อาหารเนื้อสัตว์เป็นบาปมิใช่บุญเป็นอันมาก 5 ประการ.docx
เนื้อหาในไฟล์
อาหารเนื้อสัตว์เป็นบาปมิใช่บุญเป็นอันมาก 5 ประการ _พ่อครูว่า... อาตมาว่าชีวิตชาตินี้ อย่างไรอย่างไรก็นึกถึงตัวเองแล้วตลอดชีวิตมา ที่ได้ฟื้นขึ้นมาเห็นรู้ตัวเองว่า เราเป็นใคร เราจะต้องมาทำอะไร ได้เลิกทางโลกีย์จะไปแย่งชิงลาภยศสรรเสริญโลกียสุขเด่นดังอะไรตามโลกเขาทิ้งเลย แล้วก็มาทางนี้มาทางโลกุตระ มาตอนแรกไม่ได้เด่นดังอะไร ดังอย่างถูกด่าชนิดที่เขาจะเอาตายเลยนะ จนพยายามทำความจริง มีธัมโมหะเวรักขะติธัมมะจาริง ธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม อาตมาจึงได้รอดมาจนถึงทุกวันนี้ 50 ปี นี่ก็เป็นรูปเป็นร่าง มีรูปธรรมของมนุษยชาติ ที่เข้าใจทฤษฎีนี้ ทฤษฎีโลกุตระของพระพุทธเจ้าแล้วก็เอามาประพฤติปฏิบัติ จนกระทั่งได้ตั้งแต่เด็ก อายุที่พอรู้เดียงสา 7 ขวบขึ้นไปก็ค่อยๆเข้าใจขึ้น อายุไปเรื่อยๆจนแก่เฒ่า มันก็เป็นความจริงที่ปลูกฝังยืนยันลงไปแล้ว ไม่ได้แกล้ง แต่ทำจริงๆด้วยความบริสุทธิ์ใจ แกล้งก็ได้ถ้าใครแกล้งทำได้ก็เอาสิ ใครจะแกล้งทำอย่างนี้ได้แล้วเกิดผลอย่างนี้ เอา ไม่มีปัญหาหรอก ทำให้ได้ก็แล้วกัน ทำแล้วให้เกิดเป็นจริง ซึ่งมันยาก ไม่ใช่ง่าย แต่ยากนี่แหละมันยังทำได้ อันนี้แหละมันจึงเกิดความมหัศจรรย์ สิ่งที่ยาก ยากจริงๆนะ ไม่ใช่เรื่องเล่น เป็นเรื่องมหัศจรรย์ ตั้งแต่ศีลข้อที่ 1 คนไม่ฆ่าสัตว์เนี่ย มันเป็นความหัศจรรย์แล้ว แม้ที่สุดสัตว์มันจะทำร้ายเรา เราก็ไม่ทำร้ายตอบสัตว์ สัตว์มันทำร้ายเราจนกระทั่งบางทีเจ็บ เราก็ไม่ได้โกรธเคืองแค้นสัตว์ เพราะเรารู้ว่าสัตว์มันก็ไม่รู้เรื่องอะไร มันเป็นเดรัจฉาน เราไปโกรธสัตว์เราก็โง่กว่าสัตว์ มันไม่ได้เรื่องอะไร เราไม่แค้นพยาบาทเราเข้าใจเรื่องกรรมวิบากอย่างดี เพราะฉะนั้นผู้ที่มีโลกุตรธรรม แม้แต่ศีลข้อที่ 1 เกี่ยวกับสัตว์กับคน แล้วยิ่งมาไม่กินเนื้อสัตว์มันยิ่งสูงส่งมหัศจรร
อ่านต่อ
ย์ลึกเข้าไปอีก นอกจากไม่กินแล้วก็เข้าใจเรื่องกรรมวิบาก เราเลิกกัน วิบากเกี่ยวกับสัตว์ จะลึกซึ้งจนกระทั่งจองเวรจองกรรมกัน เป็นเรื่องของจิตวิญญาณที่สัตว์ชายมันไม่รู้ แต่มันมีสัญญา มันทำงาน มันจองเวรจองกรรมอะไรต่ออะไรต่างๆนานา สัตว์เดรัจฉานตั้งแต่สัตว์เซลล์เดียวจนเป็นล้านๆๆเซลล์ มันจองเวรจองกรรมทั้งนั้น มันรักมันชัง มันผูกโกรธ ผูกรัก สัตว์ไปล่อให้มันรักมันก็รัก ไปทำให้มันชังมันก็ชัง ผูกโกรธ ผูกรัก ผู้ศึกษาธรรมพระพุทธเจ้าแล้วไม่ผูกโกรธ ผูกรัก อยู่กันอย่างอภัย อโหสิ ไม่ติดผูกพันกันต่อไป จึงเป็นเรื่องสุดสูงส่ง เป็นเรื่องมหัศจรรย์ เพราะฉะนั้นสัตว์ก็คือ เราก็รู้สัตว์ก็มีชีวิตของเขา ไปตามวิบาก วิบากของเขามีหนักมีเบามียากมีลำบากมีง่าย มันก็เป็นของของตน ของเขา กัมมัสโกมหิ ไม่มีใครมาทดแทนทำแทนเสแสร้งไปได้ เป็นของของตน จะลึกซึ้งว่ากรรมวิบากเป็นอจินไตยซึ่งไม่ใช่เข้าใจกันได้ง่ายๆ เพราะฉะนั้นเรื่องสัตว์แล้วแม้จะไม่กินแล้วจนกระทั่งถึงขั้นชีวกสูตร 1. ผู้นั้นกล่าวอย่างนี้ว่า “ท่านทั้งหลายจงไปนำสัตว์ชื่อโน้นมา” (อุทิศ, อุททิสสะ คือ เจาะจงมุ่งหมายไปที่สัตว์ชื่อนั้น) 2. สัตว์นั้นเมื่อถูกเขาผูกคอนำมา ย่อมได้เสวยทุกข์โทมนัส 3. ผู้นั้นพูดอย่างนี้ว่า “ท่านทั้งหลายจงไปฆ่าสัตว์นี้” 4. สัตว์นั้น เมื่อกำลังถูกเขาฆ่าย่อมเสวยทุกข์โทมนัส 5. ผู้นั้นย่อมยังตถาคตและสาวกตถาคต ให้ยินดีด้วยเนื้อเป็นอกัปปิยะ ชื่อว่าย่อมประสพบาปมิใช่บุญเป็นอันมาก (ตถาคตํ วา ตถาคตสาวกํ วา อกปฺปิเยน อสฺสาเทติ อิมินา ปญฺจเมน ฐาเนน พหุง อปุญฺญํ ปสวตีติ) ชีวกสูตร ล.13 ข.60 แม้กระทั่งมีที่จิตเป็นอกุศลแล้ว เปล่งชื่อสัตว์ เฮ้ย ปลาช่อนตัวนั้น ชี้บอกคนอื่น คนอื่นไปจับมาเลย ถ้าเรามีอิทธิพล เราพูดอย่างนี้ผู้ที่สนองอิทธิพลจะรีบไปจับมาเสนอหน้าเลย จับปลาช่อนตัวนั้นมา 1.แค่กล่าวชื่อเอ่ยชื่อปลาช่อน 2. สัตว์ตัวนั้นถูกจับผูกมามันไม่ชอบมันก็เป็นทุกข์มันก็ผูกโกรธ บาปเป็นอันมากไม่ใช่บุญเลยเป็นข้อที่ 2 3. สั่งฆ่า คิดดูสิ มันจะเป็นลำดับๆๆของมัน ร้ายแรงขึ้นเรื่อยๆ สั่งฆ่าแน่นอนชัดเจนแค่สั่งให้ฆ่าด้วยเจตนากุศล มันบาปได้อย่างไร เพราะว่าคุณมีอกุศลจิตเป็นต้นเค้าแล้ว สัตว์มันมีอยู่จะไปออกชื่อมันทำไม บอกชื่อด้วยอกุศลจิต หากเป็นกุศลจิตออกชื่อมันก็อาจจะอีกอย่างหนึ่ง นี่มันอกุศลจิต แล้วคนก็ไปจับมาสนองอารมณ์ตัวเองเลย สัตว์มันก็ทุกข์ทรมานที่มันถูกจับผูกมัดมา มันก็เป็นวิบากบาปแล้ว สะสมลงไปแล้ว พอมาถึงยังไม่พอ ยังสั่งฆ่า แน่นอน คนสั่งฆ่าบาปแน่นอน สัตว์ตายด้วยการถูกฆ่า ทรมานทรกรรม บาปแรงกล้าเป็นข้อที่ 4 เลย ข้อที่ 5 ยังไม่น่าอีก เอาเนื้อสัตว์ที่ฆ่ามาทำอาหาร อาหารอย่างปราณีตเลยฝีมือปรุงแต่งอย่างเก่ง เพื่อไปถวายภิกษุ สาวกพระพุทธเจ้า หรือถวายพระพุทธเจ้า เพื่อให้ยินดีในอาหารเนื้อสัตว์นี้ ร้ายแรงที่สุดเลยคนที่มีจิตแบบนี้แล้วทำแบบนี้ ฟังดีๆทวนมาไม่รู้กี่ทีแล้ว นี่ชัดยิ่งขึ้นไหม มันเป็นอกัปปิยะ เป็นสิ่งไม่ควรเลยในความเป็นคนที่จะกระทำ เอาเนื้อสัตว์ไปถวายภิกษุ ยิ่งพระพุทธเจ้าอยู่เอาไปถวายพระพุทธเจ้า จะได้บาปหรือได้บุญมาก แม้กระทั่งว่าจะถวายพระพุทธเจ้า เด็กๆ ลองตอบซิ เอาแกงเนื้อสัตว์อาหารเนื้อสัตว์อย่างดีไปถวายพระพุทธเจ้า กับไปถวายภิกษุธรรมดา จะให้ภิกษุยินดีในอาหารเนื้อสัตว์นี้ อย่างไหนบาปกว่ากัน ....ถวายพระพุทธเจ้าก็ต้องบาปมากกว่าแน่ บังอาจทำให้พระพุทธเจ้าไปติดยึดในเนื้อสัตว์ 5 ข้อนี้ ถ้าเข้าใจอย่างที่อาตมาอธิบายแล้ว ใครมันจะกล้าไปกินเนื้อสัตว์ เรื่องของกรรมวิบากเป็นอจินไตยอย่างนี้ปานฉะนี้ แต่มันเป็นอจินไตย คุณไม่รู้ว่ามันจะเกี่ยวเนื่องกันขนาดนี้หรือบาปบุญมันเป็นอย่างนี้หรือก็อธิบายสู่ฟังไม่ได้โมเม ไม่ได้จับแพะชนแกะแต่มันเป็นเหตุปัจจัยของกรรมวิบาก เพราะฉะนั้นการไม่กินเนื้อสัตว์นี่แหละ คนไม่กินเนื้อสัตว์นี่แหละเป็นความมหัศจรรย์ไหม แล้วเรามาไม่กินเนื้อสัตว์ ไม่ใช่เพราะว่าเรื่องสุขภาพ กินแล้วสุขภาพจะได้ดี กินแล้วจะได้กุศลได้บุญแบบโลกีย์คิดๆไป ไม่ใช่ แต่ลึกซึ้งเป็นโลกุตระ เพราะเป็นกรรมวิบากที่เป็น อจินไตยที่ไม่ได้เข้าใจง่าย อย่างที่อธิบายไป คร่าวๆนะ 650228 รายการ ตุ้ม ตะลุ่ม ตุ้ม ม้ง ครั้งที่ 29 อโศกเพื่อมวลมนุษยชาติได้ด้วยพืชพันธุ์ธัญญาหาร