่มันได้ลักษณะของมันหากมีการยึดถือเป็นพลังงานพิเศษ ดีไม่ดีนั่งสมาธิเกิดการแข็งตายก็ปล่อยให้เป็นอย่างนั้นแหละ แล้วบูชากันว่าเป็นสิ่งวิเศษเป็นพระวิเศษเลย เอาทองมาปิด พระหรือภิกษุผู้บำเพ็ญแบบนี้เป็นมิจฉาทิฎฐิเป็นเดียรถีย์ทั้งนั้น นอกรีตของพระพุทธเจ้า อาการที่ควรตาย ตายก็คือการแยกธาตุ แต่นี่คุณไปยึดถือไม่ยอมแยกธาตุ ยึดถือไว้หมด ฝึกมาจนกระทั่งมักน้อยมากเลยจนกระทั่งตายไป ก็ไม่เน่า เขาก็ไปกราบศพเดียรถีย์นอกรีตของพุทธเจ้าและหลงว่าเป็นผู้ประเสริฐผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบที่ได้มรรคผลของศาสนาพุทธ นี่คือความหลงทิศทางของศาสนาพุทธ คน มีพลังงาน สุดท้ายก็ต้องมากราบจบ กราบบูชา มิจฉาทิฏฐิเวทีบุคคล ต้องขออภัยที่พูดแล้วอย่าหาว่าไปทำลาย แล้ว ธรรมดาสามัญปกติมีพลังงานปกติเมื่อตายแล้วธาตุที่จะไปเลี้ยงพลังงานที่จะไปเลี้ยงชีวะก็หมดไปเหลือแต่พลังงานที่จะเป็นพีชะ มันก็จะสลายตัวเป็นมนุษย์พืชที่อยู่ในพอดีมันก็จะสลายตัว แต่นี่ไปสร้าง

อ่านต่อ

พลังงานของตัวเอง แม้แต่เป็นพืช ข้าก็จะเป็นพืชที่ไม่เน่าเปื่อยง่ายๆ คุณสามารถฝึกฝนทำพลังงานนี้ได้ แต่มันเป็นเรื่องนอกรีต ตายแล้วก็คือตายสลายไปอย่าไปได้ปลอม หลอกลวงคนว่าเป็นของประเสริฐใส่โลงแก้ว แต่เป็นการบูชาเดียรถีย์ แล้วบริวารลูกศิษย์ก็เอาอาจารย์นี้เป็นเครื่องมือทำมาหากินก็บอกว่าเป็นสิ่งวิเศษให้คนมาทำทาน ก็หากินอย่างนี้ ทั้งที่คำสอนพระพุทธเจ้าบอกว่าให้เผาสรีระร่างที่ตายนี้เสีย ไม่ให้รอแม้แต่ญาติที่กำลังเดินทางมาด้วยซ้ำไป นี่คือสัจจะที่อาตมาต้องเปิดเผย ต้องบอกให้เข้าใจกัน ความพอดีความพอเหมาะของทุกอย่าง ตายก็คือตาย พลังงานที่เกาะยึดเมื่อหมดธาตุไฟ หมดธาตุพลังงานที่จะรวมตัวกันติดพลังงานแม่เหล็กไม่มีมันก็สลายตัว เมื่อสลายตัวเมื่อไม่ได้สะกดมันไว้มันก็แห้งถ้าไม่มีน้ำมากมันก็ไม่เน่าแต่ถ้ามันมีน้ำอยู่ถ้าเผื่อว่าปล่อยไว้มันก็จะเน่า ก็รีบทำลายซากนี้ มันเสียแล้ว อย่าเอาไว้นานอย่างนี้เป็นต้น ซึ่งมันเป็นสภาวะที่สอนกัน สลับเอาสิ่งที่ไม่น่าทำไปทำแล้วก็ไปนับถือกัน สิ่งที่ควรจะทำกลับไม่ทำ สิ่งที่สมสัดสมส่วนกลับไม่ทำ อย่างอาตมานี่สอนด้วยกายปาคุญญตา จิตปาคุญญตา เป็นผู้คล่องแคล่วในเวทนาสัญญาสังขาร แล้วก็มีพลังงานที่แคล่วคล่องออกมาทางกายกรรมวจีกรรม เขาก็หาว่าอาตมาหลุกหลิก น้ำลายฟูมปากมือเป็นวอก จริง ดูแล้ว จะเอาภาษาง่ายๆเหมือนไม่สุภาพเรียบร้อยไม่สุขุม วอกแวกไป ขนาดอาตมาทำทั้งมือไม้หูตา ทำลักษณะพวกนี้เพื่อเป็นสิ่งเอามาประกอบองค์ประกอบของสื่อให้คุณเข้าใจ สารัตถะ เนื้อแท้ของมันก็ยังไม่ได้ง่ายเลย แล้วยิ่งมาทำเซื่องๆ ช้าๆ อ่านอย่างช้าๆเฉยๆ...คนก็หลับหมด ขณะนี้ก็ยังจะหลับกันเลย 630708_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ธรรมบรรยาย อัมพัฏฐสูตร ตอนที่ 10

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน