ปฏิบัติลืมตา มีอายตนะ 12 จึงบรรลุธรรมเกิดหมู่กลุ่มสาราณียธรรม.docx
เนื้อหาในไฟล์
ปฏิบัติลืมตา มีอายตนะ 12 จึงบรรลุธรรมเกิดหมู่กลุ่มสาราณียธรรม _พ่อครูว่า... จะพูดถึงอายตนะให้ฟังอีกหน่อย อายตนะในคนก็เป็นธรรมดาธรรมชาติของทุกคน อายตนะคือมีสภาพสัมผัส เมื่อตาสัมผัสรูป หูสัมผัสกับเสียง จมูกสัมผัสกลิ่น(ฆานายตนะ) ลิ้นสัมผัสรส (ชิวหายตนะ) กายสัมผัสโผฏฐัพพะ จิตสัมผัสธรรม คู่ที่ 1 จักขายตนะ (ประสาทตา) กับ รูปายตนะ (แสง สี ที่มากระทบตาให้เห็นเป็นภาพต่างๆ) คู่ที่ 2 โสตายตนะ (ประสาทหู) กับ สัททายตนะ (เสียงต่างๆ) คู่ที่ 3 ฆานายตนะ (ประสาทรับกลิ่น) กับ คันธายตนะ (กลิ่นต่างๆ) คู่ที่ 4 ชิวหายตนะ (ประสาทรับรส) กับ รสายตนะ (รสต่างๆ) คู่ที่ 5 กายายตนะ (ประสาทตามผิวกาย) กับ โผฏฐัพพายตนะ (ความเย็น ร้อน อ่อน แข็งต่างๆ ที่กระทบกาย) คู่ที่ 6 มนายตนะ (จิตหรือใจ ซึ่งเป็นผู้สัมผัสกับความคิด) กับ ธัมมายตนะ (ความคิด ความรู้สึกต่างๆ และสิ่งต่างๆ ที่รับรู้ได้ทางใจ) ถ้าไม่เกิดอายตนะ ในปัจจุบัน แล้วไปนึกคิดในสัญญา มันไม่เกิดกิเลสจริงให้ปฏิบัติ จะไปจมอยู่ในทิฏฐิ 62 ในชาละในข่ายแหที่พันตัวเองออกไม่ได้ อาตมาใช้มนต์คาถาเป่าให้ออกจากข่ายแหให้แล้ว ออกมาสักทีสิ จะไปยอมจมในข่ายแห ไม่ยอมออก โง่จริงๆ อ้างอิงแค่ อปัณณกปฏิปทา 3 ก็ดี. อ้างมรรคองค์ 8 ก็ดี อ้างว่า จะเกิดปัญญาต้องมาลืมตาก็ดี อะไรต่างๆ อ้างความถูกต้องตามธรรมะพระพุทธเจ้าที่จะเป็นพุทธะ ผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบาน อ้างเท่าไหร่เขาก็ฟังไม่ขึ้นสักที แล้วก็ดันจะให้เราหลับหูหลับตาปฏิบัติ ไม่ต้องไปอ่านตามพระไตรปิฎก ทางสายหลับตาเขาทำอย่างนั้นจริงๆบอกว่าไม่ต้องอ่านตำราพระไตรปิฎกหรอก ให้ปฏิบัติไปเลยเดี๋ยวมันก็ขึ้นมาเองปัญญา เขาพูดนอกรีตนอกคำสอนพระพุทธเจ้ามันเป็นบาปนะ เขาไม่กลัวบาปหรอกเพราะคนมันโง่ พูดเท่าไหร่ก็ไม่ฟัง ไม่เข้าหูด้วยนะ พอ
อ่านต่อ
ได้ยินเสียงรีบปิดเครื่องเลยไม่เอา แล้วเมื่อไหร่มันจะได้ขึ้นมา ถ้าเผื่อว่าพวกคุณนั่งหลับตา บรรลุอรหันต์จริง ก็ต้องพิสูจน์คนที่เป็นอรหันต์ได้ ว่าอรหันต์เป็นอย่างไร หรืออริยบุคคล โสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี อรหันต์ พุทธบริษัท 4 เป็นอย่างไร ก็มาดูในชาวอโศกยืนยัน อุบาสก อุบาสิกา นักบวชชาย นักบวชหญิง ยืนยันว่าเป็นอาริยะ แล้วทำให้เกิดสังคมอาริยะที่อยู่กันอย่างสาราณียธรรม 6 นี่อ้างอิงพระไตรปิฎก ฟังออกรู้เรื่องแตกฉานบ้างไหมว่าสาราณียธรรมคืออะไร แล้วเป็นคนมีเมตตากายกรรม เมตตาวจีกรรม เมตตามโนกรรม เป็นคนอย่างไร มาดูสิ มาดูชาวอโศกเมตตากันอยู่กันอย่าง สงบสบาย แล้วลาภที่ได้โดยธรรม ก็เอามารวมกันกองกลางเป็นสาธารณโภคีกินใช้ร่วมกัน ไม่ยึดเอาเป็นของตัวของตน เกิดเป็นคนในชาตินี้พิสูจน์ยืนยันตรงตามคำสอนพระพุทธเจ้าเป็นสาราณียธรรม 6 มีถึงขั้น สาธารณโภคี นอกนั้นก็อยู่ไป มี ศีลสามัญญตา ทิฏฐิสามัญญตา ครบถูกต้องตามสาราณียธรรม 6 เลย เพราะ คนพวกนี้ ที่ทำให้เกิดสังคมสาราณียธรรม 6 ได้ เพราะมีจิต สาราณียะ ปิยกรณะ คุรุกรณะ สังคหะ อวิวาทะ สามัคคียะ เอกีภาวะ มีการระลึกถึงกัน และก็ไม่ใช่ระลึกถึงอย่างโหยหาอาวรณ์ผูกพันไม่ใช่ ระลึกอย่างมีสัมมาทิฏฐิ สัมมาปฏิเวธ มีความรักกันอย่างสัมมา ปิยะกรณะ มีความเคารพกันอย่างสัมมา มีการสังคหะช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ถ้อยทีถ้อยอาศัยช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เป็นพี่เป็นน้องกันทั้งหมด เป็นญาติธรรม จริงๆแท้ๆไม่ใช่เอาภาษามาพูดเฉยๆ แต่มีพฤติกรรมเป็นญาติธรรม เลี้ยงดูแลกันอย่างเป็นญาติ ไม่ว่าคนแก่คนป่วยคนตายก็ดูแลกันหมด มันพิสูจน์ยืนยันได้ สังคมคนอย่างนี้ อยู่กันอย่างเป็นเอกภาพ เอกีภาวะ จริงๆ เป็นปึกแผ่น อยู่กันอย่างสามัคคี ไม่ต้องมีตำรวจมาวุ่นวายในที่นี่เลย ที่จะช่วยมาระงับเหตุการณ์ที่วิวาทกันก็ไม่มี มีแต่ตำรวจมาก็มาปฏิบัติธรรม ซึ่งตรงตามหลักธรรมพระพุทธเจ้ายืนยันพิสูจน์ อธิบายได้ยืนยันได้ แม้แต่สามารถมีขั้นมีชั้นถึง 9 ขั้น เป็นคนเลี้ยงง่าย เลี้ยงง่าย (สุภระ) บำรุงง่าย, ปรับให้เจริญได้ง่าย (สุโปสะ) มักน้อย, กล้าจน (อัปปิจฉะ) ใจพอ สันโดษ (สันตุฏฐิ) ขัดเกลากิเลส (สัลเลขะ) เพ่งทำลายกิเลส มีศีลสูงอยู่ปกติ (ธูตะ, ธุดงค์) มีอาการน่าเลื่อมใส (ปาสาทิกะ) ไม่สะสม ไม่กักเก็บออม (อปจยะ) ตรงข้าม อวรรณะ9 ขยันเสมอ, ระดมความเพียร (วิริยารัมภะ) อาหารยามหิวก็มีอะไรตักแบ่งกันกิน บางคนแก่บ้างป่วยบ้าง คนก็ตักไปเผื่อแผ่กัน ช่วยกันคนละไม้คนละมือ เป็นสิ่งที่น่าเอ็นดูจริงๆ ที่กล่าวนี้ไม่ใช่เกินจริงมีแต่ความจริงจริงๆเลย ซึ่งเราทำสำเร็จอาตมาภาคภูมิใจในธรรมะพุทธเจ้าว่าในยุคนี้ยังปฏิบัติได้ตามพระอนุสาสนีปาฏิหาริย์ของพระพุทธเจ้าอย่างมีมรรคผล ซึ่งคนเขาไม่รู้มรรคผล เขานึกว่ามรรคผลต้องได้แบบ เดียรถีย์ มิจฉาทิฏฐิหลับตาเหมือนสายนั่งหลับตามหาบัว หรือสายธัมมชโยธรรมกายบอกว่านั่นแหละคือผู้บรรลุต่างๆนานาตามมิจฉาทิฏฐิ ได้ยินได้ฟังแล้วก็น่าสงสารจริงๆ แล้วในยุคนี้ คนในยุคนี้แสดงถึงความเสื่อมของศาสนาพุทธ. คนเสื่อมไปจากศาสนาพุทธ มันไม่โงเงย จะมีปัญญารู้โลกุตระได้ทั้งสายพระบ้าน พระป่าทั้ง 2 สายเลย ที่มากมีคนนิยม เมื่อเอาธรรมะโลกุตระมาประกาศสาธยายบรรยายไป ก็มีคนรับได้แค่นี้ มีคนเล็กๆน้อยๆรับได้จำกัดอยู่แค่นี้ ขยายออกยาก เพราะมันเหมือนยอดพีระมิดซึ่งจริงที่สุด มันเป็นความจริงต้องเป็นไปตามสัจจะ ทีนี้เมืองไทยมีโลกุตรธรรม มีบุคคลบรรลุเป็นอาริยบุคคลแท้จริง จึงเป็นประเทศที่มีบุคคลที่เป็นอาริยะจริง จึงเป็นเมืองศิวิไล นายธเนศ เขาร้องเพลง แดนศิวิไลซ์อยู่ที่ไหน ทำอย่างไร จะให้ธเนศเขาได้ฟังได้ยินว่าเมืองศิวิไลอยู่ที่นี่ ไม่ใช่เป็นมุขไม่ใช่เสแสร้งให้โก้เก๋แต่เป็นเรื่องจริงมีพฤติกรรมจริงมีปรากฏการณ์จริง ที่ยืนยันได้เอาพระไตรปิฎกมาตรวจสอบได้เลย แม้แต่ในเถรสมาคมก็เป็นชาว มิลักขะ ยิ่งไปนั่งหลับตาปฏิบัติอยู่ในที่มืดเป็นคนเถื่อนยิ่งเป็นมิลักขะ คือคนยังมืดบอดเถื่อนไม่รู้เรื่อง แม้แต่ชาวที่มาเรียนรู้บัญญัติภาษาลืมตาเรียนก็ยังมืดยังบอดอยู่ ยังเป็นพวก มิลักขะ ยังไม่ตื่นยังไม่รู้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากที่จะรู้โลกุตรธรรม ยากที่คนจะเข้าใจได้ง่ายๆ 650715 คำสอนโลกุตระที่เกิดเป็นมรรคผลพิสูจน์ได้ พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ