191112 สหัสวรรค-พ่อท่าน-สันติอโศก.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันนี้เป็นเช้าวันที่ 12 พฤศจิกายนพุทธศักราช 2519 ต่อจากนี้ไปพ่อท่านพระพุทธที่รักได้นำหมู่พวกเราทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกออกมาทำวัดกันต่อเมื่อวานนี้เรื่องสหัสวรรษที่ 8 มีคาถาธรรมบทที่อยู่ในพุทธกาลนิกายคาถาธรรมบทข้อ 18 ถ้าได้อธิบายกันไปถึงกว่าครึ่งแล้วจนกระทั่งถึงกำลังแจกแจงกันถึงธรรมะ 4 ประการคืออายุวรรณะสุข ซึ่งอายุวรรณะสุขะพละเนี่ยถ้าเราพูดอย่างชาวโลกอายุเราก็เข้าใจอย่างชาวโลกง่ายๆไม่ยากบ่คือการที่มีชีวิตอยู่คำว่าอายุแล้วเราหมายเราอายุเราด้วยเพราะอายุของคนคำว่าอายุโดยที่ว่าเอาเวลามาจับว่าเรายังมีลมหายใจอยู่ในประมาณเวลา 1 นาที 2 นาทีจนกระทั่งเป็นชั่วโมงเป็นวันเป็นเดือนเป็นปีในจังหวัดที่เรายังมีลมหายใจรอดอยู่ได้ยังไม่ขาดลมหายใจนั้นเราเรียกว่าเรามีอายุมีชีวิตที่เป็นอายุยืนติดต่อไปนี่เราเข้า หมาเอาคนนี้ด้วยคนจะได้อันนี้ทีนี้ถ้าอายุนับด้วยเวลาว่าจากจุดนี้ถึงนี้แล้วมาเอาแต่ลมหายใจมันก็หมายความว่าอายุของร่างกายขันหรือชีวิตของร่างกายกันเพราะฉะนั้นคำว่าอายุคำนี้จึงหมายถึงอะไรและเป็นเนื้อสาระและแน่นอนเราจับเอากาละเอาเวลาเอาเวลาเอากาละเข้าไปจับด้วยเพราะจากเวลาเท่านี้ถึงเวลาเท่านี้ก็ถือว่าอายุของอันนี้อายุของอันนี้มักแห่งหนึ่งมี ยืนนานอยู่ได้ 10 ปีแล้วก็ผูกพันเปื่อยไปสลายไปไม้แถวนั้นก็มีอายุ 10 ปีหรืออะไรอันนึงที่เราทำขึ้นมาดินปั้นขึ้นมาเอาดินมาเกาะกันเข้าปั้นเป็นรูปแล้วมันก็อยู่ได้ถูกน้ำฝนไม่ถึงชั่วโมงมันก็ละลายไปก็อายุไม่ถึงชั่วโมงอันนั้นของดินปั้นก้อนนั้นแล้วหมายถึงดินปั้นก่อนนั้นเป็นอายุและนักออกแบบผสมกับเวลาสิ่งนั้นหมดเนื้อหาสาระลงไปสิ่งนั้นหมดเนื้อหาสาระสาระลงไปกับเวลาประมาณนั้นอธิบายให้ฟังแล้วนะว่าแต่ ถ้าบอกว่าอายุเรานึกถึงตลอดชีวิตคนชีวิตคนกับเวลาแล้วก็จบทีนี้ธรรมะอธิบายลึก
อ่านต่อ
เข้าไปจนกระทั่งไม่ใช่แค่บุคคลตัวตนแค่นั้นอธิบายคำว่าอายุให้ฟังจริงๆว่าอายุนี่มันหมายเอาถึงเนื้อหาเนื้อสารอันนั้นเนื้อหาสาระอันนั้นครับเวลาจากจุดหนึ่งไปถึงจุดหนึ่งแล้วก็เนื้อหาสาระนี้ละลายไปเรียกว่าอายุเพราะฉะนั้นถ้าเผื่อว่าเราจะกำหนดหมายเอาถึงคุณงามความดีเนื้อหาสาระของคุณธรรมฟังแล้วตอนนี้ไม่ใช่อายุของคนไม่ใช่อายุของชีวิตลมหายใจ นี่หมายถึงอายุของสิ่งที่ประกอบขึ้นนั้นเป็นเนื้อหาสาระอันนั้นประชาชนของเรากายกรรมอย่างนี้อาการอย่างนี้ของกายของเรามีเวลามันเป็นอย่างนี้ได้สำรวมสังวรมันอยู่ได้อย่างนี้อย่างนี้ไปจนได้เวลาชั่วโมงนึงได้วันหนึ่งได้อาทิตย์นึงได้ปีนึงกายกรรมอย่างนี้ติดต่อกันยืนสืบเนื่องไปแต่ถึงแตกสลายออกถึงไม่มีสิ่งนี้อย่างนี้ก็แสดงว่าเรียกว่าอายุของกายอย่าทำคำพูดวจีทำเราพูดอย่างนี้อย่างนี้อย่างนี้มีคุณภาพอย่างนี้มีลักษณะอย่างนี้สำรวม บอลอย่างนี้แล้วปั้นหรือเราตั้งใจทำให้มันเป็นเนื้อหาสาระอย่างนี้ดีมีอายุเท่านี้เท่านี้พูดอยู่อย่างนี้ได้นานเท่านี้เท่านี้พูดมีเนื้อหาสาระอย่างนี้ผู้มีคุณธรรมอย่างนี้เราทำได้นานเท่านี้นี่เป็นอายุของวจีทำอายุของมโนธรรมอันนี้อายุของกิริยาจิตอายุของอาการจิตของเราอาการจิตของเราถ้ามันมีอาการโลภะอยู่นานเท่านี้มันรอพระอยู่ได้ตั้งชั่วโมงมันโยกพระอยู่ได้ทั้งวันมันโลภพระอยู่ได้อาทิตย์ ทั้งเดือนอาการอย่างนั้นลักษณะมโนธรรมลักษณะกิริยาจิตลักษณะบทบาทอาการจิตอย่างนั้นมีอายุมีชีวิตถ้าชีวิตมีลักษณะโลภะก็ชีวิตของไอ้จิตโลภะตัวนั้นเป็นอายุนานเท่าที่มันเป็นนานถ้ามีที่มันมีอากาศนานเท่าที่มันมีอารมณ์เรียกว่าอายุและเรากำลังจะหมายถึงจุดนี้เป็นที่หมายของศาสนาหรือกำลังเรากำลังเรียนที่เรากำลังกินเราจะเอาที่หมายไปจนถึงจิตอย่างนี้แหละเรียกว่าอายุเพราะฉะนั้นการแก้ไขตัวเองแก้ไขกายกรรมกาย พวกเรามันสัตว์ส่ายกายกรรมของเรามันไม่สำรวมกายกรรมของเรามันเป็นคนโลกๆมีแต่จะไปออกท่าทางไปออกไกลกันที่โหดร้ายรุนแรงเข่นฆ่ามือไวเพราะใจมันไม่ดีใจมันไม่รู้จักว่าควรไว้หรือเปล่าแล้วมันวายแล้วมันไปทำจะชั่วถ้ามันทำดีมือไวตายไวแต่มันทำดีไวๆใจมันดีใจมันรู้ดีแล้วมันก็ทำดีนี่โดยไวโดยเร็วอ้าวดีอย่างงั้นดีไม่ว่าทีนี้ส่วนมากมันไม่เคยทำไม่ดีขึ้นเขาก็เลยมาเอาสำนวนคำว่ามือไวเนี่ยทำอะไรโดยคิดว่ารุนแรงไปเร็วไปโดยที่ไม่เคยเข้าที่เสียหายแล้วก็เลยเรียกว่ามือไว กายกรรมของเราจะเป็นอย่างไรมีลักษณะอาการอย่างไรนั่นแหละรูปร่างลักษณะเนื้อหาสาระอย่างนั้นทำอยู่นานเป็นเวลาติดต่อไปถึงขนาดไหนเรียกว่าอายุเราจะต้องมาหัดสำรวมเพราะใจเรานี่แหละจะมีปัญญารู้รู้ว่าอาการอย่างนี้เป็นไปโดยดีไม่ใช่โรคไม่ใช่โกรธพอดีพอดีแล้วหรือจะโลภจะโกรธก็อยู่ในลักษณะที่ปั่นลักษณะของกายกรรมอย่างนี้ดีแล้วว่าจีคำพูดเราพูดในกาละอย่างนี้ในเทศะอย่างนี้ในสำนวนอย่างนี้ในเสียงอย่างนี้ในคำพูดอย่างนี้ถึงได้อธิบายมาแล้วถึงมาจีบกลับเมื่อเรารู้ว่าอย่างนี้เราเหมาะสมเหมาะควรจะทำพูดสำนวนสำ ที่ประกอบไปกับคำพูดก็เหมาะแล้วดีแล้วตามปัญญาของเราแล้วเราก็ปรับปรุงให้มันมีอายุยืนนานให้มันมีอายุติดต่อก็เป็นเนืองๆเป็นชีวิตของคำพูดเป็นชีวิตของกายกรรมเราก็ได้ฝึกเพียรมาถึงกายกรรมฝึกเพียรมาถึงคำพูดมันก็สุจริตขึ้นหมดกายกรรมก็สุจริตวจีกรรมก็สุจริตเพราะมโนกรรมมีปัญญาและมโนกรรมนั่นแหละได้พยายามตั้งใจมาคุมมาฝึกมาหัดกายมาคุมมาฝึกมหาดวจีเพราะเราเข้าใจแล้วทีนี้จิตของเรามันเป็นอาการโรคหรืออาการเคยที่มันเคยอยากแต่ก่อนเรามีความร่วมแถวนี้เราก็ทำได้แบบนี้แหละจิตแบบนี้แล้วก็ปาน กิจกรรมแบบนี้ปั่นวจีกรรมแต่แบบนี้แบบนี้แต่ก่อนนี้เป็นอย่างนั้นเดี๋ยวนี้เราลดลงมันมากไปพูดมากไปพูดเป็นภาษาเป็นสำนวนเป็นสำเนียงก็ไม่เข้าท่าเป็นไปโดยแสดงถึงความโลภความโทสะแล้วก็ลดลงให้รู้อาการว่ามันเหมาะสมว่าอย่างนี้เนี่ยพอพูดออกไปแล้วทุกคนในที่นี้ตีราคาเลยว่าเนี่ยโทรศัพท์ตีราคาเลยว่าเนี่ยโลภะสำเนียงก็ดีสำนวนก็ดีแล้วกายกรรมแบบนี้ตีราคาได้เลยเนี่ยเพื่อนฝูงนะโมกลุ่มบริษัทที่เห็นรับสัมผัสไปรู้ว่ากายกรรมอย่างนี้โลภะกายกรรมอย่างนี้โทรศัพท์การจะทำอย่างนี้ไม่เหมาะสมไม่ควรไม่ดีไม่งามก็จริงกรรมอย่างนี้ไม่เหมาะสมไม่ดีไม่ควรไม่งามเราจะต้องรู้ว่า งูเข้าตีราคาอย่างนั้นหรือเปล่าเขาให้ค่าอย่างนั้นหรือเปล่าถ้าเขาให้เราก็ต้องรู้ว่าอย่างนี้แหละจริงตามสมมติแล้วมุกลงแค่นี้แหละสมมุติอย่างนี้ก็ต้องถือว่าอย่างนี้เพราะฉะนั้นเราจะใช้กับกลุ่มนี้ก็เอาใช้กับกลุ่มนี้เท่านี้ทีนี้เกินกว่าหมู่กลุ่มนี้ไปล่ะถ้าเผื่ออันนี้มันจะมีชีวิตมีอายุยืนนานคนคาบไปมันกระจายมันสะพัดไปมันมีชีวิตออกไปข้างนอกอีกถ้าเราจะระวังชีวิตนี้เท่ากับว่าขนาดนี้ล่ะดีอยู่จมูกกลุ่มนี้แต่ออกไปข้างนอกเป็นชีวิตที่เลวแล้วนะกายกรรมอย่างนี้ถ้าข้างนอกรู้เข้าข้างนอกมันเลวว่า g9 ข้างนอกฟังเข้าข้างนอกมันเลวระหว่างเพราะฉะนั้นเราต้องระวังให้รู้หมู่กลุ่มควรไหมตอนนี้จำเป็นที่จะต้องใช้ จมูกแบบนี้เพื่อจะใช้สื่ออันนี้เป็นความหมายสภาพนี้เป็นความหมายเราก็ใช้จำเป็นแต่ถ้าไม่จำเป็นแล้วใช้กับหมู่นี้ได้ประโยชน์บ้างแต่ว่ามันจะออกไปข้างนอกล่ะมันจะมีชีวิตยืนยาวออกไปสู่คนอื่นบุกกลุ่มอื่นจะรับเอาชีวิตของกายกรรมหรือวจีกรรมไม่ออกไปเสร็จแล้วถ้าไปหมู่อื่นเขารับไปแล้วกลายเป็นว่าไม่ดีจะเสียผลมากกว่าเราก็ต้องระวังระวังลักษณะของกายกรรมนั้นระวังลักษณะของวจีกรรมนั้นถ้ามันแพร่สะพัดมีชีวิตยาวพลิกกลับไปต่อจากนี้ไปอีกมันจะเสียหายขนาดไหนจะดีหรือจะเสียหายให้คำนวณประมาณลักษณะอย่างนั้น ประมาณเอาที่ว่ามันจะออกไปไกลมีอายุที่ควรมีผลในขณะนี้เราจะใช้ทุกคนหรือเลือกใช้กับหมู่กลุ่มที่เราอยู่ใกล้จะคุ้มไหมถ้าออกไปเนี่ยเสียหายมากกว่าเราก็ดูพยายามประมาณให้รู้ตอนนี้อธิบายลักษณะของธรรมะที่เป็นกายกรรมก็ดีก็จริงตามคดีจนกระทั่งถึงที่สุดเราจะมีปัญญาปัญญาของไทยของมันผมพูดเนี่ยเป็นกลางๆเท่าที่เรารู้ด้วยปัญญาของเราว่าอย่างนี้แหละดีอย่างนี้แหละถูกแล้วเหมาะสมแล้วอย่างนี้เป็นอาการที่ไม่ใช่โรค โดยเฉพาะจริงๆไม่ออกมาจากใจเราเลยใจเรารู้แล้วว่าอาการของใจของเราไม่มีหรอกไม่ใช่ลักษณะโลภะโลภะคือมันต้องการมาให้แก่ตนเป็นอำนาจจิตของตนที่มันดูดถึงจะต้องเอาชนะค้าขายจะต้องให้เป็นอย่างที่เราเป็นได้อย่างที่เราได้มีอย่างที่เราต้องการจะให้มันมีถ้ามันรุนแรงมากไปเป็นราคะเป็นโรคจัดเป็นอภิชาเป็นมโนทุจริตเรียกว่ามโนทุจริตมโนทุจริตมี 3 อาการอภิชาพยาบาลทุจริตเพราะเราไม่เอามโนทุจริตเราจะได้เป็นมโนสุจริตสุจริตเป็นอย่างไรสุจริตก็เป็นไปเพื่อความต้องการหรือว่าเป็นความ ความปรารถนาพอสมควรได้เราเรียกว่าอิจฉาว่าจรหรืออากังขาไว้จรไปเจตนาที่มีทิศมุ่งเป็นเจตนาที่มีทิศทางมันมุ่งไปมันจะดำเนินการมันจะทำงานจิตมันก็ต้องมีจิตเป้าหมายมีจิตที่จะเดินงานไปในทิศทางที่มันจะต้องรู้ว่าจะทำอะไรมีจุดมุ่งหมายว่าจะทำอะไรจึงเรียกว่ากำหนดหมายหรือมุ่งหมายมากมายกำหนดลงไปหมายลงไปถามว่าหมายแล้วก็มีมุ่งทำไปให้มันตรงตามทางตามคิดที่จิตมันคิดได้จิตมันเห็นควรอย่างนั้นอย่างนั้นถ้าจิต มีแนวโน้มอยู่อย่างนี้เรายังไม่เรียกว่าเป็นราคะเรายังไม่เรียกว่าอภิชาหรือเรายังไม่เรียกว่าโลภะเป็นกิเลสเรายังไม่เรียกว่าอย่างนั้นเขาเรียกว่าจิตมันทำงานตามหน้าที่ของมันมันก็เป็นอย่างนั้นแหละถ้าไม่งั้นเราก็เป็นก้อนดินก้อนอิฐก้อนหินจิตมันก็ไม่ทำหน้าที่จิตจิตมันก็รู้แต่รู้เฉยๆแล้วมันก็ไม่ไม่มีแนวโน้มไม่มีจิตมุ่งหมายไม่รู้ดีรู้ชั่วมันไม่ทำงานอะไรเลยถ้าจิตอย่างนั้นก็จิตหยุดก็ลักษณะที่จะให้จิตหยุดทำงานให้มันเฉยๆเหนื่อยๆเฉยๆนิ่งๆอยู่ก็ดีก็หัดแต่ถ้าจะให้มันทำก็ต้องให้มันเป็นกุศลและกรรมจะให้มันทำให้เป็น มันเป็นที่สุดเพราะกรรมมันเป็นที่สุดจะส่งผลส่งผลเป็น 3 อยู่ในสังสารวัฏหรือวัฏฏะเรียกว่าเกิดผลที่จะเป็นวิบากที่จะเป็นอะไรต่อใดอยู่ในโลกแล้วถ้าเผื่อว่ามันดีจิตเราพิจารณาในสิ่งนี้ถ้าจะให้เกิดก็ให้เกิดดีให้เป็นกรรมที่ดีให้มีการงานที่ดีก็ทำด้วยศาสนาพุทธบรรลุแล้วมันมีสัมมากัมมันตะมันมีการงานเป็นที่สุดด้วยจิตเป็นวิมุตจิตยิ่งอันยิ่งที่สุดก็คือปล่อยได้หยุดก็หยุดจิตได้ให้ทำก็ให้ทำได้เรารู้ว่าอย่างนี้ไม่ควรเราก็หยุดเสียถ้าอย่างนี้ควรแล้วก็ให้ทำเสียจึงเรียกว่าให้มันเกิดชีวิตให้จิตมันเกิดชีวิตให้จิตมันมีอายุ จิตมันจะมีอายุขึ้นมาเพราะฉันไม่ไม่ให้จิตมันมีอายุจะไม่ให้มีขนาดไหนถ้าไม่มีขนาดที่ว่าให้มันรู้เฉยๆแล้วเราก็ไม่ปรุงร่วมด้วยไม่ทำงานร่วมด้วยฟังนะตอนนี้จะถึงเข้าสังขารและจิตรารู้กระทบสัมผัสด้วยตาได้หูด้วยจมูกด้วยลิ้นเด็กตายสัมผัสเข้ามาถึงจิตจิตรับรู้ความจริงตามความเป็นจริงแล้วก็ไม่มีการปรุงไม่มีการคิดร่วมไม่มีการเอาจิตของเราเข้าไปผสมแล้วก็คิดจะงดคิดอย่างนี้จะทำต่อมีแนวโน้มมีจุดมุ่งหมายมีอะไรเลยไม่มีไม่มีอะไรเป็นแต่เพียงรู้อันนี้ก็รู้แล้วๆรู้เฉยๆ ดูไอ้นี่แล้วก็ปล่อยวางว่างๆเฉยๆจะถืออย่างนั้นเป็นที่สุดของจิตว่านี่แหละจิตวางจิตวางได้หรอๆรถอย่างนี้รสเผ็ดรสเปรี้ยวรู้รสเผ็ดรสเปรี้ยวและจิตของเราก็รู้แล้วก็แล้วจบอย่างนี้แหละเป็นจิตที่จบที่สุดสักแต่ว่ารู้แต่ว่ารู้จักแต่บ่รู้มันจะรู้ได้ทิศทางของตารู้มาด้วยทิศทางของทิศทางของจมูกทิศทางของลิ้นทิศทางของกายสัมผัสเย็นร้อนอ่อนแข็งอย่างไรก็ตามมันก็จะเข้ามารู้ที่จิตพอรู้แล้วก็จบจึงเกิดโรค ความจริงของจิตที่มันมีหน้าที่ทำงานรู้ก็ให้มันสัมผัสมารู้เมื่อมันตื่นอยู่เมื่อจิตมันมีอากาศของมีชีวิตของจิตรับรู้แล้วก็จบไม่มีปลงไม่มีคิดไม่มีทำอะไรเลยเรียกว่าหมดสังขารคนทุกคนสามารถทำได้ไหมล่ะไม่ง่ายเพราะความเคยชินมันปรุงเลยมันเพลิดเพลินเลยส่วนมากเอาขี้เหล็กเข้าร่วมด้วยทีนี้พระอริยะมาหัดอันนี้มันเคยปรุงไปตามใจน่ะเก่งมากพอมาทำทางทำแล้วจะต้องหัดหยุดหัดปรุงและจะรู้จุดสูงตรงนี้นี่ละเอียดที่สุดมาเราจะมารู้จิตอย่างนี้แต่จิตมันก็สัมผัสรู้เลยตอนนี้เราจะไม่ปรุง แตะเข้าเป็นรถทำลิ้นเป็นสีทางตาเป็นรูปต่างๆชื่นใจชอบใจมันอร่อยมันบันเทิงมันอะไรก็ตามแต่นั่นน่ะเป็นรถที่ปรุงเข้าไปแล้วจริงๆมีอายุที่มีปรุงเมื่อไหร่จะทำให้จิตมีอารมณ์หรือมีอายุที่มีอารมณ์ปรุงมีอารมณ์ชื่นชอบมีอารมณ์ทางบางทีก็แตะสัมผัสเข้าได้ยินเสียงแค่นั้นแหละมันไม่ชอบแล้วมันเกิดการขัดเคืองในใจแล้วมันปรุงก็เสียงนั้นสักแต่ว่าเสียงนั้นถ้าคนที่เขาชอบกันเขาได้ยินเขาก็เป็นอีกอย่างหนึ่งไม่เป็นอย่างเราแต่เราได้ยินเราทำคนที่เขาชอบเขาได้ยินสำนวนนี้ภาษานี้คนอื่นเขาฟังคนที่เขาชอบกันเค้าว่าน่าฟังเลย จุดสุดท้ายแล้วก็เป็นความจริงตามความเป็นจริงที่ไม่ได้เกิดมาแล้วก็มาแตะสิ่งนี้ให้สิ่งที่รับรู้ว่าอันนี้เป็นอย่างนี้นะแล้วก็พักแล้วก็พักเลยอันนี้พอเวลามันรู้จิตแล้วเราจะมารู้จิตเป็นอาการอย่างนี้ทำงานภาษาพูดเนี่ยคุณก็ฟังภาษาพูดพูดไปอย่างนี้อธิบายไปคุณก็ฟังคุณก็เข้าใจหรอกเหตุผลสำนวนเชื่อว่าปัญญาธรรมดาธรรมดาไม่ต้องสูงไม่ต้องมากอะไรมันก็เข้าใจได้ทีนี้ข้อสำคัญคุณฟังคุณรู้อย่างนี้แล้วคุณไปทำจิตของคุณได้จริงๆอย่างนี้หรือไม่ ทำให้มันหยุดให้มันวางให้มันรับรู้สักแต่ว่ารู้ได้หรือไม่ก็ต้องไปฝึกต้องไปรู้อาการจับตั้งแต่หยาบๆระมัดระวังเพียนไอ้นี่มันปรุงอย่างร้อนอย่างแรงอย่างเร็วลดลงมาลดลงมามันก็จะบางเบาจนกระทั่งอ่อนกระทบแล้วมันก็ไม่ฟุ้งจีๆแล้วก็จะรู้อ่านชัดว่าออนี่มันไม่ปรุงหรือว่ามันปรุงก็ช้าก็ช้าก็จับทันแล้วมันก็จะให้มันหยุดดูสิทีนี้ให้มันหยุดไม่ปรุงสิ่งใดที่เราไปรักจัดสิ่งใดที่เราไปชอบจับทุกสิ่งในโลกทุกสิ่งที่มากระทบสัมผัสต่างหูจมูกลิ้นกายแล้วเราก็ไปชอบมากไปชังมากทุกอย่างถ้าจะลดลงจิตเราไปชอบ ของที่มันเป็นทางโลกๆเป็นโลกกิโลเมตรมาก่อนแล้วเลิกมาสิผลัดเวรจิตมาให้เข้าใจว่าเราไม่ชอบธรรมะดีกว่าเราไปย่อชอบคนคนนู้นคนนู้นเป็นคนที่นำนำเราเราชอบดาราอยากเป็นดาราอะไรชอบนายกรัฐมนตรีเราอยากเป็นนายกเราชอบคุณหญิงจะเป็นคุณหญิงเราชอบคุณหลวงจะเป็นคุณหลวงเราชอบเศรษฐีอยากเป็นอย่างเศษผีเราชอบคนที่มีรูปแต่งตัวอย่างนั้นคนที่มีลักษณะอย่างนี้แล้วแต่เราก็จะไปชอบอย่างนั้นแล้วก็อยากจะเป็นอย่างนั้นก็ทำตัวให้เป็นอย่างนั้นเรารู้ให้ได้ว่าอย่างนี้มันก็ไม่มีประโยชน์อะไรเรามาชอบคนทางธรรม เขามีรูปอย่างนี้เอาล่ะรูปโดยรูปร่างน่ะมันทำทำทำทำทำได้ทำได้แต่เปลือกแต่เนื้อแกนแล้วกระดูกเอยเนื้อหนังเอยโครงสร้างเอยนี่มันไปเปลี่ยนแปลงไม่ได้เลยถึงไม่เปลี่ยนแปลงก็ไม่เป็นไรไม่เปลี่ยนแปลงก็ไม่เป็นไรหรอกแล้วยากก็ผ่าตัดก็ยังคงยากเลยจะเปลี่ยนรูปหน้าเปลี่ยนรูปตรงนั้นตรงนี้เพราะเราอย่าไปคิดดีกว่ามันเกินความจำเป็นทีนี้คนก็แต่งรูปเขาก็แต่งด้วยพ่อด้วยสีอะไรอย่างนี้ทั้งโลกถ้าทำแล้วบอกสะอาดสะอ้านมันก็เพียงพอแล้วสะอาดสะอาดธรรมดาถ้าว่าขี้เหงื่อที่ใครสังคมเห็นว่ามันไม่ค่อยดีก็ล้างก็เช็คชื่อใครมันจะมีเป็นธรรมดาธรรมชาติเช่นสะอาดสะอ้านลงไปเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว คณิตศาสตร์ชาวโลกเขาบอกว่าเขาชอบล่ะถ้าผัดแป้งทาน้ำหอมทำอะไรไม่ค่อยชอบหมูกลุ่มนี้เขาก็ชอบเหมือนกันโรคเขาก็ชอบหอมอย่างนั้นน่ะมากกว่าจืดๆเฉยๆไม่ต้องมีกลิ่นอะไรเขาไม่ค่อยชอบเขาสู้ไอ้มีกลิ่นหอมๆหมุนๆที่เค้าเคยถูกประโลมถูกเสี้ยมสอนมามากนานแล้วทำกันออกมาจนกระทั่งมาชี้ชวนจะติดกันแล้วแล้วก็รู้ว่าอย่างนี้มันมากขึ้นไปมันต้องปรุงปรุงต้องทาไว้ต้องพอกไว้ต้องเปลืองต้องยุ่งต้องเป็นภาระถ้าเราจะเจออีกคนชอบจืดๆก็ไม่ชอบไม่รักด้วยคนธรรมดาถ้าผมเฉยๆไม่ชอบไม่รักมันก็ไม่มีอะไรจืดๆกินธรรมดากินเฉยๆกลิ่นว่างๆกินกลางๆเขาก็ไม่มีอะไรมากมายมันก็ดีกว่า พอดีๆกลางๆทุกจุดมียกตัวอย่างอันอื่นก็เหมือนกันถ้าจะอธิบายละเอียดไปกว่านี้มันก็จะเสียเวลามากเพราะงั้นเรื่องรูปกันในรถก็ดีกลิ่นก็ดีเสียงก็ดีแล้วก็ลดลงมาหากลางแต่ตอนนั้นก็ตามถ้าเราทำได้แล้วเราก็ต้องเปลี่ยนอีกเปลี่ยนอะไรเปลี่ยนความรู้สึกเปลี่ยนความรู้สึกเราจะมายินดีในรถกลางๆจืดๆชืดๆทีนี้ถ้าไปได้รับสัมผัสรถที่มันปรุงแก่ๆของโลกเขาอีกเราจะทนไม่ได้แม่เขาจะว่าหอมเราก็จะทนหอมไม่ได้จรัญเกียรติณรังเกียจ เพราะจิตโดนทิ้งมาแต่ก่อนรักตอนที่เรามาทิ้งเพราะทิ้งมันก็จะไม่ติดไม่ชอบตัวไม่ชอบนี่ภาษาพูดตัวจริงๆมันเป็นจริงได้สำหรับบางคนบางคนก็เลิกเอาเราไม่ชอบอย่างนู้นแล้วเราไม่ใช้อย่างนู้นแล้วเสร็จแล้วเราก็มาอยู่กับไอ้จืดดีกว่ารู้ว่าดีกว่าพอไปผลกระทบสัมผัสกับสิ่งที่มันจะจัดกว่าที่เราเคยชอบมาแล้วด้วยซ้ำไปแล้วก็วางเฉยได้คนที่ทำอย่างนี้ได้เรียกว่าคนมีธรรมรู้จักสลัดคืนหมายความว่าเราไม่ชอบแล้วก็ช่างมันเถอะเราไม่ใช้แล้วแล้วเราก็ไม่ชอบก็เลิกไปด้วยแม้จะสัมผัสอย่างนี้อีกแล้วก็เฉยเฉยอุเบกขากลางแม่จะรู้แม่จะ support อย่างนั้นแล้วเขารู้ว่า ของมันเป็นอยู่มันมีอ่ะทีนี้คนก็หลงชอบอย่างนี้ก็มีเมื่อเราเองเราไม่ต้องใช้แล้วเราก็ทั้งไม่ชอบก็ไม่ชอบหรือจะไปชอบเราก็ไม่ชอบได้แล้วไม่ชอบเราก็ได้แล้วและเราก็ชอบเคยชอบแล้วคนละได้แล้วด้วยเพราะเราก็เลยกลางก็แล้วกันไม่ชอบก็ไม่ให้เกิดหรือชอบก็ไม่มีแล้วเพราะว่าเราได้ลาภมาแล้วได้เลิกมาแล้วลักษณะของจิตอย่างนี้แหละเรียกว่าลักษณะของจิตที่สบายที่สุดสุขที่สุดทำให้มั่นคงไม่แข็งแรงให้เป็นอย่างนี้ได้อย่างจริงเขาเรียกว่าภาระเรียกว่าพลังจิตอย่าง ที่เราเรียกว่าจิตที่บริบูรณ์เพราะฉะนั้นนอกและในเหมือนกันหมดนอกและในเหมือนกันหมดจิตของเราเป็นอย่างนี้หมดเลยกระทบสัมผัสแล้วก็มีความรู้อย่างนี้ทำได้อย่างนี้เฉยมันเฉยเฉยข้างนอกแม่มันจะมีปฏิกิริยามีการกระทบสัมผัสมีการหนึ่งมีค่าสูงและมีกลิ่นหนาแน่นมาแล้วในฉุนกักมันเลยแต่เรารับทุนกลับลงมาคิดแล้วก็เฉยบอกแล้วว่าถ้าไม่ชอบอาการกายก็ไม่สะดุดสะเทือนอาการว่าจีก็ไม่มีอะไรออกมาลำบากจิตเราก็เฉยสักแต่ว่ารู้แล้วเราก็วางมันก็เฉยเพราะเรารับแล้วเราก็วางเร็วมันก็เฉยอย่างนี้นอกและในเหมือนกันหมดกายวจีมโนเหมือนกันหมดอย่างนี้ เรียกว่าบริบูรณ์ข้างนอกและนายประโยชน์ศาลประโยชน์ศาลและปริยะรอบนอกรอบในภายนอกอันเป็นภายนอกภายในเป็นเอกธัมโมเป็นลักษณะอันเดียวกันหมดทีนี้ลักษณะอีกสิ่งหนึ่งเราเรียกว่า D เหมาะสมกับผู้ที่รู้อยากรู้นอกส่วนในนั้นเป็นอย่างไรคนอื่นเขารู้ยากแต่เรารู้แล้วเราใช้ได้คนที่รู้รู้กันในส่วนลึกส่วนใดส่วนละเอียดส่วนคนที่ไม่รู้เนี่ยเขาจะต้องรู้นอกภายนอกนี่เราเรียกภาษาบาลีว่าวรรณะผิวเรียกว่าวรรณะเรียกว่าผิวฉะนั้นก่อนอื่นที่เราจะอยู่กับสังคมได้ดีได้ แล้วฉันก็จะต้องพยายามทำวรรณะหรือทำผิวนอกในให้ดีก่อนดีเพราะว่ามันรู้กันไวกระทบปั๊บมันก็รู้ผิวนอกก่อนไอ้ผิวในหรือเนื้อในมันยังออกอ่านยากมันละเอียดบอกแล้วว่าต้องแทงทะลุเข้าไปจึงจะรู้เนื้อในเพราะถ้าเราจะปฏิบัติธรรมที่ถูกหลักหรือว่ากระทำตนให้ดีเราก็ต้องทำผิวนอกนี่ให้เหมาะสมมาก่อนครับกายขัดวจีไอ้ของหยาบขัดกายขัดวัคซีนมาก่อนขัดกายขัดวาจีได้มโนหรือใจเราก็ต้องรู้ก่อนเข้าใจให้ดีก่อนว่าสำรวมกายสำรวมจิตด้วยศีลหรือด้วยหลักเกณฑ์หลักเกณฑ์ต่างๆก็จะเอามาฟอกกายสำรวมกายให้เป็นสุจริตกายอย่างไรเราเรียกว่าทุจริตกายกรรม วจีกรรมอย่างไรเราเรียกว่าทุจริตแก้อย่างไรเป็นสุจริตพูดคำหยาบพูดโกหกทุจริตพูดคำหยาบอย่างนี้อธิบายมาแล้วอยากเป็นยังไงวันนี้เรารู้แล้วด้วยปัญญาของเราว่าอย่างนี้อยากเราจะพูดระวังสังวรให้สีมันขัดเกลามันทำให้ความเคยความจริงมันก็จะไม่ทำอย่างสิ่งอย่างและอย่างสิ่งเป็นทุจริตอย่างนี้ส่อเสียดเราไม่ทำอย่างนี้เพ้อเจ้อเราไม่ทำมาพูดถึงอ่าส่อเสียดแล้วภาษาบาลีวันนั้นอธิบายว่าสุภิญญาวาจาผิดขอแก้ม้วนที่พูดไปแล้วก็เป็นสุขนะอาจารย์วิเคราะห์ ก่อนไม่ใช่สุขขึ้นก่อนพิษสุนัขพิษสุนัขปริศนาวาจาเรียกว่าวาจาส่อเสียดพระพวกนี้เป็นทุจริตเราก็แก้เพ้อเจ้ออย่างนี้เรารู้แล้วว่าวจีกรรมที่มันไม่ค่อยเข้าท่าเราเปลี่ยนปรับปรุงปรับปรุงเสียให้มันมาสู่เนื้อหาสาระที่เป็นสุจริตกายกรรมอย่างนี้เป็นทุจริตกายที่เรียกว่าไปฆ่าเขาทำลายเขารุนแรงไปรับศพขโมยเขาไปเอาของที่เขาไม่ให้ไม่ใช่สิทธิหรือที่สุดกายมันเป็นกามกายมันแสวงหากามกายกรรมอย่างนี้ดูแล้วนี่ลักษณะนี้แสดงใครอยาก ลักษณะอย่างนี้เรียกว่าต้องการโลกโทสะโทรศัพท์ไปอยู่ในข้อที่ 1 อำมหิตโหดร้ายรุนแรงเข่นฆ่าทุจริต 1 ทุจริตทุจริต 2 ก็คือเบียดเบียนผู้อื่นไปเอาของผู้อื่นอีกเบียดเบียนและก็ไม่ซื่อสัตย์ไม่พึ่งตนไปเอาของเขาเบียดเบียนเขาโดยเฉพาะเขาไม่ให้สิทธิหรือเขาไม่ยกให้ถ้าคนที่เขาให้แล้วมันก็ไม่เกิดเรื่องอะไรก็สงบสุขสันติภาพถ้าเขาไม่ให้ไปหยิบของเขามาก็ไม่สงบไม่สันติภาพไม่ดีเพราะถ้าเราไม่สร้างสิ่งที่ไม่สงบไม่สร้างสิ่งที่จะเกิดการรวนเกิดการย้อนแย้งแก่งแย่งด่าทอตีค่า เราไม่เอาเราไม่ก่อเกิดอันนั้นเพราะกายทุจริตก็คือกายที่มันมีการที่ไปมีการเข่นฆ่ารุนแรงมีการเป็นเทพเจ้าของเขาอะไรที่ไม่ใช่สิทธิหรือไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่อยู่ในฐานะที่จะเอาได้และก็หลงในการมากยังมีใจใครอยากปรารถนาโดยที่ไม่น่าปรารถนาไม่น่าไปทำความมุ่งหมายไม่น่าเป็นไข้เป็นอย่างซึ่งเกินฐานะปัญญาจะต้องรู้สิ่งเหล่านี้ให้ชัดเจนละเอียดแล้วเราจะต้องไม่กระทำกายกรรมอย่างนี้ถ้าอย่างนี้บริบูรณ์เรียกว่าสุจริตกายกรรม 3 มโน แล้วมันจะมโนวจีกรรม 4 วจีกรรม 4 มโนกรรม 3 วจีกรรมพูดไปแล้วมโนกรรมก็กล่าวบอกแล้วนี่ศีลจากวิรัชปัญญาจะรู้ว่าการไปเบียดเบียนเขาถึงขั้นทำทารุณกรรมฆ่าแกงผู้ที่มีใจเมตตามากแล้วก็ไม่ถึงฆ่าแกงเขาก็ไม่เอาทารุณกรรมอย่างนี้ทารุณเกินไปเขาจะรู้เองโดยเขาทำเพราะฉะนั้นเมื่อเขาเป็นผู้ที่ได้ฝึกการกระทำทางกายของเขาลงมามีเมตตานิ่มนวลดีแล้วแล้วเราก็ฝึกให้เป็นอย่างนี้บทบาทของกายก็จะเห็นได้ง่ายเป็นวรรณะเป็นผิวมันก็จะเนียนเข้าไปมันฝึกใจโดยตรงด้วยในขณะใดที่เราทำ อย่างนี้ดีใจมันด้วยได้ฝึกด้วยมันได้กำไร 2 ต่อใจฝึกด้วยเพราะถ้าใจมันไม่รู้ใจมันจะไปฝึกได้เหรอมันก็ทำอย่างที่เราเคยมันอยากอย่างที่เราเคยอยากกายกรรมยังไงที่มันไม่ได้ฝึกมันไม่รู้ว่าอย่างนี้ยาวหรือไม่หยาบมันไม่รู้ด้วยซ้ำไปมันก็ทำอย่างเก่าไปอย่างนั้นแหละตลอดชาติตลอดกลับตลอดกันแต่ถ้าเกิดว่ามันมีปัญญาแล้วมันรู้ว่าอย่างนี้ไม่ดีหรอกสำรวมมาสังวรมาปรับปรุงเปลี่ยนมาเปลี่ยนให้กลายเป็นอย่างนี้แม้การเดินการไปการมาเที่ยวแขนไปขาแล้วก็ไปประกอบการงานทำอย่างนู้นทำอย่างนี้ขึ้นมาเมื่อการงาน 1 วันอย่างนี้มันหยาบเราหยุดทำงานหยาบมันทำงานที่ดีละเอียดเป็นประโยชน์เป็นสิ่งที่ดีใจมันเป็นคนสั่งใจไม่สั่งไม่ได้การกระทำมือกระทำไม้ยกแขนยกขาทำนั่นทำ มาจากใจทั้งนั้นแม้ไม่มีสติใจมันยังสั่งออกมาทำได้เลยเวลานอนมีสติน้อยใจมันก็สั่งให้ขยับแขนขยับไปแล้วมันก็มีจิตตัวนึงมันพาจิตมันก็จะสั่งให้ขยับตรงนั้นให้เขยื้อนตรงนี้ให้กระทำผิดนี่จ่ายทั้งนั้นเพราะในขณะที่มีสติสัมปชัญญะเต็มๆเนี่ยต้องควบคุมมันกายกรรมการกระทำเนี่ยต้องรู้พยายามรู้บทบาทกายและจะสำรวมมาสังวรมาให้มีสติอยู่กับตัวเสมอนี่แหละสติปัฏฐานแล้วเราก็ทำกายให้ดีเวทนาก็คือทำความรู้สึกมันฝืนในสิ่งที่เรากระทำอยู่มันอาจจะทุกข์ตอนแรกๆแต่เรารู้ว่าเราจะทำดีแล้วกุศลก็ฝึกใหม่จนกระทั่งเราไม่ฝืน ก็หมดทุกข์พ้นทุกข์ทำอย่างนี้ได้โดยไม่ยากทำอย่างนี้ได้โดยไม่ลำบากกายกรรมอย่างนี้ก็เป็นไปโดยไม่ยากไม่ลำบากเป็นกุศลก็เป็นผิวที่ดีหมายความว่ากายกรรมนี่เป็นของหยาบเป็นด้านนอกเห็นง่ายกายกรรมพวกนี้ก็ดีแล้ววจีกรรมก็ดีเช่นเดียวกันไม่ได้ฝึกหมาไม่ให้มันมีหยาบแม่ไม่มีโกหกแม่ไม่มีหยาบคายไม่มันมีส่อเสียดเพราะฉะนั้นแม้แต่จะพูดก็ไม่ให้มันมีเพ้อเจ้อเป็นที่สุดให้เป็นประโยชน์ในทางที่จะสร้างสรรค์สร้างสรรค์ขนาดไหนก็แล้วแต่ถ้าเป็นนักธรรมก็ให้มันสร้างสรรค์ธรรมะเสมอแม้จะมีเชิงผสมน้ำตาลเล็กน้อยคือมีเชิงชวนชวน ชวนสนุกเล็กน้อยก็ให้มันมีประโยชน์ว่าอันนี้เนื้อหาสาระนี้คนรับไปแล้วก็เรียกว่าเข้าใจแล้วก็ได้รับเนื้อหาสาระนี้ไปเป็นยาผสมแม้มันจะมีเชิงเหมือนผสมน้ำตาลยาผสมน้ำตาลนิดหน่อยก็ให้เนื้อยาชัดๆแล้วก็ผสมน้ำตาลเล็กน้อยเวลาที่จะต้องใช้อย่างนั้นก็ต้องทำและส่วนมากต้องทำอย่างนั้นด้วยส่วนมากสอบถามว่าจะให้กินยาตรงๆงี้ต้องคนที่รู้กันแล้ววันนี้หมอจะรักษานะอย่างคุณมาฟังธรรมะอย่างนี้มานั่งตรงพูดแรงเลยพูดแข็งๆเลยเป็นเนื้อๆๆหมายความว่าเท่ากับป้อนยาเป็นเนื้อยาไม่ต้องมีน้ำตาลเลยนี่นะพวกคุณเต็มใจแล้วที่จะมาให้หมอตอนนี้อาตมาเป็น ผมเป็นหมอเพราะคุณเป็นคนที่จะมารักษาให้เนื้อยาไปตรงเป้าเลยไม่ผสมน้ำตาลบางทีแข็งบางทีแรงกินแล้วผ่าลงไปกินแล้วทำลายศัตรูหรือทำลายโรคชื่อต้องไปเรามีโรคคนนี้ไหมมันบาดมันเฉือนออกเลยมันเจ็บมันอุ้ยๆแหมถูกเราเข้าแล้วถูกเราเข้าแล้วถึงถึงก็แล้วเจ็บแสบอยู่รู้อยู่คุณยินดีแล้วแล้วคุณไม่โกรธไม่เคืองคุณไม่มีโทรศัพท์คุณยอมให้รับแม้จะเจ็บคุณก็ยอมรับเจ็บนี้แม้จะเบียดเสียดเชือดเฉือนอยู่คุณก็ต้องยอมรับความเชื่อถือนี้อย่างนี้ก็เป็นก็เป็นการพร้อมใจศรัทธาเต็มใจแล้วรู้ดีด้วยว่าเราจะได้ประโยชน์เมื่อเขารักษาเมื่อเขาเชือดเฉือนออก เมื่อเขาชี้ให้เรารู้ว่านี่ผิดอันนี้ไม่ดี
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive