สื่อธรรมะพ่อครู(อักขรนิทัสสน์) ตอน ทิฏฐิ 62 ถึงรากอักขระบาลี.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์12 KB
วันที่แก้ไข13 มิถุนายน 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(อักขรนิทัสสน์) ตอน ทิฏฐิ 62 ถึงรากอักขระบาลี หนึ่งฟ้าอยากให้ขยาย นี่ก็ศึกษาจริงๆ พยายามทำตำรา ให้ขยาย ทิฏฐิ 62 อวิชชา ซ้อนอาริยสัจ 4 ทิฏฐิ 62 แล้วยังแถมอีก อุปาทานอีก หมายถึงอัตตา 3 ซ้อนลงไปอีก ยึดตั้งแต่โอฬาริกอัตตา มโนมยอัตตา อรูปอัตตา วนซ้อนไปหาหยาบ วนมาหาละเอียด กลับไปกลับมา ถ้าไม่จบเวียนหัวไปตลอดกาลนาน

ขยายทิฏฐิ 62 พระพุทธเจ้าตรัสว่าเป็นมิจฉาทิฏฐิทั้งหมด พระพุทธเจ้ายืนยันว่าทิฏฐิมีเพียงเท่านี้ นอกจากคนจะเก่งกว่าพระพุทธเจ้าองค์ใดองค์ ใครจะเก่งกว่ามีทิฏฐิ 63 64 ก็แล้วแต่ ทิฏฐิ 62 มีอดีต 18 อนาคต 44 อดีตกับอนาคต อันไหนจริงกว่ากัน?...อดีตจริงกว่า ถ้ามันเกิดแล้วไปแล้ว อนาคตยังไม่รู้จะเป็นหรือไม่ยังไม่รู้ สั่งสมแล้วเกิดแล้ว อดีตมี 18 เท่านั้น ส่วนความฟุ้งซ่านมีได้ถึง 44 แล้วใน 44 จะเป็น 18 ได้กี่รอบ 44/8 = สองรอบครึ่ง คนไม่จบคือฟุ้งอดีตหรือฟุ้งอนาคต? ก็=อนาคต แล้วอนาคตนี้ไม่ยอมหยุด คตคือคติคือต่อไป ไปคด แล้วอาคือจะมีหรือไม่มีก็ได้ แล้วไปไม่มีก็ได้ หรือไปออกต่อไปก็ได้ อา คต ทีนี้ อนาคต คือ คนยังไม่รู้ที่จะไป อา คต ที่คุณไป ที่จริง อ นี่จะแปลว่าไม่หรือมีก็ได้ อะคือมีก็ได้ไม่มีก็ได้อย่างสั้น อาคือมีก็ได้ไม่มีก็ได้อย่างยาว ถ้าไม่ ไปต่อกับ อา คือ อาน อานนี่ไม่รู้ไปถึงไหน ถ้า อัน มาจาก อน ยังพอเป็นชิ้นเป็นอัน สี่คือภาษามาสื่อสภาวะ พอบอกสภาวะ อัน กับ อาน ภาษาไทยหรือบาลีก็รู้ว่าอันไหนยาวหรือสั้นกว่ากัน พยัญชนะนั้นสื่อสภาวะ ภาษาไทยมันก็เอาความหมายจากบาลี จากบาลีเป็นไทย ก็เข้าหาสภาวะทั้งนั้น คนเอาบาลีมาเป็นไทยจะเบี้ยวแค่ไหนไม่รู้ หรือแปลบาลีเป็นไทยแบบเบี้ยวๆ คือเบี้ยวบาลี คนเบี้ยวบาลีนี้อาตมาก็มาแก้ไข เมื่อยมาก เมื่อไหร่คุณจะยอม ยอม ตัว ย.ยักษ์ ตัวนี้

อ่านต่อ

คือเศษวรรคตัวแรก พลังงานตัวแรก พลังงาน ก คือเต็มสภาพเกิดนี่เต็มสภาพ แต่ ย คือ ธุลีละอองตัวเกิดเป็นตัวแรก ถ้า ย ไม่เกิดก็จะไม่มีอะไรต่อ จะไม่มี ม เพราะฉะนั้นยอมเสียอย่าต่อเลย พลังงาน ย ไม่มีก็ยอมเสียก็ไม่เกิด จิตก็ไม่เกิด ยอมเสียก็จบ สามเส้า แต่ถ้าคุณยังไม่ยอมก็ไม่ลงตัวสามเส้า ยกๆยอๆอยู่อย่างนั้น พูดถึง ยกยอก็นึกถึง ชินกร ไกรลาศ ยอยศพระลอ ถ้าไม่ยอมก็จะ ขึ้นๆลงๆไปๆมาๆ ฐานสูงฐานต่ำ ยกๆยอๆ อยู่อย่างนี้ไม่รู้จักจบ ใช้พยัญชนะสื่อให้ถึงที่สุด รวมเป็นพุทธชีวศิลป์ ถ้าเริ่มต้นรู้ชีวะ ถ้าไม่มีชีวะไม่มีพลังงานจิต พีชะก็สลายเป็นอุตุ ดินน้ำไฟลม กว่าดินน้ำไฟลมจะรวมตัวเป็นพีชะ กว่าพีชะเจริญเป็นจิต จึงต้องเห็นใจ เขาว่าพลังงานของเขาที่พยายามจะเจริญมาเป็นจิตได้ ธาตุรู้ที่สุดคือดีที่สุด อย่าไปกั้นเลย ธาตุรู้ตัวใด ในมหายานจะบอกว่าอาจจะไปเป็นพระพุทธเจ้าองค์ใดองค์หนึ่งก็ได้ อย่าไปทำลายเขา ถ้าธาตุรู้ตัวใดไม่พยายาม พระพุทธเจ้าก็ไม่เกิด เพราะฉะนั้นอย่าไปต้านความพยายามเขา คนเกิดมาก็ต้องพยายามดีทั้งนั้น ถ้าพยายามชั่วไม่เกิดได้มาเป็นคนหรอก มันต้องสอดคล้องกับความจริง ธาตุรู้พระพุทธเจ้าต้องพยายามจากความต้องการที่ทำให้เกิดความบริสุทธิ์ทั้งนั้น ความบริสุทธิ์เท่านั้นที่จะชนะทุกสิ่งทั้งโลก ทั้งเอกภพ

อาตมาพูดแต่ว่าเป็นพระโพธิสัตว์ระดับ 7 ไม่เคยบอกว่าระดับอื่น ระดับ 8 ไม่เคยพูด ทุกวันนี้อาตมาเจริญขึ้นกว่า 7 แล้ว แต่ไม่อยากจะพูด ถ้ามีพลังงานระดับ 8 9 เท่าไหร่ก็เป็นที่อาตมา คนอื่นจะพูดอย่างไรก็แล้วแต่ จะพูดหรือไม่พูด ของจริงมันก็เป็นจริง เราจะไปแคร์คำพูดไม่ได้ คำพูดกับความจริง ต้องเอาความจริง คําพูดนั้นเกิดจากบุคคล ผิดหรือถูกก็ได้ เราก็ต้องแน่ใจของเรา คุณรู้ผิดก็คือผิด รู้ถูกก็คือถูก ก็จบที่ตัวคุณ คนอื่นไม่เกี่ยว ถ้าคุณเป็นตัวหลักที่ถูกแท้จะไปเป็นพระพุทธเจ้าเองก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าเสียเวลา ก็งง วนไปมา แต่ถ้าแน่วแน่ตรงไปเลย ไม่มีเสียเวลาคดงอโค้งเลย สั้นที่สุด เร็วที่สุด สูงที่สุด คือเส้นที่ตรงที่สุด ไม่มีเส้นไหนที่ตรงที่สุด สูงที่สุด เร็วที่สุด โค้งนิดโค้งหน่อยก็ไม่ดี ตรงให้ได้ ซื่อสัตย์ให้ได้อย่าเหลาะแหละ ใช้พยัญชนะสื่อภาษา กลับไปที่ ทิฏฐิ 62 อดีต 18 แต่อนาคตมี 44 มีสองเท่ากว่าของอดีต เพราะว่า คิดฟุ้งซ่านบ้าบอไปได้อีกสองส่วน คนที่หลงในอนาคต เพ้อไปในอนาคตของตนจึงช้า ถ้าคนที่มั่นใจว่า ผู้นี้ผู้รู้แน่ สืบทอด DNA จากพระพุทธเจ้านั่นคือคนที่ แท้เพราะว่าเอาคำว่าโลกนี้โลกหน้ามาขยายความ โลกคือความวน ความวนที่จริงที่สุดคือปัจจุบัน ถ้าทำจริงที่ปัจจุบันให้จบได้ก็จบเป็นอดีต แต่ทำไม่ได้ก็ฟุ้งไปอนาคต สองเท่าสามเท่า ผู้ใดจบไม่ลง รู้ไม่ได้ว่าเขาพาจริงพาจบ ผู้นี้มีตัวกูของกู มีอาจารย์กู (อาจารย์ผิด) ถ้าอาจารย์พาถูกจะตรงกับของพระพุทธเจ้า คนที่พาผิดก็มีมวล คนที่ ถ้าให้ทำผิดจะมีมวลมากกว่า คนที่หลงมวลมากอยู่จะซวย แต่ข้อสำคัญที่ว่าน้อยนี่น้อยถูกหรือเปล่า ใครก็อยากรู้ถูก อันนี้บังคับไม่ได้ จบแล้ว คุณต้องรู้ถูกเอง ปัจจัตตังเวทิตัพโพ ความจบของพระพุทธเจ้า คุณต้องจบเอง คุณต้องรับผิดชอบเอง คุณจะต้องไปฟังจากสัตบุรุษ ถ้าตัดสินผิดก็ขยับเวลาไปอีก ตัดสินถูกก็จบลงได้ รับผิดชอบตนเอง อาตมามีความจริงใจที่จะให้ถูกที่สุด ส่วนที่จะผิดบ้าง แน่นอนอาตมาเป็นขั้นที่ 7 ไม่ใช่ขั้นที่ 9 แต่ใครจะบอกว่าไม่เอา 7 จะไปเอา 9 ก็ไปหาเอาสิ ตอนนี้ไม่มี 9 มีแต่ 7 ถ้าไม่มักใหญ่มาก ก็จะเด็ดดอกหญ้าแซมผมได้ ถ้าคุณเป็น 8 เป็น 9 ก็ใหญ่กว่าอาตมา อาตมาก็ต้องดูว่า ภูมิธรรมอาตมา คนนี้เป็นพี่ใหญ่กว่าอาตมาจริง หรือคนนี้มาแอ็คอาร์ทใหญ่ไม่จริงก็จะรู้ มันซ้อนที่ว่าคนที่ใหญ่ทางรูป กับใหญ่ทางนาม รูปเป็นสิ่งที่รู้ได้ง่ายกว่า อาตมายืนอยู่ข้างนามจึงรู้ได้ยากกว่า อาตมาไม่ริษยารูป คนที่ทำรูปมามาก นานกว่าอาตมา อาตมาก็ต้องดูว่ารูปที่แสดงออกมาแล้วนามธรรมถึงไหน เราก็ใช้ของเราเองเป็นตัวเรียนรู้ตัดสิน ในระดับสูงอย่างนี้พ้นริษยากัน มีแต่รู้ความจริงตามความเป็นจริง สุดท้ายจริง ๆ ความรักสูงสุด ใครจะเทิดทูนใคร คนที่เทิดทูนคนนั่นแหละสูงกว่าคนที่ข่มคน ใครยังมีธาตุตัวข่มคนอยู่ก็ให้เลิก เรายกย่องแม้แต่ศัตรู เราอย่าข่มเขา ศัตรูจะทำวิบากเขาก็เป็นวิบากเขา ถ้าทำถูกก็ดี แต่ทำผิดเขาก็จะรับผิดชอบวิบากเขาเองปล่อยเขาไป อวิชชา ไม่รู้นั้น ท่านแบ่งเป็น 8 ไม่รู้..ทุกข์ (ทุกฺเข อญฺญาณํ) ไม่รู้..ทุกขสมุทัย (ทุกฺขสมุทเย อญฺญาณํ) ไม่รู้..ทุกขนิโรธ (ทุกฺขนิโรเธ อญฺญาณํ) ไม่รู้..ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา (มรรคมีองค์ ๘) ไม่รู้ในส่วนอดีต (ที่ไม่เที่ยง) ปุพพันเต อัญญาณัง ไม่รู้ในส่วนอนาคต (ที่ไม่เที่ยง) อปรันเต อัญญาณัง ไม่รู้ทั้งส่วนอดีต-ส่วนอนาคต (ไม่รู้สิ่งที่เที่ยงแท้เท่ากันหมดแล้ว) (ปุพพันตาปรันเต อัญญาณัง) . ไม่รู้ในธรรมทั้งหลาย ที่อาศัยกันเกิดขึ้นเป็นห่วงโซ่แห่ง การเกิดทุกข์ หรือดับทุกข์ ตามหลักปฏิจจสมุปบาท (พตปฎ. ล.34 ข.691 ว่าด้วย อกุศลเหตุของโมหะ)

ปัจจุบันเป็นตัวตัดสินยืนยัน จะเอาอดีตคืออนาคตเป็นตัวตัดสินไม่รู้ได้ง่าย ปัจจุบันเป็นตัวจบ ทุกอย่างต้องมีภายนอกและภายในเป็นปัจจุบัน สามเส้าสุดท้ายคือ ภายนอก ภายใน ปัจจุบัน ใครงมงายอยู่กับภายนอก ก็เอาภายในมายืนยัน ใครอยู่กับภายใน เอาปัจจุบันยืนยันภายนอก อย่างทักษิณ มหาบัว ธัมมชโย ไม่รู้ภายนอก ภายนอกยืนยันได้แต่ภายในยืนยันไม่รู้ได้ ถ้ามีสัจจะตรงกัน ยืนยันภายในก็เอาภายนอกยืนยันได้ แต่ถ้ามีภายในผิดก็ยืนยันภายนอกผิด คนอื่นจะช่วยตัดสินว่าผิดได้ คนอื่นรับรู้ด้วย ไปไหนไม่รอดต้องออกมาข้างนอกและต้องเป็นปัจจุบัน ข้างนอกและปัจจุบันนี้ ภาษาบาลีว่าทิฏฐะหรือทิฏฐิ ฏ ฐ และ ท สามเส้าของพลังแรง (พ่อครูไอ ช่วยตัดออกด้วย) สมณะเพาะพุทธว่า...พ่อท่านพยายามอธิบายภาวะภายในมาเป็นภาษา โดยอาศัย ภาษาบาลีมาอธิบาย อาตมาฟังตามก็บอกตรงๆว่าเข้าใจตามได้บ้าง ไม่ทั้งหมด แต่พยายามอยู่ เมื่อสักครู่พ่อครูอธิบายความจริงภายในต้องเอาออกมาข้างนอกและในปัจจุบัน คนเทิดทูนคนย่อมดีกว่าคนที่กดข่มคน ที่สุดแล้วเรายกย่องแม้แต่ศัตรู หลวงปู่สวนโมกข์ ว่า อันศัตรูคือผู้จู่มาสอบไล่ พระพุทธเจ้าว่าสมณะทั้งหลาย ยอมไม่เป็นศัตรูกับใคร สิ่งที่เราไม่ควรข้องแวะคือมิจฉา คนตาดีจะมองเห็นทั้งคนตาบอดและคนตาดี ส่วนคนตาบอดมองไม่เห็นทั้งคนตาดีและคนตาบอด พ่อครูอธิบายถึง ดับอย่างสว่าง สลายแยกไปอย่างรู้ๆ คำว่านิโรธ เป็นลักษณะดับ วิมุติเป็นลักษณะของปัญญา พ่อครูอธิบายถึงวิบาก ที่เป็นเรื่องอจินไตย

พ่อครูว่า... ทิฏฐธรรม นั้นมีสภาพ 1.เป็นปัจจุบัน 2.มีอยู่ 3.แข็งแรง เป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่ามีอยู่คือสภวะ เอากาละเวลา นั้นๆ ปัจจุบัน แล้วก็มีความเร็วความแรง ถ้าไม่มีความเร็วความแรงก็จะดับไปเอง แต่ที่เป็นพิษภัยคือเกินกว่า 60 70 คือที่อาตมากำลังอธิบายอยู่ คือ Coefficient เป็นตัวที่มีตัว constant คงที่ และมีตัว Dynamic เป็นตัวเคลื่อน เป็นปฏิกิริยารอบ เป็นตัวแปรที่ซ้อนรอบอยู่ มีเงื่อนไขว่าต้องเป็นตัวแปรระดับคูณ จึงจะก้าวหน้า ถ้าเป็นระดับบวกจะไม่มีผล ถ้าเป็นระดับยกกำลังจะยิ่งเจริญก้าวหน้า ถ้าดีก็จะก้าวหน้า แต่ไม่ดีต้องช่วยกันกำจัด โดยไม่ต้องไปฆ่าเขาหรอก แต่ของศาสนาพุทธปล่อยให้เขาตายเอง ไม่ต้องร่วมมือหรอก หรือคู่วิบากเขาจะไปจัดการเอง มันลงตัวของมันจะเป็นเช่นนั้น สรุปแล้วอาตมายังมีเวลาอธิบาย ผู้ที่ต้องการศึกษาอยากจะได้ความจริง จนสรุปแล้วมีชีวิตอย่างไม่ทุกข์ ทุกข์จะแบ่งเป็น โทมนัส ละเอียดกว่าทุกข์ แล้วจะเป็น อุปายาสะ โศก ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส ทำให้ทุกข์เล็กลงละเอียดหรือภายใน ภายนอกหมด จนภายในก็เหลือแต่ อุปายาสะ อุ คือสามเส้า อะ อิ อุ ส่วน ยา คือพลังงาน เกิดอยู่ ส คือตัวตน ใครจำบัญญัติที่อาตมาพูดได้ เอาไปใช้งานได้ ก็เป็นผลสำเร็จต่อโลกต่อสังคม 600611_วิถีอาริยธรรม สันติอโศก เรื่อง เจาะลึกรากฐาน ศีลสมาธิปัญญา

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน