นัตถิกทิฏฐิ และ เนวสัญญานาสัญญายตนะ ไม่มีที่จบ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์10 KB
วันที่แก้ไข18 มิถุนายน 2565

เนื้อหาในไฟล์

นัตถิกทิฏฐิ และ เนวสัญญานาสัญญายตนะ ไม่มีที่จบ _พ่อครูว่า... ที่บอกว่าให้ผู้หญิงบวชและเป็นความผิดร้ายแรงเห็นมานะอัตตาในชาวอโศก ...ก็มองให้ดีให้ถึงความไม่มีตัวตนของชาวอโศกบ้าง อาตมาบอกไม่ได้หรอก ก็ขอยืนยันว่าผู้หญิงชาวอโศกที่บวชเป็นสิกขมาตุ เป็นผู้ที่ไม่ใช้เงินทองแล้ว จริงๆ ไม่ใช่เหร่าะแหละไม่ซื้อไม่ขาย เหมือนสามเณรขึ้นไปถือศีล 10 แต่สิกขมาตุเราไม่ใช้เงินถือว่าเป็นพระจริงๆถือว่าเป็นเณรจริงๆ ศีลของเณรศีลของพระไม่มีเงินไม่ใช้เงิน ใช้เงินก็ผิดศีล 10 ขึ้นไป ผู้ที่มีศีล 10 ขึ้นไปไม่ใช่เงินไม่ซื้อไม่ขาย ต้องพึ่งพาตนเองเลี้ยงตนเองด้วยปลีแข้ง หมายความว่าต้องเดินบิณฑบาต เพราะฉะนั้นผู้หญิงก็ตามหรือเณรก็ตามที่มีศีล 10 ขึ้นไปแล้ว จริง ไม่ใช้เงิน แล้วจริง จึงมีสิทธิ์จะบิณฑบาตเลี้ยงตนเองด้วยปลีแข้ง เป็นสัมมาอาชีพ เพราะฉะนั้นผู้ที่ยังเข้าใจไม่ได้อย่างคุณเดชา อัมพร หรือวรวุฒิ สีแก่ว เข้าใจดีๆ โดยเฉพาะคุณเดชา อัมพร ที่มีความคิดแบบนี้ นัตถิกทิฏฐิ คือผู้ที่มีมิจฉาทิฐิชนิดหนึ่ง ที่ยึดถือว่าอะไรๆ ก็ไม่มี ไม่เป็น เป็นความเข้าใจ เป็นความยึดถือชนิดหนึ่ง ว่าไม่มีไม่เป็นทั้งนั้น มีแต่สมมุติ สมมุติอย่างเดียว เป็นสมมุติสัจจะ ยังไม่มีปัญญารู้ในเรื่องปรมัตถ์สัจจะเลย คุณคนนี้ ยังไม่รู้ ยังไม่เข้าถึงจิต มองออกข้างนอก มองอะไรเป็นสมมุติหมด บอกว่าทุกอย่างเป็นสมมุติ ไม่ยึดมั่นถือมั่น ทุกอย่างอนัตตาไม่มีตัวตน คุณกินก็เป็นตัวตนนะ คุณนุ่งห่มก็เป็นตัวตนนะ เพราะถ้าสุดโต่งไปมากก็จะกลายเป็นพวกเชน เดี๋ยวนี้อยู่ในอินเดียก็ยังมี ไม่เอาอะไรทั้งนั้นเลย ส่วนเรื่องการกินมันจำนน ไม่กินไม่ได้ กินให้น้อยที่สุด อย่าว่าแต่มื้อเดียวเลย มื้อเดียวเขาก็ประหยัดน้อยที่สุดเท่าที่จะน้อยได้ ถึงผอมอย่างนั้น เชนจริงๆ ไม่มีอ้วนเลยซักคนเ

อ่านต่อ

ดียว ส่วนเชนปลอม ก็มีที่แฝงเยอะ ไม่นุ่งผ้า พุงพลุ้ย แต่เชนจริงๆ ไม่ค่อยเห็นเท่าไหร่ นานๆจะขึ้นมาโชว์เชฟ เดินโชว์ จนมีผู้หญิงไปทดสอบ จูบจู๋ นับถือที่สุดเลย แต่จิตเขาต้องการทดสอบหรือ อะไรของเขาก็แล้วแต่เคยมีภาพอย่างนี้มาด้วย แต่พวกเชนก็ไม่เอาอะไรเลย มันสุดโต่งไป ไม่รู้จักสมมติที่เป็นสภาพ 2 อย่างตามที่พระพุทธเจ้าท่านตรัส เทวะ ความเป็น 2 ยิ่งใหญ่ที่สุด ทุกวันนี้อาตมาตายลงไปชาตินี้ก็ยังอธิบายคำว่าเทวะไม่หมด อธิบายให้เข้าใจไม่ได้เต็มที่แน่ๆ รู้ฝีมือตัวเองเลย

_ชาญชัย เปลี่ยนแม้น : อรหันต์เป็นสมมุติบัญญัติ...ไม่มีอะไรเลยสำหรับความว่างบนโลกใบนี้ คำพูดที่ พูดมานั้นมันให้ค่าอะไรไม่ได้เลยเป็นคำพูดที่เป็นสังขารธรรมทั่วโลกที่ใช้ภาษาเอามาแสดงการสื่อสารให้เข้าใจชั่วคราวๆเท่านั่นเอง...แต่มีประโยชน์นำมาใช้ให้ไปเข้าใจในวิสังขาร...ไม่เคยรู้ไง....พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า....แม้แต่คำของศาสดาที่ออกจากพระโอษฐ์....ก็ยังเป็นสังขารธรรม...งงมั้ย...แม้แต่ที่พิมพ์มานี้ก็ยังเชื่อไม่ได้.โปรดอย่าเชื่อและก็อย่าเชื่อ? พ่อครูว่า...ไม่งงหรอก เข้าใจที่คุณสื่อมาด้วย ไม่ต้องบังคับอาตมา อาตมาจะยังไม่เชื่อคุณหรอก รับรู้เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นคุณเดชาก็ดี ศึกษาให้ดียังมีอีกเยอะแยะคนที่จะมีแนวคิดอย่างนี้ คือ เอนไปข้างวิตักกจริตหรือนัตถิกทิฏฐิ ยังไม่ลงตัวยังจับจุดที่จะเริ่มต้นไม่ได้ ยังแกว่งอยู่อย่างนั้น อันนี้ใช่หรือไม่ใช่ เนวสัญญานาสัญญายตนะ จะว่าใช่ก็ไม่ใช่ไม่ใช่ก็ไม่ใช่ คือ ยังยากมากเลย เพราะฉะนั้นผู้ที่ยังมีจิต นัตถิกทิฏฐิ หรือเต็มไปด้วย เนวสัญญานาสัญญายตนะ ยังแกว่งอยู่ เพราะฉะนั้นวิญญาณฐีติ 7 ของพระพุทธเจ้าจึงไม่มี เนวสัญญานาสัญญายตนะ จบที่ อากิญจัญยายตนะ ไม่ใช่ยังมีอะไรเหลือ จะใช่หรือไม่ใช่ ไม่ใช่ก็ไม่ใช่ ไม่มี เนวสัญญานาสัญญายตนะ คือผู้ที่ยังแกว่ง ยังจับจุดจบจุดมั่นจุดตายอะไรยังไม่ได้ ยิ่งมีทิฏฐิเนวสัญญานาสัญญายตนะ ก็เลิกกันเลย เป็นพวกยาวนาน เป็นศรัทธาก็ไม่ได้ ยิ่งเป็นปัญญาก็ไม่ได้ใหญ่ คนที่มีศรัทธา ทิฏฐิจะเป็นหนึ่ง 1 แน่ๆไปเลย คนศรัทธานี่เอาจริง วันหนึ่งเขาจะถึงที่จบ ส่วนวิตักกะ จะกลับไปกลับมา มาๆไปๆ ไม่ถึงที่เสร็จสักที แกว่งอยู่อย่างนั้น ส่วนปัญญาธิกะนั้น แม่นตรงไม่เสียเวลา ตรงที่สุด เร็วที่สุด ไวที่สุด แม่นมาก ถึงจะสำเร็จ อนุโมทนาสาธุที่คุณศึกษาตาม _จีราวัฒน์ พิมพ์พงษ์ : ศาสนากับวิทยาศาสตร์เริ่มเข้ามาหากันและมีเหตผลเกี่ยวโยงกันตามวิวัฒนาการของสายพันธุ์มนุษย์ชาติ เรื่องภพชาติเกี่ยวโยงกับมิติเชิงซ้อน ข้อสันนิษฐานวิทยาศาสตร์เกี่ยวของกับศาสนาพุทธโดยตรง ศาสนาไม่ได้มีจุดประสงค์ให้คนบรรลุอรหันต์ ไม่ได้มีจุดประสงค์ให้คนบรรลุนิพพาน แต่ผลที่เกิดจากเหตุเป็นแค่ผลพลอยได้ วัตถุประสงค์ของพระพุทธเจ้าคือสร้างสมดุลย์ให้สังคมมีความสงบสุขแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าคนทั้งโลกจะเป็นคนดีทั้งหมดไม่ได้ เพราะแต่ละคนมีกรรมเป็นของตัวเอง กำเนิดเกิดก่อมาจากกรรมทั้งนั้น ทรงค้นพบสัจธรรมคือธรรมที่เป็นจริงและคนทั้งโลกปฎิเสธไม่ได้เลย แต่ก็ไม่เคยปฎิเสธอิทธิฤทธิ์ปาฎิหารย์ อภิญญาญาณ แต่พระองค์บอกว่าเป็นเรื่องไร้ประโยชน์ไม่ใช่หนทางในการดับทุกข์ พระสงฆ์จึงตั้งกฎอวดอุตริขึ้นมาเพื่อปรามกิเลสส่วนหนึ่งของตัวเอง คนที่ประกาศตัวเองเป็นพระอรหันต์ต้องแสดงฤทธิ์แสดงธรรมให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาชาวโลกแล้วล่ะครับ เหมือนพระพุทธองค์ที่ตรัสรู้แล้วประกาศตัวเองว่าเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วรู้จริงทำได้จริง ไม่ใช่มาเปิดหนังสืออ่านให้คนฟัง แถมโต้แย้งพระพุทธเจ้าหมด เหมือนประกาศตัวเองว่าอยู่เหนือพระพุทธเจ้าแต่เอาตำราเขามาอ่าน และก็หนีไม่พ้นรากเหง้าเดิมของศาสนาพุทธ ถ้าโต้แย้งสัจธรรมได้ก็สุดโต่งแล้วล่ะครับ อวดดีอวดรู้เถียงความเป็นจริงแบบข้างๆคูๆ สาวกที่หลงเชื่องมงายไปตามกัน เมื่อพวกทั่นตายไป จะไม่มีนรกสวรรค์ พวกท่านไปสู่ภพภูมินอกศาสนาพุทธ ไปสู่มิติอื่น เพราะพวกท่านคือคนนอกศาสนา พ่อครูว่า... ขอพูดตรงนี้ก่อน ความหมายของพระพุทธเจ้าของคุณ นี่คือความเห็นของคุณ อย่ามาขี้ตู่ว่าพระพุทธเจ้าเป็นความเห็นของคุณ อาตมาจับได้เลยตรงนี้ ว่าความเห็นของพระพุทธเจ้าไม่ตรงกับความเห็นของคุณหรอก ความเห็นของคุณ คุณยึดถือของคุณ แล้วเอามาตู่ว่าเป็นของพระพุทธเจ้า แล้วก็บอกว่าไม่นับถือความคิดของใครด้วย เอาความคิดของใครมาอ้าง แม้แต่เอาหนังสือมาอ่าน แล้วก็มายืนยันกับหนังสือ แล้วจะให้อ่านหรือไม่ให้อ่านเนี่ย คุณพูดอย่างนี้คูรก็วนแล้ว ถ้าคุณเองไม่ต้องเอาตำรามาอ่านด้วย คุณจะไปหวงแหนทำไม เขาจะเอาตำรามาอ้างว่าใช่หรือไม่ใช่ คุณก็ปล่อยเขาสิ คุณจะมายุ่งกับเขาทำไม ไปดูตัวเองสิว่าตัวเองสุดโต่งไปไหม ตรวจให้ดีๆ อาตมาพยายามมาไม่ให้มีข้างไม่ให้มีคู พยายามให้ตรงเป็นหนึ่งเลย หาว่าพวกเราตายไปจะไม่มีนรกสวรรค์ ก็คงจะไม่วิจารณ์อะไรคุณจิรวัฒน์ เพราะฟังแล้ว คุณไปเรียบเรียงของคุณให้ลงตัวก่อน ก่อนจะมาพูดกับอาตมา อาตมาพูดตรงๆว่า อาตมาตามที่คุณว่า ตรงนั้นตรงนี้ อาตมาเรียงแถวไม่ได้ เพราะของคุณมันวุ่นไปหมด อาตมาเรียงแถวไม่ได้ อาตมาว่า คุณให้เรียงแถวมาพูดกับอาตมาบ้าง อาตมาจะพอไปได้เพราะอาตมาไม่ฉลาดเหมือนคุณ คุณไม่เรียงแถวคุณก็รู้จักเส้นตรงได้ อาตมาไม่สู้ อาตมาจะสู้คนที่ทำเส้นตรงได้ แล้วอาตมาพูดกันได้ คุณยังไม่เข้าแถวที่จะมาเข้าเส้นตรง ตรงนั้นตรงนี้จับมาปนกันเละ บอกว่านี่เส้นตรง อาตมาก็จนปัญญาแล้ว มีความเห็นแสดงมา อาตมาว่าสู้ไม่ได้ อาตมาก็ยอม 650617 อานาปานสติอย่างพุทธ ไม่มีนัตถิกทิฏฐิ พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน