580202_พ่อครูให้โอวาทปิดประชุม ข้าวแสนตันและปุ๋ยสะอาด ณ เฮือนศูนย์.doc.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2558
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์334 KB
วันที่แก้ไข13 พฤศจิกายน 2566

เนื้อหาในไฟล์

580202 พ่อครูให้โอวาทปิดประชุม ข้าวแสนตันและปุ๋ยสะอาด ณ เฮือนศูนย์ วันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2558 ที่ บวรราชธานีอโศก ที่เราทำกันนี่เป็นเรื่องใหม่ แปลก แม้ยุคพระพุทธเจ้าก็ไม่ได้ทำเช่นนี้ แต่นี่เราเอาทฤษฎีพระพุทธเจ้ามาทำมายำเส็งอย่างนี้นี่ ก็ดูตามประสาอาตมาว่ามันไปได้ อย่างที่ขัดแย้งกันนี่อาตมาก็ดูแล้วดี สนุกดี (คนหัวเราะกันทั้งห้อง) อ้าวเมืองที่มีการขัดแย้งกันพอเหมาะนี่เจริญนะ ปชต.ที่มีความสามัคคีต้องมีความขัดแย้งอันพอเหมาะ มีแต่ฝ่ายรัฐบาลแล้วไม่มีฝ่ายค้านนี่ไม่ใช่ ปชต.แต่ถ้าฝ่ายค้านแข็งขันจับได้ไล่ทันรัฐบาลด้วยนี่เจ๋ง มันสนุกแล้วพัฒนาเจริญได้ แต่อาตมาจะให้สติว่า คุณทำงานไปด้วยปฏิบัติธรรมไปด้วยนี่สำคัญที่สุดคือ อย่าให้เสียประโยชน์นะ นี่แหละว่ากันไปว่ากันมานี่ ต้องระวังอย่าให้ขึ้นนะ(หัวเราะกันทั้งห้อง) อ่านใจให้ทันนะ แล้วก็ทำประโยชน์ให้ได้ว่า นี่แหละคือรายได้ นี่แหละคือคะแนน คือสิ่งที่เราจะต้องได้เป็นประโยชน์ที่แท้จริง ไม่ว่าจะเป็นการประชุม ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการพูดเป็นครั้งเป็นคราว หรือการวิจัยวิจารณ์ อะไรกันก็แล้วแต่ ล้วนแล้วแต่คือแบบฝึกหั ด ของการปฏิบัติธรรมทั้งสิ้น พูดเล่นก็เล่น พูดจริงก็จริง เป็นครั้งเป็นคราวเราก็ต้องปฏิบัติ จริงก็คือจริงก็มีอยู่ ให้รู้ทันทุกอย่างเลย แล้วโอกาสจริงๆ มันมีรายละเอียดของมัน ถ้าคุณพูดในขณะไม่อยู่ในห้องประชุม กับการพูดเปรยๆ กันส่วนตัวเล่นๆ นี่ โอโห มันดีนะ มันจริงยิ่งกว่าจริงไม่จริงนะ มาประชุมนี่ ยังต้องระวังสังวร ความจริงยังไม่ครบหรอก มารยาท ท่าทีเชิงฉลาดเอามาใช้หมดตอนประชุมนี่ ถ้าอยู่สามัญ เปรยปรายกัน บางทีว่ากันไปว่ากันมา ถกกันด้านนอกเวที นั่นน่ะจริงกว่า ก็ต้องปฏิบัติธรรมอ่านใจเราจริงๆ ให้ได้ประโยชน์ ยิ่งเราทำงานทำการเป็

อ่านต่อ

นเรื่องเป็นราวจริงๆเลย พอถึงเวลาเขาห้องประชุมจริงเรียนจริงเลย มันยิ่งมีความระมัดระวัง รักษามารยาทความจริงก็น้อยลง มันมีความแฝงเพื่ออะไรต่างๆ มากขึ้น แต่จริงๆ มันเป็นเรื่องดี สังคมต้องมีมารยาทกัน เป็นธรรมชาติสังคมที่ต้องทำ สรุปแล้วที่เป็นไปทุกวันนี้ มันดี อาตมาว่าดีทุกขนาด ขนาดนี้ก็ค่อยเป็นค่อยไป ตอนนี้มีคนมาร่วมเพิ่ม ข้อสำคัญคือมันมีกิเลส อภิชปา คือตัณหาล้ำหน้า ก็ไม่เสียหรอก ไม่เช่นนั้นมันจะเฉื่อย ถ้าเฉื่อยแล้วก็ไม่เจริญ แต่ถ้ามันล้ำหน้าไปจนเราไม่ทัน มันจะเกิดปฏิกิริยาการทดท้อ จะทำให้กำลังลดลง ระวังตรงนี้ก็แล้วกัน เรื่องของจิตวิญญาณเป็นเรื่องยาก แต่เราก็เรียนรู้ด้วยการฝึกฝนปฏิบัติจริง อาตมามั่นใจจริงๆ ว่าลักษณะอาริยธรรมเรียกเต็มๆ ว่า โลกุตรธรรมจะเป็นผลในยุคปลายศาสนาพระพุทธเจ้า จะแพร่หลายในโลก เราเริ่มก่อหวอด อาตมาทำงานมา 40 กว่าปีก็พอใจ พอใจ แต่อาตมาก็ไม่หยุด ก็เลยต้องฝืนอยู่ต่อ อาตมากับพระพุทธเจ้านี้ต่างกัน พระพุทธเจ้าท่านทำเสร็จก็ตายไปเลยไม่อยู่ต่อ แต่อาตมาแม้จะทำได้พอใจพอสมควรแต่ก็ไม่ยอมตาย ต้องทำต่อ เพราะว่าต้องเผื่อพอ พระพุทธเจ้าท่านแม่นคมชัด เด็ดขาดกว่าอาตมา ท่านก็จบ แต่อาตมาไม่เก่งเท่าพระพุทธเจ้า ที่ทำนี่ทำเพื่อเผื่อพอ เมื่อยไม่เป็นไร แต่พระพุทธเจ้าท่านก็ทำของท่านจนจบ แม้พระพุทธเจ้าท่านอยู่ได้ถึง 100 ปีแต่ท่านทำแต่อายุ 80 ปีก็จบ พอเป็นไปได้ดั่งที่ได้สัญญากับมารเอาไว้ ว่าศาสนานี้เป็นไปได้แล้ว ท่านรู้หมดว่าจะมีอะไรมาต่อ ท่านทิ้งไว้ให้อาตมาทำต่อหนักหน้าไปนี่ พระพุทธเจ้าท่านมีกรอบชัดเจนไม่ผิดพลาด แม่นยำ ของเราไม่แม่นยำต้องเผื่อพอไว้เยอะ สรุปอีกที มันดีแล้วล่ะ ใจเรามีอภิชปา ก็เท่านั้นเอง ขัดแย้งกันดีแล้วล่ะ แม้แต่ที่สุด อาตมาก็ขอบอกตรงๆ ว่า ในพวกเรามีอคติ มีวิบาก มีชิงชังกันอยู่บ้าง ตัวนี้แหละที่มันถ่วงหน่อย แต่อาตมาก็ไม่อยากไปละเมิด ก็ตัวใครตัวใคร แต่ละคนก็ใช้วิบากกันไป อาตมาก็ไม่อยากไปยุ่งด้วยก็ปล่อยให้มันเป็นแล้ว เป็นประโยชน์ในการขัดเกลากันด้วย แต่ละคนก็จะศึกษา แล้วจะสำนึกเข้าใจด้วย เราเองยังไม่เข้าใจกัน อาตมาขอบอกว่า … พวกเราที่ทำงานอยู่ด้วยกันคือพวกเรากันเองทั้งนั้น ไม่ใช่ศัตรูกันหรอก ขอยืนยันว่าไม่ใช่ศัตรูหรอก แต่คุณจะไปยึดกันเป็นศัตรูกันในส่วนตัวก็แล้วแต่คุณ คุณจะเป็นศัตรูกันกี่ชาติก็เรื่องของคุณ อย่างพระพุทธเจ้ากับพระเทวทัตเป็นศัตรูกันไม่รู้กี่ชาติเป็นต้น เป็นเรื่องจริงก็ต้องเป็นอย่างนั้น ถ้าคุณจะลากไปจนจะตายค่อยสำนึก เหมือนพระเทวทัตก็แล้วแต่คุณ ดีไม่ดีก็ไปทำเลวทำร้ายหนักขึ้น มันสั่งสมความบาปไว้มากมันก็ทำสิ่งที่เป็นกรรมหนัก จนเลยถึงขั้นทำอนันตริยกรรมก็ซวยไป แทนที่จะได้เป็นพระพุทธเจ้าก็ไม่ได้เป็น เป็นได้แค่ปัจเจกพระพุทธเจ้า ถ้าคุณจะสำนึกได้ก่อนก็ดีกว่าไหม จะไปสั่งสมทำไมจนเป็นอนันตริยกรรม ไม่มีสิทธิ์เป็นพระพุทธเจ้าได้เป็นแค่ปัจเจกพระพุทธเจ้า ต้องบำเพ็ญไปอีกนานแสนนาน สูงสุดไม่มีสิทธิ์เป็นพระพุทธเจ้า มีอยู่สองอย่างที่จะเป็นพระพุทธเจ้าไม่ได้คือ มีอนันตริยกรรม และเป็นเพศหญิงเท่านั้น ก็ขอบคุณพวกเราจริงๆ ก็ ข อ ต อกย้ำอีกว่า ผู้ที่มีจิตชังกัน ถ้าใครคลายความชังกันได้คุณได้ประโยชน์ทางธรรม ถ้ายังปล่อยให้ความชังมี จนกระทั่งมานั่งประชุม กันก็ไม่มา นี่อาตมาก็ว่า ก็เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น ก็แล้วแต่ใครนะ ตัวใครตัวมัน ไม่สามารถที่จะมานั่งรวมกัน ก็รู้นะว่าอาตมาเอง ยังไงๆ ก็คือคนที่อาตมาต้องรับอยู่ดี แต่ก็ไม่ยอม ไม่รู้จะดึงดันไปถึงไหน ก็ตัวใครตัวมัน ผู้ที่ควรจะได้ยินไม่มาร่วมประชุมก็หลายคน ก็ใครจะเป็นอีกาคาบข่าวให้ฟังก็ดี ที่จริงการขัดกันมันก็ดี มีประโยชน์แต่ก็ทำให้ช้า หรือทำให้เร็ วก็ได้ มันพาให้ช้าแล้วพาให้เร็วได้ด้วย ถ้าไม่มีอันนี้ก็ไม่มีการขัดเกลาไม่มีสัลเลขธรรม ไม่มีถ่วงดุล โดยเฉพาะปชต.ต้องมีฝ่ายค้านและฝ่ายบริหาร สำคัญคือจิตของใครของมัน จะถูกอย่างไรก็ไม่พร่าประโยชน์ตนเพราะประโยชน์ผู้อื่นแม้มาก ผู้รู้แล้วและสำนึกได้อย่างนี้ทำไปเถอะจะปลอดภัยตลอดกาล ใครรู้ทันก็ได้เร็ว ใครไม่รู้ทันก็ได้ช้า ตัวใครตัวมันนะ สามัคคีคือความขัดแย้งกันพอเหมาะ จะเถียงกันหน้าดำหน้าแดง คือปฏิโกสนากัน ก็ให้พอเหมาะ แล้วอย่าไปเคืองกัน ขัดกันให้ได้มติ ขัดแย้งกัน ถกกันอย่างไรก็ให้ได้มติ แล้วทำตามมติให้ได้

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน