620730 อเมริกาตื่นนั่งหลับตาก่อน ก็อาจเข้าสู่มรรคมีองค์ 8 ได้.docx
เนื้อหาในไฟล์
620730 อเมริกาตื่นนั่งหลับตาก่อน ก็อาจเข้าสู่มรรคมีองค์ 8 ได้ พ่อครูว่า...ดีนี่ไปมาร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำยังไม่ลืมศาสนาดี (คุณประเทืองธรรม)...เพิ่งมาครั้งแรกอยากจะมาบ้านราชค่ะก็เลยพาไปทำวัตรเช้าเพิ่งเสร็จค่ะเพิ่งได้ขึ้นมา เมื่อคืนก็ไปฟังธรรมท่านถักบุญ (คุณอุ้ย)...ติดตามดูพ่อท่านอยู่ ฟังรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องซะเป็นส่วนใหญ่ (คุณประเทืองธรรม)...พอดีพี่ทั้งสองอยู่ที่ชิคาโก้ค่ะ มีอะไรถามพ่อไหม พ่อครูว่า...น้องชายอาตมาไม่รู้อยู่รัฐไหน น้องชายนายฟ้าตั้งรกรากอยู่ที่โน่นบอกให้กลับ กลับมาทีแล้วแต่อยู่ไม่ทนอุตส่าห์ให้ลูกชายเข้าโรงเรียนนานาชาติที่นี่ อยู่อย่างไรไม่รู้หอบลูกกลับอเมริกาอีกไม่มีท่าทีว่าจะกลับมา ลูกสาวคนโตอยู่ที่นี่เรียนจนจบเศรษฐศาสตร์ที่นี่กลับไปเรียนปริญญาโทต่อที่อเมริกาอีก ส่วนลูกสาวอีกคนหนีออกจากบ้านไป มีลูกสาวสามคนลูกชายคนเดียว (คุณน้อย)...อยู่อเมริกาหมดเลย พ่อครูว่า...หอบไปอยู่อเมริกากันหมดเลยไม่มีท่าทีว่าจะกลับมา ซื้อบ้านช่องที่ทางอยู่ทางโน้นหมด (ท่านเดินดิน)...มีบางคนไปแล้วไม่อยากกลับแต่หลายคนไปอยากหนีกลับ (คุณประเทืองธรรม)...บางทีไปแล้วกลับไม่ได้เพราะไม่มีค่าเครื่อง จริงๆแล้วค่าเงินทางโน้นแพง พอไปอยู่แล้วต้องดิ้นรนทำงานหลายที่ตามที่ได้สัมผัสสอบถามดู บางคนลำบากมากบางคนก็ติดสบายก็ไม่อยากที่จะกลับมาเพราะที่โน่นเขาจะเซฟตี้เขาค่อนข้างที่จะสะดวกสบาย (คุณอุ้ย)...มันก็มีวิถีชีวิตที่ต่างจากที่นี่ พ่อครูว่า...พวกอเมริกันเขาก็เป็นอย่างนั้นชอบเสพสุข สุขนิยมแล้วก็บำเรอเพราะฉะนั้นมันจึงแพงยังไง (คุณอุ้ย)...มันไม่สามารถจะพึ่งตนเองได้ พ่อครูว่า...พึ่งตนเองยาก วัฒนธรรมเขาเป็นอย่างนั้น น้องชายอาตมาไปอยู่กับครอบครัว มันก็อยู่แบบคนไทยช่วยโน่นช
อ่านต่อ
่วยนี่ดายหญ้าเขาก็บอกไม่ได้เดี๋ยวต้องจ่ายเงิน น้องชายก็ว่าทำไมต้องจ่ายเงินเราก็อยู่บ้านนี้ ที่โน่นเราจะช่วยทำอะไรโน่นนี่มันไม่ได้มันมีวัฒนธรรม (คุณประเทืองธรรม)...ใช่ค่ะ พอมีโรงบุญเขาก็งงว่ามีอย่างนี้ด้วยเหรอ พอเราไปช่วยกวาดหน้าบ้านเขา เขาจะจ่ายเงินทันที เขาไม่เข้าใจความมีน้ำใจ พ่อท่านว่า..เรียกว่า who eat who pay ใครกินใครจ่าย แย่งกันออกไม่มี เป็นธรรมดา (คุณอุ้ย)...มันอยู่ในสายเลือดเลยนะคะอย่างหนูมีลูกเขาจะไม่ยุ่งเรื่องคนอื่น ลูกสามคนเขาจะรู้กันระดับหนึ่งแต่จะไม่เข้าไปยุ่งเรื่องส่วนตัวกัน บางที่เรารู้สึกว่าเขาไม่น่ารักเหมือนเด็กไทยเหมือนมันมาจากการสั่งสอนหรือ พ่อครูว่า... มันมาจากสายเลือดเลยเพราะเขาปลูกฝังให้มีอิสระ อิสระเลยเถิดมันไม่มีความเชื่อมสัมพันธ์แม้แต่พี่น้องเพราะฉะนั้นมันจึงเป็นเรื่องที่น่ากลัว มันเป็นความเห็นแก่ตัวที่เด็ดเดี่ยวมากเกินไปสุดโต่งมากเกินไป มันผิดธรรมชาติคนเราที่ต้องพึ่งพาอาศัยกัน มันก็เลยกลายเป็นเรื่องไม่ดี (คุณประเทืองธรรม)...และสุดท้ายความสุขของพวกเขาคือการเลี้ยงหมาเลี้ยงแมวนะคะอย่างของเราปู่ย่าตายายยังได้เลี้ยงลูกหลานอย่างพวกเขาพอได้จูงหมา มีอาชีพจูงหมาไปอึไปเดินเล่น เท่าที่สังเกตุที่หนูไปชิคาโก้นิวยอร์คศิลปะของพวกเขามันทื่อ มันแบบว่าจะเป็นรูปทรงแบบเรขาคณิตเสียเป็นส่วนใหญ่ พอเรามาเห็นรูปทรงของตะวันออกมันจะเห็นความอ่อนช้อยที่สื่ออกมาให้เห็น เขายิ่งใหญ่ก็จริงแต่มันไม่มีความอ่อนช้อย เขาจะประดิษฐ์อะไรก็ได้ที่ล้ำสมัยแต่จะไม่มีความงดงามที่อยู่ภายในมีแต่ความยิ่งใหญ่อย่างเสาดินสอก็สูง อลังการ แต่พอมาโซนนี้มันจะเปลี่ยนเลยศิลปะมันจะมีลวดลายมากขึ้นแต่ก็ไม่สู้คนไทย พ่อครูว่า...พอมาถึงไทยถึงเขมรนี่อ่อนช้อย (คุณประเทืองธรรม)...แล้วก็คือเขาจะอยู่กันด้วยกฎหมาย ทุกคนต้องระวังตัวอย่างตอนที่เราไปจัดค่ายที่แอลเออย่างเราอยู่บนเขาขึ้นไปสามกิโล เขาฟ้องเราว่าเสียงดังแล้วก็เทน้ำลงไปเหมือนเขาจะหาเงินแบบนี้เลยหรืออย่างชิคาโก้เราเอาอาหารไปให้นกแล้วนกไปขี้บนหลังคาบ้านเขา เขาก็มาฟ้องวัด มันจะเป็นอย่างนี้ได้เงินด้วยจะไม่มีน้ำใจอลุ่มอล่วยกันไม่เอื้อกันอย่างลุกให้นั่งมันจะเป็นหน้าที่ไม่ได้เป็นน้ำใจ (คุณอุ้ย)...เขาจะระแวงกันค่ะ อย่างที่ลูกไปวัดป่าเล็กๆที่อยู่ในบ้านเขตที่พักอาศัยการที่เราจะสร้าางอะไรสักอย่างหนึ่งเราจะต่้องบอกคนข้างๆบ้านแถวนั้นซึ่งเขาจะสนใจสิทธิของเขามากเลยทุกบ้านเลยเราไม่คิดเลยว่าเราจะสร้างอะไรสักนิดเขาก็ะสนใจไปฟังกันทั้งหมู่บ้านเลยซึ่งก็ทำให้เราไม่ผ่านค่ะ เขาก็จะรักษาสิทธิของเขา เราก็ต้องเตรียมพร้อมอย่างดีที่จะก่อสร้างถ้าหากเรามีที่จอดรถไม่ผ่านซึ่งเราก็ตกไปเมื่อสี่ปีที่แล้วซึ่งยังสร้างไม่ได้ การที่เราจะสร้าางอะไรสักอย่างเราจะต้องมีีความสามารถที่จะดูแลคนที่จะมาวัดได้ถ้าหากว่าเราไปทำความเดือดร้อนให้กับบ้านเขาก็ไม่ได้ตอนแรกว่าจะได้ย้ายวัดก็ย้ายไม่ได้ (คุณน้อย)...เขามีสูตรคำนวณ การที่เราจะสร้างวัดเนี่ยเขาจะให้พื้นที่คนหนึ่ง7ตารางฟุต เขาจะคำนวณสูตรเลยว่าถ้าจะเอาคนมา 200 คนแล้วจับคน 4 คนนั่งในรถ 1 คันเราจะต้องมีที่จอดรถเท่าไร จะสร้างพระขนาดเท่าไรจะเป็นตัวกำหนดขนาดตึกที่จะสร้าง ถ้าเราเอาคนมาเนี่ยต้องไม่ละเมิดสิทธิเขา พ่อครูว่า...เขาไม่เฟ้อเนอะกะความเหมาะสมไม่งั้นสร้างเฟ้อไปทำไม คุณมีคนอยู่ 3-4 คนคุณจะไปสร้างเฟ้อทำไม คนที่มีเงินเยอะๆก็จะสร้างใหญ่โตมโหฬาร เขาก็สร้างปราสาทได้จะทำไมเขา (คุณน้อย)...ถ้ามีเงินครับ ไม่งั้นก็ต้องจ่ายภาษีคืน พ่อครูว่า...ถ้าจะสร้างเขาก็ใช้กฎหมายเป็นตัวกำหนดขอบเขตการสร้างได้เท่านั้นเท่านี้มันเป็นอย่างไรฟังแล้วมันก็ตลก (คุณประเทืองธรรม)...เขาจะระวังมากอย่างต้นไม้นี่เด็กๆขึ้นไปปีนได้แต่ตอนหนูไปลาสเวกัสเนี่ยเห็นต้นสาลี่ทำไมมันดกอย่างนี้ไม่มีใครขึ้นเพราะถ้ามีคนขึ้นแล้วตกลงมาวัดต้องรับผิดชอบหนักก็เลยไม่มีใครขึ้นจึงไมีมีใครกล้าต้องระแวงระวัง พวกหนูก็เลยไปสอยมากิน (คุณอุ้ย)...วัดจะให้ใครเข้ามาก็ต้องดูให้ดีด้วยว่าจะไม่เข้ามาหาเรื่อง (คุณน้อย)...มันก็เป็นไปได้ครับ ถ้าเขามาหกล้มในวัด หรือช่วงมีหิมะถ้ามาล้มหน้าบ้านเราเราก็ต้องจัดการ เราก็ต้องไปปัดกวาดไม่ให้เขาลื่นเขาก็รักษาสิทธิของเขาคือทำอะไรก็ได้แต่อย่าไปรบกวนชาวบ้านเจอแน่บางทีตำรวจก็จะมาเองโดยไม่รู้ว่าใครเรียกตำรวจ (ท่านแสนดิน)...เราสร้างสไลเดอร์นี่เสร็จเลย (คุณน้อย)...เราต้องมีประกัน insurance ไม่งั้นเสร็จเลย ใครตกขาแข้งหักเจอเลยล่ะ (คุณอุ้ย)...จะให้เขามากินข้าวก็ต้องระวังจะสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้ (คุณผู้ชาย)...ผมไปจัดงานกฐินผมไปเช่าอาคารเพราะวัดจุคนไม่พอ บางแห่งเขาไม่ให้เอาอาหารเข้าไปถ้าเอาไปคนกินแล้วเป็นอะไรเนี่ยจะไม่ฟ้องเฉพาะกลุ่มคนที่จัดงานแต่จะฟ้องเจ้าของสถานที่ด้วย เราบอกว่าเรามี insurance 1 ล้าน เขาก็ไม่เอา เขาปฎิเสธเราขนาดเราซื้อประกันหากคนกินแล้วท้องเสีย เขาปฏิเสธและให้เราไปจัดที่อื่น เขาก็อยากได้เงินของเราแต่เขาก็มีข้อบังคับของเขา เขาป้องกันตัวเขาเองและป้องกันสิทธิของแต่ละคน (คุณอุ้ย)... เหมือนว่ากฎหมายมันทำให้คนระมัดระวังระแวงระวังรักษาสิทธิอย่างเดียว (คุณประเทืองธรรม)...โดนกฎหมายเล่นงานหมด เช่น ลงถนนยังไม่มีสัญญาณไฟเขียว แม้แต่ในห้างพอเราลงบันไดเข้าถนนรถจะหยุดให้เราหมด เขาจะระวังมากขนาดนั้นเลย (ท่านแสนดิน)...คนไปหกล้มในห้างสรรพสินค้าฟ้องได้ไหม แล้วมีคนทำเป็นอาชีพเลยไหม (คุณน้อย)...ฟ้องได้ครับ มีครับ คนแก่ที่เดินหย๊อกแย๊กๆนี่ถ้าไม่แน่ใจอย่าไปช่วยเขานะครับถ้าเกิดหกล้มขึ้นมาเขาจะโทษเรา จริงๆเราก็อยากจะช่วยแต่ถ้าพลาดพลั้งไปนี่เราก็ซวยไปด้วย (ท่านแสนดิน)...เอาเงินไปช่วยเขาเดี๋ยวเขาก็เสียนิสัย ขอทานไม่มีแน่เลย พ่อครูว่า...ทำไมขอทานไม่มี มี คนจรจัดมี เขาจับด้วยนะ (คุณอุ้ย)... พวก Homeless ก็มีบางคนก็มีความรู้ด้วย พ่อครูว่า...ทำไมจึง Homeless (คุณน้อย)...บางคนก็ล้มละลายพอล้มละลายก็หมดเนื้อหมดตัว (คุณประเทืองธรรม)...แล้วก็ไม่มีแบบบ้านราชให้อยู่ด้วย วัดมีข้าวให้กิน (ุคุณน้อย)...พอหน้าหนาวรัฐก็ต้องจัดอาคารเพื่อให้เขานอนไม่ให้เขาหนาวตาย รัฐจะเสียงบในส่วนนี้เยอะ ถ้าเป็นหน้าร้อนก็จะกินเหล้ากันตั้งแต่เช้าเลย เป็นกล่องๆเต็มตู้เย็นเลย พวกเขาอยู่ไปวันๆ เขาขอเงินตามสี่แยกก็ได้สตางค์เยอะ บางวันเขาก็ตายพวกนี้เขาตายเยอะเลย (คุณประเทืองธรรม)...มันก็ได้เรียนรู้ในอีกซีกโลกหนึ่งที่ตรงข้ามกัน พ่อครูว่า...มันอยู่คนละฝั่งกันเลยเนอะ (คุณประเทืองธรรม)...มันจะได้มาเชื่อมกับธรรมะของเรา พ่อครูว่า…มันเป็นคนละฝั่งเลยเป็นคนละอย่าง โอ (คุณน้อย)... มันเป็นอย่างที่พ่อท่านว่าเขามีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง คือวัยรุ่นนี่พออายุ 18-19 ปี เขาจะต้องออกจากบ้านเพราะว่าการเลี้ยงดูตั้งแต่เด็กเนี่ยเขาจะแยกห้องเลยนะ ถ้าเด็กอยากจะร้องๆไปแล้วเจอกันพรุ่งนี้เช้า เด็กก็ต้องสร้างความเชื่อมั่นว่าฉันต้องอยู่ให้รอดเพื่อพรุ่งนี้เช้า ถ้าพูดถึงความเชื่อมั่นออกไปพูดหน้าชั้นพวกนี้จะเก่งเขาจะไม่เหมือนคนไทยไม่อยากแสดงออกบอกว่าเข้าใจแล้ว พอเขาออกไปจากบ้านแล้วความผูกพันระหว่างพี่น้องญาติผู้สูงอายุนี่เขาจะสวนทางกับเรา ของเราถ้าอายุมากตัวลูกหลานจะมาช่วยเหลือแต่ของเขาจะห่างออกๆเพราะเขาก็มีครอบครัวเขาต้อง takecare แล้วสุดท้ายนี่ผู้สูงอายุก็ต้องไปอยู่ nursing home คล้ายๆสถานเลี้ยงคนแก่แบบบ้านบางแคเพราะว่าลูกหลานออกไปหมดแล้วพอตายลูกหลานก็จะมาแบ่งสมบัติกันไป (คุณประเทืองธรรม)...แต่ที่วอชิงตันกลุ่มอามีสเขาก็ยังศรัทธาแนวทางของเขาคือเขาจะไม่ใช้ไฟฟ้าเขาจะไม่ใช้เครื่องจักร เขาจะอยู่ร่วมกันเลย ถ้าเห็นบ้านไหนตากผ้านั่นจะเป็นอามีสเพราะเขาไม่ใช้เครื่องซักผ้า จะไม่มีเสาไฟฟ้า (คุณอุ้ย)...เขาก็จะมีสินค้าของเขาออกมาขายข้างนอกอย่างไก่อามิส นี่เราก็จะรู้ว่าดีเพราะตัวมันเล็กๆแล้วก็จะขายได้ราคาดี (คุณน้อย)...เขาใช้ม้าใช้เกวียน ลักษณะเหมือนสันติอโศกนะครับ (คุณอุ้ย)...เราก็จะเชื่อว่าถ้าเป็นของอามีสแล้วจะดีเพราะไร้สารพิษ (คุณน้อย)...เขาจะไม่เอาเทคโนโลยีเข้าไปแต่จะอยู่กันตามที่อยู่กันมา (คุณประเทืองธรรม)...ก็พอเห็นบ้างแบบมีชีวิต แต่ไม่มีชีวา บ้านเราทุกข์ๆยากๆมันก็ยังมีชีวิตชีวา เขาเหมือนหุ่นยนต์ที่ไปตามเวลา เวลานี้ทำอย่างนี้ ไม่มีหรอกค่ะที่จะมาขายก๊วยเตี๋ยวข้างทาง พวกเขาเข้าซุปเปอร์แบบโลตัสแมคโครเพราะว่าเขาต้องมีสถานที่จอดรถ พวกเขาจึงจะสร้างได้แต่บ้านเราสร้างกันอย่างสนุกสนาน (ท่านแสนดิน)...อย่างสันติอโศกคงขายอะไรไม่ได้เลยเพราะไม่มีที่จอดรถ (คุณประเทืองธรรม)...ไม่ผ่าน ถ้าไม่สะอาดก็ขายอะไรไม่ได้ต้องถูกกฎหมายหมด จะไม่ค่อยมีขายข้างทางเพราะถ้าถูกฟ้องมาไม่มีเงินสำรองจ่ายก็แย่ นี่แหละสังคมตะวันตก พ่อครูว่า...นี่ของอเมริกา ของยุโรปบางที่ก็ไม่คล้ายกัน (คุณประเทืองธรรม)...แล้วก็พอ พี่น้องคนไทยที่ไปอยู่ที่นั่นไม่มีที่พึ่งพอมีธรรมะแม้หลับตา เขาก็มีที่พึ่งที่ยึดเหนี่ยวเขาก็เลยศรัทธาบริจาคเงิน อย่างพี่อ๊อดที่มาวันนั้นแล้วพ่อครูยังไม่ให้บริจาคแต่ให้เอาหนังสือไปอ่านก่อน เพราะความสุขของพี่ๆคือได้บริจาคเมื่อไปวัด (คุณอุ้ย)...ถึงกับไปเล่าให้ฟังเลยว่าพี่จะบริจาคแต่พ่อท่านให้เอาหนังสือมาอ่านก่อนให้เป็นตั้งๆเลย (คุณประเทืองธรรม)...เพราะพี่ที่บริจาคที่วัดอื่นเป็นล้านบาท (ท่านแสนดิน)...เขาบอกว่าจะอ่านเลยให้ครบ7เล่มก็เลยบอกว่าใจเย็นๆให้รู้จักกันก่อน (คุณประเทืองธรรม)...ทีนี้พอพี่มาเจอธรรมะของหมอเขียวว่าต่อยอดมาหาธรรมะของพ่อก็เลยได้ธรรมะที่ถูกตรงก็ชวนกันมาใหญ่เลย (ท่านแสนดิน)...พระอาจารย์มั่นได้รับการรับรองจากยูเนสโก้เรื่องอะไรสักอย่าง (คุณน้อย)...ให้เป็นสากลเพราะพวกนั้นชอบหลับตากัน พ่อครูว่า...ใช่ เพราะพวกนั้นไม่มี กว่าจะข้ามมาถึงขั้นที่รู้จักทฤษฎีของพระพุทธเจ้าที่เป้นสติตื่นเนี่ยพวกนั้นมีแต่สติแบบหลับ จะไม่มีสติตื่นแล้วก็มีมุทุภูเตมีมุทุธาตุมีจิตแววไวที่จะรู้ทันต่อสัมผัสแล้วก็มีปฎิกริยา action reaction ที่เร็ว จิตที่จะเร็วอย่างนี้มันคนละเรื่องกัน ธ รรมชาติของเขาก็เร็วอยู่แล้วมันฟุ้งซ่านเร็วอ่ะ เขาก็จำเป็นที่จะต้องมีเครื่องมือที่จะหยุดความเร็วนี้ได้อย่างชะงัดก็ต้องมานั่งสะกดจิตมันเป็นความจำเป็นชนิดหนึ่งแล้วก็เป็นเรื่องเบื้องต้นของเขาที่จะต้องใช้แบบนี้เพราะฉะนั้นนั่งหลับตานี่่จะได้รับความนิยมจากตะวันตกหรือเทวนิยม พวกทุนนิยมจัดจ้านพวกนี้ ไม่งั้นฤาษีฤทธีจึงไปร่ำรวยมีโรลสลอยตั้ง10คัน มีเครื่องบินส่วนตัวเป็นเท่าไรอ่ะ ฤาษีฤทธีพาไปนั่งหลับตาเท่านั้นแหละเป็นเจ้าของพื้นที่อยู่ในเมืองกาญจนบุรีเขาเลยไล่ออกจากที่นั่นเลยไล่ออกจากอเมริกา (คุณประเทืองธรรม)...ชีวิตเขาวุ่นวายพอได้มาพักจิตมันเหมือนมีที่ยึดเหนี่ยวมันสบาย พ่อครูว่า...มันหลงเลยหละว่าเป็นแดนสวรรค์ มันเป็นจุดพักที่เขาขาดแคลนโหยหาน่ะ (ท่านแสนดิน)...มันเป็นจุดเริ่มต้นของเขา แล้วเดี๋ยวก็ไปกดระเบิดนิวเคลียร์ พ่อครูว่า...มันต้องมีจุดระงับเขาไว้ อย่างนั้นจะไม่มีจุดระงับ (ท่านแสนดิน)...แล้วก็มียิงกันตายในโรงเรียน พ่อครูว่า...ทั้งนั้นแหละมันระงับไม่อยู่มันก็ไปตามประสากิเลสแรง ทุกอย่างมันผลักดันหมด (คุณประเทืองธรรม)...มันเป็นความเครียดด้วยค่ะ ค่าครองชีพ วิถีชีวิต อย่างหนูไปจัดค่ายที่ออสเตรเลียเมื่อเดือนมิถุนายนเราเห็นเขาต่างคนต่างอยู่มันดีเนอะมันเป็นบรรยากาศเงียบๆพอเราไปถามเขา 99 คนที่คุณเดินผ่านนั้นต้องกินยาแก้เครียดคือเขาไม่มีเพื่อนที่ได้พูดคุยกันอย่างน้อยได้ระบายทุกข์มันยิ่งเครียด ไหนจะค่าบ้านค่ารถ (ท่านแสนดิน)...มันวุ่นวายไปนั่งหลับตาดีกว่า เขาสำรวจแม่ชีที่ไปนั่งหลับตาเป็นร้อยๆพบว่า 20 คนเป็นอัมพฤกษ์ พ่อครูว่า...สรีระมันเสีย(27.21) (คุณแก้วพุทธ)...แล้วตอนไปนั่งมันก็ไปติดอยู่ในนั้นมันมีความสุขมันเป็นสวรรค์ พ่อครูว่า...ขนาดคนไทยเป็นพุทธยังไปหลงหลับตาเลยมันสบายพูดแงะขึ้นมายังไม่ได้เลย ให้มารู้ความสงบที่อยู่ในความเร็วของพระพุทธเจ้านี่มีจุดหยุดที่อยู่ในความเร็ว มันมีความเก่งความสามารถในการที่จะรู้ทันความเร็วความแรงข้างนอกที่มาสัมผัสเราแล้วเราก็มีความเก่งความสามารถที่จะจับให้หยุดได้ เรามีทั้งแกนหยุดและแกนเร็วเลย กลายเป็นนิวเคลียร์หรือองค์รวมสองสภาพ เร็วแรงหยุดสองสภาพที่อยู่ด้วยกันได้ ความหยุดก็สามารถที่จะแข็งแรงให้ความเร็วที่เร็วเท่าไรก็ได้อาศัยแกนอาศัยแกนนิ่งได้มันก็เลยต้องอาศัยกัน ของศาสนาพุทธจึงเป็นได้ทุกอย่างเข้าใจเขาได้ ฝั่งนี้โต่งด้วยการหยุดฝั่งนี้โต่งด้วยแรงและเร็วเราก็รู้เพราะเรามีทั้งสองอย่าง วัดและควบคุมได้ทั้งสองอย่าง (ปัจฉานำหนังสือมาให้)หนังสือทำไมมีชุดเดียว อ้อมาด้วยกันไม่ต้องแย่งกันอ่าน อ่านทีละเล่ม นี่จะกลับไปอเมริกาใช่ไหม อ้อยังอยู่อเมริกากันนะมาเที่ยวเฉยๆ อ้าวมารับ หนังสือเรามันก็ใหญ่ก็มากจริงๆพิมพ์กันไม่ต้องยับยั้งเลย (คุณแก้วพุทธ)...พอฟังพ่อท่านก็มาตรวจสอบสภาวะตัวเองจริงๆแล้วเราลืมตาแต่เราหลับตา ทุกการเคลื่อนไหวเรารู้แต่เราติดภพ เหมือนกับว่าเราไม่ได้หลับตาลืมตาอยู่แต่เรานั่นแหละสายหลับตา (คุณประเทืองธรรม)...เหมือนที่พ่อท่านเทศน์เมื่อวานศรัทธาที่หลงว่าตัวเองได้ปัญญาก็เลยคิดว่าตัวเองใช่ถูก (คุณแก้วพุทธ)...เราก็ลืมตาแต่จริงๆแล้วเราดับผัสสะไปเลยเราไม่รับ พ่อครูว่า...เรายังไม่มีความสามารถ เราไม่ต้องหลบไม่ต้องไปเสียเวลาเสียสถานที่ ใช้ชีวิตธรรมดาดับได้สัมผัสได้ผูกพันได้ (คุณประเทืองธรรม)...ตอนนั้นที่ไปจอร์เจียจะมีคนเป็นล่ามแต่ไม่ได้มาตอนเช้า ฝรั่งที่เข้ามาอยากให้มีแปลตั้งแต่เช้า เขาเข้าใจสิ่งที่ไม่เคยได้ยินมาเขาจึงเสียใจ (คุณอุ้ย)...ที่เราจัดค่ายกันเราเริ่มกันตั้งแต่ตีสี่ค่ะ วิทยากรจะผลัดกันขึ้นบรรยายแต่ล่ามมีคนเดียวก็เลยไม่ไหว พ่อครูว่า...ทำไม่ล่ามจึงมีคนเดียวน่าจะมีหลายคน (คุณอุ้ย)...ใช่ค่ะ ค่ายที่จะจัดใหม่จะต้องมีล่ามหลายคน อย่างพออาจารย์หมอเขียวขึ้นบรรยายตั้งแต่ตีสี่ล่ามก็ขึ้นเป็นช่วงๆแล้วก็จะเลิกเอาดึกๆล่ามก็ทนไม่ไหว พ่อครูว่า...ล่ามสู่คนพูดไม่ได้ล่ามแพ้ (คุณประเทืองธรรม)...ถึงแม้จะมีล่ามแต่ไม่เคยฟังธรรมมาก็จะสื่อไม่ตรงอีกมันก็เลยมีข้อจำกัด พ่อครูว่า...บางทีก็ต้องมีการเทรนคนที่เป็นล่าม มีปฎิภาณปัญญาก็จะสามารถแปลได้ตรง บางทีมันก็แปลไม่ตรงต้องเก่งพอสมควรถ้าจะว่าไปในการที่จะบรรยายลึกๆธรรมะสภาวะของสายโลกุตระ (คุณเพ็ญเพียรธรรม)...เสนอให้เปิดสอนภาษาไทย (คุณอุ้ย)...อย่างธรรมะที่หมอเขียวฟังจากพ่อท่านแล้วนำไปสอนมันเป็นธรรมะที่ฟังแล้วใช้ได้เลยค่ะเราก็รู้สึกดีแล้วเราก็อยากให้คนอื่นฟัง มีความรู้สึกว่ากว่าที่เราจะเข้าไปให้ถึง พวกที่ไปวัดธรรมดาๆที่มีอยู่ 4-5 วัดที่นี่มันยากนะคะถ้าหากว่าโดยเฉพาะหลักการปฎิบัติวัตรปฎิบัติที่เขาได้รับการสั่งสอนมามันก็ไม่เหมือนกันอย่างโยมเองเมื่อไปเห็นวัตรปฎิบัติแล้วไปสอนเมื่อไปเทียบกับพระที่เราเห็นอยู่ทุกๆวันเนี่ยเราก็อดคิดไม่ได้ว่ามันดีแล้วก็อยากให้คนอื่นฟังอย่างนี้บ้างแต่เราจะไปเข้าอย่างไรเพราะว่า การที่คนที่โน่นจะไปวัดนี่มันก็ยากแล้วจะให้ฟังธรรมมันก็ยากอีกเพราะคนส่วนมากที่โน่นแค่เอาอาหารไปถวายพระแล้วก็กลับ หลับตาก็ยังดีนะ สวดมนต์ก็ยังน้อย ไปปฎิบัติธรรมก็ยิ่งน้อยไปอีก แล้วพอจะมาถึงขั้นนี้ไม่รู้จะ พ่อครูว่า...ที่จริงมันเป็นขั้นตื้นเลยนะของเราไม่จำเป็นจะต้องเข้าวัดไม่จำเป็นต้องไปนั่งหลับตาไม่ต้องไปทำอะไรของเขาไม่ต้อง ทำได้เลยก่อนอื่นด้วยจริงๆมันลึกจนเข้าไปอยู่ข้างนอกเลย (คุณอุ้ย)...มันเลยเหมือนว่ามาที่นี่ไม่เหมือนได้เข้าวัดยังไงคะ มันเหมือนกับเราไม่ได้ปฎิบัติธรรมน่ะค่ะ (คุณประเทืองธรรม)...เหมือนเมื่อคืนท่านถักบุญสอนธรรมทานเหมือนทานที่ยิ่งใหญ่ที่สุด พี่เขาได้ความตามที่เข้าใจมาว่าแจกหนังสือคือเป็นธรรมทาน (คุณอุ้ย)...เพราะว่าคือเวลาที่เขาแจกหนังสือธรรมะกันเขาจะบอกว่าเป็นธรรมทานและเป็นทานที่ยิ่งใหญ่ทุกคนก็จะพิมพ์หนังสือแล้วก็มีชื่อของตัวเองอยู่ข้างหลัง พ่อครูว่า...เป็นทานตะกละทั้งนั้นเลย ทานมันต้องให้ไปเอาได้อย่างไรมันต้องออก ทานก็ต้องรู้จิตว่าจิตของเรา ภาษาวิชาการเขาก็คือมนสิการหรือมนสิกโรติ จะต้องทำใจในใจของเราว่าเอ้อใจของเราต้องให้นะไม่ใช่ให้ด้วยกายด้วยปากแต่ใจให้ ใจมันเอาออกสละไปต้องทำใจอย่างนี้ให้ได้จึงจะเรียกว่าทาน เมื่อให้ด้วยมือด้วยปากแต่ใจมันมีสวรรค์วิมานจะเอาโน่นเอานี่ ขี้โลภความอยากได้เอามาเป็นของตนเพราะฉะนั้นใจของคุณไม่ได้มีทานเลยมีแต่ความขี้โลภเต็มบ้องเลยมันจึงไม่เกิดผล ทานจึงมีแต่รูปโชว์อวดอ้างเท่านั้นเองเพราะฉะนั้นผู้ที่มาเป็นผู้รับทานเรียกว่าปฎิคาหกทายกผู้ให้ ผู้รับทานก็เลยสบายเลยทุกคนก็จะให้ๆแข่งกัน ให้มากโชว์ หลง หนึ่งโชว์ สองหลงว่าวิมานใหญ่วิมานมากวิมานโตซึ่งมันไม่มีอะไรเลยจริงๆ nothing มันเฟ้อฝันเฟ้อพกไม่เข้าเรื่องเลยสุดท้ายก็พากันหลงใหลว่านี่เป็นศาสนาอีกโอ้ยหมดเลย อาตมาว่าพระพุทธเจ้าท่านขยายดีนะยังมีในพระไตรปิฎกทานสูตร ทานต้องไม่มีสาเปกโข เขาไม่รู้เรื่องไม่เข้าใจกันแล้วทั้งๆที่หลักฐานมันมีอยู่ในพระไตรปิฎก เขาไม่รู้จักสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการทำใจในใจ ทุกวันนี้เขาทำใจในใจกันไม่เป็นแล้ว ไม่มีความสามรถปฎิภาณปัญญาเข้าไปล้วงเข้าไปถึงใจตัวเองรู้ใจตัวเองแล้วก็จัดการใจตัวเองเรียกว่าอภิสังขารให้เป็นไปตามที่เราเข้าใจจนกระทั่งเก่งเราจัดการกับใจของเราได้ เก่งจนเราสามารถแยกในใจของเราให้ได้ว่าไอ้นี่กิเลสตัวที่เราไม่ต้องการไอ้นี่คือตัวฐานจิตที่แท้จริงแล้วก็กำจัดกิเลสที่ไม่ใช่จิตที่แท้จริงออกไปจากจิตที่แท้จริง จิตที่แท้จริงจึงสะอาดได้ต้องรู้จิตอย่างนั่นนี่เขาไม่ได้เรียนเข้าไปขนาดนั้นเลยเดี๋ยวนี้ ไม่มีคนรู้ที่จะสอนอย่างนี้ด้วย มันเสื่อมหมดแล้วอาตมาจึงว่าพวกไม่รู้เรื่องมาตรวจอาตมาว่าพูดเหมือนรู้อยู่คนเดียวคนอื่นผิดหมดอาตมาว่าโอ้ยคนพวกนี้น่าสงสารเขาไม่เชื่อว่ามันผิดหมดจริงๆแล้วไม่มีใครรู้อาตมาพยายามอธิบายมันก็รู้สึกว่ามันยังไม่ถึง อาตมามาเกิดในยุคนี้เป็นคนเดียวที่มาอาตมาถึงยากๆแล้วก็มาตามหาลูกหาหลานก็ยังดีมีลูกหลานเข้ามาเอาเข้ามาเป็นมวลไม่เช่นนั้นนอาตมา lonely น่าดูเลยยังมีลูกหลานเป็นรั้วเป็น buffer ให้ (ท่านแสนดิน)...เขามีหนังเรื่อง home alone เราเป็น temple alone (คุณประเทืองธรรม)...พี่ๆที่เขามาจากกอเมริกาเขาจะมาเป็นตัวยืนยันให้พ่อด้วยว่าสิ่งที่พ่อสอนไปมันบังเกิดผลอยู่ก็เลยมาหาพ่อ พ่อครูว่า...อาตมาว่าทางโน้นนะจะเข้าใจได้เร็วกว่าเมืองไทย มันทุกข์อย่างหนึ่ง อีกอย่างทางโน้นเขาสอนเหตุผลเยอะเขาไม่ติดไม่ยึดมั่นเหมือนคนไทย คนไทยเกาะยึดอาจารย์เกาะยึดประเพณีเกาะยึดองค์รวมของส่วนใหญ่ของประเทศมันไปทางโน้นหมด ทางเรานี่จะเป็นฝุ่นละออง มันก็เป็นเรื่องเห็นว่าไร้สาระของเขาเป็นกอบเป็นกำเป็นก้อนเป็นแก่นเกาะกันแน่นมันจึงตีแตกยากมากเลยแต่อาตมาพูดนี่ไม่ได้ท้อนะเพราะอาตมารู้อยู่ว่าจะมาสู้อันนี้ ปางนี้อาตมายากมากเลยแต่ลึกๆก็รู้สึกว่าสนุกนะ รู้สึกหมันเขี้ยวแหม...ทำไมมันยิ่งมันดักดานโง่นัก มันแก้ยากเหมือนแม่ที่มีลูกดื้อด้านแบบนั้นแหละ ทำไมมันเข่นยังไงมันถึงจะแก้ไขได้ (คุณแก้วพุทธ)...เขายึดถือจนเป็นความจริงแล้วเราจึงไม่สามารถบอกสังคมได้ว่าหลับตามันก็ทางหนึ่งนะเหมือนเสื้อเหลืองกับเสื้อแดงน่ะพ่อว่าเขาไม่ได้จะตีกลับมาแรงมาก พ่อครูว่า...ใช่มันหลงใหลติดยึดมากมาย (ท่านเดินดิน)...ถ้าคนไม่คิดจะเปลี่ยนโลกไม่รู้จะพูดไปทำไม พ่อครูว่า...ใช่ เราคิดจะเปลี่ยน ไอ้อย่างนั้นน่ะเรารู้เราผ่านมาแล้วเราเป็นได้เราไม่ได้ประหลาดอะไรหรอกแต่อย่างนี่มันเหนือกว่า พอเสนออย่างนั้นอย่างนี้เขาก็รู้ไม่ได้มันมีขีดขั้นของความรู้ที่เรียกว่าปัญญาเนี่ย ความรู้อย่างนั้นมันอยู่ในกรอบออกนอกกรอบไม่ได้จึงเรียกว่าเทวนิยม มันมี cyclic อันนี้ เพราะฉะนั้นคุณมีพลังมีหน่วยกลางมีแรงดูดเหมือนกับทางวิทยาศาสตร์ คุณจะออกจากแรงดูดของ cyclic นี้คุณต้องมีแรงมากพอที่จะทำองศาหลุดออกไปได้เพราะฉะนั้นกว่าเขาจะเอาจะเอาจรวดไปนอกโลกได้เขาจะต้องรู้จุดนี้ฉันเดียวกัน อันนี้ก็เหมือนกันจะไปรู้โลกุตระคุณจะต้องรู้ว่าอ้อมันมีอีกโลกหนึ่งนะสามารถออกไปได้คุณจะมายึดว่าไม่มีอีกโลกหนึ่งนะคุณก็โง่ดักดานอยู่ในโลกลูกนี้ เหมือนที่เชื่อว่าโลกแบนก็ไม่เชื่อว่าโลกกลมง่ายๆต้องเก่งพอสมควรจึงจะยอมรับว่าโลกกลมก็ถูกฆ่าตายไปเสียเยอะแล้ว (คุณประเทืองธรรม)...แม้แต่รูปธรรมที่พ่อสร้างมันก็ต่างจากที่เขามี อย่างพี่อ็อดเขาก็กลับไปเล่าให้ฟังว่าที่นี่ไม่มีอะไรหรูหราเลยมันเป็นความเรียบง่ายที่เขาสัมผัสได้เทียบกับที่เขาไปเห็นมามันหรูหรา อันนี้เป็นรูปธรรมไม่ใช่นามธรรมอย่างนี้เขาก็สะดุดแล้วพ่อ สิ่งที่พ่อสร้างน่ะเอ๊มันมีอย่างนี้ด้วยเหรอเขาประทับใจมาก (คุณอุ้ย)...เขาประทับใจนะครับ ทีแรกโยมไม่ได้คิดว่าโยมจะได้มาถึงที่นี้ได้เจอกันที่ร้อยเอ็ด พี่อ็อดเป็นคนเคี่ยวเข็ญให้โยมมาบ้านราชเดิมกะจะมาเที่ยวหน้าแต่พี่อ๊อดบอกให้มาเลยดีออก โยมก็เลยมาแบบไม่ได้เตรียมตัวเลย พ่อครูว่า...ไม่ต้องเตรียมตัวหรอก (คุณประเทืองธรรม)...แล้วพี่อ๊อดเขามาอย่างไม่มีใครรู้เลยมาถามแล้วก็มาถึงชั้นสี่เลยอย่างพี่ๆนี่หนูพามา พี่อ๊อดนี้บุกถึงที่เลยเพราะศรัทธามากอยากเจออยากเห็นพวกหนูยังตกใจว่าอ้าวมาถึงได้อย่างไร คงอยากรู้ว่าอาจารย์ของอาจารย์หมอเขียวจะขนาดไหน (คุณอุ้ย)..เวลาอาจารย์หมอเขียวจะไปพูดบรรยายธรรมะจะบอกว่า นี้เพิ่งฟังธรรมะจากท่านพ่อมาแล้วก็จะมาขยายความต่อเพราะว่าพวกเราฟังแล้วจะไม่ค่อยรู้เรื่อง ภาษาบาลีมันยาก พ่อครูว่า...อาตมามันจนแต้มต้องอาศัยภาษาบาลีเป็นตัวหลักเพื่อข่มนามนักรู้ของส่วนใหญ่เขาเถระสมาคมอะไรพวกนี้ พวกเขาหาว่าอาตมาเป็นคนไม่รู้เรื่องไม่มีหลักอะไรไม่มีแกนอาตมาจึงจำเป็นต้องอาศัยบาลีโหนพวกนี้เพราะเขาศรัทธาหลักวิชาที่พวกเขายึดถือ ไม่เช่นนั้นพวกเขาก็จะเข้าใจว่าพวกเรากะเลวกะลาดไม่มีไม่รู้จริงอะไรต่ออะไร เราก็ต้องเข้าหาพวกนี้เขาก็จำนน เขาก็ยอมแพ้สิ่งนั้นเยอะ เขาตีไม่แตกด้วยซ้ำไป เขาเข้าใจละเอียดไม่ได้เพราะเราขยายความยืนยันอะไรขึ้นมาเขาอ้อเขาเพิ่งจะเข้าใจเขาก็เลยจำนนว่าอันนี้ ทุกวันนี้ที่เงียบได้ไม่มาโต้แย้งทำลายอะไรเรา เราทำอะไรไปก็เงิยบไม่มี effect อะไรเลยเพราะว่าจำนนต่อความจริงแต่ก่อนนี้น่ะเขาตีทิ้ง ไม่ยอมฟังกันเลย ไม่ยอมรับเข้าไปให้วินิจฉัยอะไรเลย มาพับตีทิ้งๆมันก็ไม่รู้เรื่องมันก็ไม่ได้วิจารณ์ไม่รู้เรื่องอะไร แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แล้วคนก็ต้องใช้ความเป็นตัวตนของตัวเองบ้าง เขาก็ต้องเลยต้อง ตัวอัตโนมัติของจิตคนเนี่ยมันสามารถที่จะแยกแยะวินิจฉัยพิจารณาได้มันมีตัวนี้ช่วยทุกคนบ้างมากน้อยบ้างนอกจากจะปิดกั
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive