ความยุติ 2 ที่ยิ่งใหญ่คือใช้หลักเกณฑ์หรือปัญญา.docx
เนื้อหาในไฟล์
ความยุติ 2 ที่ยิ่งใหญ่คือใช้หลักเกณฑ์หรือปัญญา _สู่แดนธรรม... ที่พ่อท่านว่ายุติ แบ่งเป็น 2 อย่าง ยุติด้วยหลักเกณฑ์ หรือยุติด้วยความรู้สึกและปัญญาของผู้นั้นเองว่าสมควรยอม พ่อครูว่า... ความจบหรือความยุติปัญหา ยุติกันได้ด้วย 2 ประเด็น ใหญ่ ได้แก่ 1. ยุติตามกฎเกณฑ์ 2. ยุติด้วยคนที่จะใช้ความรู้สึกของตนหรือใช้ปัญญา , ถึงที่สุดจะมีคนแพ้ คือผู้ยอมยุติหรือยอมหยุด ผู้แพ้เป็นผู้ยอมยุติ ยอมหยุด แม้จะเป็นผู้ถูก ไม่ใช่ผู้ผิด แต่ยอมหยุด ยอมยุติ เป็นผู้แพ้ ให้เกิดความสงบ ใครจะตราหน้าว่าเป็นผู้แพ้ ไม่มีปัญหา แต่ไม่ใช่ผิดหรอก แล้วเรารู้ของเราว่า เราไม่ผิด ความไม่ผิดนั้นก็จะยืนยันตัวเองไป ใครทำลายไม่ได้ ความจริงที่ถูกต้องเป็นสัจจะนั้นไม่มีใครทำลายได้ มันจะทรงตัว มันจะเปิดเผยแล้วก็แก้กลับ แม้ใครจะกลบเกลื่อน แต่ความดีจริงนั้นมันจะพลิกตัวโดยสัจจะของมันไป _สู่แดนธรรม... ตอนปี 2532 พ่อท่านเกิดคดีความ พ่อครูว่า... มันเกิด 6 ปีจากนั้น จากนั้นมาก็ 20 กว่าปีแล้ว อันนั้นยอม แต่ตอนนั้น ทางโน้นพยายามเอากฎเกณฑ์ทางโลก เขาก็พยายามเอาธรรมะ แต่ไปแปลงธรรมะที่ไปออกกฎหมายรับรองเอง เช่น ไม่บัญญัติสิ่งที่พระพุทธเจ้าไม่ได้บัญญัติ ต้องไปอ่านหนังสือประนีประนอมกันด้วยนานาสังวาส จะเข้าใจเลยว่าสังคมพุทธหมู่ใหญ่กระแสหลัก เล่นงานอาตมาใหญ่ ทั้งที่เขาทำผิดมาตลอดไม่รู้กี่อย่าง ผิดธรรมวินัยของพระพุทธเจ้ามาตลอดเลย ขออภัยนะที่พูดความจริง ไม่ได้ไปใส่ไคล้ใส่ความ ไม่ได้ไปถล่มทลาย แต่เป็นพฤติกรรมที่เกิดจริงเป็นจริง เอามาเปิดเผย เอามาพูดกันเท่านั้นเอง เมื่อถึงคราวอันควรก็มาพูดให้ฟัง ไม่ได้ไปต้องการที่จะให้เถรสมาคมเขามายกอาตมา แล้วเอาเถรสมาคมลง ไม่ใช่นะ ให้ท่านดำเนินต่อไป ให้ท่านพัฒนาขึ้นให้มันตรงตามพระธรรมวินัยให้ดียิ่งขึ้
อ่านต่อ
นเถิด ชาตินี้อาตมาไม่คิดจะไปบริหารศาสนาพุทธ สังคมพุทธทางกระแสหลักหรือของประเทศ อาตมาไม่คิด จะไม่ทำ อาตมาจะทำสัจธรรมทางนามธรรม ทางปรมัตถธรรมนี้เท่านั้นชาตินี้ ชีวิตร่างกายตายไปในชาตินี้ ไม่ต้องระแวงอาตมาหรอกว่าจะไปเป็นใหญ่แย่งชิงทางโน้น ไม่ใช่เด็ดขาด บันทึกไว้ด้วย ว่าอาตมาพูดไปแล้ว อาตมาไม่พูดหรอกความไม่ชัดเจนอาตมาพูดแต่ความจริง จนกว่าอาตมาจะตาย _สู่แดนธรรม... สมมุตินะครับ เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้นะครับ ถ้าเขายกให้พ่อท่านบริหาร มันก็จะไม่งาม พ่อครูว่า... มันทำไม่ได้ด้วย อย่างเช่นจะไปจัดการกับแพรี่ อาตมาจะไปทำอะไรได้ จะไปทำกับพวกบริวารแพรี่ทำไม่ได้ พวกที่เป็นบริวารแพรี่โดยไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับแพรี่นะ แต่เขานิยมชมชื่นวิธีการพวกนี้ เด่น ดัง รวย โลกียะหยาบๆ เด่น ดัง รวย เอา ที่เป็นโลกียะ หยำฉ่า โลกียะเลอะเทอะเน่า อาตมาจะไปทำทำไม คนเขาจมอยู่ในปลักในตมอยู่อย่างนั้น อาตมาจะไปทำอะไรไม่ไหวหรอก อาตมาก็ไม่เก่ง ก็ทำงานตามที่มีชีวิตไปจะลากสังขารให้ไปถึง 120 ความรู้ ปัญญา ของผู้ที่มีอยู่ในตัวเป็นสภาวะจริง กับกฎเกณฑ์ การที่จะใช้กฎเกณฑ์นั้นมีความจำเป็นในสังคม คนหยาบ ต้องใช้กฎเกณฑ์เป็นตัวบังคับเขา แต่คนที่ไม่เคารพกฎเกณฑ์แล้ว เช่นทักษิณ ก็แน่นอน มันก็ยาก แล้วเขามีอำนาจบาตรใหญ่ ทั้งอำนาจเงิน อำนาจหมู่ฝูง อำนาจที่เขาสร้าง ค่ายกลของเขา จนป่านนี้ก็ลำบากอยู่แต่ก็ไม่เป็นไรอ่อนแรงลงไปเยอะแล้ว เพราะฉะนั้นสัจจะความจริง มันจะเกิดไปเรื่อยๆในประเทศไทย นี่เป็นตัวจริงนะไม่ใช่เรื่องละครละเม็ง เป็นปรากฏการณ์จริงในระดับโลก เป็นตัวอย่างของโลกด้วย เมืองไทยนี้ แม้แต่ทักษิณก็ดี ส.ต.อ.ปัญญาก็ดี แม้แต่ในหลวงก็ดี ทรงเป็นตัวอย่าง เป็นพระพรหมเสด็จไปโปรด พวกนี้มันเป็นเรื่องจริงทุกอย่างเลย มันมีในประเทศไทย สิ่งเหล่านี้ในอนาคตคนจะตามศึกษา อีก 100 ปีในอนาคตความรู้พวกนี้จะเด่นชัดขึ้น คนจะค่อยๆรู้ค่อยๆเข้าใจ เพราะมันเป็นความลึกซึ้ง มันเป็นความยากของความดีที่จะเข้าใจ ยิ่งคนส่วนใหญ่เป็นเทวนิยม แม้แต่ในโลกุตระ ในประเทศไทย ที่มีรากฐานของโลกุตระ ปลูกฝังลงไปแล้ว ก็ยังไม่ใช่ว่าจะเจริญงอกงามไพบูลย์ไปได้ อัตราการก้าวหน้าที่สูง แต่มีอัตราการก้าวหน้าที่ยังไม่มาก แต่มันไม่มีทางเลือกต้องทำอันนี้ไปได้เท่าไหร่ก็เอา ไม่ตะกละ พากเพียรให้สูงสุด ความพยายามอยู่ที่ไหน ความพยายามอยู่ที่นั่น เพราะฉะนั้นการตัดสินหรือการยุติ ที่เรียกด้วยศัพท์ว่ายุติธรรม ให้ยุติ ให้สงบลง สงบด้วยกฎเกณฑ์กับสงบด้วยผู้มีปัญญา พฤติกรรมจริง ผู้มีปัญญา พฤติกรรมจริง จึงยอมเป็นผู้แพ้ด้วยทั้งๆที่เป็นผู้ถูกต้อง ไม่ใช่ผู้ผิดจะยอมได้แต่ก็ยังเป็นผู้ถูกต้องอยู่ เป็นผู้อยู่ในครรลองคลองธรรม _สู่แดนธรรม... ให้คิดด้วยตรรกะว่าพูดถูกจะต้องไม่แพ้ไม่ได้ใช่ไหมครับ พ่อครูว่า... ไม่ได้ในสังคมโลกต้องมี 2 ตัวจะสลับไปสลับมา เป็นมายากับสิริมหามายา สิริมหามายาคือจะพลิกไปทางไหนเร็วไวมันก็จะถูก แต่มายานั้นพลิกไปทางไหนมันก็หลอกหมด สองอย่าง นี่เป็นสิริมหามายากับมายา เป็นคู่เอกของเทวะ กฎเกณฑ์จริงๆแล้วมันไม่เที่ยง แต่คนเข้าใจว่าต้องทำตรงตามกฎเกณฑ์สิ คนก็ยึดกฎเกณฑ์ กฎเกณฑ์คุณตั้งไว้ อย่างเช่น กฎเกณฑ์ที่มีมาแล้ว 5,000 ปี หมื่นปีมาแล้ว มาถึงวันนี้นี่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลง กาละ เทศะ ฐานะ มันเปลี่ยน องค์ประกอบสิ่งประกอบมันเปลี่ยนไปหมดแล้ว จากมากไปหาน้อย จากน้อยไปหามาก จากเสื่อมไปหาเจริญ จากเจริญไปหาเสื่อมก็แล้วแต่ เพราะฉะนั้นจะต้องเปลี่ยนไปตาม status quo จะต้องเป็นไปตามสัจธรรมปัจจุบันนั้น ๆ เอาองค์ประกอบ บริบท ปัจจุบันนั้นๆ อย่าไปเลยเถิด ไปเอาอะไรต่ออะไรของเก่ามาสับสนกันไปกันมา เพราะฉะนั้นกฎเกณฑ์ก็ไม่เที่ยง แต่พฤติกรรมของจิตวิญญาณ ที่ผู้ที่บรรลุธรรมสูงสุดแล้ว เป็นภาวะเที่ยง วงเล็บไว้ชัดๆว่า ผู้ที่บรรลุสูงสุดแล้ว ถอนอาสวะสิ้น ออกไปแล้วมีปัญญาวิมุตติญาณทัสนะ สำทับ จึงทำให้ความจริงนั้นคงทนยั่งยืน นิจจัง(เที่ยงแท้) ธุวัง (ถาวร) สัสตัง(ยืนนาน) อวิปริณามธัมมัง(ไม่แปรเปลี่ยน) อสังหิรัง(ไม่มีอะไรหักล้างได้) อสังกุปปัง(ไม่กลับกำเริบ) ไม่แปรผันไม่เป็นไรอีกแล้ว สรุปไปเลยเป็นอย่างนี้อย่างเดียว นิรันดร จนกระทั่งแยกธาตุ นี่คือสัจธรรมที่ไม่ใช่ตัวตนบุคคลเราเขา ผู้ใดถึงจุดนี้แล้วจึงจะถึงความจริง เพราะฉะนั้นผู้ที่มีความลึกซึ้งสามารถที่จะรู้ความจริงได้ จะเป็นผู้พิพากษาที่ตัดสินความยุติธรรม อันนี้ต้องตัดสินด้วยแค่กฎเกณฑ์ก็ต้องรู้ อันนี้พฤติกรรมของผู้ที่ถูกต้องมันมี ก็ต้องตัดสินผู้ถูกต้องที่มี แต่ถ้าผู้ที่ถูกต้องไม่มี จำเป็นต้องเอาตามกฎเกณฑ์ ก็ต้องเอาตามกฎเกณฑ์ อย่างนี้เป็นต้น หรือจำเป็นที่สุด ยุคนี้เป็นไปไม่ได้เลย ที่จะให้พูดถึงความจริงสูงสุดเนี่ย ชนะ ต้องให้ผู้ที่ถึงความจริงสูงสุดนี้แพ้ก่อน เช่น โพธิรักษ์โดนตัดสิน อาตมาก็ไม่มีปัญหา มาตัดสินให้อาตมาแพ้ อาตมาก็ไม่ได้เสียใจท้อแท้ ไม่ได้หยุดยั้ง อาตมาก็ทำงานมา สัจจะที่แท้จริง มันไม่มีเปลี่ยนแปลง ไม่มีหยุดอย่างที่ว่า นิจจัง(เที่ยงแท้) ธุวัง (ถาวร) สัสตัง(ยืนนาน) อวิปริณามธัมมัง(ไม่แปรเปลี่ยน) อสังหิรัง(ไม่มีอะไรหักล้างได้) อสังกุปปัง(ไม่กลับกำเริบ) มันไม่หยุดมันไปต่อ จนทุกวันนี้ ไม่ใช่ดันทุรัง แต่เป็น ดันสุรัง สุระ ไม่ใช่ทุระ อันนี้เป็นเรื่องจริง เรื่องสัจธรรม ก็ทำไปตามพฤติการณ์ที่เราไปเจอ แล้วเป็นอย่างที่เห็นๆ ไม่ได้มีอะไรที่ซับซ้อนเลยอาตมาเป็นคนที่อยู่ในนี้ อาตมาทำงานในสังคมมา ทำด้วยตัวตนแต่คนไม่เห็นตัวตนของอาตมา อาตมายิ่งกว่า invisible Man ไม่มีใครเห็นตัวตนอาตมา แต่อาตมาทำซับซ้อนอยู่ในนี้ เชื่อไหมว่าอาตมาเป็นหัวหน้าปฏิวัติเมืองไทย ไม่มีตัวตน ใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อ จะยอมรับไม่ยอมรับ ไม่มีปัญหา อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ ไอ้นี่มันไปฮุบ เอาไปตีกิน ชุบมือเปิบ ก็ว่าได้ แต่ไม่มีปัญหาหรอก ใครจะว่าอาตมาอย่างนั้นก็ไม่เป็นปัญหา แต่ว่ากรรมเป็นอันทำ พฤติกรรมจริงเป็นอันทำ ผู้ที่มีดวงตามีภูมิปัญญารู้เท่านั้นที่รู้ เพราะฉะนั้นโลกสังคมยังไม่รู้เรื่องความซับซ้อนหมุนรอบเชิงซ้อนพวกนี้ รัฐศาสตร์ก็ดี นักการเมืองทั้งหลาย แม้แต่นักกฎหมายหรือทางเศรษฐศาสตร์ เราพูดเรื่องยุติธรรมกับการเมืองเท่านั้น ยังไม่ได้พูดถึงเศรษฐศาสตร์ ซึ่งซับซ้อนลึกซึ้งมาก 651012 ความยุติ 2 ที่ยิ่งใหญ่คือใช้หลักเกณฑ์หรือปัญญา พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ