สาระสำคัญแท้ของชีวิตคืออะไร.docx
เนื้อหาในไฟล์
สาระสำคัญแท้ของชีวิตคืออะไร _ชายพงไพร บุนิตระกูลพุทธ : คนทุกวันนี้เอาเงินเป็นพระเจ้า เลยปลูกอยู่ปลูกกินไม่เป็นครับ...ทุกอย่างซื้ออย่างเดียวครับ พ่อครูว่า…ปลูกอยู่ปลูกกินนี่แหละ เป็นคนเจริญเป็นคนล้ำยุคเป็นคนนำหน้ามนุษย์ในโลก มนุษย์เป็นสัตว์กินพืช อาตมาว่า จะไปทำอะไรก็แล้วแต่ ผู้ที่เห็นสาระสำคัญว่าอาหารเป็นหนึ่งในโลกแล้วก็มาจัดการกับอาหาร ที่จริงอาหารมี 4 กวฬิงการาหาร ผัสสาหาร มโนสัญเจตนาหาร วิญญาณาหาร กวฬิงการาหารนี่แหละเป็นที่หนึ่ง คนขาดอาหารไม่ตายทันทีก็ชะลอไปได้สักกี่วัน ก็ตายแน่ๆ ต่อมาผัสสาหาร เป็นสิ่งที่เราต้อง ผัสสะ กับสิ่งต่างๆ ถ้าคุณไม่รู้เท่าทัน ผัสสะ ไม่ได้เรียนรู้เท่าทันเวทนา คุณก็จะเกิดเวทนา ที่พูดนี้ศึกษาเวทนามันจะเป็นอารมณ์ความรู้สึก ให้คุณได้เรียนรู้ถ้าคุณไม่เรียนรู้ไม่จัดการกับเวทนา ให้เป็นเวทนาที่ไม่มีพิษภัยให้เป็นเวทนาที่อาศัย เป็นเวทนาที่ไม่มีตัณหา ตัณหาคือมีเจตนา ซึ่งต่อจากอาหารข้อที่ 2 เป็นข้อที่ 3 คือ มโนสัญเจตนาหาร เจตนาทางกาม ทางภพ ทางวิภพ เจตนาที่จะต้อง ยังให้เกิดกามให้เกิดกามไม่รู้จบดีไม่ดีให้มันบานปลายให้มันงอกงามไพบูลย์ไปอีก หนักหนาสาหัสเลยต้องเรียนรู้แล้วเลิก หมดกามแล้ว หรือกามลดลง ลดแม้แต่รูปภพ อรูปภพ ข้างในที่เหลือก็ลดลงๆๆ พอหมดกามภพ เหลือรูป อรูป ก็ลดรูป รูปก็คืออันนั้นแหละตอนแรก กาม แต่เป็นกามที่เหลือน้อยจนเป็น รูป เป็นกามภายในเราไม่เรียกว่ากาม แต่เรียกว่า ราคะ ก็คือ กามราค เหลือกามที่ทยอยจัดการคือ รูป ราคะ คือ กิเลสที่อยากได้มาเสพมาติดมาอร่อย มาชิม มาเป็นรสโลกีย์รสอร่อย อัสสาทะ ก็ลดลงๆ จนอาการ จะอร่อยไม่อร่อยไม่่มี เหลืออีก เป็น รูป อรูป ก็ไม่ให้มี จนเฉยครึ่งๆกลางๆรู้ความๆเป็นจริงของรส รสนี่มันรวมไว้หมดเลยนะ รสทางตาคือรูปสวย เสีย
อ่านต่อ
งคือ คือเสียงไพเราะไม่ไพเราะ รสทางกลิ่น รสทางลิ้น ก็ลงไปหมดอร่อยไม่อร่อยตามสัจจะ รสหวานรสเผ็ดรสอะไรของคุณก็เป็นจริงตามนั้น ส่วนชอบก็อร่อยไม่ชอบก็ไม่อร่อย รสทางสัมผัสเย็นร้อนอ่อนแข็ง รสทางใจปั้นเองเสพเอง เป็นอารมณ์เพ้อพกเป็นฝันฟุ้งซ่านไป นับไม่ถ้วนเลยอันนี้ พวกนี้ ยิ่งยาก ลำบาก นั่งก็ฝันเพ้อไป เสร็จแล้วก็เอามาปั้นเอามาหลอกคนอื่นให้มาหลงตาม บางทีเอามาปั้นสร้าง เอาวัตถุมาปั้นตามฝันเอามาพูดให้คนอื่นเขาเชื่อให้คนอื่นเขาหลงคิดตาม หลงเพ้อพกคิดตามนี่แหละ มันมีได้สารพัดสารเพ มันมีได้นานัปการ อันนี้สมมุติว่าสวยที่จริงแล้วมันไม่มีหรอกสวยไม่สวย มันก็มีสภาพของมันตามนั้นแต่คนไปสมมุติเอง อันนี้มันฐานะสูงอันนี้มันฐานะต่ำมันไม่มี มันจะอยู่สูงก็สูงมันจะอยู่ต่ำก็ต่ำ ก็พูดยกเอาเอง แล้วก็แบกกัน ยอมรับกัน แล้วก็ยึดถือกัน ก็ลำบากหนักหนาสาหัสตามที่สมมติยึดถือกันแย่งกันอยากเป็นอยากได้อะไรสูง อันไหนสวย อันไหนเลอเลิศก็ต้องเอาอย่างนั้นตามสมมุติกันไป เหน็ดเหนื่อยกันไป คนที่รู้สาระแล้วอะไรที่จะต้องอาศัย ให้ชีวิตร่างกายยังอยู่ ขันธ์มันต้องการธาตุ ให้เหมาะสม ร่างกายสบายแข็งแรง ทำงานได้ดี นอกนั้นก็เป็นเครื่องประกอบไป คนนั้นก็ไม่เป็นภาระมากภาระหนัก เงิน เป็นพระเจ้านี้ก็คือมันเอาไปซื้อได้สารพัด คนก็เลยหลง มันเป็นสิ่งแลกเปลี่ยนที่คนยอมรับกัน คุณต้องการมาก ก็ต้องใช้มันมาก คุณไม่ต้องการมากคุณก็ไม่ต้องใช้เงินมาก ยิ่งคุณไม่ต้องการมากแล้วคุณก็สร้างเองได้ คุณก็ไม่ต้องไปวุ่นวายกับเงินเลย ยิ่งเรามารวมกัน ช่วยกันสร้างสิ่งที่เป็นสาระที่กินที่ใช้ เช่นอาหารก็ทำกันพอกินพอใช้ประกอบกับเครื่องใช้ที่เป็นบริขารบ้างก็มีพออาศัย เราก็มีพอ เราก็ไม่ได้เหนื่อยไม่เป็นหมาหอบแดดเหมือนอย่างข้างนอกเขา นี่ก็ขยายความไปทางนี้ ใครเห็นดีได้ดีต่อเชิญ
631129_รายการวิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ตอบปัญหาผ่าความเป็นบุตรของพระพุทธเจ้า