191108 ปิติคืออะไร-พ่อท่าน-สันติอโศก.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันนี้เป็นวันที่ 8 พฤศจิกายนพุทธศักราช 2519 ต่อจากนี้ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้นำหมู่พวกเราทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกหากวันนี้จะอธิบายถึงลักษณะที่เคยกล่าวถึงไว้แต่ว่าไม่ได้อธิบายสักทีนึงคือเรื่องของปิติและก็อธิบายปิติกันต่างๆนานาโดยความคิดเห็นปิติที่เขาอธิบายกันแม้กระทั่งเอาไปอธิบายในลักษณะของเวลานั่งหลับตาทำสมาธิแล้วก็เกิดอาการปิติต่างๆแล้วก็เอาปิติอาการต่างๆ บรรยายอย่างนู้นบรรยายอย่างนี้ออกอย่างนู้นอย่างนี้อะไรต่างๆนี้ซึ่งที่จริงเราจะไปทำความหมายความกำหนดมันก็อธิบายได้อธิบายเป็นภาษาโดยกำหนดการอธิบายได้เราจะแบ่งลักษณะเป็นขั้นตอนอย่างรายละเอียดหรือจดหมายถึงเอาระยะเวลาเอาคุณภาพเอาความมากความน้อยเอาความแรงความเบาเอาเวลาเกิดอยู่เป็นหมู่เป็นพักๆติดต่อกันไปอย่างนั้นงานช้าหรือว่าเป็นทีนึงนิดนึงเป็นแล้วก็หายไปมั่วๆแล้วก็เกิดเป็นขณะๆ ยังไงก็ได้หรืออธิบายให้ละเอียดหยาบอาการปิติหรือว่าสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างนั้นอย่างนั้นเพราะเหตุมาแต่ใจเราก็จะต้องรู้ตั้งแต่คำว่าปิติที่มาแต่ใจซะก่อนแล้วจะมาอธิบายเป็นลักษณะประกอบไปด้วยองค์ประกอบต่างๆมีปัจจัยต่างๆประกอบอย่างที่กล่าวแล้วประกอบไปด้วยเวลาประกอบไปด้วยลักษณะประกอบไปด้วยคุณภาพมันก็แรงเบาเบาอะไรก็ตามแต่อย่างเงี้ยแล้วก็อธิบายไปได้หมดถ้าท่านแดงขึ้นมาในภาษาบาลีก็เอามาเรียกกันต่างๆนานาแบ่งออกเป็น 3 ภาคอะไรหรือใครจะแบ่งให้มากกว่า 5 ปี ก็ได้มันก็ยาวมันก็ยืดมันก็พิสดารมันก็มากเรื่องขึ้นไปอีกนั่นแหละข้อสำคัญให้รู้รากเหง้าคำว่าปิติน่ะไม่รู้รากเหง้าของคำว่าปิติปิติที่เรามาหมายความอย่างไทยๆของเราที่เรามาเข้าใจกันปิติมันหมายความว่าความชื่นชมความชื่นชมความดีใจความสนใจที่จริงท่านแปลว่าเดิมเนี่ยในภาษาบาลีหรือว่าในตำราที่เรียนกันพาไปแปลออกมาจากคำว่าปิติเดิมแต่เร
อ่านต่อ
าไปเข้าใจเอาเลยเถิดออกมาภาษาไทย ขยายเลือดโตอ้วนเลยเถิดออกมาจนกระทั่งเข้าใจเอาว่าปิติแปลว่าความลิงโลดใจปิติแปลว่าความลิงโลดใจชื่นชมเพราะใช้คำว่ายินดีมาแปลคำว่ายินดีแต่เดิมนั่นแปลถูกปิติแปลว่ายินดีแปลถูกแต่เดี๋ยวนี้เขาก็ยินดีด้วยภาษาไทยก็ไปแปลว่าลิงโลดใจตื่นเต้นใจซาบอะไรมากมายซึ่งเป็นอาการอีกอย่างไปบอกอาการจะบอกอาการที่มันลิงโลดทองฟูชื่นชม ตื่นเต้นร่าเริงชื่นใจอะไรก็ชื่นใจอย่างมากๆอะไรเนี่ยคำว่ายินดีหรือคำว่าปิติไปแปลว่าอย่างนี้หมายความว่าอย่างนี้ของในความหมายทางชายไทยเพราะความหมายมันจึงโตมันจึงอ้วนมากไปแล้วถ้าเข้าใจคำว่ายินดีก็เป็นลักษณะอันนึงว่าเราได้รับรู้เย็นนี้คือการรับรู้ทางทวารหีเห็นดีคือการรับรู้ทางทวารปางนั้นนะรู้ดีคือการรู้ในทางทวารจิตเข้าใจว่าไอ้นี่ดีกว่าอันนี้อันนี้ต่ำอันนี้เสียอันนี้ดีได้ยินก็รู้แล้วไม่ได้ยินก็รู้ทางหูพอได้ยินก็เข้าใจว่าอย่างนี้อดีตกว่านี้ ไม่ต้องไปรับสัมผัสไปทางตามันสักพักไปทางหูก็รู้แล้วหรือรับสัมผัสทางตาเห็นอย่างนี้สภาพอย่างนี้ใจของเรามีปัญญาเพียงพอที่จะอ่านว่าไอ้นี่ดีกว่าอันนี้รู้ในส่วนดีมันรู้จะรู้ด้วยเห็นจะรู้ด้วยได้ยินจะรู้ด้วยได้กลิ่นจะรู้ด้วยได้รถจะรู้ด้วยการสัมผัสทางใดๆก็ตามจะได้รู้ในทางใดๆรู้ชัดเจนรู้แจ่มแจ้งออกมาว่าดีอันนี้แหละเรียกว่าดีกว่าอันอย่างนี้มีส่วนเทียบเคียงมีชั้นเชิงเลยว่าอย่างนี้ดีอย่างนี้ไม่ดี 7 ที่เกิดอย่างนี้ขึ้นมาที่จริงตัวปิตินี่คือตัวปัญญานั่นแหละมันรู้ ชัดปิติเนี่ยคือรู้ตัวรู้ตัวปัญญามันได้รู้ดีด้วยผัสสะต่างๆเกิดขึ้นมารับมาที่จิตพอรับมาที่จิตและจิตก็มีธรรมวิจัยมีวิเคราะห์มีวิตกวิจารณ์มีวิตกวิจารมีวิเคราะห์เพราะวิตกวิจารณ์หรือวิเคราะห์หรือวิจัยแล้วเสร็จมันก็เกิดความรู้ขึ้นมาความชัดเจนความเข้าใจขึ้นมาว่าอ๋อดีจริงๆมันอย่างนี้ต่างหากเราไม่ใช่อย่างนี้มันเผาความเข้าใจผิดเข้าไปแต่ก่อนเป็นหลงว่าอย่างนี้ดีเป็นแน่ใจว่าอย่างนี้ดีแต่เดี๋ยวนี้ความเข้าใจผิดความหลงความไม่หลงผิดมากล่าวว่าอย่างโน้นดีมันไม่เห็นอย่างนั้นแล้วตอนนี้ ปรับความเข้าใจแล้วมันกลับความที่เคยหลงผิดมาเป็นถูกมาเป็นความเห็นถูกมาเป็นความเข้าใจถูกมันกลับจากเดิมมาเป็นอีกอันหนึ่งมันอ๋อเข้าไปอีกมันจากผิดมาเป็นถูกจับชั่วมาเป็นดีที่แท้หรือดีที่ยังดีอ่อนเบาอยู่เป็นดียิ่งขึ้นมีเหตุผลที่ส่งเสริมดีรู้ดีชัดเจนยิ่งขึ้นมั่นใจยิ่งขึ้นแน่ใจยิ่งขึ้นแต่ว่าเกิดรู้เกิดอาการของจิตตัวนี้ดีขึ้นมาเห็นดีที่ชัดเจนเข้าใจดีที่ชัดเจนยินดีที่ชัดเจนคือรู้นั่นเองพูดกันก็รู้ดีที่ชัดเจนยิ่งขึ้นเรียกว่าปิดที่พอได้รู้ได้ชัดจนถ้าจะเอาถึงที่สุดแล้ว คือพ้นสงสัยผลวิจิตรอิจฉาเพราะมันได้รู้ว่านี่อ๋อไอ้ดีมันอย่างนี้เองเหรอไอ้ถูกมันอย่างนี้เองนั่นแหละไอ้สัมมากรควรกว่ามันอย่างนี้เองเหรอสิ่งที่ควรกว่าจะเกิดเจ็บอย่างนี้ขึ้นมาพักผ่อนสงสัยพ้นวิกฤตอิจฉาเลยถ้ายิ่งพ้นนี้จะกินอิจฉาเลยแล้วก็นั่นแหละเป็นปิติที่เป็นชามเลยไปติดที่เป็นช้างแท้เลยหมายความว่าพ้นนี่หว่าคนนี่ก่อนพ้นเลยเพราะนี่หว่าเป็นการรู้อย่างแจ้งเป็นการรู้อย่างชัดปิติที่พ้นนิวรณ์เพราะฉะนั้นสุขเกิดทันทีอุเบกขาเกิดทันที ฟังดูจิตและอาการของจิตถ้าจิตมันเกิดวิตกวิจารหรือวิเคราะห์หรือวิจัยรู้เก่งขึ้นมานี้ตัวนี้เป็นปิติตัวอาการจิตเกิดนะปิตินี้มันไม่ได้หมายความว่าอธิบายลักษณะให้ฟังเท่านั้นจิตมันเกิดมันเกิดรู้ดีอย่างนี้ขึ้นมาปั๊บที่ตัวเราเนี่ยตัวนี้แหละคือตัวปิติเพราะผู้ที่ปฏิบัติฌานก็คือปฏิบัติเพื่อรู้จะเรียกว่าวิตกวิจารณ์เขาเรียกว่าธรรมวิจัยโพชฌงค์จนกระทั่งมันเกิดรู้ขึ้นมามันเกิดปิติขึ้นมาพอเกิดพิธีแล้วมันก็สงบระงับเลิกสิ่งที่มันจะควรเลิกมันหยุดในสิ่งที่ควรจะควรหยุดควรหยุดเรียกว่าปัสสัทธิเรียกว่าโง่คนเดียวกันเลยอธิบายกับองค์เดียวกันเพราะจิตอย่างนี้เขาเรียกว่าสมาธิ เขาเรียกว่าจิตแกงสมาธิคือจิตเกิดอย่างนี้แล้วเป็นอาทิตย์จิตที่ยอดขึ้นมาหรือจะเรียกให้ภาษาสูงขึ้นไปอีกว่าอุเบกขาที่แปลจริงๆชั้นเอกขึ้นแล้วตัวจิตฉันเองหรือเกิดความเฉยความวางความปล่อยเกิดความเฉยเกิดความวางเกิดความปล่อยขึ้นมาเกิดความหลุดรถจากที่มันไม่เข้าใจขึ้นมาได้อย่างนี้เรียกว่าปิติจะฟังดูดีๆซ้อนมันจะอธิบายแบบหยาบอยู่จนกระทั่งหมายความทุกวันนี้ปิติแปลว่าดีใจที่จึงดีใจมันก็คือใจมันดีใจมันเก่งแล้วจิตมันเก่งมันอันที่จิตเขาก็ดีใจนี่มามันแปลกันง่ายๆมันมาจากคำว่า พิจิตรดีใจคือใจมันดีมันยิ่งขึ้นแล้วใจมันสูงขึ้นแล้วใจมันสูงขึ้นแล้วทีนี้ดีใจก็มาแปลในภาษาไทยเอาความหมายแปลว่ามันชื่นชมขึ้นมามันสมกับสิ่งที่เราต้องการไม่ว่าดีใจที่จริงแค่ว่าดีใจนั่นน่ะถ้าอธิบายกันทางเป็นธรรมะแล้วก็มันไม่ใช่เรื่องกิเลสถ้าได้อะไรขึ้นมาสมใจอยากอยากได้สิ่งใดสิ่งมาสู่แล้วก็สมใจก็ดีใจอยากได้เงินก็มีเงินเข้ามาให้เราแล้วเราก็ได้ได้เงินนั้นมาแล้วก็สมใจอย่างนี้มันจะเป็นแต่เพียงความสุขชนิดลงขี้ยาเป็นความที่เราปรารถนาอยากให้อะไรก็ได้สมใจเฉยๆนี่เรียกว่าสม คือว่าพ้นทุกข์แบบโลกิยะง่ายๆสนองกิเลสสนองตัณหาและก็ได้สมกับที่มีกิเลสสมที่มีตัณหาพอได้สมใจตามอยากแล้วก็เกิดความไม่ทุกข์เกิดความสุขใจหรือดีใจเพราะสมใจเท่านั้นไอ้อย่างนี้มันโลกรู้กันพวกคุณก็เรียนมาทั้งหมดไม่ต้องเรียนหรอกเด็กๆมันก็รู้กันมาโดยปริยายแล้วโดยสัญชาตญาณหมดไม่ต้องเรียนแต่ดีใจด้วยใจดีหรืออาทิตย์จิตหรือว่าจิตสูงขึ้นเป็นเทวดาขึ้นไม่ใช่อย่างสมมุติอย่างนี้อย่างนี้แบบสมมติแบบโล่งๆเป็นเทวดาแบบสมมติเทพอย่างนี้แหละเข้าใจกับทุกคนแล้วดีใจแบบนี้ทีนี้ดีใจหรือใจดีขึ้นแบบทำ หรือจิตเป็นเทวดาอุบัติเหตุเป็นเทวดาที่เกิดจริงเป็นจริงขึ้นจากความอยากมันไม่ใช่ว่าอยากได้และสมอยากได้ใจมันก็สมอย่างนั่นแหละเดี๋ยวดีใจหรือว่ายินดีไม่ใช่ไอ้นี่มันไม่ใช่ยินดีอย่างนั้นมันมีปัญญาเกิดต่างหากแล้วมันสามารถทำจิตที่หลุดจากอยากลงไปได้ลดอยากลงไปได้จิตที่มันสมใจอยากอยากได้เงินมีเงินมาให้แก่เราแล้วเราก็ได้เงินมันแทนที่มันจะลดความอยากจริงมันไม่ลดหรอกแต่มันลดความอยากชั่วคราวชั่วครั้งหนึ่งได้จริงมันจะลดความอยากได้ชั่วคราวอยากได้เงินพอได้เงินมาพับมันก็สมใจมันก็จิตมันก็มาจดจ่ออยู่ที่ว่ามันได้อันนี้สมใจ พอได้อย่างนี้ก็อยากได้มากกว่านี้อีกก็แค่นี้ก็ยังสามารถได้นี่นะยิ่งเห็นผลว่าได้เงินนี่มาแล้วมันจะทำให้เราใช้ได้ไปจ่ายไปทำอะไรต่ออะไรได้สนุกสนานมากมายเป็นอย่างลูกโลกอีกมันก็ยิ่งอยากได้อีกมันก็ยิ่งจะเคยตัวอีกแบบนี้ไม่มีที่สิ้นสุดเป็นปากกรวยไม่มีความพอไม่มีความจบแต่ลักษณะที่ใจยิ่งขึ้นของธรรมะหรือว่าดีใจหรือว่าจิ๊บๆดียิ่งขึ้นสูงขึ้นเกิดสูงขึ้นเป็นเทวดาที่แท้จริงนั้นน่ะมันต้องไปเทวะหรืออุบัติเหตุคือมันเกิดสูงขึ้นไม่ใช่เป็นปากกรวยแต่ว่าลดความอยากลงไปจิตจะลดความอยากลงไปจิตไป ที่ดีที่ถูกต้องแท้และเราก็ทำได้ตรงด้วยความหมายคือละอายในโลกียลดความปรารถนาแสวงหาในสิ่งที่ไม่ควรแสวงรู้ดีว่าสิ่งนี้ไม่ควรไปแสวงต่ออีกแล้วยับๆๆอย่างโลกๆหยุดมาเป็นขั้นตอนปัญญาไม่ควรแสวงหยุดแสวงหยุดใฝ่หาหยุดที่จะมีจิตออกไปหยุดที่จะมีจิตออกไปคิดเป็นปรุงไปร่ำร้องเอาอีกหยุดอย่างนี้เลยว่าจิตเป็นการพักการบินการปฏิสนธิเพราะฉะนั้นจิตหยุดอย่างนี้ก็เป็นจิตเกิดอย่างหนึ่งเรียกว่าผิดปกติที่มันจะเกิดดีได้อย่าง ก็ต้องหมายความว่าเราต้องพยายามกระทำอันนั้นถ้าเราไม่กระทำมันเองมันไม่เกิดหรอกอย่างนี้เพราะการปฏิบัติธรรมจึงต้องรู้ก่อนต้องรู้ดีก่อนนะว่าถ้าจิตของเราละนายพรานเลยลดความที่เคยอยากเคยอาวรณ์เคยอาลัยเคยนิวรณ์เคยใคร่เคยหลงอยู่ว่าถ้าได้นี้เป็นอย่างนี้มีอย่างนี้แล้วเราจะสุขเคยมนุษย์ความคิดอย่างนั้นมันลดความเชื่ออย่างนั้นมันลดความเห็นอย่างนั้นมันลดจริงๆลดความที่ไปเห็นว่าอย่างนี้ควรได้ควรเป็นคนมีแล้วก็ออกที่จริงมันไม่ควรได้มันไม่ควรเป็นมันไม่ควรมีต่างหากรู้ก่อนรู้และทำได้จริงจริงเคยนี่มันก็ยังจะต้องไปเป็นบทบาทอยู่อย่างนั้นอยู่จนกระทั่งทำได้จริงเป็นปัจจัย คู่ปรับตัวรู้ก่อนจึงเกิดปิติเป็นตัวปิติตัวรู้มาก่อนเกิดรู้เพราะอะไรรู้เพราะคนคิดวิตกวิจารธรรมวิจัยหรือจะเรียกว่าอะไรก็แล้วแต่คือพยายามหาเหตุหาผลนั่นแหละเพราะเราอยากจะเรียกทำมาวิจัยจะเรียกวิตกวิจารณ์อะไรก็ได้จิตมันเป็นอย่างนั้นจริงๆจิตมันทำงานวิเคราะห์อย่างนั้นจริงๆแยกแยะหาเหตุผลดีชั่วอย่างชัดเจนอย่างนั้นจริงๆจนเกิดรู้ถึงเรียกว่าผิดผิดนี่พยายามแยกคำว่าไปติดให้ฟังให้ชัดซะก่อนเพื่อจะได้อธิบายให้ฟังเสือในการที่จะแบ่งลักษณะภาษาพุทธกาลโอกาส พระปิติพรรณาปิติอะไรต่างๆในภาษาต่างๆจะได้อธิบายไปแล้วทีนี้ถ้ารู้รากเหง้าคำว่าไปติดชาร์ตแล้วจะได้เข้าใจง่ายๆไม่สับสนนอกจากไม่สับสนแล้วก็ถูกตัวแท้ปรมาจของจิตด้วยว่าจิตมันเกิดอย่างนี้ไม่ใช่อธิบายอย่างหยาบๆแต่อธิบายอย่างๆเราก็เข้าใจได้ง่ายๆง่ายเลยอธิบายอย่างก็ไม่มีปัญหาอะไรถ้าเราเข้าใจละเอียดเป็นรากเหง้าเป็นต้นทางต้นทางได้แล้วแต่นี่คือตัวปิติเค้าแปลในตำรานี้ก็แปลว่าความอิ่มใจปิติแปลว่าความอิ่มใจฟังให้ดีก็ได้ความอิ่มใจก็ได้ยินดีถ้าเข้าใจยินดีอย่างที่ผมอธิบายแล้วไม่ใช่ยินดีมา ยินดีอ้วนเดี๋ยวนี้คำว่ายินดีอ้วนผมไม่รู้จะใช้ภาษาอะไรคือมันกลายเป็นยินดีที่ตัวโตตัวเกิดเลยเถิดไปจริงๆขอยืมทวารหูมาขอยืมทวารไปคือการเห็นดีมันก็แปลได้ปิติการรู้ดีก็แปลได้อย่างที่ผมแปลให้ฟังแต่ไม่อย่างนั้นแล้วไปแล้วก็ยินดีจนเคยจนกระทั่งยินดีในกลายเป็นสัตว์อีกความหมายมันลิงโลดใจมันตื่นเต้นมันผวามันชื่นใจอย่างมากอย่างแรงปิติเลยกลายเป็นตัวโต๊โตตัวแรงๆจนมีคุณภาพอาการชื่นใจชอบใจอย่างสูงน่ะทำได้ยินดีเนี่ยผิดๆเนี่ยเพราะว่าเขาเอาไปติดจริงพลาดเป้าหมายหรือพลาด ความหมายผิดจากความหมายกำหนดเดิมปิติจะผิดจากความหมายกำหนดเดิมที่ว่ามันอธิบายลักษณะอย่างนี้เท่านั้นนะแต่เดี๋ยวนี้มันมาอธิบายลักษณะอย่างนี้นะผมทำมือไว้โตขึ้นกว่าอะไรงี้มันมีความผิดเพี้ยนไปแล้วเอาอะไรมาบวกเขาโตไปแล้วมีเนื้อหาของอะไรที่มาผสมพอกเพิ่มเข้าไปแล้วมันจึงกลายเป็นไม่เข้าใจสัจธรรมตรงอธิบายไปหมดแล้วทีนี้มาฟังคำว่าไปปิติที่เขาแปลเป็นภาษาไทยในตำราเรียนแค่นี้แล้วทำโทนแปลว่าความอิ่มใจที่แปลว่าความอิ่มใจยิ่งตรงใหญ่ ตรงกับคำว่ายินดีข้อความว่ายินดีของทุกวันนี้บอกแล้วว่าคนมันเข้าใจเป็นความสนใจอย่างอ้วนความสนใจอย่างลิงโลดชอบใจปลื้มใจตื่นเต้นใจอย่างอ้วนอย่างแรงเลยยินดีเพราะเขาบอกว่าความอิ่มใจยิ่งจนกว่าพี่จีบแล้วความอิ่มใจก็คือว่าใจนี่มันต้องการอะไรใจมันต้องการอะไรเพราะมันต้องการแล้วมันได้สิ่งนี้มาแล้วมันก็หยุดอิ่มนี้มันก็หยุดที่จริงๆมันเป็นจิตสงบทานที่มันสูงขึ้นมีมิติมันจึงลงตัวมันถูกต้องแล้วคิดพอได้รู้ตามที่คิดจิตมันก็หยุดฟุ้งซ่านลงมันก็สงบลง ปิติเนี่ยมันสงบลงนะพี่ติ่งหมายความว่ายิ่งฟูขึ้นไม่ใช่นะเพราะฉะนั้นจึงไม่ต้องออกปฏิบัติเพิ่มเติมอีกถ้าบอกว่าจิตหมายความว่าความยินดีร่าเริงใจต้องสงบปิติลงมันจึงจะเป็นชาญสูงขึ้นไปอีกเป็นฌาน 3 เพราะเกิดชั้น 2 หมายความว่าวิตกวิจารณ์มันเกิดผลแล้วระงับวิตกวิจารได้และจะเกิดปิติปิติก็คือดีใจฟูฟองและระงับปิติให้ได้ถึงจะเกิดการที่ศาลที่จะเกิดสุขเขาอธิบายอย่างนี้จริงๆเกิดทันทีพี่ต้องวิจารณ์เนี่ยคิดพอคิดเสร็จแล้วก็รู้คือพอรู้เสร็จแล้วก็สบายสุขประสบแล้วก็คือจิตอันยอดสุดอุเบกขาอาจารย์ 4 ใช่ไหมลักษณะมันตรงคิดไม่ต้องวิจารณ์ ได้ง่ายๆภาษาไทยนี่ชัดๆนี่คิดหรือวิเคราะห์หรือหาเหตุผลเพราะหาเหตุผลแล้วรู้ดีปิติพอได้รู้ดีกระจ่างแจ้งเกิดอธิปัญญาเกิดปัญญายอดแล้วก็สบายเลยสมใจคิดว่าจะเจริญนั่นเองสบายภาษาบาลีสภาใหญ่ก็เจริญนี่แหละคือสูงขึ้นนะเพราะว่าเกิดการรู้ดีขึ้นกระจ่างแจ้งแทงทะลุขึ้นมันก็สบายเจริญอันที่จิตเจริญนี่แหละคือสมาธิหรือคือฌานมันเจริญจิตเจริญนะเจริญสปายเจริญสบายและสุขมีขากลับบ้านสบายอย่างไทยๆว่างลงนั่นเองเพราะมันมาปิติแล้วมันก็คือมันว่างจากกิเลสเพราะมันไม่ได้รู้ดีแล้วมันก็คือมันก็ต้องปล่อยมันรู้ว่าไอ้นี่เลว หน้าก็เลิกสิมันก็ปล่อยมันเป็นปัจจัยในตัวมันจะเป็นสปายะหรือเป็นสบายหรือสุขมันอธิบายเป็นภาษาไทยว่าสบายมันก็คือสัปปายะภาษาบาลีว่าเจริญขึ้นปุ๊บขามันจึงสูงขึ้นมาเรื่อยเป็น GTA เป็นจิตที่หุบปากบอกเอกบอกขาดมันเป็นจิตเกิดที่ยอดจึงเป็นอุปสรรคที่เทวะแท้เป็นอุบัติเหตุสูงขึ้นแท้ว่าคือจิตที่เจริญขึ้นตายจากจิตชั่วเกิดจิตดีตายจากชั่วเกิดดีใจตายจากโง่ตายจากอวิชชาเกิดวิชาเรียกว่าเทวะแท้ไม่ใช่ได้แค่สมใจสมใจอยากแล้วก็สมใจขึ้นมาจาก อยากได้อะไรแล้วก็สมใจเท่านั้นเพราะฉะนั้นมันอยู่ที่จุดอิ่มใจใจไม่อยากอีกจุดอิ่มใจใจไม่อยากอีกพอแล้วปิตินี้เป็นตัวพอแล้วอิ่มแล้วหยุดได้แล้วเลิกได้แล้วตรงปิติแปลว่าความอิ่มใจนี่ตรงไม่ได้หมายความว่าปิติแปลว่ายิ่งมีอะไรเกิดขึ้นไปอีกเปล่าแปลว่าหยุดไปอีกต่างหากล่ะที่ติดแล้วก็หยุดมันอิ่มมันก็หยุดใจหยุดเพราะฉะนั้นในลักษณะมันซ้อนกันอยู่คนอยากได้สิ่งนี้ที่ผมพูดแล้วอยากได้เงินมีคนเอาเงินมาให้คุณก็หยุดชั่วคราวคุณหยุดชั่วคราวคุณรับได้เงินหรือได้ของหรือได้รถไอ้ชาติอะไรมาให้กับตัวเองหยุดชั่วคราวฉันรักเท่านั้นเอง แต่ด้วยลักษณะที่ว่าอิ่มใจคุณไม่ได้อิ่มพออิ่มพอเลยไม่ใช่อิ่มพอนะคือไม่พอหรอกแต่คุณจำต้องพอว่าตอนนี้ต้องสนใจกับสิ่งที่ได้นี่ก่อนเลยใจไม่ไปสนใจอื่นมันก็เลยถูกผูกจิตไว้ตรงนี้แต่พอคนเดียวอีกแล้วใหม่ถ้ามีอะไรมาดีก็เอามาให้เขามาให้ 10 บาทต่อไปเดี๋ยวก็เอามาอีก 100 บาทก็ขี้ข้าจะไม่อิ่มใจอะไรมันก็จะรับหมัดเข้าให้อีกทีกลายเป็นยังไงใจมันก็ฟูเข้าไปอีกมันเกิดจากอยู่อย่างเก่าอยู่นั่นแหละมันไม่ได้จบหรอกมันก็จะเพียงพักเพราะว่าสมใจวันนี้หมดแรงหรือว่าใจมันไม่ไปสนใจกับมนุษย์ก่อนเพราะต้องสนใจกับไอ้สิ่งนี้ที่เราไม่คิดว่ามันจะเป็นมันจะเกิดแต่มันเป็นมันเกิดแล้วก็เลย อันนี้อยู่กับอันนี้ไม่ฟุ้งซ่านไปไหนชั่วคราวเท่านั้นเองชั่วคราวไม่กล้าละอย่างนั้นเท่านั้นเองนี่เรียกว่าอาการก็ผิดปกติเพราะลักษณะต่างๆพวกนี้ถ้ารู้รอบในเรื่องของการเกิดของจิตว่าจิตปิตินี้เป็นจิตรู้ดีรู้ดีที่ดีและก็ปล่อยที่เลวอย่างชัดถ้ารู้ดีรู้สิ่งดีแล้วปล่อยที่เลวชัดนั่นแหละเรียกว่าพิธีแท้ถ้ามีอาการฟูฟ้องลิงโลดดีใจปลื้มปิติอะไรอยู่เฉยๆน่ะเป็นอาการของโลกิยะบรรยายอย่างโลกียเท่านั้นเองก็ถูกแต่ว่าไม่ถูกไม่ได้ถูกเหมือนกันถูกมันเป็นความสนใจอย่างสมมุติแล้วเป็นการเกิดอย่างสมมติแต่การเกิดของธรรมะแปลว่าเกิด แต่ว่าเกิดเจริญแล้วก็เกิดดีจริงของจิตมันเกิดดีจริงเป็นอาทิตย์จิตสูงขึ้นเจริญขึ้นเป็นอธิปัญญาขึ้นและจิตวิมุตจากความที่เป็นหลงผิดมากขึ้นมากขึ้นพี่มดหลุดพ้นมากขึ้นอย่างนี้เป็นของปิติแท้เป็นตัวเกิดเป็นตัวลูกเป็นตัวจิตที่มันเกิดใหม่เกิดใหม่เกิดใหม่การเกิดเอาอย่างนี้ให้มันรู้จักเกิดในรัชกาลอิ่มใจนี่คือต้องเข้าใจความหมายให้ชัดว่าหยุดอิ่มก็พอก็พอจริงไม่ใช่พอเล่นถ้าพอเล่นมันก็อธิบายกันไม่เข้าท่าเลยอิ่มอิ่มเล่นและประเด็นเอาใหม่ไม่จริงแต่ถ้าอิ่มจริงก็หมายความว่าหยุดจริงหยุด เลิกพ่อพอจริงพอไปพอไปเลยเพราะงั้นถ้ายิ่งได้หยุดคราวนี้คราวนึงกินอิ่มแล้วหยุดเพราะมันกินไม่เข้าแต่ใจเนี่ยยิ่งติดมากขึ้นแม้ได้กินอาหารชนิดนี้ก็ปรุงมาอร่อยเหลือเกินกินใหญ่เลยกินจนเต็มกระเพาะอัดแน่นอึดอัดที่กินต่อไปทุกไม่อยากเพิ่มทุกข์ให้ตัวเองจึงหยุดบางทีใจอยากกินด้วยซ้ำไปแต่ต้องหยุดเรียกว่าอิ่มแต่ถ้ามันพร่องลงอีกเมื่อไหร่หรือว่ามีสิ่งนี้อีกเมื่อไหร่ฉันจะต้องกินอีกไม่หยุดหรอกมันอิ่มเพราะมันจำเป็นท้องจะแตกนะบ๊ายบายแบกเข้าไปเต็มบ่าแล้วแบกอีกไม่ได้เลยต้องอิ่มหรือต้องพอหรือต้องหยุดขนใส่บาตรอีกอย่างนี้ไม่ใช่ อาการของความรู้ที่หยุดแท้ความรู้ที่หยุดแท้นั้นคือมันรู้ว่านี่เลิกเซ็กซี่หยุดเด็ดขาดตัดแท็กซี่ไม่ใช่ควรสิ่งที่ควรแสวงหาต่อไปแล้วไม่ต้องไปแสวงอีกพอใจซะให้ได้รู้ในใจฉันให้ทำใจซะรู้ในใจเสียให้ชัดเจนในใจใช่ป่ะพ่อสิ่งที่พ่อเกิดมาเป็นคนไม่ต้องแสวงหาสิ่งนี้อีกหรอกไม่ต้องกระทำจิตให้มันต้องไปอะไรไปอยากไปใกล้ไปมีไปเป็นอะไรกับมันอีกแม้แต่อยากกินข้าวคุณไม่ต้องอยากกินข้าวหรอกในโลกนี้ไม่ต้องอยากอิ่มได้แล้วก็ไม่ต้องอยากกินข้าวหรอกอิ่มกินข้าวแต่คุณก็กินข้าวตามกาละตามปัญญาจะรู้ว่าควรกินไปถึงวาระ มันควรกินก็กินซะไม่กวนมันไม่มีโอกาสมันไม่ได้จะไม่มีจะกินก็ไม่ต้องกินก็ได้มันไม่ตายง่ายนักหรอกไม่ต้องหิวไม่ต้องอยากกินมันอยู่อย่างนั้นแหละจะกินก็ไปซักประมาณเท่าใดกำหนดแล้วก็กินเข้าไปน่ะพอประมาณแล้วก็พออิ่มสักทีดิหยุดสักทีตามกำหนดจะกำหนดให้ความรู้สึกว่ามันตึงท้องมันมีปริมาณมากแล้วก็ได้ไม่ใช่ว่าจะหยุดเพราะว่ากินไม่อร่อยแล้วรสชาติมันจะตื่นแล้วมันจะชินมันชักด่านมันจะชาแล้วมันไม่ดีแล้วก็เลยต้องอิ่มไม่ใช่อย่างงั้นไม่ใช่อย่างนั้นอิ่มไม่อิ่มอย่างนั้น เอารถของจิตเอารถของกิเลสมาอิ่มเนี่ยปิดๆอิ่มใจก็อธิบายอิ่มใจและอิ่มทั้งโลกอย่างนี้ถ้าอิมยังทำแล้วหมายความว่ามันเต็มอิ่มมันหยุดหยุดเลยลูกเกิดรู้จิตรู้อิ่มวันหยุดมันพอแล้วมันเลิกมันเลิกมันคลายแล้วไม่เอาอีกอ่ะทำให้ได้อย่างนี้จริงๆหรือจิตของเรามีความรู้อย่างนี้จริงๆถ้าจิตเรามีความรู้อย่างนี้จริงๆแล้วเข้าใจและควรเลิกแล้วไม่ควรจะเป็นและไม่ควรจะเกิดเป็นคนจะแสวงไม่ควรจะต่อไปอีกแล้วไม่ควรจะให้มีอยู่ที่จิตต่อไปอีกแล้วจิตมันรู้อย่างนี้ไม่ควรจะให้จิตพวกมันไปทีละแสวงต่อ A3 ต่อเป็นการแสวงหาไม่ต้องแสวงหาไม่ต้องแสวงหาต่อไม่ต้องมีการแสวงหาต่ออีกแล้วมีก็มีเป็นก็เป็นได้ก็ได้ไปตามคนรู้วิธีการบรรลุกรรมลูกการงานรู้วิธีการที่ควรเป็นควรไปแต่ว่าควรทำหรือไม่ควรทำในโอกาสถ้าบางโอกาสไม่ทำเลยบางโอกาสทำบ้างหรือไม่มีโอกาสหรือไม่มีโอกาสไม่ทำเลยก็ได้เราต้องรู้ว่าควรหรือไม่ควรสำคัญอันที่รองอธิบายตามที่เขาอธิบายสิ่งนี้เขาจะอธิบายเมื่อกี้อ่านให้ฟังอยู่แล้วแบบเขาแยกออกเป็นการอธิบายลักษณะพิธีต่างๆเป็น 5 1 พุทธกาลปิติแปลกันง่ายๆว่าปิติอย่างน้อยปิติอย่างน้อยคืออธิบายลักษณะของมันมีมีความเล็กน้อยมันมีการเกิดมิตินี้บอกแล้วว่าแปลว่าการเกิดมิติเกิดรู้ตัวสำคัญที่เกิดรูปมันจะรู้ว่าอยากจะจับทางหูได้ยินหรือจัดทำตาได้เห็นรู้จักทางกลิ่นหรือจากทางเล่นหรือจากทางสัมผัสรู้จักจิตที่มันเกิดเองเกิดรู้โดยการวิเคราะห์ไปวิเคราะห์มาแล้วมันก็รู้ไม่ได้สัมผัสมาต่างๆจากหูรู้จักจมูกจากลิ้นหรอกมันเกิดโรคจิตจะจิตเองวิตกวิจารณ์เป็นวิเคราะห์หรือเป็นที่ใจจะได้จิตหรือขบคิดอยู่ในจิตแล้วมัน รูปขึ้นมาตัวรู้ชัดรู้ใจตัวนั้นปิดๆมันเกิดมามีจำนวนน้อยเรียกว่าขุดอากาศในนี้ก็อธิบายแล้วก็อธิบายยาวออกมาเป็นปลุกเวลาที่ฐานก็อธิบายว่าพุทธกาลปิติเนี่ยมันเป็นปิติอย่างน้อยเมื่อเกิดขึ้นทำให้ขนชันทำให้น้ำตาไหลหน้าถ้าเอาลักษณะอาการซึ่งมันหยาบออกมาแล้วก็อ้าวก็ไม่ว่าอะไรแล้วก็ไม่ว่าอะไรแล้วก็จะอธิบายอย่างนี้แล้วก็เข้าใจกับเขาด้วยก็ได้ก็แปลว่าคุณต้องการไปติดแล้วก็มันเกิดขึ้นมาแล้วมันคือมันใจมันดีขึ้นผมกลับภาษาสิถ้าแปลภาษาปิติว่าดีใจคุณเข้าใจและความหมายภาษาไทยมันดีใจหมายความว่าไง คือมันลิงโลดตื่นเต้นอะไรก็ได้มันสมใจอะไรแต่ผมแปลกลับด้วยว่าใจดีคืออันที่จิตนั้นเองใจมันดีใจมันเจริญใจมันสูงยิ่งขึ้นเนี่ยผมต้องแปลกลับสิเข้าใจมันรู้ดีมันรู้ความดีหรือว่ามันหลุดพ้นจากความเลวมันปล่อยวางจากกิเลสมันลดปัญหาลงจริงใจมันดีขึ้นอย่างนี้อย่างนี้เรียกว่าใจที่ดีแท้ทีนี้ถ้าใจที่ดีแท้มีคุณภาพน้อยอยู่อ่าเป็นอย่างน้อยอยู่ก็คือนั่นแหละทำอธิบายคุณก็กลายเป็นสีแท้แล้วอาจจะเรียกว่าปริญอาจจะเรียกว่าคุณภาพก็ได้คุณภาพมันยังน้อยอยู่มันยังมีคุณภาพมันยังมีจะเรียกว่าจำนวนก็จะได้แต่ว่าเราไม่ได้จำนวน เราเรียกถึงลักษณะและน้ำหนักของมันหรือเนื้อหาของมันมันยังมีเนื้อหาของมันน้อยอยู่เราเรียกว่าเกิดใจที่ดีอย่างมีเนื้อหาในใจของเราน้อยมันน้อยเรียกว่าพุทธกาลทีนี้ก็อธิบายออกมาเป็นว่าเมื่อเกิดขึ้นแล้วขนชันน้ำตาไหลนี่ก็เป็นอาการว่าถ้าคนเราเกิดยินดีปรีดาตื่นเต้นแล้วจนกระทั่งแสดงออกมาทางกายแหมมีขนพอหรือขนชันขึ้นมาดีใจเป็นอาการที่เป็นปฏิกิริยาอะไรเกิดขึ้นมาเนื้อเต้นขึ้นมาอะไรอย่างนั้นน่ะคล้ายๆดีใจจนเนื้อเต้นน้ำตาไหลพรากดีใจจนน้ำตาไหลถูกลอตเตอรี่ล้านนึงดีใจน้ำตาไหล ลูกไม่ได้พบกันตั้งนานหลายปีมาพบลูกกูก็ดีใจน้ำตาไหลหรือว่าได้รับยศได้รับลาภอะไรขึ้นมาได้รับสรรเสริญอะไรขึ้นมาคนมายกยอสรรเสริญขึ้นมาอู้อย่างมากมายดีใจน้ำตาไหลเรียกว่าเราระงับอะไรก็ไม่ได้ใจมันจนกระทั่งมาเป็นปฏิกิริยาทำอะไรจนกระทั่งอาการกายเกิดออกมาเขาอธิบายกันอย่างนี้เราก็รู้ให้ได้ว่าก็ใช่ได้เป็นอย่างหยาบไม่ได้อธิบายจิตในจิตฟังให้ดีนะเขาไม่ได้อธิบายจิตในจิตเขาอธิบายอาการของจิตที่มันก่อเกิดจนกระทั่งใหญ่จนกระทั่งมาทำอาการกายออกมาจนกระทั่งทำให้บีบน้ำตาไหลพรากออกมาเกิดอาการใจมันลิงโลดดีใจ ตื่นเต้นสมใจจนน้ำตามันไหลพรากออกมาจนเนื้อเต้นจนขนชันขึ้นมาเอาอย่างนี้เราก็รู้แล้วมันหยาบแสนหยาบเป็นตัวตนบุคคลเราเขาเป็นปลุกเวลาที่ขาดแล้วแสดงถึงน้ำหนักของแสดงถึงเนื้อหาของจิตที่มันเกิดที่จิตถ้าอธิบายอย่างโลกีย์ก็อย่างว่ามันดีใจสมใจตื่นเต้นมันก็แค่นั้นแต่ถ้าอธิบายยังรอคุณอุตรดิตถ์แล้วใจมันดีขึ้นถ้าเราตัดกิเลสได้ใจเราลดกิเลสลดปัญหาได้แล้วเรากระทำจิตของเราได้สมใจเหมือนกันแหมเราไม่รู้สักทีเกิดรู้ขึ้นมาอ๋อแหมพอได้รู้เนี่ยน้ำตาไหลพรากคนชันขึ้นมาได้เหมือนกันเพราะคนเกิด ปัญญาเนี่ยเกิดเรียนธรรมะพากเพียรเรียนธรรมะได้รู้ถึงตรงนี้มันมีอาการมันมีสภาพธรรมที่ว่าปิติก็คือมันเกิดจิตอ๋อมันได้อ๋อมันได้สว่างแจ้งมันได้แทงทะลุมาเกิดปฏิเวธธรรมเกิดภาวนามยปัญญาเกิดปัญญาที่ไม่ใช่แต่คิดสุตตะคิดไปคิดมาแล้วก็เห็นแล้วก็เฉยๆมันเป็นแรงนะมันมีอาการแดงถ้าเผื่อว่าอาการถึงขั้นที่เรียกว่าน้ำตาไหลขนชันโอ้ไอ้อย่างนี้มันแรงนี่หมายความว่าคุณระงับจิตของคุณไม่ได้เพราะคุณได้รู้ดีเท่านั้นแหละคุณก็ระงับจิตไม่อยู่จนกระทั่งมันออกอาการมาทางกายเป็นขนชันเป็นน้ำตาไหลพรากพอได้ฟังธรรมซาบซึ้งทำ ชัดเจนยอมประยอมปล่อยยอมวางกิเลสอันนี้แล้วก็ใจซาบซึ้งเหลือเกินแล้วคุณก็นั่งน้ำตาไหลไหลโอ้ชื่นใจจริงชื่นใจจริงถ้าเข้าใจว่าปิติแล้วเราจะต้องมีอาการแบบนี้คุณจะนั่งร้องไห้ตายเลยตลอดตายคุณจะนั่งขนชันเนื้อเต้นอยู่ตลอดตายบ้ากันใหญ่เลยถ้าเป็นชาวโลกชาวโลกก็มีอาการแผงไม่ระงับปิติไม่รู้จักระงับจิตไม่รู้จักว่าเออมันรู้ดีมันก็เป็นของดีแล้วล่ะเข้าใจซาบซึ้งก็ซาบซึ้งเพราะฉะนั้นคนที่ยังไม่รู้เรื่องจิตมากหรือว่าเป็นช่วงบ่ายเป็นระยะใหม่ๆที่ได้รับอะไรสมใจขึ้นมาถ้าสนใจในทางโลกบอกแล้วว่าได้ลาภยศสรรเสริญสุข หรือสิ่งที่ตนต้องการอยากได้มาแล้วก็ตื่นเต้นตื่นเต้นน่ะปี๊ดๆปิตินี้ก็แปลว่าตื่นเต้นหรือดีใจอย่างตื่นเต้นหรือลิงโลดใจพอได้มาแล้วเขาก็จะแสดงอาการขนลุกขนพองเนื้อเต้นหรือว่าน้ำตาไหลได้อย่างจริงทั้งทำก็ได้จริงเหมือนกันเพราะรู้ดีพอเห็นดีพอเข้าใจดีแล้วพอแล้วเราละลายลงไปแน่อ๋อทำอย
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive