สื่อธรรมะพ่อครู(ศิลปะโลกุตระ) ตอน มงคลอันอุดมคืออย่างไร.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์11 KB
วันที่แก้ไข17 สิงหาคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(ศิลปะโลกุตระ) ตอน มงคลอันอุดมคืออย่างไร พ่อครูว่า...เจริญธรรมทุกคน ชีวิตก็ยังมีอยู่ ยังไม่ตาย พูดก็ยังได้อยู่ กำลังวังชาก็ยังนำมาใช้ ใช้กำลังมาปรุงแต่ง คิดอ่าน สาธยาย สิ่งที่ควรสาธยาย ก็ยังทำได้อยู่ อาตมานึกเมื่อกี้นี้แวบหนึ่ง เกิดมาอายุ 80 กว่าแล้ว ก่อนจะถึงอายุ 80 อยู่ทางโลกมา 36 ปี เราก็มีชีวิตทำมาหากิน แบบมนุษย์โลกเขาไป แต่เราก็เลิกมาทำงานทางนี้ตั้ง 47 ปีแล้ว ยาวนานกว่ามีชีวิตทางโลก อยู่ทางโลกมา 36 ปีก็เบื่อ เลิก ไม่ทำงานแบบนั้นแล้ว ไปแข่งขันแย่งลาภยศ ขอส่วนแบ่ง ลาภยศสรรเสริญ แม้แต่ไม่เรียกว่าแบ่งก็ตามในโลกียสุข มาบำเรอตนก็ต้องไปเอามาจากโลกเขา มาสัมผัส ตาหูจมูกลิ้นกาย มาเสพ ก็หลงตามโลกเขาไป 36 ปี ที่จริงก็รู้ตัวก่อน 36 ปี เพราะปฏิบัติธรรมก่อนอายุ 36 ปี ตั้งแต่อายุ 30 กว่าๆ ปฏิบัติและเห็นจริงเห็นจัง ว่า เรามาเสียเวลาอยู่ทางโลก หลงโลกตั้ง 36 ปี ไปเป็นตัวแย่งเขาให้เขาเดือดร้อน แต่ถ้าเราไม่ไปแย่ง ก็ปล่อยไป มาทางนี้มาบอก บอกอะไร บอกทุกคนว่า ชีวิตนี้ ชีวิตก็มา แย่งชิงลาภยศสรรเสริญ โลกียสุข ได้มาก็ผ่านไป ยึดมั่นถือมั่น สารพัด ยิ่งมามองเห็นว่า ถ้าเรายังจะไปทำอย่างที่เขาทำอยู่ สมมุติว่า อาตมาอยู่ก็ทำงานทำการ ล่าลาภยศ สร้างความร่ำรวยมั่งมี อาตมาก็คิดว่า คงจะร่ำรวยมั่งมีพอได้ เพราะอยู่ในระยะแรกเริ่ม บุกเบิกเรื่องธุรกิจบันเทิง อาตมาชอบทุกอย่างในธุรกิจบันเทิง จะเปิดเป็นบริษัทใหญ่เลย เหมือนกับสำนัก แกรมมี่ RS อะไรของเขา อาตมาก็ทำหนังสือพิมพ์ด้วย สารพัดหนังสือ ไม่ว่าจะเป็นเชิงข่าว เชิงขายนวนิยายก็ชอบ ก็คงทำสำนักงานใหญ่ ตั้งชื่อ สำนักงานหัวใจสีชมพู ออกแบบโลโก้ไว้ ทุกวันนี้ ใช้มาเป็นโลโก้ของบุญนิยมทีวี เป็นรูปหัวใจอยู่ตรงกลาง แต่ชมพูจัดจังเลย ชมพูแดง แล้วมีความเป็นไท

อ่านต่อ

ยมีลายไทย มีความหมายของสุญญตาอยู่ตรงกลาง เป็นรังสีสุญญตา ออกจากหัวใจให้แก่โลก จากหัวใจเราไปสู่โลก ก็ออกแบบไว้อย่างนี้ ตั้งแต่ตอนโน้น ในโลกก็ต้องมีศิลปะ ศิลปะ พระพุทธเจ้าตรัสว่าเป็นมงคลอันอุดม เอตัมมังคะละมุตตะมัง อาตมามีลุงหมอสุรินทร์ พรหมพิทักษ์ เอาอาตมาไปให้สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ตั้งชื่อให้ ท่านก็ตั้งให้ว่าชื่อมงคล คือสิ่งนำพาไปสู่ความเจริญสูงสุด อาตมาก็มั่นใจว่าอาตมาเข้าใจ รู้ โลกุตระคืออะไร ยังนึกอยู่เลยว่า ทำไมชีวิตนี้เราต้องไปเรียนศิลปะ น่าจะไปเรียนอะไรเยอะแยะ แต่ตอนนี้รู้แล้วว่าทำไม แล้วก็นำความหมาย หรือสภาพที่ประกอบความเป็นศิลปะมาใช้ นำพาไปสู่อุตมะหรือโลกุตระ อุดร คือสิ่งสูงสุด จนอาตมาใช้คำว่า ศิลปะโลกุตระ เป็นศิลปะที่มีความหมาย ในโลกนี้ไม่มีคนรู้จัก ว่าศิลปะเป็นโลกุตระอย่างไร มีด้วยหรือ ศิลปะที่เป็นโลกุตระมีด้วยหรือ อาตมาเคยพูดหลายทีแล้ว ศิลปินแห่งชาติ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ เราแสดงนิทรรศการศิลปะที่ชั้นสองพระวิหารพันปี เราก็เชิญเขามาดู อาตมาก็ได้ยินกับหู เขาก็พูดเปรยออกมาว่า ศิลปะมีโลกุตระด้วยหรือ? อาตมาก็ว่า ศิลปิน ที่ได้รับการยกย่อง เป็นศิลปินแห่งชาติ คนอื่นๆก็ดี ก็คงคิดเช่นกันว่า ศิลปะมีโลกุตระด้วยหรือ? อาตมาแบ่งชั้น คนที่เขาคิดว่าเป็นงานศิลปะ เขาคิดว่านะ แบ่งไว้ 5 ชั้น ความจริงมันไม่ใช่ศิลปะมาตั้งแต่ชั้นที่ 1 คือ 1. ลามก งานที่ทำเป็นงานลามก มอมเมาเลอะเทอะ จิตผู้รับสัมผัสแล้ว นำไปสู่อบายหลงใหลโลกียะ ทั้งลาภ โลกธรรม ด้วยกาม ด้วยอัตตา เช่น อัตตา แปลว่าตัวตน เสร็จแล้ว คนที่เป็นศิลปินเป็นคนที่มีอัตตาสูงมาก นึกว่าตนเองอยู่ในภพชาติตนเอง กำหนดหมาย ว่าต้องได้อย่างที่ตนคิดอย่างนั้นอย่างนี้ แสดงจิตเจตนารมย์ จินตนารมย์ก็ได้ ของผู้ที่เขานึกว่าเป็นศิลปิน แสดงออกด้วยองค์ประกอบเส้นแสงสีเสียง ที่เอามาใช้ เดี๋ยวนี้ มีองค์ประกอบมากมายมีวัตถุด้วย แต่ก่อนแค่จิตรกรรม เส้นแสงสี แต่ถ้าปฏิมากรรมก็เป็นวัตถุขั้นมา ถ้าสถาปัตยกรรมก็เป็นอาคารสถานที่ใหญ่โต ถ้าเป็นวรรณกรรมก็สื่อสารทางภาษา ร้อยเรียงเพื่อจะนำพา ไปให้เกิดจิต ผู้ทำ ผู้ที่เป็นศิลปิน ถือว่าเป็นผู้สร้างงานจะมีเจตนารมย์ จินตนารมย์ สื่อออกไปด้วยฝีมือ การเขียน ปั้น สร้าง แล้วแต่เขาจะประกอบงานของเขา ให้คนสัมผัส แล้วแต่คนจะนึกคิดไปอย่างไรก็ได้ ที่หมายของเขานี่แหละ บางคนที่นึกว่า ตนเองเป็นศิลปินเป็นผู้สร้างงาน แต่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่า งานที่ตนเองทำมานี้ เป็นงานศิลปกรรม วรรณกรรม สถาปัตยกรรม คีตกรรม นาฏกรรม Music and drama ก็ตาม เขาก็สื่อออกมาเพื่อให้คนบริโภคสัมผัสแล้วเกิดชอบใจ ถ้าเกิดพอใจชอบใจ ได้คิดค้นวิธีการต่างๆประกอบออกมา เพื่อให้คนสัมผัสแล้วก็เกิดความรู้สึกประทับใจ จริงๆแล้ว ศิลปะที่เป็นมงคลอันอุดมนั้น ทำออกมาให้เกิดความรู้ ศิลปะนั้นต้องต่อมาจากความรู้ ถ้าไม่มีความรู้ งานนั้นไม่ใช่ศิลปะเลย ศิลปะต้องมีความรู้เป็นรากฐาน เป็นแกน เสร็จแล้ว แกนรากฐานของงานเราเรียกว่าสารศิลป์ แล้วให้คนมาสัมผัสชม บริโภค แล้ว ในตัวศิลปินจะต้องให้มีสุนทรียศิลป์ประกอบกัน เพื่อที่จะชี้ชวนนำพา เหมือนดอกไม้จะต้องมีสี มีกลิ่น ชี้ชวนให้แมลง ลงมาตอม เพื่อให้เกิดสัมผัสเอาเกสร ไปแพร่พันธุ์ สุนทรียศิลป์คือสิ่งชี้ชวน เหมือนกับคนต้องรู้ว่าเราจะทำอะไรออกมา จะทำยาเพื่อรักษาโรคนี้ จะสร้างยาออกมาแล้วเป็นสารศิลป์ไม่มีองค์ประกอบของสุนทรียศิลป์ มีแต่สาระ ก็เลยกินยาก คนไม่สนใจไม่อยากได้ เขาจะต้องมีสีมีกลิ่นมีน้ำตาลอะไรพวกนี้ อาศัยสิ่งประกอบ ปรุงแต่ง เพิ่มเติมเพื่อให้คนรับสาระนี้ได้ คือศิลปินจริงๆ มีความรู้ที่เราจะต้องการสื่อสาร ทำยานี้เพื่อรักษาโรคอะไร ของพระพุทธเจ้านี้รักษาโรค ทุกข์อริยสัจ คือให้ธรรมะ รักษาทุกขอาริยสัจ คือศิลปะ ทุกวันนี้ ศิลปินหรือศิลปะที่พูดกันทั่วโลก มันไม่ได้อยู่ในแนวของศาสนาพุทธเลย มันแตกแขนงทางเทคนิคทางความคิด เป็นเทคนิคทางความคิด แตกออกไปเพื่อจะสร้างอะไรก็แล้วแต่ ตามเจตนารมย์ จินตนารมย์ของตัวเองเท่านั้นเอง แล้วเรียกชื่อ ศิลปะเชิงต่างๆเละเทะเยอะแยะไปหมด เป็นสิ่งที่มอมเมามนุษย์ในโลก ไม่ใช่ศิลปะ แต่เป็นศิลเปรอะ คนก็ถูกครอบงำความคิดว่าเป็นศิลปะ ก็เกิดความชอบใจ จะต้องซื้อและเอามาเป็นของฉัน ใช้จิตวิทยาซื้อมาราคาแพง ได้ราคาแพงเท่าไหร่ก็ยิ่งดี เอาไปประมูลกัน การประมูลคือการสร้างจิตวิทยา ศิลปะราคาแพงคือการสร้างราคาขึ้นมา เสร็จแล้วกลายเป็นอันนั้นเป็นตัววัดค่าว่าเป็นศิลปะสูงค่า มันออกนอกสัจจะสาระ อะไรออกไป มันผิดไปจากเจตนารมย์มงคล อาตมาเอง เรียนศิลปะมา แล้วก็ทำงานทุกวันนี้คือทำงานศิลปะ 100% ทำงานศิลปะที่เป็นมงคลอันอุดม ศิลปินจริงๆต้องรู้สารศิลป์ของตนเองว่า เราจะเอาอะไรออกมาให้คนสัมผัส แล้วเขาจะได้บรรลุสาระอันนั้น นอกนั้นเป็นส่วนประกอบสุนทรียศิลป์ ให้คนรู้สึกชวนดู วิธีชวนดูก็ใช้สีสันเส้นแสง โดยเฉพาะเรียกว่าความแปลก ที่คนสนใจว่าแปลกดี สนใจอะไร? ก็คือสุนทรียศิลป์ คือสิ่งที่ชี้ชวนให้คนมาชม ชมแล้วได้สาระไหม ถ้าได้สารศิลป์เพลงเพียงพอ ได้ประโยชน์เพียงพอ สาระนั้น ถ้านำไปสู่การบรรลุธรรมสูงสุดนั่นแหละ คือนิยาม ศิลปะคือมงคลอันอุดม สิ่งที่นำพาไปจูงนำไปสู่จุดสูงสุด สิ่งที่นำพาไปนี้ ภาษาอังกฤษคือ คอนเวอร์เจนซ์ Convergent ให้ไปสู่จุดสำคัญสูงสุด Interest point อาตมาใช้ทั้งจิตรกรรม ประติมากรรม สถาปัตยกรรม วรรณกรรม คีตกรรม นาฏกรรม ทั้งหมด มารวมการใช้พร้อมทั้งเอาคน มาเป็นวัตถุดิบ ในการทำงานศิลปะ รวบรวมทั้งแผ่นดินอาณาเขต ดิน น้ำ ลม ไฟ ต้นหมากรากไม้ ภูเขาลำธาร เอาทั้งหมดมาสร้างองค์ประกอบศิลป์ เพื่อให้เกิดการบรรลุทางจิตของแต่ละคนให้ได้ นี่คือศิลปะที่อาตมาทำ งานที่อาตมาทำ เพราะฉะนั้นอาตมาจึงไม่ต้องเขียนเอง ไม่ต้องปั้นเอง ไม่ต้องสร้างพวกนี้ออกแบบสถาปัตย์เองวรรณศิลป์เอง ก็ไม่ต้องเขียนเอง พวกเราช่วยกันเยอะแยะทั้งพูดทั้งเขียน แล้วก็มีทั้งดนตรีการ มีทั้งท่าทีลีลา ดรามาติค ต่างๆ แสดงออกไป แล้วได้ผลไหม? ก็ได้ผล ได้ผล ผลคืออะไร ลดกิเลส จะมีมหาวิทยาลัยไหนในโลกที่เขาสอนกัน มหาวิทยาลัยทางศิลปะและเขาสอนกันว่า ทำงานออกไปแล้วให้คนมาลดกิเลสได้ นี่นะ จะมีมหาวิทยาลัยไหนในอเมริกาที่สอน จบดร.อเมริกามา มีไหม เรากำลังขอเขาตั้งมหาวิทยาลัย เรากำลังให้การศึกษาเพื่อให้เกิดผลต่อชีวิตจริงๆ นำไปสู่จุดสูงสุด ซึ่งวิชาการเหล่านี้คือวิชาการของพระพุทธเจ้าท่านสอนไว้ ท่านมีทฤษฎีความรู้วิชาการทั้งหมด เดี๋ยวนี้ได้บันทึกไว้เรียกว่าพระไตรปิฎก มี 45 เล่ม ยังเอามาใช้ไม่หมด อาตมาจะตายอีก 8 รอบ ก็ยังใช้ไม่หมด แต่ไม่รู้ว่าจะตายตอนแรกเมื่อไหร่ ยังใช้ไม่หมด ร่ายไปบรรยายไป ยาวมาก แต่ที่จริงไม่มีอะไรเลย บรรยายอะไรมากมายคือเพื่อให้ผู้คนสูญ สูญคือไม่มีอะไร 600802_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ศิลปะในการประกอบบุญ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน