ความหลงหรือโมหะ 5 ประการ.docx
เนื้อหาในไฟล์
ความหลงหรือโมหะ 5 ประการ พ่อครูว่า…พวกเรารู้สาระเห็นความสำคัญในสาระเห็นสาระเป็นสาระ เอาเวลาทุนรอนแรงงานมาให้มาเสียสละ เอามาให้แต่สิ่งที่เราเห็นว่าอันนั้นคือสาระ ก็เป็นคนที่รู้จักสาระในสาระสำคัญในสาระ อาตมาก็ย้ำก็พูด ใครจะว่าอาตมาหลงธรรมะก็ไม่เป็นไร เราก็ต้องดูว่าคำว่า “หลง” หมายความว่าอะไร คำว่า “หลง” ก็คือยังไม่ชัดเจน มันยังหลงๆเลอะๆ ยังไม่ถูกตรงไม่ถูกต้อง ดีไม่ดีก็หลงผิด ความหลงนี่มีมากเหลี่ยม อาตมาจัดไว้ โมหะ 5 (ความหลง 5 อาการ) หลงผิด (เห็นดีว่าชั่ว เห็นชั่วว่าดี) เช่น เห็นดีเป็นชั่ว เห็นชั่วเป็นดี เห็นขาวเป็นดำ เห็นดำเป็นขาว เห็นสุขเป็นทุกข์ เห็นทุกข์เป็นสุข เป็นต้น หลงลืม (สติกำหนดรู้ไม่ได้) อาตมาดึงเอาสิ่งที่ตัวเองมีธรรมะอยู่แล้ว เอามาใช้ให้เหมาะสมกับกาละ มีที่ไม่เหมาะสมกับกาละก็มี ก็ไม่ใช้ หลงใหล (คลั่งไคล้) ทั้งที่ตาก็ไม่บอดแต่ถูกเขาครอบงำให้ไปทำผิดอันนี้เสียหาย หลงเหลือ (โมหะยังไม่สิ้นเกลี้ยง) มันยังไม่ครบยังไม่สิ้นยังไม่เกลี้ยง ยังหลงเหลืออยู่บ้างก็เก็บเศษที่เหลือ ควรจะทำให้มันชัดเจนอย่าให้มันหลงให้มันตรงให้มันแท้จริงให้มันถูกต้อง อย่าไปเป็นความหลงโมหะ หลงตัว (หลงดี มีมานะยึดดีในตนเอง) อันนี้อาการร้าย หลงตัวเอง หลงหลงตน ตัวเองชั่วก็นึกว่าตัวเองดี ตัวเองผิดก็นึกว่าตัวเองถูกอะไรอย่างนี้เป็นต้น ตัวเองขี้เหร่ก็นึกว่าตัวเองสวย แม้ตัวเองสวยก็หลงว่าตัวเองขี้เหร่ ก็หลงตัวได้ แต่ก็คงหาได้น้อยตัวเองสวยลงว่าตัวเองขี้เหร่ แต่ตัวเองขี้เหร่แล้วหลงว่าตัวเองสวยนี่มีเยอะนะ ตัวเองจนหลงว่าตัวเองรวย หลงไปหลงมา ตัวเองผิดก็นึกว่าตัวเองถูก
631129_รายการวิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ตอบปัญหาผ่าความเป็นบุตรของพระพุทธเจ้า