สื่อธรรมะพ่อครู(โลกุตระ) ตอน ความเจริญที่แท้จริงของโลก.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(โลกุตระ) ตอน ความเจริญที่แท้จริงของโลก พ่อครูว่า..…วันนี้วันพุธที่ 20 พฤศจิกายน 2562 ที่บวรปฐมอโศก วันเวลาของโลกก็บัญญัติกันอย่างนี้ ซึ่งโลกเองนั้นไม่รู้หรอก มันหมุนไปตามวงโคจรถ้ายังไม่แตกสลายไป เขาบอกว่าจีนประสบผลสำเร็จในการทดลองนำยานลงจอดบนดาวอังคาร ที่จริงแล้วยังไม่ได้ไป เป็นแต่เพียงการทดลอง ที่จริงก็ยังอยู่บนดาวโลก ยังไม่ได้ไปดาวอังคาร เขาสำเร็จกับการทดลอง เขาจะไปดาวอังคาร อยู่ในโลกนี้มันไม่พออยู่หรืออย่างไร ผู้ที่เป็นกระฎุมพีคนร่ำรวย มีที่ดินเยอะแยะเป็นของตัวเองในโลกใบนี้ คนไม่มีที่ดินก็อยากมีที่ดิน พยายามหาที่ดินโดยที่เขาหลงตน แต่ตอนตายไปก็ใช้ที่แค่นิดเดียวถม ตายแล้วก็ได้ใช้เท่านั้น แต่ก็ไม่พอใจ โลกนี้ยังไม่พอก็จะไปเหยียบดาวพระจันทร์ เข้าไปจองที่ ปักอยู่เจ้าเดียวแต่ไม่มีใครออกโฉนดให้ เพราะไม่มีใครแย่ง จะไปดาวอังคารอีกไกลกว่าดวงจันทร์ เขาปรารถนาที่จะก้าวหน้า เกินสิ่งที่มันควรจะเกินแล้ว เขาน่าจะเอาพลังงานเวลาแรงงานทุนร้อนเหล่านั้น มาช่วยสร้างสรรค์สิ่งที่เป็นเครื่องอยู่กินใช้ ในโลกมีคนที่ไม่มีอยู่มีกินอดอยากยากแค้นอยู่นะ พื้นที่ของโลกใบนี้ ในโลกนี้ มีพื้นที่ที่เป็นพื้นที่ที่ไม่มีสิ่งมีชีวิต เป็นชีวิตที่มีความกันดารเกินกว่าที่ชีวิตจะอยู่ได้ เขาบอกว่าไม่มีเลยแม้แต่แบคทีเรีย มีทีมวิจัยศูนย์เพื่อการวิจัยทางวิทยาศาสตร์แห่งชาติฝรั่งเศส นำโดย พูริฟิกาชิโอน โลเปซ การ์เซีย ผู้อำนวยการแผนกวิจัยของ F N C S R เผยแพร่ผลการสำรวจที่ยืนยันว่า พื้นที่บางจุดในบริเวณน้ำพุร้อน ดัลลอล ทางตอนเหนือของประเทศเอธิโอเปียเป็นพื้นที่หนึ่งซึ่งจนถึงขณะนี้เป็นพื้นที่เดียวเท่านั้นที่พบว่าไม่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่เลย เนื่องจากสภาพของพื้นที่ไม่เอื้อต่อการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิตแม้จะมีอง
อ่านต่อ
ค์ประกอบสำคัญคือน้ำอยู่ก็ตาม ดัลลอล เป็นพื้นที่แอ่งน้ำพุร้อนที่เกิดจากความร้อนภายในเปลือกโลก ถูกยึดถือมาเป็นเวลานานว่าเป็นพื้นที่ที่มีสภาพแวดล้อมสุดโต่งที่สุดเท่าที่มีบนโลกในเวลานี้ โลเปซ การ์เซีย ระบุว่าในหลายพื้นที่ซึ่งมีสภาพแวดล้อมสุดโต่งทั้งหลายบนโลก ล้วนปรากฏสิ่งมีชีวิตสามารถปรับตัวอยู่รอดได้ในสภาวะแวดล้อมที่ยากลำบากสูงสุดเหล่านั้น อาทิ ร้อนจัดระดับ super hot มีสภาพความเป็นกรดสูงสุด หรือมีสภาพความเค็มจัดที่สุด เป็นต้น หลังจากนั้นจึงนำตัวอย่างทั้งหมดมาวิเคราะห์หาวัตถุพันธุกรรมในตัวอย่างแต่ละกลุ่มเพื่อจำแนกว่าสิ่งมีชีวิตใดอยู่ได้ในสภาพแวดล้อมไหนได้บ้าง อาตมาไม่อ่านต่อแล้ว… จะไปนอกโลกอีก จะออกโฉนดก็ไม่ได้ จะไปตักดินมาก็ไม่ได้ แต่เขาก็จะไป คือเขาอยากรู้ คำว่าอยากรู้นี่มันเกินกว่าความอยากรู้ไปแล้ว มันไม่ควรจะไปทำอะไรต่อ แต่ถ้าคิดว่าเป็นความเจริญทางวิทยาศาสตร์ ก้าวหน้าไปจะเป็นเทคโนโลยี ก็คิดสิ อย่างนั้นเอาพลังงานที่จะไปเสียเหล่านั้นไปใช้ประโยชน์เป็นเทคโนโลยีอื่นๆ เดี๋ยวนี้ ก็สร้างขึ้นมามีความละเอียดซับซ้อนจนกระทั่งเหมือนปาฏิหาริย์ที่เรียกกันว่ามีหูทิพย์ตาทิพย์ มีความเป็นทิพย์ทางอรูป เขาก็ได้เอามาใช้กันอยู่แม้ไม่ใช่จิตวิญญาณ พระพุทธเจ้าท่านมาค้นพบสิ่งที่เป็นความพิเศษทางวิทยาศาสตร์ทางจิตวิญญาณ สามารถที่จะรู้รายละเอียดอันเป็นชีวะ พลังงานที่เป็นชีวะ ระดับจิตนิยาม เราก็จะรู้พลังงานของพีชะ พลังงานของพืชอย่างสำคัญ พลังงานจิตนิยามเป็นพลังงานที่สามารถเข้าไปรู้ พลังงานแบบพีชะเป็นอย่างไร พลังงานแบบอุตุเป็นอย่างไร แล้วทำจิตนิยาม ทำจิตวิญญาณของตนให้อยู่ในสภาพของการเป็นพีชะหรือแยกธาตุเป็นอุตุได้เลย นี่คือสุดยอดความเป็นนักวิทยาศาสตร์ของพระพุทธเจ้า ถ้าเอาพลังงานแรงงานของพวกที่คิดจะไปดวงจันทร์ เอามาศึกษาวิทยาศาสตร์ทางจิตวิญญาณสำเร็จแล้ว และสำเร็จจนกระทั่งมันเกิดปัญญา เกิดความฉลาดที่เรียกว่าปัญญา เอามาควบคุมเอามาจัดการกับจิตวิญญาณของเรา คนที่มีปัญญา ก็สามารถทำให้จิตนิยามของเราเป็นคนประเสริฐ เป็นคนที่จะไม่มีโลภโกรธหลง เป็นคนที่มีจิตวิญญาณเมตตาเกื้อกูล เอื้อเฟื้อเจือจานอย่างที่ชาวอโศกเราได้ กิเลสของพวกเรายังไม่หมด แต่กิเลสของพวกเราลดลงจริงๆ จึงเป็นกลุ่มบุคคลที่เป็นคนสังคมที่กิเลสไม่เป็นโลกียะอย่างเขา สังคมอาริยชนที่เป็นโลกุตระอย่างแท้จริง เป็นสังคมอริยบุคคลที่เรียกว่าศิวิไลซ์คือความเจริญนี่แหละคือความเจริญของมนุษยชาติและสังคม ซึ่งความเจริญของทางโลกเขาก็ต้องการคนเจริญ แต่เขาไม่รู้ว่าพระพุทธเจ้าค้นพบความศิวิไลซ์ ของความเป็นมนุษย์และสังคมเรียบร้อยแล้ว อย่างเช่นชาวอโศกเราค้นพบแล้วเป็นแล้วได้แล้วจริง เรียนรู้มาตามพระพุทธเจ้านะ ไม่ใช่ว่าค้นพบได้เอง แล้วเราก็เอามาปฏิบัติจนสำเร็จผล เกิดเป็นสังคมมนุษย์อาริยะ มนุษย์ศิวิไลซ์เป็นมนุษย์เจริญ นี่แหละมนุษย์ที่เจริญที่สุดในโลกคือชาวอโศก รู้ตัวกันหรือเปล่า ไม่ใช่พูดเล่นนะนี่ ไม่ได้พูดเพียงโวหารเล่นลิ้นหลงตน ไม่ใช่ แต่เป็นความจริง เป็นสังคมที่อยู่กันอย่างเป็นครอบครัวใหญ่ เลี้ยงดูอุ้มชูเกื้อกูลกันได้ มีวรรณะ 9 มีสาราณียธรรม 6 มีจิตมีความเป็นอยู่ที่เลี้ยงดูกันง่ายๆ ไม่มีความวุ่นวายเดือดร้อน อยู่อย่างสงบสบายอบอุ่นดีทุกอย่าง เลี้ยงง่ายบำรุงง่าย ทำให้เจริญงอกงามง่ายๆ และก็ไม่ต้องไปเจริญที่จะไปแบบนอกโลกอะไรแบบนั้น เจริญทางนี้ก็พอแล้ว เพราะมีใจที่รู้จักพอ เป็นคนเจริญ สบาย และก็มีพลังงานสร้างพลังงานนี้เป็นประโยชน์ต่อตนเองอย่างสมบูรณ์แล้ว จึงมีพลังงานเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นได้อีก สะพัดออกไปเกื้อกูลช่วยเหลือผู้อื่นได้อีก ถ้าชาวอโศกเจริญเป็นหมู่กลุ่มมีเครือแห สร้างอะไรที่เป็นปัจจัยสำคัญชีวิตได้มาก ได้มากจนกระทั่งสามารถทำแล้ว เราขายก็ขายเพียงเล็กน้อยพอที่จะเอามาใช้ หมุนเวียนกันพอ เกินนั้นเราจะแจกเผื่อแผ่ผู้อื่น นี่คือเศรษฐกิจนะที่กำลังอธิบายเป็นเศรษฐกิจของชาวอโศก เราก็จะทำให้คนนี้แหละได้รับสิ่งที่เป็นปัจจัยสำคัญ ที่เราจะใช้ความพยายามความรู้ของเราสร้างเป็นผลผลิตออกมา โดยไม่เอาไปสร้างผลผลิตที่มันเฟ้อ ที่อวดเก่งเฉยๆ แต่ไม่ได้ใช้อาศัยไม่ได้เป็นสิ่งที่จำเป็นสำคัญอะไร มีแต่ความเห่อเหิมความเกินเฟ้อ ที่เขาไม่เข้าใจซึ่งมันเลยเถิดไปเยอะแล้ว แต่ถ้าจะมาสร้างสิ่งที่จำเป็นแล้วจะเกิดความสงบสุขของสังคมโลก ของแต่ละประเทศ ถ้าเป็นความเข้าใจมีเศรษฐกิจอย่างชาวอโศกกันทั้งโลก ลองลืมตานึกดู ไม่ต้องหลับตานึกดูหรอกจะเป็นอย่างไร สังคมจะเป็นอย่างไร ก็จะอยู่เย็นเป็นสุขกันทั้งโลกเลย ไม่เหมือนกับฮ่องกงที่กำลังเกิดความรุนแรงยังไม่จบเลย ชุมนุมกันเห็นไหมล่ะ มันทำอย่างประเทศเราไม่ได้ เราไปชุมนุมกันอย่างสงบเรียบร้อยจนกระทั่งทำงานสำเร็จ ประท้วงสำเร็จผล อันนี้เป็นเรื่องลึกซึ้งซับซ้อนที่คนเขาไม่เข้าใจว่าคืออะไร มันเป็นผลสำเร็จของธรรมะที่เป็นโลกุตระธรรมเมืองไทยที่ประท้วงได้สำเร็จ ประท้วงรัฐบาล แล้วรัฐบาลตอนนั้นยุคนั้นก็มาฆ่าแกงมาทำร้ายคน แต่พวกเราไม่ไปทำร้ายไม่ไปฆ่าแกงเขาก่อนเลย ใช้ความจริงยืนยันว่าเอ็งไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้ เอ็งทำลายสังคมประเทศชาติอย่างไรขี้โกงทุจริตอย่างไรก็เอามาแฉมาเปิดเผย จนเขาแพ้ต่อความจริง รัฐบาลทักษิณก็แพ้ความจริง ไม่ได้แพ้ด้วยหอกดาบปืน ไม่ได้แพ้ด้วยระเบิดไม่ได้แพ้ด้วยกำลังวังชาของทหาร ไม่ใช่ ทักษิณก็ไม่ได้แพ้เพราะว่ากำลังทหารปฏิวัติ แต่คนมองไม่ออก เขาบอกว่าพลเอกประยุทธ์มาจากการปฏิวัติ ที่จริงแล้วที่สืบทอดสุดท้ายจากรัฐบาลทักษิณคือรัฐบาลยิ่งลักษณ์ แล้วพลเอกประยุทธ์ก็รับช่วงต่อ ซึ่งไม่ได้ปฏิวัติ แต่ประชาชนคนไทยปฏิวัติ อันนี้พวกนักรัฐศาสตร์ทั้งหลายแหล่ก็ยังไม่รู้พูดไม่ได้อย่างนี้ กลัวประชาชนจะได้หน้าว่าเป็นผู้ปฏิวัติหรืออย่างไรไม่รู้ เขาไม่รู้ว่าประชาชนปฏิวัติหรืออย่างไร ปฏิวัติรัฐบาลทักษิณ สมัคร สมชาย ยิ่งลักษณ์ ประชาชนในประเทศไทยเป็นตัวอย่างอันสุดยอดปฏิวัติกันอย่างไม่ต้องใช้อาวุธเอาความจริงมาใช้เป็นอาวุธ จนกระทั่งเขาพ่ายแพ้ไปด้วยอาวุธแห่งความจริง ด้วยความสงบกับความจริงเป็นอาวุธ เป็นธรรมาวุธที่ทำให้เขาแพ้ จึงเป็นการปฏิวัติเป็นประชาธิปไตยที่สุดยอด อาตมาว่านักรัฐศาสตร์ที่ศึกษาดอกเตอร์อยู่ฟังอาตมาจะเข้าใจซาบซึ้งเห็นจริง ที่อาตมาพูดนี้ว่าประชาธิปไตยไปเพื่ออะไร แล้วทำไมถึงบอกว่าประชาชนคนไทยนี่แหละเป็นนักประชาธิปไตยที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ทำให้ประเทศชาติเป็นประชาธิปไตย โดยประชาชนเป็นผู้รัฐประหาร คือประหารรัฐบาลได้สำเร็จและก็ดำเนินอยู่ พลเอกประยุทธ์ไม่ได้ทำการประหารรัฐประหารเลย เป็นแต่เพียงมารับไม้ต่อจากประชาชน ตอนนั้นผู้ที่ถืออำนาจเดิมเขาไม่มีอำนาจทั้งพฤตินัยและนิตินัยแล้ว ตอนนั้นมีคนดำรงตำแหน่งแทนคือ นิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล ตอนนั้นก็รักษาไว้เฉยๆเป็นรูปแบบ แต่พวกประชาชนนั้นปฏิวัติเอาอำนาจได้สำเร็จแล้วกำลังจะไปทูลเกล้าฯ เขาก็ไม่เข้าใจ เราไปถึงหน้าพระบรมมหาราชวัง เขาก็ไม่ให้เข้า พลเอกประยุทธ์ก็บอกว่าผมขอยึดอำนาจเพียงแค่นั้นก็ได้แล้ว ซึ่งประชาชนก็รับได้ โอเค ไม่ได้ขัดแย้ง ไม่ได้บอกว่าพลเอกประยุทธ์มารวบอำนาจไปก็ไม่ใช่ ก็ให้บริหารประเทศไป จนกระทั่งตอนนี้ 5 ปีจะ 6 ปีแล้ว ผลการบริหารก็ดีเข้าตาประชาชนเป็นไปได้ดี ตามประสาอาตมาเป็นนักรัฐศาสตร์นอกทำเนียบ ประชาชนเห็นดีเห็นด้วยมีโพลรองรับกันทั่ว ก็มีแต่เรื่องการขัดแย้ง ซึ่งการขัดแย้งนั้นเป็นเรื่องของ
ความขัดแย้งที่ทำให้เจริญ สังคมเจริญต้องมีความขัดแย้งอันพอเหมาะ สังคมใดไม่มีความขัดแย้งกันเลย สังคมนั้นสิ้นความเจริญ สังคมใดที่ขัดแย้งกันจนทะเลาะวิวาทกัน สังคมนั้นเสื่อมต่ำ สังคมใดที่ขัดแย้งกันด้วยความปรารถนาดี ความเมตตาความรักอันประเสริฐ โดยเฉพาะด้วยปัญญาอันยิ่ง อย่างชาวอโศกก็ขัดแย้งกัน แต่สังคมชาวอโศกขัดแย้งกันด้วยความปรารถนาดีความเมตตาความรักอันประเสริฐโดยเฉพาะด้วยปัญญาอันยิ่ง สังคมนั้นเป็นสังคมอาริยะ สังคมโลกุตระ ใช่ไหม อาตมาพูดไปไม่ได้เรื่องโมเม ไม่ได้ขี้ตู่ ไม่ได้หลงตัวตน ก็ไม่ใช่ เป็นเรื่องจริงของมนุษยชาติ ทฤษฎีของพระพุทธเจ้าที่อาตมานำมาบอกพวกเราทำให้พวกเราเข้าใจแล้วเห็นดีเห็นงาม อาตมาไม่ได้บังคับใครให้มาปฏิบัติตามนะ ไม่ได้ล่อหลอก ไม่ได้และเล็มเลียบเคียงด้วย ค่อนข้างจะตีแรงด้วย แต่พวกคุณมาเอาด้วยปัญญา จนกระทั่งได้ ตัวเราเองก็บรรลุได้แล้วก็สมัครใจอยู่กับสังคมนี้ แล้วอยู่กับสังคมนี้ได้อะไร ได้ลาภ ยศ สรรเสริญใส่พกใส่ห่อหรือไม่ ก็ได้ความอบอุ่นได้ความฝากผีฝากไข้ได้ ไปแล้วก็ไม่ต้องห่วงกังวลว่าใครจะไม่ไปเผาผี คนทั่วไปเขาห่วงกันนะ ตายแล้วไม่มีใครไปเผาไม่มีใครไปทำศพให้ แต่ชาวอโศกนี้หมดห่วงในเรื่องนี้เลยสบายมาก เพราะฉะนั้นจึงเป็นสังคมที่สุดยอด จริงๆ อาตมาพูดแล้วภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ แม้เป็นยุคคนกิเลสหยาบหนามาก แต่ก็ยังเป็นไปได้ 621120_พุทธศาสนาตามภูมิ ปฐมอโศก ล้างสุขทุกข์ของเทวะด้วยปัญญาสูตร