กโลบาย กับกุสโลบาย ต่างกันอย่างไร.docx
เนื้อหาในไฟล์
กโลบาย กับกุสโลบาย ต่างกันอย่างไร _เดชา อำพร : การ "เสียรู้(ถูกหลอก)แล้วทำทาน" อาจทำให้ "ทานของเรา" ถูกนำไปใช้ในทาง "ผิดศีลธรรม" ก็เป็นได้ครับ...จึงไม่ควร"เสียรู้ในการทำทาน"ด้วยประการทั้งปวง.. นี่แหละทำไมจึงบอกว่า"พุทธอาจเป็นแค่ปรัชญา"ที่มักถูกค้านแย้งได้อยู่เสมอ.. แม้พระพุทธเจ้าก็ใช้ "กลเม็ดหรือแท็คติก" ที่เรียกว่า "กโลบาย" หรือ "กุศโลบาย" ต่อ "เทวทัต" ในหลายๆชาติ.. เช่น การตีมือที่กำทรายของเทวทัต และไม่คืนนกที่บาดเจ็บให้กับเจ้าของนกคือเทวทัต เช่นเดียวกัน นั่นไง.. ผู้นำอโศกก็ใช้กลเม็ด(แท็คติก)ที่พูดว่า "อาตมาไม่ขอตอบใดๆ" เช่นเดียวกันนั่นไง.. แต่พระเยซูไม่ใช้กลเม็ดหรือแท็คติก จนต้องถูกจับไปตรึงกางเขน นั่นไงล่ะ.. รวมทั้ง "คานธี" ก็มีการ "ประท้วงแบบตรงๆ" (เดินไปให้เขาตีแล้วไม่สู้).. ไม่ใช้กลเม็ดหรือแท็คติกใดๆ.. และที่สุดถูกพวกเสียผลประโยชน์ยิงตายไงล่ะ พ่อครูว่า...คุณจะนิยมชมชื่นฝ่ายไหนอย่างไร อาตมาก็ไปละลาบละล้วงของคุณไม่ได้หรอก คุณจะชื่นชมฝ่ายไหนก็เลือกเอา แยกง่ายๆ สัทธานุสารี หรือธัมมานุสารี หรือสายศรัทธากับสายปัญญา อาตมาเป็นสายปัญญาโดยตรง สายเดียวกันกับพระสมณโคดม ส่วนคานธีหรือพระเยซูเป็นสายศรัทธา ไม่ใช่สายปัญญาโดยตรงอย่างอาตมา ก็เป็นธรรมดาเพราะว่าสายปัญญากับสายศรัทธาพระพุทธเจ้าแบ่งไว้ชัด มันเป็นเรื่องของจริต เป็นเรื่องของแต่ละคนสั่งสมเป็นตระกูลเลย เป็น DNA ปัญญากับ DNA ศรัทธา เป็นอย่างนั้นมาแต่ไหนแต่ไร ในโลกก็มี 2 ชนิด คนก็มี 2 ชนิดใหญ่ๆนี่แหละ อย่างสายศรัทธาเป็นเทวนิยม มีเยอะ สายปัญญานี่ อเทวนิยม รู้แจ้งรู้จบในเทวะ แล้วก็ไม่ติดใจในเทวะ สูงสุดถึงขนาดนั้น มีปัญญา เพราะฉะนั้นคนที่จะมีปัญญาสูงสุด จนกระทั่งถึงขั้นเข้าใจคนมี 2 ตระกูล แล้วก็เห็นใจเขา อนุโลมปฏิโลม
อ่านต่อ
แต่ก็รู้ว่าคนตระกูลปัญญาสูงกว่าศรัทธา หรือเทวนิยมโดยตรง สายศรัทธาโดยตรงจะเลือกเอา เลือกเอาการซื่อๆอย่างเดียว ไม่มีแทคติกหรือกุศโลบายหรือกโลบาย ก็ขอขยายคำว่ากุศโลบาย หรืออุบายที่เป็นกุศล ถ้ากโลบายนี้ไม่ใช่กุศล เป็นคำกลางๆ เป็นกล กโลบาย แต่กุศโลบายถือเป็นกุศล กุศลโดยตรงแปลว่าฉลาด แปลว่าดีงาม อุบาย บาลีคือ อุปายะ แปลว่าหนทางหรือวิธี ผู้มีปัญญาก็จะใช้หนทางหรือใช้วิธีที่ฉลาดหรือที่ดีงาม อุบายโกศลคือวิธีของคนผู้มีปัญญา จะใช้วิธีหรือหนทางที่ดีงามหรือฉลาด ก็เข้าใจจิตที่เป็นกุศล คุณก็สะอาดดีในความเป็นกุศล อกุศล ในความเป็นโลกียะ เราก็เลือกกุศล ไม่เป็นอกุศลเด็ดขาด เพราะว่าเป็นผู้ซื่อสัตย์สุจริต รู้กุศล อกุศล และไม่ทำอกุศลเด็ดขาด ส่วนคนที่ไม่ซื่อสัตย์ ไม่สุจริต เขาก็ใช้อุบายอกุศล ใช้กลเม็ดแทคติกอะไรที่คุณว่ามานี้แน่ๆ เพราะฉะนั้นมันก็มีความจริงใจจริงจังที่ต่างกันแน่นอน ที่นี้คุณจะเอายังไงก็ตามแต่คุณจะชอบ ส่วนคุณจะไม่ชอบอย่างไหนเลย จะเหลาะๆแหละๆ ไม่เอาอย่างนั้นอย่างนี้ให้เด็ดขาด คุณไม่มีที่จบในตัวเอง นาน คนพวกนี้ก็เป็นคนพวกวิริยาธิกะ จะใช้เวลานานถึง 80 เท่า ถ้าเป็นปัญญาจะใช้เวลาประมาณ 20 หน่วย ส่วนศรัทธาเขาก็ใช้ความตรงของเขาจะใช้เวลานานถึง 40 หน่วย 40 เท่า ส่วนวิริยาธิกะ เหลาะๆแหละๆใช้ เวลาถึง 80 อสงไขยกับเศษแสนมหากัป จะจบไม่จบแหล่ ก็ไม่เป็นไร อาตมาว่าก็ขอมองตามประสาอาตมาว่า ผู้ที่ใช้นามว่า เดชา อัมพร และโพสต์มาตลอดเวลา ก็ดีนะ ให้เราได้คิด ได้รู้ว่าโลกจินตา การคิดของชาวโลกมันสารพัดสารเพ จะคิดอะไรก็ได้ บ้าๆ บอๆ บวมๆ บางทีเราก็เหนื่อยเหมือนกันกับพวกที่คิดว่าบ้าๆบอๆ จะไม่โอภาปราศรัยเสียเลยก็ไม่ได้ ก็เลยพูดบ้าง เอาละ สำหรับวันนี้ คุณเดชา อัมพร ก็ขอบคุณ ส่งมาอีกนะ มีแง่คิดอะไรดีๆ และคุณก็ศึกษาดีๆ ปฏิบัติด้วย แล้วหาสัมมาทิฏฐิให้เจอ แล้วก็มุ่งมั่นตามสัมมาทิฏฐิที่คุณแน่ใจ อันนี้มันบังคับกันไม่ได้ คุณก็ต้องเลือก คุณไปเลือกสัมมาทิฏฐิผิด คุณไปหลงมิจฉาทิฏฐิว่าเป็นสัมมาทิฏฐิ อันนี้ก็ได้แต่สงสารเท่านั้นเอง ก็ขอให้คุณเลือกสัมมาทิฏฐิได้ถูกต้องนะ จบตรงนี้ก็แล้วกัน 650617 อานาปานสติอย่างพุทธ ไม่มีนัตถิกทิฏฐิ พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ