การตัดรอบ “อรหันต์” ในระดับต่างๆ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.88 KB
วันที่แก้ไข18 กรกฎาคม 2565

เนื้อหาในไฟล์

การตัดรอบ “อรหันต์” ในระดับต่างๆ _พ่อครูว่า... ถ้าเข้าใจสภาวะธรรมขั้นตอนละเอียดอย่างที่อาตมากล่าวนี้ แล้วคุณทำได้ตามลำดับจะสั้นเป็นอรหันต์ในตัวง่ายๆ แต่นี่ก็ขนาดนี้ โสดาบันเราก็ยังไม่ชัด สกิทาคามีก็ยังไม่ชัด อนาคาก็ยังไม่ชัด อรหันต์ก็พอรู้แต่ยังไม่ชัด แล้วมีสภาวะจริงด้วย สภาวะจริงของอรหันต์ในโสดาบันมีจริงหรือไม่ สภาวะจริงของอรหันต์ในสกิทาคามีมีจริงไหม อรหันต์ในอนาคามีจริงไหม คือ ภพชาติทางกามภายนอก เราไม่มีแล้ว เราเหลือแต่ภายใน ทางกายไม่มีการเสพสุขแล้วทางกายภายนอก เหลือแต่ว่ามันสุขในภายใน สุขทุกข์อยู่ภายใน มันยืนยันได้ พิสูจน์ได้ ศึกษาได้ อ๋อ!.. เราเองขึ้นภูมิอนาคาฯ แล้วนะ อันนี้มันยาก ผู้เป็นอนาคาฯจะตัดรอบนี้ยาก ยากตรงไหน? ยากตรงที่ว่า คนที่แม้จริงๆแล้วตัดขาดได้แล้วข้างนอก พูดง่ายๆ 1. ไม่สมสู่ในเรื่องเพศทางผู้ชายผู้หญิงแล้ว ตัวเองก็ไม่ได้ใฝ่หา แล้วรู้สึกจะละอายมากถ้าจะมี จนถึงขั้นรังเกียจด้วย ถ้ารังเกียจแล้วจะทุกข์แต่ละอันนี้จะเห็นโทษเห็นภัย ไม่เอาแล้ว ไม่เอาตรงที่ว่า คุณไม่รู้ว่าคุณมีสัญญา จริงๆข้างนอกคุณไม่เอาแล้ว แต่ภายในสัญญามันจำได้ว่าเป็นสุขหรือเคยเข้าใจว่ามันสุขมันทุกข์ คุณก็วนเวียนอยู่กับสัญญา แล้วคุณก็หลงว่าสัญญานั้นคือปัจจุบัน ซึ่งมันไม่ใช่ มันเป็นอนาคตหรือเป็นอดีตที่คุณมีมา แม้ชาตินี้คุณจะไม่เคยแต่งงานไม่เคยสมสู่เลยก็ตาม สัญญาเก่าที่คุณมีมาแต่ปางบรรพ์ตั้งแต่เมื่อไหร่ มันมีอยู่ มันก็มาวนเวียนอยู่ในสัญญาอยู่นั่นแหละและไม่รู้จักสัญญา ว่า สัญญามันไม่ใช่เป็นปัจจุบันข้างนอก มันเป็นสัญญาในอดีตหรืออนาคตในทิฏฐิ 62 นั้น แต่คุณไม่รู้ตัวคุณเข้าใจทิฏฐิ 62 ไม่ได้ ว่านี่เป็นสัญญาของอดีต สัญญาของอนาคต เท่านั้นเอง ตัดรอบไม่ได้ ก็ไม่รู้ว่า จริงๆเราไม่มีแล้วข้างนอก พู

อ่านต่อ

ดอย่างนี้ขึ้นไปพวกเราจะรู้สึกตัวเองได้ไหม ตรวจตัวเองได้ไหม คนที่รู้จักอนาคาฯจริงๆ ก็จะรู้ว่า มันหมดจริงๆ มันไม่มีความสุขความทุกข์กับการสัมผัสภายนอกหรอก เพราะฉะนั้นคนที่ไม่สุขไม่ทุกข์ในสัมผัสภายนอก อย่าว่าแต่เรื่องสมสู่ทางผู้หญิงผู้ชาย ทางคู่สมรสเลย หรือไม่คู่สมรสก็ตาม แม้แต่ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ตาหูจมูกลิ้นกาย สารพัดที่เราจะสัมผัส เราก็จะเกิดรสกลางๆ เราจะอ่านได้ว่า แต่ก่อนมันจี๋จ๋า เมื่อสัมผัสกับสิ่งที่เราชอบอันนั้นอันนี้ เราติดใจในสภาวะของมัน สภาวะรูปสวยงาม ไม่สวยงาม สภาวะเสียงไพเราะไม่ไพเราะ แต่ก่อนนี้ก็แบ่งแยก แล้วก็อยากได้ชนิดที่เราชอบ แต่ต่อมาแล้วก็เบาบาง เฉยๆ ไม่กระดี๊กระด๊า เขาตื่นเต้นดีใจเมื่อได้สิ่งที่เขาชอบที่เขาสมใจ ไม่ว่าจะเป็นรูป เสียง กลิ่น รสทางลิ้น ทางลิ้นนี่แหละ จะต้องพิสูจน์ง่ายที่สุด เพราะคุณต้องกินตลอดเวลา อ่านมันได้ละเอียดลออเสมอจนกระทั่งรู้ว่า อ๋อ!.. มันติดในรส สัมผัสภายนอกที่มันละเอียด อย่างนี้จริงๆ จนกระทั่งใครสามารถรู้รส ว่า รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส โผฏฐัพพะ ก็แล้วแต่ เอาลิ้นนี้กินอาหาร เป็นตัวตัดสินได้ง่ายเลยว่า คุณสัมผัสรสของกินของอะไรต่างๆ คุณจะรู้รสความจริงเท่านั้น รสหมากเวอ (มะนาวใหญ่) มันเปรี้ยว คุณแตะเข้าก็เปรี้ยว แต่คุณไม่ชอบไม่ชัง รสของอินทผาลัม มันมีฝาดกับหวานไม่มีเปรี้ยวเลย คนชอบก็ชอบคนไม่ชอบก็เฉยๆ คุณจะรู้ว่าจิตของคุณเฉยๆ คุณรู้ความจริงว่ารสมันเป็นรสเปรี้ยว รสฝาด รสหวาน ก็เฉยๆ รสน้ำตาลมันหวานก็รู้เฉยๆ รสพริกมันเผ็ด ก็รู้ความจริง แต่จิตของคุณไม่มีเวทนาที่ขึ้นๆลงๆ เวทนาของคุณจะเป็นกลาง รู้ความจริงเท่านั้น ไม่ผลักไม่ดูด เวทนาของจิตของคุณจะเป็นกลางๆ แต่รู้ความจริงตามความเป็นจริง สกิทาคามี โสดาบัน จะยังไม่มีรายละเอียดมาก แต่อนาคามีจะมีรายะลเอียด รู้เข้าใจ รสเฉยๆ จิตกลางๆ จิตไม่ผลักไม่ดูด จิต ไม่สุขไม่ทุกข์เลย ไม่มีรสอร่อยหรือไม่อร่อย อาจไม่อร่อยสำหรับจริตนิสัย หรืออวัยวะไม่รับ อย่างอาตมาเผ็ดนี่ไม่รับเลย ไอ แสบทรมาน เผ็ดนี่เลิกกันเลยอย่างอื่นรับกันได้ คุณก็จะเรียนรู้ เวทนาหรือความรู้สึกพวกนี้ แล้วจะตัดสินได้ว่าเราเป็นอนาคามี เป็นอรหันต์ คุณจะแยกออกเลย ว่ามันมีหรือไม่มี ต้องสัมผัสอย่างลืมตา ไปหลับตาแล้วจะบรรลุอรหันต์จะมีนิพพาน ไม่ได้เลย พูดเมื่อไหร่พวกหลับตาจะเลิกทิ้งมาเสียที ไปเสียเวลาเป็นชาติ แล้วสั่งสมความโง่ อวิชชา ที่ไปหลงติดยึดพวกนี้ไป ไม่รู้สักกี่ชาติ มันน่าสงสาร ทำอย่างไรจะช่วยคนเหล่านี้ได้ หอกแทงด้วยปาก ให้รู้ตัว เช้า 100 เล่ม กลางวันอีก 100 เล่ม เย็นอีก 100 เล่ม ไม่รู้สึกรู้สาอะไร ไม่เข้าใจ ไม่รู้ตัว จะโง่ไปถึงไหน ผู้แสวงหาหรือผู้พากเพียรที่จะค้นให้มันได้ ได้ภูมิธรรม โลกุตรธรรมของพระพุทธเจ้ามันยิ่งน่าสงสาร แล้วเขาก็ไม่ได้กัน นอกจากไม่ได้แล้วไปหลงงมงาย ได้สิ่งที่เป็นอวิชชาสิ่งที่ผิดยึดติดกันไปอีก งมงายเพิ่มเข้าไปอีกไม่รู้กี่ชาติ อย่างมหาบัว เป็นต้น หรือสายนั่งหลับตาก็ตาม สายลืมตาปฏิบัติไปหาทางพระที่ไปเล่าเรียน ไปแสวงหาทาง อาภัสรา ทางสว่าง ไม่ใช่ทางมืดทางดับ มันคนละทางกัน จริงๆแล้วทางสว่างมันยิ่งไปไกล เป็นปากกรวยมากกว่าทางหลับ ทางหลับมัน ดับดิ่งแล้วก็เป็นอสัญญีสัตว์ มันยากนะหนักไปทางอสัญญีสัตว์ หนัก แน่น แข็ง มืด แต่สว่างมันง่าย เบา ว่าง หลงเตลิดเปิดเปิงไปได้ไกลกว่าเยอะเลย น่าสงสารสุดๆเลย ผู้ที่รักในความรู้ ขออภัยอย่างท่านมหาประยุทธ์ ไม่รู้จะทำอย่างไร สุดสงสาร ท่านรู้มากเกินกว่าที่จะปฏิบัติแล้ว ให้ท่านปฏิบัติจริงๆจังๆ เถอะ แล้วท่านจะได้ตัดรอบ จะเอาแค่อรหันต์ ใบไม้กำมือเดียว ไปหลงใบไม้ทั้งป่า มีทั้งป่าในเมืองไทย ป่าอเมซอน มีทั้งป่าที่ไหนๆอีกเจ้าประคุณเอ๋ย แล้วมันจะไปรู้ป่าของโลกที่ไหนอีกเล่า พูดอย่างนี้ก็น่าจะเข้าใจนะ ความฉลาดไม่น่าจะน้อยกว่าที่ไม่เข้าใจได้ มันน่าจะเข้าใจได้ ขออภัยถ้าอาตมายกตัวอย่าง ไม่ได้ไปตั้งใจที่จะข่ม หรือว่าทับถมอะไรหรอก แต่มันเป็นตัวอย่างที่พวกคุณก็ยังยึดถือหรือหลงกันไป ก็เตือนให้ฉุกคิด ให้รู้ว่าอะไรถูกอะไรผิดจริงๆ อาตมาก็เตือนกัน มีจิตเจตนาเตือน ให้ได้รู้ความจริงกัน 650718 คนจนมหัศจรรย์ตามหลักจรณะ 15 รายการ ตุ้ม ตะลุ่ม ตุ้ม ม้ง ครั้งที่ 46

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน