มีแต่อริยสัจ 4 ที่ผู้บรรลุแล้วพูดกันแล้วไม่แย้งกัน.docx
เนื้อหาในไฟล์
มีแต่อริยสัจ 4 ที่ผู้บรรลุแล้วพูดกันแล้วไม่แย้งกัน _ดิฉันส่งข้อมูลนี้ เพื่อฝากกราบเรียนพ่อครูว่า อ.สุลักษณ์เป็นเหยื่อพวกชั่วที่ต้องการล้มเจ้า..ดิฉันเข้าใจ ท่านไม่ต้องการล้มเจ้า แต่ท่านต้องการเสนอข้อปรับปรุงสถาบันกษัตริย์อย่างจริงใจ...อย่างไรก็ตามท่านถูกคนชั่วจับมือท่านชุบน้ำแล้วแหย่ปลั๊กไฟแรงสูง ก็ถูกไฟดูด...ท่านยังไม่เข้าใจคำว่า “บารมี” พ่อครูว่า…คุณ อ.ศิวรักษ์ก็คงจะเข้าใจคำว่า “บารมี” อยู่ประมาณหนึ่งตามที่ อ.ศิวรักษ์เข้าใจนะ ท่านยังมีความคิดเชิงตรรกะ..ไม่เข้าถึงเรื่องอจิณไตย..นั่นเป็นเรื่องของท่าน..ทว่าขอกราบเรียนพ่อครูในความเห็นของดิฉันขอพ่อครูอย่าได้วิพากษ์เรื่องนี้ “ไม่ขอตอบใดๆ..หรือเป็นหวัดบ้างสักเรื่อง”..คำพูดหรือข้อวิจารณ์ของพ่อครูจะได้ไม่ถูกนำมาเป็นประเด็นทางการเมืองเพื่อสมประโยชน์พวกนักการเมือง.ที่คิดเพียงประโยชน์ตน..นี่เป็นเพียงความเห็นของดิฉันส่วนพ่อครูเห็นอย่างไรดิฉันไม่ขัดข้องค่ะ..กราบมาด้วยความเคารพอย่างสูง...หายโง่ พ่อครูว่า…จริง อาตมาก็เห็นด้วย ก็ไม่ขอต่อความยาวสาวความยืดประเด็นนี้หรอก คิดว่า อาตมาก็เข้าใจอาจารย์สศิวรักษ์พอสมควรตามภูมิของอาตมา เป็นเรื่องจริงใหญ่ ที่ว่า สัจจะมีหนึ่งเดียวไม่มีสอง ผู้ที่จะเห็นสัจจะมีแบบเดียวหมดความขัดแย้งกันได้มันมีหนึ่งเดียวจริงๆคืออริยสัจ 4 ที่ผู้บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ขึ้นไปแล้วจบในเรื่องทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค ไม่มีเถียงกันแล้ว มีหนึ่งเดียวเท่านี้นอกนั้นไม่มีอะไรที่จะไม่แย้งกัน มันแย้งกันได้ทุกอย่าง นอกจากอาริยสัจ 4 พระโพธิสัตว์หรือพระอรหันต์ ถ้าเอาเรื่องอื่นมาพูดก็ แย้งกันได้หมด แล้วอรหันต์ท่านมีที่จบท่านรู้ว่าอะไรคือคุณคือโทษ อะไรคือสุขคือทุกข์ อะไรคืออุบายเครื่องออกจากสุขทุกข์หรือออกจากคุณออกจากโทษ แล้วก็ทำสิ่งน
อ่านต่อ
ั้นให้สำเร็จ ออกจากคุณจากโทษ จากดีจากชั่ว เป็นเรื่องของโลกีย์ออกจากสุขออกจากทุกข์เป็นเรื่องของโลกุตระ พระอรหันต์จบ เรื่องดีไม่แย้งไม่เถียง นอกนั้นแย้งกันได้หมด ส่วนเรื่องสุขเรื่องทุกข์เป็นเรื่องของปรมัตถ์เป็นเรื่องของโลกุตระ ถ้าใครยังยึดสุขยึดทุกข์อยู่ ก็เป็น 2 ถ้าใครไม่ยึดถือในสุขไม่ทุกข์ได้ก็เป็น 0 ได้ เป็น1ได้หยุดจบ ตัวเองมี 0 แล้วอาศัย 1 สบายจบ มีหนึ่งเดียว ก็จบ เพราะฉะนั้นอยู่อาศัยหนึ่งเพราะมีศูนย์ อาศัย 1 อยู่สบาย มีอริยสัจ 4 เป็น 1 ก็จบทุกข์สมุทัย นิโรธ มรรค มีนิโรธเรียบร้อย ก็มีหนึ่งอาศัยพระอรหันต์ไม่เถียงกันเลยในเรื่องอริยสัจ 4 แต่ถ้าไม่ใช่เรื่องอริยสัจ 4 พระอรหันต์ก็แย้งกันได้ นอกจากนี่เป็นสุดยอดเลยในคำตรัสของพระพุทธเจ้า มีสิ่งที่เป็นสัจจะหนึ่งเดียวเท่านั้นที่ไม่มี 2 คือ ผู้จบอาริยสัจ 4 นี่แหละ ผู้หมดสุขหมดทุกข์แล้วก็มีนิโรธ มีวิธีการดับแห่งทุกข์ ผู้ที่จบอันนี้ได้แล้ว อันนี้เรื่องนี้หนึ่งเดียวในโลก มีในศาสนาพุทธศาสนาเดียว นอกนั้นแย้งกันหมด เพราะนอกนั้นไม่ใช่อริยสัจ อาตมาใช้คำว่า อาริยสัจ 4 สัจจะความจริง ใช้อาริยะ เพราะเดี๋ยวนี้คำว่าอริยะ หรืออารยะ เขาเข้าใจผิดกันแล้วมันไม่ตรงกันสัญญาคนละอย่าง ใช้พยัญชนะ อาริยะ ก็อาตมาก็เอาคำนี้จนคนอื่นเขาเอาอริยะหรืออาริยะอยู่ก็ของเขา อริยะก็สัญญาอีกอย่างหนึ่ง อารยะต่อสัญญาอีกอย่างหนึ่ง ส่วนอาริยะนั้นอาตมาเข้าใจเลยว่าเป็นโลกุตระ อารยะ ไปขยายความเป็นความเจริญแบบโลกโลกีย์ไปหมด อารยประเทศ อารยชน อารยชาติ เมืองที่ด้อยพัฒนาหรือว่าเมืองไม่อารยะ เมืองที่พัฒนาแล้วเป็นมหาอำนาจ เป็นเศรษฐีใหญ่เป็นอะไรก็แล้วแต่ เขาก็ถือว่าเป็นอารยะ ส่วนอริยะ เป็นเชิงทางธรรมะ อริยะเป็นนักปฏิบัติธรรมดับนิโรธเป็นโลกีย์ เป็นเทวนิยม นั่นอริยะ เขาก็สมมุติไปคนละอย่างกัน เราก็บอกว่า อาริยะ รู้ทั้งอารยะและอริยะ ของเราเอาที่อาริยสัจ 4 หรือจะใช้อริยะ ก็ต้องเข้าใจคำว่าอริยะให้ตรงสัจจะ อริยะของคุณ ที่เป็นนิโรธนั้นเป็นนิโรธไม่เที่ยง เป็นอสัญญีสัตว์หรือไม่ก็เนวสัญญานาสัญญายตนะ ไม่พ้นเป็นสัญญาเวทยิตนิโรธยังไม่ได้ คุณหายโง่ขอมา อาตมาก็ไม่ขอตอบใดๆ
631127_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ บุคคล 7 จำพวก ในหมู่นักปฏิบัติธรรม