กฐิน-ผ้าป่าตามพระธรรมวินัยเป็นอย่างไร.docx
เนื้อหาในไฟล์
กฐิน-ผ้าป่าตามพระธรรมวินัยเป็นอย่างไร _วรวุฒิ สีแก่ว : ผ้าป่าและกฐิน มันเป็นวัฒนธรรมทางศาสนา ไม่ใช่มาจากหลักคำสอน ต้องแยกให้ออก ไม่มีอะไรถูกสองด้าน ยกตัวอย่างชาวอโศกให้ผู้หญิงบิณฑบาตเหมือนพระยิ่งผิดร้ายแรง ส่วนตัวมองเห็นแต่มานะตัวตนในตัวชาวอโศก พ่อครูว่า...ก็ไม่เป็นไรก็พยายามศึกษาตามๆกันไป ขอพูดถึงเรื่องผ้าป่าและกฐินก่อน ที่บอกว่ามันเป็นวัฒนธรรมทางศาสนาก็ใช่ แล้วบอกว่าไม่ใช่มาจากหลักคำสอน ต้องแยกให้ออกว่าอย่างนั้นนะ อันนี้ก็ขออธิบายแสดงความเห็นร่วมกับคุณวรวุฒิ สีแก่ว ผ้าป่าและกฐิน อยู่ในพระวินัยเลย เป็นวัฒนธรรมทางศาสนาจริงๆ ต้องเข้าใจให้สัมมาทิฏฐิ ผ้าป่าเป็นผ้าที่เขาทิ้งแล้วเรียกว่า ผ้าบังสุกุล แปลว่า ของเขาทิ้งแล้ว ทิ้งขว้าง เช่น ผ้าห่อศพเป็นต้น หรือผ้าที่เขาทิ้งแล้วไม่มีเจ้าของ ไม่มีผู้แสดงตัวเป็นเจ้าของแล้ว เลยเรียกว่า ผ้าบังสกุล ผ้าที่ไม่มีเจ้าของ ก็ต้องไม่มีผู้เป็นเจ้าของมายืนยันให้คนอื่นรู้ พระพุทธเจ้าตรัสเขตไว้อย่างนี้ ผ้าอันนี้ไม่มีเจ้าของแล้วเราก็รู้ชัดว่าไม่มีเจ้าของ เป็นผ้าที่เขาทิ้งเด็ดขาด ไม่มีใครเขามาตู่เอาคืนแล้ว ถ้าผ้านี้ยังมีเจ้าของแล้วมายืนยันว่าทอดผ้าป่า ซึ่งมีเจ้าของอยู่ทนโท่ อย่างนี้ไม่ใช่ผ้าป่า อันนี้มันผ้าขี้ตู่ เป็นผ้าที่มันไม่เข้าท่า มันเรื่องวินัย มันผิดวินัยแล้ว ผ้าป่าสามัคคีขี้หมาอะไร มันออกนอกรีต นอกธรรมวินัยของพระพุทธเจ้า ผ้าป่าเป็นผ้าที่ไม่มีเจ้าของ เป็นผ้าที่เขาทิ้งไว้แล้วจริงๆ ถ้าผ้านี้ยืนยันว่ามีคนเป็นเจ้าของ ฉันหามาเป็นต้น คนที่มีเงินมีทองมีสิทธิ์จะซื้อหามาถวายพระได้ เป็นผ้าที่มีเจ้าของ ต่างกันกับผ้าป่า เดี๋ยวนี้เอาคำว่าผ้าป่ามาทอดกัน คือ ผ้าป่า จะหาได้เป็นผ้าที่เขาทิ้งและไม่มีเจ้าของเก็บเท่าไหร่ก็ได้ ไม่มีกำหนดเวลา ไม่มีลิมิ
อ่านต่อ
ต ไม่มีจำกัด ต่างกันกับผ้ากฐิน คือผ้ามีเจ้าของ ไม่ใช่ผ้าป่า กฐินเป็นผ้าที่มีเจ้าของ แม้จะไปเก็บผ้าบังสกุล ผ้าที่เขาทิ้งแล้ว ได้มา เอามาเย็บ กฐิน แปลว่าสะดึง ใหญ่ๆ ผ้าที่เขาทิ้งแล้วมันไม่มีผืนใหญ่เต็มจีวรผืนเดียว ผ้าห่อศพไม่ได้ผืนใหญ่ขนาดนั้น จีวรผืนนึงนั้นกว้างยาวไม่ใช่น้อย นางวิสาขา เป็นต้นบัญญัติไปขอพระพุทธเจ้า ให้ผู้มีเงินมีสตางค์พอจะซื้อผ้าจีวรไตรจีวร 3 ผืนนี้ถวายพระได้ ถือว่าเป็นผ้าคหบดี พระพุทธเจ้าก็อนุโลม เพราะฉะนั้นกฐินทอดได้ มีเจ้าของมายืนยันได้ ให้เวลาทอดกฐินได้แค่ 1 เดือนออกพรรษา เลย 1 เดือนไปก็ทอดกฐินไม่ได้ ทอดได้ในเวลา 1 เดือน แล้ววัดหนึ่งทอดได้ 1 เจ้า มากกว่า 1 เจ้าก็ไม่ได้ ไม่ได้มีเงินมีทองมาเกี่ยวอะไร มีแต่ผ้า เดี๋ยวนี้ผ้าป่าก็เป็นเงิน กฐินก็เป็นเงิน หาวิธีหาแทคติกที่จะหาเงินให้ได้มากที่สุดโดยเลี่ยงบาลีกันไป บาปกินหัวกันเลอะเทอะ อาตมาเริ่มต้นทำงานศาสนามา ตอนแรกก็ให้เขาทอดกฐิน มันไม่เป็นไปเลย อาตมาก็เลยทอดกฐินแค่ครั้งเดียว มันเละเทะไปหมดเลย มันไม่เข้าเรื่องเข้าราว เป็นกระทะทองแดง อาตมาใช้คำว่า ทอดกระทะทองแดง พวกเรานี่แหละจะหาแต่เงิน ถ้าขืนทำอันนี้ขึ้นมาไปหาแต่เงิน เสียศาสนา เสียธรรมะพุทธเจ้าหมด เพราะ กฐิน เป็นผ้าที่มีเจ้าของได้ ไม่ใช่ของทิ้ง แล้วก็เอาผ้ามาทอด ไม่ใช่เอาเงินมา ทอด ถ้าเอาเงินมาทอดนั้น กระทะทองแดง ได้นรก ทอดกฐินเนี่ย ไม่ใช่ทอดเงิน เพราะฉะนั้น ยังเบี้ยวบาลีที่จะไปทอดกฐินก็คือให้เงิน แล้วไปเบี้ยวบาลีว่าเป็นปัจจัยด้วย คือเงิน แล้วเอาไปซื้อผ้าทีหลัง เดี๋ยวนี้คนมีผ้าจีวรแบ่งกันนุ่งห่มกัน โอ้โห! พระไม่กี่แสนรูป เหลือเฟือ แล้วยังซื้อมาถวายกันไม่หยุดหย่อน เฟ้อ ไม่เข้าเรื่อง สรุปคำว่าผ้ากฐินกับผ้าป่าต่างกัน ผ้าป่าต้องเป็นผ้าที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของจริงๆ เขาทิ้งแล้ว ส่วนผ้ากฐินนั้นมีเจ้าของได้ ทอดได้ แล้วทอดได้ 1 ครั้งต่อปีภายในเวลา 1 เดือน เลยจากนั้นก็ไม่ได้แล้ว อย่างนี้เป็นต้น
นิมนต์พ่อครูจิบน้ำ สมณะเดินดิน... พุทธประสงค์ในเรื่องการทำกฐิน เพราะจะไม่ได้ไปสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน นางวิสาขาที่เป็นอุปัฏฐากใหญ่สงสารพระสงฆ์ ก็บอกว่าให้ชาวบ้านที่มีเงินถวายจีวรเครื่องนุ่งห่มให้ภิกษุได้ แต่เดี๋ยวนี้กลายเป็นเรื่องหาเงินสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวพุทธอย่างมาก ถือว่าได้เงินมากยิ่งดีซะอีก พระพุทธเจ้าไม่ต้องการให้สาวกสร้างความเดือดร้อนแม้แต่น้อย ขนาดผ้าก็ยังให้หาที่เขาทิ้งแล้วมาเย็บรวมกัน 650617 อานาปานสติอย่างพุทธ ไม่มีนัตถิกทิฏฐิ พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ