สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยบุคคล) ตอน ฟังธรรมเป็นพยัญชนะให้บรรลุถึงสภาวะ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.90 KB
วันที่แก้ไข27 สิงหาคม 2561

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยบุคคล) ตอน ฟังธรรมเป็นพยัญชนะให้บรรลุถึงสภาวะ _สมณะมือมั่น...ผมอาจจะต่างจากหลายคน ผมฟังธรรมจากพ่อครูก็มามาก หนังสือก็มีเยอะ มีคนถามผมว่าผมประทับใจภิกษุสงฆ์สมัยพุทธกาลรูปไหน ผมจะประทับใจพระพาหิยะ มากเลย ฟังไม่กี่ประโยคก็บรรลุ แต่นี่เราฟังธรรมพ่อครูไม่รู้กี่กัณฑ์ อ่านก็หลายเล่มแต่บางทีกิเลสเราก็จัดการไม่ได้ ตัวผมเองพยายามบอกอยู่เสมอว่า เราน่าจะมีมโนมยิทธิมีอำนาจในกิเลสพยายามหาทางเพิ่มสัมประสิทธิ์ให้แก่ตัวเอง ถามว่าจะมีมโนมยิทธิอำนาจทางใจได้อย่างไร พ่อครูว่า...ก็ต้องฝึกไปจะได้มีมโนมยิทธิอิทธิวิธี หากอธิบายแบบเจโตเทวนิยมมีฤทธิ์เดชอำนาจ ต้องการให้เป็นอย่างไรก็ใช้พลังงานนี้ไปทำให้เกิดหรือให้ดับ สุดท้ายก็มีฤทธิ์ทำให้เกิดให้ดับได้ก็เท่านั้นเอง แต่เขาอธิบายไม่ได้ พลังทางเจโตอธิบายไม่ได้สายศรัทธา มันก็ต้องมาทำความรู้พิสูจน์ไปทีละเรื่องทีละอย่าง สะสมจนกระทั่งมันมีข้อมูลมีหลักฐานมีอะไรบ้าง จนพยากรณ์ไป ทำให้ชัดเจนเชื่อมั่นทำให้บรรลุ โดยมันมีภาษาที่อธิบายพลังงานโดยละเอียดลึกซึ้ง เราก็จำนนว่ามันจริงแต่ภาษาพยัญชนะจะมาเรียกมันไม่มีแล้ว จนกว่าเราจะศึกษาต่อไปอีกว่ามีพยัญชนะที่พระพุทธเจ้าท่านได้ตั้งไว้ ซึ่งมีเยอะ อย่างผมก็รู้ว่ามีพยัญชนะของพุทธเจ้าอีกเยอะที่อธิบายยังไม่ไหว ปัญญาหรือความฉลาด ของพระพุทธเจ้าอธิบายแยกแยะความฉลาดหมายถึง 67 อย่าง ของพระพุทธเจ้าอีก 6 อย่างก็รวมเป็น 73 เอามาใช้จริงๆนี่ 10 กว่า 20 เท่านั้นเอง ในมาติกา อาตมาก็รู้หลายสิบอย่าง เช่นโสฬสญาณ 16 นี้รู้หมดก็มากกว่า หลายสิบอยู่ที่จะเอามาใช้แต่อีกหลายอย่างก็อธิบายไม่ได้ ศึกษาไปแล้วเราจะรู้ว่า แล้วเราจะเชื่อว่าพระพุทธเจ้ามีจริง เพราะว่าถ้าไม่มีคนจริงๆมาคิดจะเอามาจากตำราไหน จะไปบอกว่าตำราคนนั้นคนนี้ไม่

อ่านต่อ

ได้ คนไหนจะไปเขียนลึกซึ้งดิ่งไปหาสูญอย่างนี้ไม่ได้ เป็นความรู้เฉพาะตน ถ้าไม่ใช่ขนาดพระพุทธเจ้าจริง อาตมาเป็นโพธิสัตว์ขนาดนี้ คุณยังคิดว่าทำไมไม่ได้ อาตมาลึกซึ้งกว่า คุณก็ยังยอมจำนน ถ้าเป็นของพระพุทธเจ้าอาตมาก็จำนนท่านเหมือนกันและมันจะเท่าไหร่ เพราะว่ามันมาปลอมไม่ได้ ใครจะมานั่งปลอมได้อย่างไร ต้องมีภูมิธรรมที่เราขึ้นถึง พุทธวิสัย ที่อาตมาอธิบายเป็นอจินไตยระดับ ฌานวิสัยเสียมาก ฌานต้องมีปัญญาอยู่คู่กัน ฌานอยู่ที่ไหนปัญญาอยู่ที่นั่น คำว่าฌาน ก็เข้าใจกันไม่ได้ ฌาน คือพลังงานเผากิเลส แต่มันต้องมีพลังงานปัญญาด้วย ไม่ใช่พลังงานเจโต อาตมาก็สรุปที่ตัวเองว่า ตอนแรก อาตมาก็สงสัยว่า เราเป็นคนนั้นคนนี้จริงหรือเราทำไมเก่งอย่างนี้ มันก็งงตัวเองเหมือนกันบางครั้ง แล้วคุณว่าอาตมาเก่งไหม ...เก่ง...อาตมาก็ยอมรับว่าเก่งจริงๆ อาตมาก็พยายามวินิจฉัยตัวเองว่าหลอกไหมโกหกไหม แอบแฝง เลียบเคียงและเล็ม มีอะไรที่แฝง เชื่อว่าตัวเองเก่งดียอด อาตมาไม่ได้คิดว่า ตัวเองเก่งตัวเองดีอะไรเลย มีข้อบกพร่องด้วยที่อาตมาก็พูดบ่อย อาตมาต้องแก้ไขอันนั้น ส่วนที่ดีจะไปสงสัยทำไม ส่วนที่เก่งที่ดีจะมีจริง ช่างศีรษะมันเถอะ มันก็อยู่ในอาตมานี่แหละเอามาใช้ได้ก็ใช้ มันมีตัวจริงจะใช้แล้วไม่ไปวุ่นวาย แต่ที่ยังไม่ดีนี่สิ ที่ยังไม่เก่งไม่สมบูรณ์แบบต้องทำตรงนี้ให้สมบูรณ์ไป สมบูรณ์จริงจนกระทั่งปล่อยได้ นิจจัง(เที่ยงแท้) ธุวัง (ถาวร) สัสตัง(ยืนนาน) อวิปริณามธัมมัง(ไม่แปรเปลี่ยน) อสังหิรัง(ไม่มีอะไรหักล้างได้) อสังกุปปัง(ไม่กลับกำเริบ)อาตมาก็ปล่อยเลย แม้แต่พยัญชนะว่า นิจจัง(เที่ยงแท้) ธุวัง (ถาวร) สัสตัง(ยืนนาน) อวิปริณามธัมมัง(ไม่แปรเปลี่ยน) อสังหิรัง(ไม่มีอะไรหักล้างได้) อสังกุปปัง(ไม่กลับกำเริบ) ยังมีอีกอันนึงก็คือนัตถิอุปมา ไม่มีอะไรจะยกมาเปรียบเทียบได้ เลิกเปรียบเทียบ เต็มแล้วพอแล้ว เต็ม 6 แล้ว ตัว 7 นี้ครอบรู้ 6 ตัวแรกเลย ตัว 7 เป็นตัวสมบูรณ์แบบที่พอแล้ว อาตมาก็ใช้อย่างนี้ตลอดเวลา จนกระทั่งพิสูจน์ตัวเองแล้วจะพิสูจน์ไปอีก แล้วที่ว่าเราหลงตัวเอง อาตมาก็ยืนยันว่าไม่หลงตัวเอง ใครจะเหยียดหยามอาตมาไม่มีปัญหา ยิ่งกว่าขี้เละๆ เหยียดหยามเราหนักเขาไม่เอาเลยนะ อาตมานี่เขาว่าใช้ไม่ได้ อาตมาเห็นใจเขานะ พูดจริงๆแล้วจะมาสงสารเขา ไม่รู้จะทำอย่างไรบังคับเขาก็ไม่ได้เขาไม่ศรัทธาเลื่อมใส ก็ให้เขาพัฒนาตัวเองขึ้นมา เพราะเราเองก็ผ่านสภาพนั้นมา เราจะไปโง่อย่างนั้นอีกนานไปทำไม เราต้องรออีกนานกว่าจะมาศรัทธาพระพุทธเจ้าอย่างนี้ เราโง่มานานอีกหน่อยก็ไม่ได้ศรัทธาพระพุทธเจ้า ก็โง่ดักดาน อาตมาก็ว่าอาตมาระลึกได้ว่าไม่ได้ศรัทธาพระพุทธเจ้าอย่างได้ง่ายๆ ไม่ใช่เหมือนพระเทวทัตแข่งดีแข่งเด่น จนเราศรัทธาแล้วตามท่าน พยัญชนะสิ่งที่ท่านแสดงออกมา พระสมณโคดมท่านไม่ได้เก็บหรือบันทึกอะไรไว้เลยนะ พระสมณโคดมองค์นี้ พูดจริงๆ ถ้าจะให้อาตมาติ ท่านก็ไม่เก็บไว้ให้คนอื่นเลยกระจัดกระจายไปหมด มีพระอานนท์เก็บไว้หรือคนอื่นเก็บไว้ แต่ถ้าบอกว่าพระอานนท์เก็บ ก็เก็บ พระสารีบุตรก็แอบเก็บไว้ ไม่ต้องห่วงหรอกสิ่งที่ดีๆเขาไม่ปล่อยให้สูญหายไปง่ายๆหรอก หากยังไม่ปรินิพพานเป็นปริโยสานก็ต้องเอามาต่อเชื้อไว้ สุดท้ายมันก็หมดยุค สุดท้ายมันมีหนึ่งเดียวกัน ของพระพุทธเจ้าเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอาจจะใช้ภาษาต่างกัน พระพุทธเจ้าองค์นี้อาจไม่ได้ใช้รากฐานภาษาบาลีเลย อาจจะใช้ภาษาอื่นก็มี แต่อาตมาไม่สามารถจะระลึกได้อันนี้ ตอบไม่ได้ อาตมาอยู่ในสายบาลีนี้เท่านั้น แม้แต่อาตมาจะให้บอกว่าบาลีกับสันสกฤตอันไหนเกิดก่อน บาลีนั้นเกิดก่อน แต่คนเชื่อถือสันสกฤตเพราะว่าสันสกฤตนั้นเหนือกว่าบาลี ภาษาสันสกฤตเป็นภาษาที่เพิ่มเติมแยกออกมาขยายอีกได้ แต่บาลีไม่สามารถแยกขยายได้อีกแล้ว แต่ใครเกิดก่อน บาลีเกิดก่อน บาลีเป็นหลัก ภาษาสันสกฤตเกิดที่หลังเพราะว่ามันมีพยัญชนะมากกว่า 2 มันสู้หนึ่งไม่ได้ หนึ่งมันก็สู้ 0 ไม่ได้สุดท้ายมันก็มีมาก ดี ขยายให้คนรู้ได้ใช้งาน แต่จุดสูงสุดก็คือ 0 เราต้องดูที่จบ มีกับไม่มี โลกนิโรธกับโลกสมุทัย จะชัดเจน สรุป...รายการสำมะปี๋นี่ก็เบาแต่ก็ลึกนะ นี่ก็คือซับซ้อน พวกเราก็จะชัดเจนว่าอย่างนี้ดี สมาชิกก็น่าจะเพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้น เอาล่ะ สำหรับวันนี้ สมควรแก่เวลาเอวัง ก็มีด้วยประการฉะนี้ 610816_รายการสำมะปี๋ซี่วิต ครั้งที่ 6 บ้านราชฯ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน