191217 พระแท้ทำแต่ประโยชน์ท่าน-พ่อท่าน-สันติอโศก.txt

โฟลเดอร์2519 TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร กำลังจัดหน้า
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์184 KB
วันที่แก้ไข26 เมษายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันนี้วันศุกร์ที่ 17 ธันวาคมพุทธศักราช 2519 พ่อท่านพระที่รักอบรมธรรมะเช้าณพุทธสถานสันติอโศกวัดกันเท่าที่เราจะทำกันไปผมมีการงานผมมีกรรมอันที่กระทำอยู่ที่ยังมีขันธ์ 5 มีรูปคั้นน้ำคั้นอันเป็นไปโดยสิ้นคิดผมมีความบริสุทธิ์เท่าที่ผมมีสิทธิ์ผมมีความปรารถนาเรียกว่าอิจฉาว่าจรหรือเอา อังกาเคยยักษ์ปากคันขาวผจญจิตก็มีความปรารถนาหรือมีความต้องการที่จะกระทำอยู่เท่าที่ผมเห็นที่ผมเข้าใจผิดที่ว่าผมเห็นดีผมเข้าใจว่านี่ดีและก็ไม่มีอะไรที่จะดีไปกว่ากระทำดีตามที่ผมเข้าใจตามภูมิตามสัญญาตามความนึกคิดของสัตว์โลกตัวหนึ่งผมจึงยังมีชีวิตอยู่กับการงานมีชีวิตอยู่กับการกระทำที่ผมเห็นแล้วว่าดี บาปบริสุทธิ์ใจที่สุดและในความบริสุทธิ์ใจนั้นผมพยายามวิเคราะห์ผมพยายามซ้ำซ้อนลงไปว่าผมเห็นแก่ตัวหรือเปล่าผมทำเป็นเลขเป็นคนหรือเปล่าผมหลงเสพว่าที่ผมทำแล้วเป็นสุขหรือว่าผมจะทำสิ่งที่กระทำไปนั้นเป็นสิ่งที่จะยังย้อนผลให้มาเพื่อเราเพราะเราอยากได้ก็ปรารถนาจะเอาให้มีสิ่งตอบแทนแน่ๆกลับมาเป็นของเรายังมีเศษเหลืออยู่หรือเปล่าหรือทำไปโดยบริสุทธิ์ใจผมพยายามภาคเพียงพยายามที่จะกระทำและก็พยายาม วิเคราะห์ซ้อนซ้อนซ้อนให้ละเอียดลงไปเสมอเมื่อไม่มีนั่นผมถือว่าที่สุดแต่ผมไม่ได้มีเล่ห์เหลี่ยมไม่ได้มีความโค้งคดอะไรที่จะกระทำอะไรให้มาให้แก่เป็นตัวมาให้กลับมาย้อนเป็นการแลกเปลี่ยนให้แก่ตัวแม้แต่ความสุขอย่าว่าแต่สรรเสริญอย่าว่าเป็นยศอย่าว่าเป็นรากเลยไม่มีผมวิเคราะห์และพยายามอ่านเมื่อมันไม่มีความโค้งไม่มีความคดไม่มีความวนถ้าโค้งนิดนึงมันก็จะวนไปกว่าจะกลับมาถึงตัวถ้าไม่โค้งเลยก็จะซื่อตรง ไปทิศทางเดียวไม่มีวัฏฏะไม่มีความวนไม่มีสังสาระไม่มีความโค้งเมื่อไม่มีสังสาระไม่มีวัตถุไม่มีความโค้งก็มีแต่สาระอันนั้นเป็นสาระอันนั้นอย่างซื่อๆอย่างตรงๆอย่างแท้ๆเร

อ่านต่อ

ียกว่าสัจธรรมผมทำอย่างนั้นจริงๆแล้วพยายามอย่างนั้นจริงๆตรวจจิตใจตัวเองจริงๆพยายามกระทำพยายามอ่านแล้วก็ให้มันละเอียดละเอียดแล้วมันจะละเอียดเข้าคนทุกคนคิดว่าอย่างที่ผมเป็นนี่แหละทุกคนสำหรับผู้ที่เป็นเท มาแล้วหรือเป็นพระแล้วแต่ความละเอียดที่จะอ่านหรือวิเคราะห์จิตของตัวเองลงไปว่าตัวเองยังหลงแก่ตนยังเหลือเศษอัตราอัตราเป็นสุขบ้างอัตราเป็นสรรเสริญบ้างแม้จะไม่หลงถึงคำว่ารักที่รักคือสิ่งแรกเปลี่ยนแต่เราเข้าใจมันไม่ได้บางทีเราก็แลกเปลี่ยนเอามานะยศหรือว่าแค่แต่ได้คำชมเชยสิ่งยกย่องเรียกว่าสรรเสริญก็ถือว่าเป็นรากเป็นความพอใจซึ่งมันเบาแล้วล่ะได้แค่สรรเสริญหรือได้แก่ความชุมชนรากแรกเนี่ย ทำเพื่อความชมเชยจ่ายไปมากเป็นวัตถุเป็นขอเป็นก้อนเยอะแยะแต่ได้รับความชุ่มชื้นกลับมาเขาก็พอใจแล้วสักคำหนึ่งเขาก็พอใจแล้วก็เป็นได้นั่นเรียกว่ายังเหลืออัตตายังเหลือความต้องการหายังเป็นสิ่งยังมีแลกลาต่อลาภในปรารถนาสิ่งที่แร่และกันอยู่ไม่ได้เรียกว่ายังเหลือเศษอัตราเพราะว่าเราทำอะไรทุกอย่างไม่เป็นสุขหรอกไม่ใช่ความสุขไม่ใช่ทำเพื่อเสพเพื่อเสนอสอบถามก็เป็นการกระทำเหนื่อยบางทีเหนื่อยมากต้องต่อสู้ หากต้องพยายามใช้กำลังวังชาใช้สติปัญญาอย่างมากเพื่อที่จะกระทำให้ดีที่สุดบางทีนี้ถูกต่อต้านหนักแรงบางทีเห็นแต่ของหนักยากแก่การเขียนยากแก่การใสไปจูงไปดึงไปออกแรงออกแรงกายออกแรงปัญญามากไม่ใช่สุขเลยทุกข์หรือว่าต้องทนยากทนลำบากแต่เราก็รู้ว่าเกิดมาก็กระทำมีการงานมีความเป็นไปอยู่ถ้าใจเราไม่วางจะทุกข์มากทุกข์มันอยู่ที่ใจยึดเพราะถ้าใจเราไม่ยึดเรารู้ความจริงตามความเป็นจริงว่าสิ่งนี้ควรกระทำสิ่งนี้เป็นการงาน เกิดอยู่เพราะเราก็ยังเกิดอยู่เรายังเป็นอยู่นั่นเองเราจึงมีสิ่งที่เกิดเรียกว่าการงานเกิดหรือการกระทำเกิดเราก็มีการงานเราก็มีการกระทำนั้นอยู่เท่านั้นเองเพราะการงานนั้นดีก็เป็นของดีเรียกว่าบุญเรียกว่ากุศลเรียกว่ากรรมดีแล้วก็ยังทำดีนั้นให้ถึงพร้อมเขาเรียกว่าอย่างกุศลกรรมให้ถึงพร้อมอยู่ตลอดไปก็เป็นความจบมันจบอยู่ที่นั่นเมื่อยก็พักทนไม่ไหวแล้วเคลียร์แล้วเคลียร์แล้วหมดกำลังแล้วก็พัก เรารู้พักและเรารู้เพียงเรารู้เวลาจะกระทำและเรารู้เวลาที่ควรหยุดบางทีเราอาจจะต้องเหนื่อยแต่ก็ยังเห็นในสิ่งที่เป็นประโยชน์บางทีอาจจะต้องทรมานตนเข้าไปนิดนึงแล้วเราก็รู้ว่าเราทรมานตนเบียดเบียนตนอยู่บ้างแต่ก็รู้ว่าเป็นไปโดยไม่ยากเป็นไปโดยไม่ลำบากนักรบกระทำได้พอไปได้ประโยชน์นั้นมีมากโอกาสนี้หาได้ยากเราก็ฉวยโอกาสนั้นทำประโยชน์นั้นเพื่อยังให้เกิดขึ้นในโลกแล้วก็กระทำอยู่บางครั้งบางคราวเราทนยากเบียด คนบ้าก็ไม่เป็นไรถ้าเบียดเบียนตนพอสมควรพอทนได้เราทนได้โดยไม่ยากเราทนได้โดยไม่ลำบากมีฌานทั้ง 4 รู้อยู่ในความดีมีวิตกวิจารเข้าใจแยกแยะรู้อยู่เบียดเบียนตนก็รู้และก็ปิติก็มีรู้ในดีปิติตัวนี้ไม่ได้หมายความว่าหลงลืมไปในเรื่องที่เพลิดเพลินบันเทิงใจอะไรไม่ใช่แต่ให้ฟังแล้วฟิตๆอันสุดท้ายก็คือตัวที่เกิดตามให้เกิดนั่นคือดีแล้วก็รู้ได้ดีนั้นแล้วเราก็ให้ดีนั้นเกิดโดยการกระทำโดยการสร้างโดยการก่อโดยการบันดาลให้เกิดมันเป็นบทของลูกบทมันเป็นกฎ รูปบดหรือว่ามันเป็นบุตรของเรามันเป็นการคลอดการเกิดการมีการเป็นเพราะเรากระทำจึงเป็นสิ่งที่เรียกว่าปิติเป็นสิ่งที่ยังลงเพราะเราเรียกว่าปะปะเนี่ยมันเป็นไปอย่างลงปกติแต่ไม่เอาที่ปุตตะที่เรียกว่าบุตรไม่เอาถึงปุตตะจะเอาแค่ปิติเอาแค่แรงขั้นหนึ่งทำไปเต็มที่เรียกว่าไตรลักษณ์เต็มรอบด้วยแต่ไม่เอาถึงปู่ไม่ให้เลยเถิดไปยึดเอามีอะไรไปช่วยเอาไว้ด้วยเราไปช่วยเอาไว้เป็นเรา ไม่ใช่ลูกเราสร้างบุตรแต่ไม่ใช่บุตรไม่ยึดเอาว่าเป็นบุตรของเราเป็นของดีของโลกเพราะฉะนั้นสิ่งที่เราสร้างปีนี้คนอยากได้บุตรอันนี้ใครก็เอาเพราะเป็นของดีเขาจะรับเอาไปเชียวเราไม่ยึดว่าเป็นของเราไม่หวงแหนไม่ทุกข์โศกไม่เดือดร้อนและบุตรคำนี้ไม่ได้หมายความว่าเพียงเมื่อคลอดออกมาจากท้องพ่อท้องแม่สิ่งอะไรก็ตามที่เป็นของดีเป็นความดีเป็นการกระทำดีแม้จะเป็นแท่งเป็นก้อนก็เป็นของเราที่ก่อเข้ามาสร้างมาจะทำออกมาเรียกว่าปฏักในความหมายที่แบบปิติไม่ได้แพ้ไม่ใช่ปะป๋าที่มีความหมายว่า มันเป็นศิษย์สร้างผู้ใดเข้าใจถึงความเป็นจริงที่เป็นรากเหง้าและก็ยังอ่านใจตัวเองออกรู้ถึงรากเหง้าใจและรู้ถึงสิ่งที่เป็นสมมุติกายกรรมวจีกรรมสร้างออกมาเป็นรูปกายกรรมเป็นแท่งเป็นก้อนสร้างออกมาเป็นวจีกรรมแล้วก็รู้ว่าวจีกรรมอย่างนี้สุภาพวจีกรรมอย่างนี้ดีเป็นธรรมะเป็นสิ่งที่ประเสริฐไม่เกิดความแตกแยกไม่เกิดความบาดหูและเกิดความวิบัติไม่สอดเสียดไม่ทิ่มแทงให้เกิดการแตกการผ่าการตัดไปโดยที่ไม่ใช่เวลา ไม่ใช่การละไม่ใช่อันควรแล้วเราจะรู้ละเอียดไปในแม่ว่าจ๋าว่าอะไรเรียกว่าสุภาพอะไรในวันดีอะไรเรียกว่าสุจริตวาจาอะไรเรียกว่าทุจริตวาจาถ้ามันไม่งามมันก็เป็นทุจริตถ้ามันไม่ดีก็ไปทุจริตทำงานมันดีก็เรียกว่าสุจริตวาจาหรือสุจริตสุจริตเพราะการกระทำออกไปทางกายจะทำออกไปมากก็ดีแล้วแม้ทางการที่รู้ชัดผู้ใหญ่ก็วาจาด้วยซ้ำไปเราก็จะกระทำทางกายออกมาชัดเจนของมันเด่นมันเป็นดีมันก็ดีนะมันไม่ดี แล้วก็ออกมาทำลายกายกรรมยิ่งอยากตอบว่ากี่กรรมไม่ต้องรู้ในกรรมทั้งหลายแหล่ที่เราทำมาออกเป็นรูปเป็นแบบเป็นตัวเป็นตนเป็นแท่งเป็นก้อนแล้วถ้ามันทรุดจริตหรือมันหยาบมันต่ำมันบาปมันไม่ดีไม่งามเอารถเสียเลิกเสียอย่าทำวจีก็ดีแล้วต้องปรับปรุงทั้งกายทั้งวจีต้องปรับปรุงให้มันงามให้มันดีพร้อมให้มันได้ประโยชน์สูงเสมอมันจึงจะลงลองลงช่องในศาสนาพุทธหรือว่าอันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเราสอนเรื่องกรรมเป็นที่สุดเรารู้และเราก็ทำได้ เป็นที่สุดโดยกรรมบทอัตราเพราะว่าหมดเสพไม่เสพเป็นสุขไม่เสพเป็นสรรเสริญไม่เสพเป็นยศไม่เสพเป็นลาภหมดแม้แต่ผัสสะใดก็เป็นความจริงตามจริงของมันเป็นรูปรถเป็นเสียงสัมผัสตามนั้นไม่ได้เสพในรถที่รับมาจากสัมผัสไม่มีสุขและก็สุขเป็นรสสัมผัสไม่มีเราไม่ได้เสพสิ่งเหล่านั้นจึงเรียกว่าเรากระทำเป็นแต่เพียงเรากระทำเราทำการงานเรามีการงานเป็นแต่เพียงการงานเพื่อการงานนั้นดีมันก็เป็นการงานดีมันก็ไม่มีอื่นการงานดีนี้ค้ำจุนโลกการงานดีนี้เป็นของ ได้ให้แก่โลกเป็นของได้ให้แก่โลกโลกมีส่วนกำไรหรือมีส่วนได้ก็เพราะกรรมของเราเพราะการกระทำของเรามันอาจจะต้องเข้าใจกรรมให้ละเอียดละออเข้าใจทำให้ถึงที่สุดแล้วก็กรรมเป็นตัวเก่าของมันเองเพราะเราไม่ได้แบ่งเซลล์มาเป็นอัตราดังกล่าวแล้วแม้แต่กระทำออกไปเราก็สัมผัสมันอยู่เรารู้มันอยู่แต่เราไม่ได้เสพไม่ได้สัมผัสนั้นว่าเป็นสุขไม่ได้สัมผัสสิ่งนั้นเพื่อจะเป็นสิ่งแรก สรรเสริญได้มาซึ่งยศได้มาซึ่งเราไม่มีจิตใจเราต้องไม่มีจริงๆรู้ว่าเราไม่ได้ต้องการอะไรเข้ามาตอบแทนโลกนี้มันจะตอบแทนกันเองไม่ต้องต้องการการตอบแทนมันจะตอบแทนมาเองเมื่อมันดีมันงามพร้อมมันก็จะเป็นบทที่ดีงามพร้อมออกไปผู้ที่มีปัญญาจะรู้แล้วก็ผลมันจะสะท้อนย้อนกลับเองให้แก่เราถ้าเราเป็นผู้กินน้อยใช้น้อยเป็นผู้ที่เปลืองน้อยเราอยู่ได้อย่างสบายเราจะอยู่ได้อย่างสบายเพราะสิ่งที่ตอบแทนมาหมุนเวียนมาเนี่ยแม้เราจะลงทุนไปมากทำไปมากออกไปเยอะแต่หมุนเวียนมันน้อยเราก็พอกินพอใช้ เราก็อยู่ได้แล้วเราก็จะไม่มีใจอิจฉาอย่างที่ภาษาไทยๆเข้าใจคือคือริษยาเราจะไม่ริษยาใครเราจะไม่เห็นเลยว่าเป็นเรื่องที่เราทำให้เขามากแต่เราได้น้อยเป็นการขาดทุนได้รับการปรับจะเป็นผู้ที่มีสัจจะที่จะรู้ในสัจจะว่านั่นแหละเราได้กำไรเพราะเราได้เป็นผู้เสียสละเราเป็นผู้มีค่าเรากระทำแล้วมีส่วนเหลือให้แก่โลกรับไปเป็นประโยชน์เราเป็นผู้มีค่าเราเป็นผู้มีราคาเราเป็นผู้มีประโยชน์ไม่ใช่เรามาทำน้อยแต่กินใช้ของเขามาไม่ใช่เห็นชัดๆว่าเป็นเรื่องของการเสียสละแท้ๆเป็นที่สุดเป็นความดีงามยิ่ง คำว่าแต่เราใช้น้อยก็เราก็ยิ่งเป็นผู้เสียสละมากมีค่ามากเพราะมีความเหลือมีส่วนเหลือมากโรคก็ได้ส่วนเหลือเงินของเรานั่นแหละไปเป็นประโยชน์ก็ถูกต้องแล้วดีแล้วเป็นผู้เสียเปรียบชัดๆเป็นผู้เสียเปรียบชัดๆเสียสละชัดๆเป็นผู้ให้เป็นทานที่สุดเป็นทานเป็นที่สุดชัดๆไม่ใช่เป็นผู้เอาเปรียบไม่ใช่เป็นผู้ได้กำไรถ้าจะคิดว่าคำนั้นว่าทำลายทำลายตัวนั้นก็คือประโยชน์เป็นผู้ที่มีประโยชน์เป็นผู้ที่ก่อประโยชน์นั้นเป็นอายะให้ไว้แก่โลก ประโยชน์นั้นไม่ให้แก่โลกจริงๆได้มากเท่าไหร่ก็ยินดีที่เป็นที่สุดของคนที่จะรู้แล้วก็จะต้องทำให้ได้เรามาเรียนรู้นี่มาเรียนรู้อย่างที่ผมกล่าวผมทำอย่างนั้นอยู่ผมทำงานทำงานโดยผมมีความรู้อยู่ว่าผมจะไม่เหน็ดเหนื่อยและผมจะไม่ท้อแท้กับความเหน็ดเหนื่อยเพราะว่าเหนื่อยผมทำงานเหนื่อยถ้ายิ่งเอาตัวเหนื่อยใจมาแล้วเราก็ไม่ต้องเอาเหนื่อยกายเหนื่อยจริงๆเหนื่อยใจเหนื่อย ก็คิดมากปรุงมากพยายามจะทำยังไงให้ดีที่สุดให้ได้มากที่สุดมันยากแก่การต่อต้านแม่พวกคุณมาศรัทธาเลื่อมใสมาเข้าใจแล้วมันก็ยังมีเศษอัตราที่คุณต่อต้านอยู่ในใจสำหรับคนที่ยังไม่หมดคนที่ถือว่าตัวเองฉลาดตัวเองเก่งตัวเองดียึดถือเป็นมาณที่จริงในส่วนหนึ่งนั่นน่ะเป็นสำนึกสำนึกแท้ๆเพราะผมเนี่ยสอนได้สอนคุณได้บอกคุณได้แล้วคุณก็จะรับแต่แม้จะรับและรับเอาไปแล้วมันก็ไม่เอาไปทั้งหมดหรอกกลัวผีร้ายที่อยู่ในตัว อัตตามันยังไม่รับมันไปหมดพอเข้าไปแล้วมันผลักอยู่ข้างในมันทำงานอยู่มันไม่เอาหมดมันถือดีอยู่หรอกมีอยู่ในส่วนคนที่มี 2 อันยิ่งไม่รู้ตัวจิตใจของเราเลยว่าเราไม่ได้เอาสำนึกนอกเราว่าเราเอาแต่สำนึกในมันไม่เอามันฝรั่งมันต้องทำตามใจตัวอะไรประมาณนั้นมันเอาตามที่ตัวเองนั่นแหละเห็นดีกว่าพอเอาเข้าไปถูกต้องตามใจเราคิดไม่เป็นไปตามใจเราเพราะฉะนั้นมันก็จะผลักเอาแต่ที่เราต้องการและเอาตามที่เราถือว่าเราเห็นเรา ต้องเราจะแบ่งเอาแต่ที่เราเห็นเราชอบใจมันจึงไม่เอาหมดเพราะมึงเอาไม่เอาหมดมันก็ได้น้อยพอได้น้อยก็ได้ช้าพอได้ช้าก็ไม่เต็มเมื่อไม่เต็มมันก็ไม่เต็มอยู่นั้นเองยากแต่การจะรู้จิตของตนเองโดยลึกซึ้งลงไปถึงอนุสัยอาสวะยากไม่ง่ายเพราะว่าจึงประมาทไม่ได้ต้องพากเพียรอ่านจิตอย่างจิตของเราแล้วก็กระทำลงไปให้ถึงจิตจริงๆเออก็ยังลงไปให้ถึงจิตจริงๆว่ามันรับจริงหรือไม่รับจริงมึงเอาจริงหรือไม่เอาจริงบางคนอาจตื่นเขินจนกระทั่งไม่รับนี่ไม่ใช่ไม่รับแต่เฉพาะ ข้างในนะข้างนอกก็ไม่รับเห็นชัดๆอยู่ด้วยแม้กายจะกลับมั้ยว่ากี่กรรมก็ยังโต้แย้งอยู่เลยวิธีกรรมมันจะกลายเป็นกรรมก็ยังโต้ยังแย่งไม่รับอยู่เห็นชัดๆโทรๆยังไม่รู้ตัวว่าจะมารับแต่ไม่รับมาแสดงอัตราของตัวเองมาแสดงมานะของตัวเองมาแสดงความเห็นของตัวเองมาแสดงฝูงตัวเองออกมาก็ตรงๆเลยชัดๆก็ยังไม่รู้ตัวก็จะเป็นได้นะเรียกว่ายำยายังไม่ละเอียดยังไม่สุขุมยังไม่รู้แม้กระทั่งกรรมจับๆเรียกว่ากายกรรมก็ไม่รู้ว่าจะกลับเมื่อยังไม่รู้จิตตนได้ รากเหง้าอาสวะไม่รู้รากเหง้าอนุสัยไม่รู้จิตละเอียดข้างในไม่รู้แม้แต่จิตตนและไม่รู้แม้แต่ความอยากของกายกรรมของวจีกรรมตามสมุดโลกก็เลยยิ่งไม่รู้ยายไม่ควรเข้าไปถึงใจถ้าคนรู้รูปแบบที่ออกมาข้างนอกแล้วเป็นรูปกายกรรมอย่างนี้อยากนี่ออกมาจากเสียง 2 จากจิตข้างในเป็นคนบันดาลออกมาโอ้ตัวนี้แรงตอนนี้อยากของเราเองจึงออกมาเป็นรูปกายอย่างนี้จึงออกมาเป็นรูปวจีอย่างนี้ถ้าไม่รู้สมมุตินี้แล้วไม่รู้สัจธรรมข้างในไม่อยากเพราะจิตตัวนี้มันด่านี้เป็นอย่างนี้ไม่ควรแล้วก็ไม่ได้เปลี่ยนไม่ได้ปรับไม่ได้แก้ไข กระสุนเปล่าไปเรื่อยๆมันก็ช้าเพราะเราจะต้องละเอียดรู้กายกรรมที่มันถูกต้องที่มันดีงามที่มันเกิดมาจากจิตเกิดมาจากจิตอันนั้นเกิดมาโดยที่เรียกว่าเหมาะสมดีแล้วสมควรแล้วบอกว่าจะรับก็มารับบอกว่าจะให้ก็ไปให้แต่ถ้าเราเป็นผู้ที่จะรับเราก็ทำอย่างไรอย่ามาทำอย่างให้ย้อนแย้งอยู่มันผิดมันผิดทำมันผิดสภาพจริงเมื่อเรารับจริงเราเปิดใจรับรองดูบ้างลองแล้วก็ปล่อยลองแล้วก็แยกไว้แยกทิ้งไว้แยกทิ้งไว้แล้วเรารับทั้งดีทั้งชั่วไว้ครับ แล้วเราก็ไปกรองอีกทีนึงไปกินตามระยะบรรยายอีกทีนึงเอออันนี้ดีแล้วรับไม่ได้ตอนนี้อันนี้ชั่วเราเข้าใจแล้วไม่ชั่วแล้วเราก็โยนทิ้งเก็บเอาไปทิ้งถังขยะเสียส่วนตัวส่วนดีเราก็สะสมเสร็จพวกใส่ห่อไว้มันก็เป็นลักษณะที่เป็นผู้ฉลาดไอ้พวกกระทำถูกต้องถ้าเราเป็นผู้ที่จะละเอียดละออรู้ทั้งสมมุติสัจจะทั้งกายทั้งวจีและจะรู้ทั้งปรมัตถ์คือใจถูกใจอย่างนี้เป็นกรรมอย่างนี้เป็นกรรมละเอียดอย่างนี้เป็นกรรมชั่วอย่างนี้เป็นกรรมดีออกมาเหมาะสมบวกกัน เอาผสมกันมาปรุงกันกับข้างนอกกายพอดีว่าจีบก็ดีมันก็มาแปลกใจทั้งหมดเป็นประธานเป็นตัวสำคัญอะไรเกิดมาโดยไม่มีใจเป็นประธานไม่มีพระพุทธเจ้ายืนยันมโนปุพพังขมาธัมมามโนเสฏฐามโนมยาออกมาจากใจเป็นประธานใจเป็นต้นข้าวใจมาก่อนมโนปุพพังขมาธัมมาถึงมาเป็นธรรมทั้งหลายแล้วก็จะโตออกมาเป็นเศษขาแล้วก็โตเอามาจนเป็นมายาเป็นเราเราก็ทำกายกรรมเราก็ทำวจีกรรมจนเป็นมายาหลอกลวงโลกได้ถ้าเราทำออกมาเป็นเราไม่เป็นมายาเราก็เป็นทุกข์เกิดจากบริสุทธิ์ แม่เป็นมาตากระทำเป็นผู้สร้างเป็นผู้คลอดเป็นผู้เกิดเป็นมาตาเท่านั้นเป็นมามาก็คือใจมาตักก็คือความเป็นไปเป็นแต่ผู้สร้างความเป็นไปเท่านั้นคุณแม่ที่บริสุทธิ์ก็คือตัวเราเองนี่แหละอีกจิตของเราเองนี่แหละไตร่ตรองจิตของเราเองลองเอา 3 เอาแล้วเราก็ทำออกมาโดยบริสุทธิ์ของจิตเราก็เป็นยอดแม่นี่เรียกโดยภาษาโดยสัจธรรมไม่ใช่แม่จะพออะไรหรอกบริษัทจะทำก็คือผู้กองเกิดเรียกว่าพระเจ้าก็ได้ แล้วผู้ให้กำเนิดหรือผู้ก่อเกิดหรือผู้สร้างก็คือพระเจ้าและพระเจ้านั่นแหละจะมีปัญญาประกอบไม่ใช่พระเจ้างมงายแล้วพระเจ้าก็ไม่มีที่ไหนพระเจ้าคนที่เราพระเจ้าที่จิตของเราปัญญาของเราและความทำได้ของจิตของเรามีอำนาจมีพลังมีความสามารถกระทำออกมาได้ดังปัญญาและมีอำนาจเพียงพอที่จะเป็นไปตามนั้นเพราะแม้แต่เรารู้แล้วเผื่อเกิดปัญญาแล้วแต่จิตของเรายังไม่แข็งพอจะไม่ให้มันเกิดด้วยอำนาจกิเลสอย่างนี้มันยังยากแสนยากแต่เราก็ต้องทำให้ได้มันมีกำลังพอก็ทำให้ไปได้สูงขึ้นสูงขึ้นมีแรง ขึ้นมากขึ้นจะทำให้จริงมันก็จะถึงมันก็จะเกิดมันก็จะเป็นเป็นได้จริงๆเป็นส่วนปลายหรือเป็นส่วนที่ลึกเข้าไปเรื่อยๆเรื่อยๆหรือว่าแข็งขึ้นไปเรื่อยๆแรงขึ้นไปเรื่อยๆเกร็งขึ้นไปเรื่อยๆเป็นระดับๆแล้วก็ก้าวหน้าอยู่พัฒนาอยู่ตลอดเวลาเราพูดที่จะปฏิบัติธรรมก็ทำอย่างนี้ไปให้ถึงจุดอย่างที่กล่าวนี้ให้เป็นที่สุดผมทำมาผมฝึกตนมาและผมก็รู้อย่างที่ผมรู้นี่แหละผมเอามาเล่าสู่กันฟังกล่าวสู่คุณฟังผู้ใดเข้าใจจะเข้าใจอยากทราบซึ้งอยู่แล้ว พร้อมที่จะเป็นอย่างที่ผมกล่าวโดยไม่สงสัยอะไรเพราะมันมีเหตุมีผลแล้วมันก็เป็นส่วนดีของแท่งก้อนนี้ที่เกิดมาเนี่ยที่มารวมเป็นรูปขันน้ำขันและความประเสริฐของมนุษย์ที่เป็นไปได้ความประเสริฐสูงสุดผมมองไม่เห็นความประเสริฐไหนที่จะประเสริฐอย่างนี้เท่านี้ผมจึงยินดีก็ทำกรรมจึงยินดีที่จะมีกรรมจึงยินดีที่จะกระทำสิ่งดีนี้โดยรู้สมมุติโลกอย่างชัดและจะไม่ทำกรรมนิยายเป็นตัวจริงเป็นตัวกระทํา ถ้ามันยังไม่ตายก็ให้ลูกขันน้ำขันมันก็ไปก็ทำไปตามที่มันทำได้สามารถได้ฝืนมันอยู่บางทีฝืนก็ฝืนจะทำมันอยู่ก็กระทำโดยผมฝืนกระทำคือพยายามมีสัมมาวายามะพระธรรมพยายามกระทำฝืนก็ทำอยู่ในโอกาสบางโอกาสฟื้นแต่รู้อยู่ว่าฝืนเพราะว่าเราเองเรายังทำไปได้โดยยากจึงต้องฝืนหรือฝืนแต่ก็กระทำแม่ฝืดก็จะได้ไตร่ตรองแล้ววันนี้ไตร่ตรองแล้วว่างามพร้อมเหมาะสม เป็นประโยชน์ไม่ทำลายแต่เป็นการสร้างสรรค์ก็ทำเพราะตัวจะเหนื่อยหน่อยจะต้องฝืนหน่อยก็กระทำเพราะไหนๆก็รู้ที่จบอยู่แล้วว่าเราเดินไปหาตายก็ทำมากก็ตายเร็วจะทำน้อยก็ตายช้าทำน้อยเกินไปก็ตายเอาอีกและฟังฟังดูอีกทีมันทำน้อยเกินไปก็ตายเร็วจะทำมากเกินไปก็ตายเร็วมันก็ทำมากก็ตายเร็วก็รู้อยู่ก็ทำน้อยมาหน่อยมหาศาลถ้ากลางพอดีพอดีแล้วก็ตายช้านี่ก็ทำน้อยเกินไป ตายเร็วอีกก็เข้าใจเข้าใจแล้วก็ทำอยู่เพราะว่าเราจะตายเร็วเพราะเราทำมากไม่เป็นไรผมเองผมว่าผมไม่เป็นไรผมไม่แคร์ผมจะตายเร็วเพราะผมทำมากผมไม่แคร์เพราะว่าถ้าผมตายเร็วแล้วผมทำมากมันก็ได้ประโยชน์ขึ้นไปแล้วในโลกมันทำมากแล้วมันก็ตายเร็วกว่าปกติไม่รู้พระพุทธเจ้าทำมากอายุเลยไม่ถึงกับได้แค่ 80 กว่าๆแล้วทำไม่หวาดไหวแล้วไม่เจริญแล้วไม่ดีเท่าที่ควรนะท่านก็เห็นพอเหมาะพอเจาะบางคนตายแล้วก็ตายถ้าเราจะฟื้นอีกหน่อยจะเห็นมันอีกก็พอได้แต่ท่านก็บอกว่ามันไม่งามแล้ว มีที่จะตำหนิติเตียนถ้าท่านทำไปแล้วจะเกิดบกพร่องเพราะว่าเหตุปัจจัยมันไม่ครบมันเป็นเวรคร่ำคร่าแล้วมันจะบอกจะพร่องได้มันมีรั่วมีซึมและท่านถึงไม่ยอมทำพระพุทธเจ้าต้องทำให้งามที่สุดเมื่อสิ่งที่มันเกิดไม่งามแล้วปกป้องและท่านถึงขอตายดีกว่าเหมาะสมที่สุดแล้วท่านก็ตามตายท่านก็ขอตายในวาระนั้นเพราะถ้าทำมากท่านทำมากเราก็ทำก็ต้องตายก่อนก่อนกลับหรือก่อนควรก่อนอายุน้อยมันไม่ถึงร้อยมันก็ไปธรรมดาธรรมดาเป็นธรรมดาไม่ประหลาดอะไรถ้าเราทำน้อยแล้วตายตายไวเหมือนกันที่ไม่ควร ประโยชน์ก็ไม่เกิดจะตายไวด้วยไม่ได้ทำน้อยถ้าเผื่อว่ามัชฌิมานานตายช้าแต่ได้น้อยกว่าที่ทำมากก็ยังมีเวลานานนั้นน่ะเพื่อที่จะเก็บขึ้นมามีเวลานานมันได้ทำได้ทำมากกว่าในจังหวะของเวลามันมียาวนานต่อไปอีกแล้วมันก็กระทำอันนั้นเก็บทุนขึ้นมาอีกมันก็เท่ากันกับทำมากแล้วตายไวทำมากแล้วตายไปมันก็เท่ากันกระทำพอปานกลางแล้วก็ชาตายไปหน่อยมันก็เท่ากันแต่ทำน้อยก็ตายเร็วมันจะเป็นว่าเป็นเบี้ยแล้วก็แรงที่ควรจะสัมผัสมันสัก น้อยลงเพราะฉะนั้นกำลังวังชาไม่พอดีตายเร็วเป็นลักษณะอ่อนแอตายเร็วเหมือนกันไอ้อย่างนั้นที่ไม่เข้าท่าทำน้อยแล้วตายไปวันนี้จะไม่เข้าท่ามันควรได้ประโยชน์ของมันอย่างเต็มรูปเต็มร่างเหมือนกับน้อยประโยชน์ไปอย่างนี้ไม่เข้าท่าจะทำมากและตายเร็วกับผู้ที่ทำพอดีปานกลางนานนานตายหรือว่าช้าตายไปหน่อยนึงก็ดีเท่ากันดีเท่ากันถ้าพอยิ่งเป็นจังหวะในเศรษฐกิจที่ต้องเร่งด่วนทำเร็วตายตายทำมากตายเร็วสิยิ่งสำคัญกว่ายิ่งควรกว่าด้วยคนก็ทำปานกลางแล้วก็ชาร์จตายต่อไปอีก เพราะว่ามันเป็นเศรษฐกิจที่เร่งด่วนที่รีบต้องการกระทำขึ้นมาให้แก่โลกไม่เช่นนั้นมันยิ่งทารุณโหดร้ายมันยิ่งเพิ่มให้ไอ้โจรทำลายมากขึ้นเร็วขึ้นแล้วเราก็หนักขึ้นเพราะยิ่งมีมวลที่ต่อต้านมีสิ่งที่เกิดขึ้นมาย้อนแย้งมาเป็นคู่ต่อสู้กับเรามากเร็วเราก็ยิ่งหนักหรือโลกก็ยิ่งถูกทำลายมากขึ้นเพราะถ้าสังฆราชเศรษฐกิจทางด้านเศรษฐศาสตร์แล้วต้องเร่งด่วนต้องกระทำพยายามพระพุทธเจ้าตรัสถึงธรรมทำเร็วขึ้นมากขึ้นท่านไม่ช้าถ้าไม่ล้างเพราะว่ากาละมังใกล้กะหรี่ยุคขึ้นไปทุกทีแล้วพระพุทธเจ้าท่านคล้าย ในยุคในรุ่นท่านผมยิ่งใกล้ทะเลยุคยิ่งกว่าพระพุทธเจ้าจะกลายเป็นอีกเพราะหลายอย่างที่แรงกว่าและต้องพยายามที่จะเร่งให้เร็วแต่เราก็ยังไม่เก่งเท่านั้นแหละถ้าผมเก่งถ้าพระพุทธเจ้าผมจะทำเรื่องงานกว่านี้อันนี้ผมไม่เก่งเท่าผมก็ทำได้ขนาดนี้บุญบารมีก็เท่านี้เหตุปัจจัยที่จะมาส่งเสริมก็เท่านี้ขาดวังบินบ้างต้องสู้ทั้งทางด้านความศรัทธาสร้างศรัทธาเลื่อมใสทั้งสู้ทั้งทางด้านที่จะกระทำงานเหล่านี้กระจายออกไปสู้ทั้งศัตรูผู้ที่จะต่อสู้ล้มล้างกันอย่างถึงพริกถึงขิงมันจึงมีศัตรูหลายด้านและมีงานหลายอันที่จะ ดูอึ่งอ่างอึ่งอ่างช้าไม่ค่อยมีผลเต็มที่เห็นเด่นชัดนักแต่ผมก็รู้ฐานะของตนว่าทำได้ขนาดนี้ก็ดีแล้วหรือแม้แต่บางคนจะเห็นพวกเรานี่มีปัญญารู้ขนาดนี้ก็บุญนักหนาแล้วที่มันทำได้ขนาดนี้เพราะยากแสนยากต้นทุนในการที่มันเป็นข้าศึกขึ้นเองแต่ว่าต้นทุนก็คือข้าศึกที่เกิดก่อนอยู่แล้วเนี่ยมันมากจำนวนกองทัพข้าศึกจึงเยอะเหลือเกินเพราะฉะนั้นอัศวินขึ้นมาปราบข้าศึกจึงงานหนักและทำงานยากถ้าใครมีปัญญาเห็นจะรู้มันจะเข้าใจแล้วเราเข้าใจอยู่แล้วว่าเราจะต้องมาทำงานนี้มันก็ไม่มีท้อถอยข้าสึกจะใหญ่ กองทัพโตแค่ไหนก็ไม่มีปัญหาอะไรแล้วก็ล้มล้างไปให้ได้ก็แล้วกันเรามีหน้าที่ที่จะล้มล้างเรามีหน้าที่ที่จะทำลายข้าศึกมีหน้าที่ที่จะกระทำดีนั้นต่อไปเท่านั้นเองจนกว่าจะถึงหลุมฝังศพเราก็ทำดีนะได้เกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดได้เท่าใดเท่าใดก็เป็นเรื่องความสามารถของเราก็เป็นหน้าที่ของเราที่จะทำไปก่อนตายตายแล้วก็เลิกกันสนใจนั้นน่ะไม่มีปัญหาเพราะเรารู้สึกรู้ทุกข์และเราก็อยู่กับทุกข์อันนี้แหละมันมีแต่ทุกข์เท่านั้นแหละเกิดขึ้นทุกข์เท่านั้นแหละตั้งอยู่เมื่อปีจะทุกข์เท่านั้นระดับไปแล้วนี่ปัญหาอะไรเราปล่อยวางที่จิตเป็นเจตสิกเกิดทุกข์หมดแล้วก็จบกันมันหมดใจแต่สิ่งกระทบก็หมดเรื่องปรมัตถ์ มดปรมัตถ์มันไม่ทุกข์แล้วก็พ้นกันก็เลิกกันการต่อสู้ด้วยลูกต่อสู้ได้น้ำหนักต่อสู้ด้วยการออกแรงเหงื่อแตกหรือว่าร้อนมันจะเกิดร้อนเกิดการหนักก็สู้กันไปตามบทบาทของสมมุติโลกก็ไม่มีปัญหาอะไรเราก็ทำอยู่อย่างนี้แล้วพวกเราสืบสานกันมาแล้วก็ได้มาเห็นดีแล้วก็ได้กระทำและประโยชน์ที่ใจเป็นที่ต้นให้รู้ว่าจิตของเราเกิดปัญญาเกิดรู้ว่าเราไปหลงโลกหลอกให้เราทำงานจูงจมูกให้เราไปหลอกและจงจมูกให้เราไปทำตามเพราะความอยากได้มาตอบแทนอย่างได้ว่ายังไม่เป็น มันตอบแทนอย่างนี้เป็นยศมาตอบแทนอย่างนี้เป็นสรรเสริญมาตอบแทนอย่างนี้เป็นรถสุขมาตอบแทนแล้วเราก็ต้องทำเพื่อสิ่งตอบแทนนั้นได้แลกเปลี่ยนมาสมใจเราก็ทำงานอยู่เหมือนจะต้องอิงสิ่งแรกเปลี่ยนจะต้องมีสิ่งล่อเราจึงทำอยู่เรื่อยจนกว่าคุณจะรู้ชัดจนกว่าจะเห็นชัดว่าตัวเราเองไม่ติดสิ่งแรกเปลี่ยนแล้วเพราะฉะนั้นอย่างราบกับหยาบใหญ่ๆคุณดูชัดเราไม่ได้ทำคนแรกล่ะเราไม่ได้ทำคนแรกยศฐาบรรดาศักดิ์เราไม่ได้ทำเพราะเสียงสรรเสริญเยินยอแม้แต่ครึ่งคำเราไม่ได้ต้องการคำเยินยอแม้ แล้วเราไม่ได้ทำเพื่อแลกสัมผัสใดมาได้รับกระทบหรือว่าเรากระทบอยู่ทำไปแล้วก็รู้สึกว่าอร่อยเพลิดเพลินสนุกสนานเป็นรถเป็นชาติไม่มีไม่มีรสชาติรสชาติที่หมายความว่ารถที่เกิดมีตัวเกิดมีชาติเกิดมีภพเกิดมันไม่ใช่รถที่มันเกิดมาเป็นชาติเป็นภพเราเกิดมันเป็นรถเป็นรักษาลมก็เป็นเพียงรักษาโรคเป็นอารมณ์ที่รู้ซึ่งรักษานั้นพระก็คือตัวจิตจิตที่มันเกิดผลกระทบมันก็ต้องมีทุกข์เกิดสักก็คือประกอบสิ่งที่เกิดขึ้นตามความเป็นจริง นั่นเองไม่ใช่อื่นมันก็มีแต่แค่นั้นเองแต่รักษาอารมณ์ที่เป็นกามเนี่ยมันเป็นรถชาติรถที่เกิดการฟูใจเฟื่องใจไม่ชอบก็ชังผสมอยู่มีชอบหรือมีทางผสมอยู่ในรถนั้นจึงเรียกว่ารถที่เกินรถที่เฟ้อจากความเป็นจริงของมันเองมีอารมณ์ชอบหรือมีอารมณ์ทางผสมเข้าไปวิเศษโลภะและโทสะผสมเข้าไปแม้น้อยๆนิดๆก็ตามโดยไม่รู้ไม่เข้าใจว่าเศษเล็กเศษน้อยนั้นคือตัวเกิดคือตัวชาติเพราะเราจะต้องอย่างรู้รสอยากรู้ ต่างๆที่อารมณ์เกิดเรารู้อย่างนี้ดีอย่างนี้ง่ายเราก็รู้อย่างนี้ฝืดเราก็รู้อย่างนี้ฝืนเราก็รู้เพราะฉะนั้นจำฝืนก็ฝืนแล้วก็ปล่อยใจปล่อยใจไปที่สุดแล้วก็จบที่ใจจบที่ใจเพราะฝืนก็ฝืนนี่เห็นดีแล้วก็ฝืนไปกินของฝืดกินหวานคล่องแล้วก็รู้ว่ากินหวานท้องกินของฝืดแต่ละคนจะกินไหมล่ะควรกินก็กินควรกระทำก็ทำยิ่งจะทำเพื่อเป็นประโยชน์เป็นตัวอย่างกับคนอื่นด้วยก็ทำนั่นก็คือการทำงานการกินของโชว์เขาก็เป็นการทำงานอย่างหนึ่งเพื่อจงดึงให้คนยารังเกียจสิ่งที่น่ารังเกียจมาก

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน