191023 ธุดงค์13และตบะ6-พ่อท่าน-สันติอโศก.txt

โฟลเดอร์2519 TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร กำลังจัดหน้า
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์118 KB
วันที่แก้ไข26 เมษายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

สวัสดีตอนเช้าวันที่ 23 ตุลาคมพุทธศักราช 2519 ไปรษณีย์เช้าที่พุทธสถานสันติอโศกหากวันนี้เรามาทบทวนหรือว่าขยายความเพิ่มเติมสำหรับธุดงค์วัดหรือว่าธุดงค์ซึ่งเราก็ได้เน้นๆกันแล้วได้อธิบายกันแล้วว่าธุดงค์หมายความว่าอย่างไรเพราะฉะนั้นคำว่าธุดงค์ไม่เข้าใจอย่างดีแล้วเราจะเห็นได้ว่ามันอยู่ในบ้านมันก็มีธุดงค์ อยู่ที่นี่ไหนก็มีธุดงค์คนธรรมดาทำมาหากินอยู่ในเมืองอยู่ในกลุ่มก็มีธุดงค์ได้ไม่ใช่จะมีธุดงค์ไม่ได้เช่นยกตัวอย่างธุดงค์คำว่า 13 นี่ก็ได้หรือจะเป็นอื่นอีกกว่า 13 นี้ก็ได้ซึ่งเราจะได้กล่าวต่อไปขอยกตัวอย่างเช่นยาเสพติด 13 คนหมวดที่เราได้กล่าวมาต้นหมวดแรกหมวดจีวรอย่างเงี้ยพอติดตั้งจีวรหรือผ้านุ่มผ้าห่มกันเองไปติดตามยึดติดจีวรอย่างนี้เราก็เรียกว่าสังวรหรือสำรวมในเรื่องของการใช้ผ้านุ่งผ้าห่มคนอยู่ในบ้านอยากจะ เป็นลักษณะของการวิรัชหรือว่าสำรวมสังวรในเรื่องเครื่องแต่งตัวก็สังวรเข้าเราจะใช้เสื้อผ้าไม่สวยมันก็หมายความว่าบังสุกุลละโลกก็ว่าสวยเราจะเป็นผู้แต่งไม่สวยเอาผ้าที่เรียกว่าไม่เป็นไปตามรสนิยมโลกมันอาจจะไม่สดใสมันจะไม่ทราบว่าสีสันอาจจะเลอะๆหน่อยด้วยสีสันไปอย่างนั้นแหละแต่ก็ว่าเมื่อเจ็บป่วยด้วยความโสโครกมันจะเปื้อนในความสกปรกความสะอาดยังมีอยู่เช่นผ้าที่เปื้อนด้วยสีด่างสีดำของมีลูกมีรอยอะไรที่มันเลอะเลอะเทอะ แต่เราก็ซักสะอาดสะอ้านไม่มีเชื้อโรคไม่มีความสกปรกอันพึงไม่ควรมีอยู่ได้แล้วเรียบร้อยก็ถือว่าเป็นเสื้อผ้าที่ดีแล้วเราจะบังซากุระเราจะถือผ้าบังสุกุลแม้แต่คนในบ้านในเรือนเนี่ยก็จะสำเนียงสังวรในเรื่องนี้แล้วก็พยายามไม่ใช้ผ้าเสื้อที่มันเป็นสีเป็นสันเป็นรสนิยมโล่งๆงามๆตามแบบตามรูปตามอะไรต่ออะไรเราจะใช้น้อยชิ้นแต่ชีวประวัติหมายเอาว่าเราจะใช้น้อยชิ้นตามกำหนดเรา พระเป็นคฤหัสถ์อยู่ในบ้านเราก็จะกำหนด

อ่านต่อ

ใช้ผ้า 3 ชุด 3 ชุดนี้ก็มากมายเสื้อผ้า 3 ชุดของเราที่จะต้องไปเต็มไปด้วยกี่อย่างก็ตามแต่ถ้าจะใช้ 3 ผืนอ่ะก็พระท่านแน่ก็เราแน่นอนแต่เรากำหนดลงไปเป็นเป็นเคร่งเป็นศีลเคร่งของเราหรือเป็นธุดงค์แล้วก็มี 3 ชุดเหมือนกันนะเพราะว่าน้อยแล้ว 3 ชุดพอเรียกว่าเก้าอี้เกษียณหรือว่าทำซักเปลี่ยนให้ดีให้ทันการทีนี้ก็เป็นธุดงค์เข้าวัดของคฤหัสถ์ได้หรือแม้เป็นพระที่อยู่ในบ้านเป็นข่าวมาว่าสีวัดอยู่ในบ้านแล้วอยู่กลางกรุงเลยเยอะแยะไปเนี่ยพระอยู่ในบ้าน ใช้ผ้าจีวร 3 ผืนหรือท่านใช้ผ้าบังสุกุลเสื้อผ้าที่ไม่สดไม่สวยใช้ผ้าทีเดียวสีหมองใช้ผ้าที่ขาดหน่อยหรือว่าใหม่เป็นไปอย่างลูกโลกสีจัดจ้านหรือว่าเป็นรสนิยมโลกถ้าเด็กทั้งมวลระวังจริงๆในเรื่องของสีผ้าไอ้ในเรื่องของผ้าไปในทางลักษณะของความเป็นรสนิยมโลกกับจำนวนปริมาณที่ประหยัดประหยัดเป็นที่สุดแล้วก็สบายหรือจะไม่สบายอยู่ยังจะเป็นปฏิบัติอยู่แต่มีคนฟื้นหรือว่าอดทนหรือว่ามีความรู้สึกทางจิตมีสาธารณะมียังประกอบไปด้วยคาบศึกอยู่ในใจอยู่ ยังเอาใส่ผ้านุ่งไปนี้ไปกระทบสัมผัสกับคนอื่นคนอื่นเขาส่งผลซ้อนมาแล้วย้อนมาก็รู้สึกว่าเรายังหวั่นไหวอยู่เหมือนกันว่าเขาตำหนิติเตียนหรือว่าเขาทำดูมองเห็นอะไรแล้วเขาจะกระเทือนใจอยู่บ้างไม่มีใจไม่วางเฉยยังไม่เข้าใจอย่างแน่แท้หรือแม้แต่ที่สุดเป็นมานะเราแต่งตัวด้วยผ้าบังสุกุลเรายืนยันว่าเราใช้ผ้า 3 ผืนอย่างสบายแต่ก็ถือตัวเพราะเขากระทบสัมผัสใครมาทำเป็นหยิ่งเป็นข่มใครมาทำเป็นมองดูถูกดูแคลนก็ถือตนถือตัวว่าภูมิใจภาคภูมิใจแล้วจะกลัวจะข่มเขายังมีจิตแม้แต่นิดนึงขึ้นมาในใจอย่างนั้นก็เป็นมานะทิฐิของพระอริยะชั้นสูงก็ให้ระวังถือดีก็ไม่ได้ ตราบธุรีถือตัวผู้ฟ้องขึ้นมาอย่างนี้ก็จะวางจิตแม้จะไปข่มเขามีจิตของเราต้องระวังถึงป่านนี้เราต้องระวังเมื่อผู้ใดกระทำได้จริงเป็นได้จริงแล้วอยู่ในบ้านพระบ้านนี่แหละพระอยู่ในคำว่าสีนี้ก็มีธุดงค์นี้จะเข้าใจธุดงค์แล้วเพราะฉะนั้นทุกวันนี้ท่านบอกว่าท่านธุดงค์และโดยเผินแล้วก็บอกว่าพวกบุกลงยาที่กล่าวแล้วมันไม่ถูกเลยมันเพี้ยนสัจธรรมของพระพุทธเจ้าภาษานี่มันเพี้ยนไปทั้งหมดเพราะแม้แต่จีวรหรือแม้แต่ปฏิสังยุตบิณฑบาตรแม้แต่หมายเอาเรื่องอาหารการกินพระในบ้านนี่ข้ามาว่าสีนี้ก็ปฏิบัติธุดงค์เข้าวัดได้ฉันมื้อเดียวอย่างนี้เป็นต้น เอากินมื้อเดียวให้มันได้ก็เพราะในบ้านในเมืองทำไมจะกินมื้อเดียวไม่ได้เพราะเมื่อท่านถือเคร่งบอกว่าฉันมีศีลฉันฉันมื้อเดียวอย่างเราเนี่ยอยู่ในกลางกรุงแท้ๆนี่เราอยู่ในป่าถ้าฉันมื้อเดียวนี่ก็เป็นธุดงค์เข้าวัดและชะโดเป็นพระธุดงค์คาถาเราเป็นพระธุดงค์หรือเราเป็นก็เป็นแน่ทีนี้มันมันจริงอยู่อันหนึ่งก็คือพระเหลืองเนี่ยเพราะรูปภาพสีเหลืองสดใสเลยนะแล้วก็จริงๆเพราะว่าพระที่ท่านบอกสีสดใสสีเหลืองสีสีแสดสีแดงพระเหลืองพระบ้านเท่านั้นเอง สีอย่างนี้มันไม่ใช่สีบังซากุระมันเป็นสีสดสีรสนิยมโลกโลกจะมาบอกว่าเราใช้ผ้าบังสุกุลโดยไปเอาออกมาจากหน้าศพตามทำพิธีเข้าใส่ซองออกมาจากหน้าศพที่บอกว่าคุณปลอมเดี๋ยวนี้ด้านหน้าศพแล้วก็เอาผ้านี้ไปถือตาลปัตรแล้วก็ไปจะเอามาเป็นสังขาราหรือไม่ทักมาเฉยๆมันจะชักเอาด้วยว่าอนิจจาหรือเปล่าไม่หรือไม่ก็ไปชักเอามาหน้าศพเนี่ยถือว่าถ้าบังสุกุลแต่แท้จริงไม่ใช่ผ้าบางส่วนคุณภาพคุณหมายความว่าผ้าที่มันเสร็จลบทิ้งแล้วมันขมุกสมองมันเปื้อนเปรอะเลอะเทอะขยะเขาทิ้งผักทุกชนิด ไม่ค่อยดีแล้วไม่ค่อยเรียบร้อยแล้วและก็ไม่เป็นไฟสีโล่งๆอย่างนี้อย่างแท้จริงเราก็เห็นว่าพระเหลืองสีสดใสมางี้กับพระสีหมองศรีป่ามันก็ผิดกันแน่ทีนี้แค่นี้ก็ฝากความรู้ให้ได้ว่ามีชั้นเชิงอยู่ว่าเรียกอย่างไรเพราะพระว่าพระธุดงค์เรียกอย่างไรว่าพระบ้านก็ใช่จริงๆเพราะว่าเดี๋ยวนี้มันไปใหญ่แล้วใส่สีของชาวบ้านสีสดสวยทั้งๆที่ในวินัยก็ห้ามสีเหลืองสีแสดสีแดงสีครามสีจำปาสีดำอะไรอย่างนี้ให้ตำรวจได้เลยในพระวินัยห้ามไม่ให้จ่ายสินหนี้ไอ้นี่ก็มีหมดมาทำโชว์นี่ก็มีอยู่ด้วยห้ามใส่สีอย่างนั้น เพราะมันเป็นสีทาโร่เป็นสีของคฤหัสถ์เป็นสีรสนิยมรอบๆแต่ก็ศึกษากันเปล่าไม่มีสำเนียงหรือไม่มีความสังวรระวังและก็ปรับเปลี่ยนได้นี่มันไม่ใช่ของยากของเย็นอะไรไม่อยากท้องถิ่นที่เราจะปรับเปลี่ยนโดยอาศัยมือผู้ปวารณาหรือว่าญาติที่โกงโยธิการอะไรมันจะปรับเปลี่ยนได้อันนี้ปรับเปลี่ยนแค่สีภาพสีจีวรปรับเปลี่ยนไม่ได้ก็แสดงว่าไม่เอาภาระแล้วมันก็เป็นการทำให้เกิดความเสื่อมเกิดขึ้นได้หรือแม้แต่อาหารดังกล่าวแล้วแต่ฉันมื้อเดียวจะถึงประมาณเป็นวัดอยู่ในบ้านนี่ก็บิณฑบาตเสมอและควรทำด้วยก็ได้เป็นธุดงค์ที่นี้อยู่ เป็นพระบ้านแล้วมีชาวบ้านส่งส่วยกันอย่างดีเลยตัวเองไม่ออกบิณฑบาตตัวเองก็ไม่ใช่พระธุดงค์ก็ไม่มีศีลไม่มีศีลอันเคร่งหรือว่าสีดำงามสีอันดีขึ้นก็ไม่มีเราจะไม่แกล้งถึงขนาดต้องถือเบี้ยเที่ยวบิณฑบาตตามแถวที่เราจะยึดก็ไม่เป็นไรเพราะฉะนั้นฉันมื้อเดียวนี่มันก็น่าจะทำให้ได้หรือว่าฉันเฉพาะในบาตรมันก็น่าจะทำไม่ได้แม้เป็นเป็นชาวบ้านแต่ถ้าบ้านมีอะไรอยู่ในบ้านนี้เราก็อยู่ในบ้านแล้วฉันจะเฝ้าได้บาททีนี้ก็เป็นธุดงค์เข้าวัดหรือว่าห้ามพักห้ามพักมีกำหนดห้ามห้ามอาหารเมื่อเรา สัญญาณห้ามแล้วด้วยวิธีใดๆเราถือว่าตามหลังนั้นมาเราไม่รับก็จะกำหนดขึ้นใช้ก็ได้ถ้าเราจะเคร่งแต่ถ้าเราไม่เคร่งเราไม่ห้ามพลาดก็ไม่เป็นไรก็เป็นสงเคราะห์ญาติโยมไปก็อ้าวอย่างนี้เป็นต้นเรียกว่าธุดงค์เข้าวัดหรือว่าธุดงค์ซึ่งเมื่อไม่ได้หมายความว่าพระจะต้องบุกป่าบุกลงกับพื้นฐานเดียวมันมีคำที่มันมาซ้อนอยู่ตรงเนี่ยดอกคอดอกคอการันต์เนี่ยแล้วคนฟังเผินๆกับภาษาไทยเราลงมันแปลว่าป่ามันก็เลยทำให้คนที่มีจิตใจเขินน่ะมันเปื้อนออกไปจะเอาคำว่าดมโดยสำเนียงโดยไม่กำหนดหมายใช้บรรทมก็มีจริงๆมันมีขอบกระดานน่ะมันมาจากคำว่าพวกองค์ซึ่งมาเป็นไทยแล้ว แต่ถ้าเป็นบาลีก็บอกเราเรียกกันว่าพระพูดตรงก็คงไม่ประหลาดมาเป็นนายเท่าไหร่ถ้าได้เอาพระธุตังคเจดีย์ สันติการค้าเมกาศัลยกรรมฆ่าได้แล้วท่านฉันหนเดียวได้แล้วสบายแล้วปกติแล้วเขาจะให้ฉัน 2 มือสองมือสี่มือเนี่ยโดนบังคับให้ท่านฉันอยู่เรื่อยๆถ้าจะเอาไหมถูกเลยครับคนเดียวยังถูกใจเราไม่ได้กินเพราะหลงว่ามันเป็นสุขมันเป็นอะไรมันเป็นอะไรต่ออะไรแล้วนี่คนเราจะเห็นเป็นธรรมดาแต่ธรรมดาว่ามันเป็นทุกข์การมีบทบาทอะไรมันอยู่ด้วยทุกข์เท่านั้นเกิดขึ้นทุกข์เท่านั้นตั้งอยู่ทุกวันนั้นดับไปแต่เรารู้ทุกข์เสียแล้วแล้วเราก็กำหนดลงไปชัดเจนว่าอันนี้เป็นการทุกข์อันนี้เป็นเจเจตรินก็ทุกข์ส่วนที่เป็นทุกข์ที่มันเหน็ดเหนื่อยใจส่วนนี้เป็นทุกข์โดยกายโดยการโดยความความประชุม ถ้าความประชุมข้างนอกแล้วเรามันก็ต้องเป็นไปอยู่แต่โดยใจเมื่อปรมัตถ์ได้อยู่ที่จิตใจเป็น 10 รูปนิพพานมาจิตวิทยาแต่สิทธิ์ของเราเพราะเรารู้แล้วว่าเจสิคก็ทุกข์หมดดับเจสซี่กระทบได้ทุกที่จิตไม่มีปล่อยวางแล้วส่วนกายที่กระทบทุกข์ที่เกิดด้วยกายด้วยความเป็นไปด้วยความปรุงแต่งอยู่ในรูปอยู่ด้วยลูกอยู่ด้วยวัตถุอยู่ด้วยอะรูปก็ตามแม้แต่รูปก็ยังได้แต่ว่าเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นน่ะลูกไม่ใช่จิตจิตจิตไม่ใช่รูปรูปไม่ใช่น้ำน้ำไม่ใช่ลูกเพราะฉะนั้นแม้จะเป็นรูปอย่างลึกละเอียดอย่างไรเป็นอรุณเรียกว่ารูปคือรูปที่คนตาไม่ดีไม่รู้แล้วในรูปนี้คนที่ไม่มีภาวะละเอียดจะรู้รูปอย่างนี้ไม่ได้แล้ว แล้วก็รู้ว่ามันเป็นแต่เพียงรูปเช่นจิตของเราคิดความคิดนี่เป็นอรูปเราจงใจปั้นขึ้นมาอันใดแล้วก็ถ่ายทอดออกมาข้างนอกเป็นรูปหมดหรือคิดแล้วเสร็จตกปุ๊บลงไปเป็นอนุกำลังรับรู้รับรู้สึกแล้วก็ยึดไว้นั้นเรียกว่านามเราไม่ยึดเราวางปุ๊บเป็นรูปทันทีเราจำได้อยู่สัญญายังเป็นรูปเลยพระอธิบายกันให้เข้าใจคือตัวความจำนี่ดึงมันไว้ดึงมันอยู่เนี่ยแล้วก็ปล่อยมันไปปล่อยได้นั่นแหละคือนิพพานเข้าใจจริงแล้วก็ไม่ถือสาเพราะเมื่อเรากำหนดรู้อ๋อนี่เป็นสภาพที่ต้องทำเป็นการที่จะทุกข์ไม่รู้เป็นทุกข์สภาวะมันเป็นสภาวะธรรมดาและก็ทำไปอย่างนั้นเพราะฉะนั้นคำว่าทุกข์นี่มันหมาย มาลำบากไม่ลำบากแต่ถ้าเราไม่มีคำว่าลำบากแล้วทุกอยู่ไหนไม่มีเราทำโดยปกติสบายๆไม่ลำบากมันก็ไม่มีทุกข์แม้กายจะทุกข์ก็ไม่มีเจอแต่สิ่งกระทบไม่มีก่อนแล้วแม่ผมกำลังบรรยายอยู่เนี่ยถ้าผมไม่แช่งให้มันจับผมก็ทำสบายๆเพราะไม่เดือดร้อนอะไรบรรยายไป 2 ชั่วโมง 3 ชั่วโมงบางคนบางท่านพี่นั่งฟังแหมสองกว่าแล้วนี่เลยเวลาแล้วไม่หยุดสักทีนึงคุณก็ทุกข์ของคุณลำบากทนต่อไปไม่ไหวมันทนได้ยากทนได้ลำบากไม่ว่าทุกข์แต่ถ้าคุณทนได้อยู่โดยไม่ลำบากทนได้โดยไม่ยากคำนั้นแหละคือความหมายของคำว่าคนทุก พ้นทุกข์สิ้นใจใจเราเพราะคนที่จะทำงานทำการจะเหน็ดเหนื่อยหนักหนาเหงื่อแตกอยู่แต่ใจของเขาไม่ได้ทนไม่ได้ทุกข์ไม่ได้ทรมานอะไรเลยเขาจะไปมีอะไรทำงานเหงื่อแตกเลยทีเดียวแบกหนักกำลังร้อนจี๋อยู่ทีเดียวแต่เข้าใจมันก็สบายเขาไม่เดือดร้อนใจไม่เดือดใจไม่ร้อนใจไม่คับแค้นใจไม่โทรมานัดเข้าใจไม่โทรมานัดทีนี้อาจจะเกิดอยู่เป็นไปอยู่ไม่เป็นไรปริเทวะนากาอาจจะมีการเจริญรอบนี้ไปทีนี้อธิบายคำว่าปราณีเป็นธรรมสูงเป็นคำที่เป็นกุศลฟังดูดีนะที่จริงมันไม่ได้หมายความว่าเป็นคำกุศลปาริแปลว่ารอบเทวดาแปลว่าการสูงขึ้นการกาละจิตที่มันสูงโดยรู้เป็นเทวะแท้ไม่ใช่เทวะ การรอบและจิตที่สูงรอบรู้และก็ซ้ำให้จิตนี้ดำเนินบทเป็นสัมมนาผุพังเพราะจิตเกิดจิตธรรมจิตก่ออายุจิตจึงมีบทบาทเมื่อจิตมีบทบาทที่เกิดการงานนั้นอยู่แล้วก็รู้รอบอยู่ตลอดไปถ้าเราเรียกว่าตัวแบบอกุศลและจิตเราเรียกว่าตัวซ้ำแซะที่มีไรร่ำไรไม่รู้แล้วทั้งๆที่รู้มันไม่สบายมันทุกข์มันชมมานัดก็ไม่รู้จะตัดทิ้งเสียเลิกเสียดับเสียหยุดเสียเรียกว่าคนวิชาไม่รู้ว่ามันทุกข์แล้วไปทำเป็นห่อไปทำไมแต่ถ้าคนรู้แล้วว่าออกไปถึงแม้จะเป็นทุกข์ก็เป็นทุกสภาวะและเราก็ไม่มีเหตุผลที่จะทุกข์แล้วเราไม่ถือ แล้วเราก็ทำอยู่เพราะสิ่งนี้ก็คงจะทีนี้ทีไรหรือว่าไม่จบยังต่อไปได้อยู่ยังสืบต่อไปได้อยู่แต่การสืบต่อไปนี้จิตมีจิตรู้ไม่อวิชชาจิตรรู้ชัดๆเลยว่าการกระทำสืบต่อไปนี้เป็นการกระทำดีเป็นการกระทำกุศลเพราะฉะนั้นอันนี้จึงจะสืบต่อหรือร่ำไรหรือซ้ำแซะอยู่ได้ด้วยเจตนาดีอีกตัวหนึ่งซ้อนลงไปว่านี่ดีนะถ้าทำดีนี่ต่อไปไม่เสียหายอะไรหรอกเพราะฉะนั้นก็ผิดคดีที่หลายเรื่องต่อไปได้หรือแม้จะพบกับแปลว่าหมอมนแต่ว่าหมอก็มนต์จะหมดแล้วคนที่กำลังทำงานอยู่ที่เดียวหน้าตาอาจจะเยอะ อะไรแล้วหม่นหมองแล้วมองแล้วนะหมดแล้วนะหรือแม้เหงื่อใครเต็มขี้ใครขี้เหงาโทรมหน้าเชียวทำงานทำการอยู่อย่างหนักอยู่อธิบายในลักษณะของสภาวะนั้นไม่ได้อธิบายถึงจิตถ้าสอบเศร้าโศกนี่แปลว่าเศร้าแปลว่าทุกข์ใจแปลว่าทรมานใจจนกระทั่งหมองหม่นแบบอารมณ์นั้นอีกเรื่องนึงเนี่ยอธิบายกายนี้กลับอธิบายรูปอธิบายมาพอจะดูแม้เหงื่อโทรมหน้าหรือว่าเลอะเปรอะเปื้อนมันบ่นมันหมอลงไปแล้วโดยรูปแบบอะไรชัดแล้วแต่คนนี้รู้ถึงแม้จะหมดแต่หมอก็แค่รูปแต่ใจไม่มีหม่นหมองใจไม่มีทุกข์ไม่มีโทรมานัดไม่มีอุปสรรคฟังดีๆนะใจไม่มีจ่ายไม่มีทุกข์ทนได้อยู่เผื่อจะแตก เปื้อนคราบเลอะมรณะมองลงไปแล้วสีหมองหรือว่ารูปหมองแต่ศรีรัศมีรังษียังสดใสอยู่นะแต่ถึงแม้จะมองด้วยสีหมองด้วยลูกแต่เสียงสดยังเบิกบานอยู่เลยไม่ได้ตอบเพราะฉะนั้นใครไม่มีโชคมีสิทธิ์แล้วนะแม้จะเหงื่อแตกแม้จะร้อนจี๋ยังไงก็หน้าก็จะเป็นพุทธะเบิกบานแจ่มใสเป็นผู้รู้ผู้ตื่นอยู่เพราะตัวพุทธซ้อนเหลือเกินอยู่ในรูปธรรมแบบบ้านแจ่มใสเพราะเราจะอธิบายให้เห็นชัดว่ามันหมองก็ได้แต่จิตของเราหมดทุกข์หมดโทรมาแล้วทุกที่แท้ที่อธิบายโดยนามและทุกข์ทนได้โดยไม่ลำบากทนได้โดยไม่ยากโทรมานัดไม่มีคับแค้นใจนี่ ผมจะอธิบายโศกหรืออธิบายหมองหม่นด้วยรูปก็อธิบายได้อธิบายปริเทวะด้วยรูปก็ยังอธิบายได้อธิบายให้ฟังอย่างนี้แต่โดยจริงพออธิบายถึงขีดแล้วยังร่ำรวยพิไลไม่รู้แล้วรู้จบมันเป็นความไม่รู้จริงเป็นอวิชชาหรือว่าทำให้จิตของเราเป็นมโนผูกพันที่มันเคร่งคร่ำและทำให้มนทำให้หมอทำให้สร้อยเศร้าออกมาถึงสีหน้าสีตาเนื้อตัวอย่างนี้ก็ไม่ได้เรื่องทุกข์นะเพราะเราจะต้องเข้าใจแทนทะลุเข้าไปลึกสุดไม่มีทุกข์แล้วก็เป็นอันบริบูรณ์เพราะเราจะอยู่ในสภาพเราจะกินมื้อเดียวเราจะกิน 2 มื้อเราจะทำอะไรก็ตามแต่ที่เรารู้แล้วเราจะรู้ทุกข์แทนทุกข์เพราะคุณบอกว่าทุกข์ คุณกินไม่ลงเลยคุณถึงทุกข์บักขี้มากไปกินหายแล้วกูจะบอกว่าทุกข์อะไรกันล่ะคุณไม่ทุกข์หรอกนะทุกกายกินแล้วมันเป็นทุกข์กายต่อแต่ตอนกินมันไม่ทุกข์กายหรอกใช่มั้ยจะกินแล้วไปทุกข์กายต่อคนอื่นตัดแล้วมันก็ไปทำให้ง่วงทำให้อะไรถึงเกิดการตกปลายากคับแค้นใจว่าแม่เราไม่น่ากินมากเลยเรากินมากมาแล้วก็ทำให้เราง่วงนี่คุณก็แปะอีกฝ่ายญาติเขาแค้นใจในภายหลังต่อไปอีกใช่ไหมแต่ก่อนกินเงินมันมีทุกคนทุกคนกินไม่ลงหรอกอยากตายขันบางทีมันป่วยมันไม่รับมันแอนตี้อาหารเรากินไม่ค่อยลงเนี่ยมันก็เรื่องของกายฉันจิตของเราก็ไม่รู้มันถ้าจิตของเราพยายามช่วยมันกลายพันธุ์มันไม่รับนามของเราได้จิตของเราช่วยมันหน่อยสิ พยายามวางปล่อยแล้วพยายามบังคับให้กลายเป็นรักพยายามลงไปมันก็ช่วยเพราะฉะนั้นคนป่วยเนี่ยถ้าเป็นพระอริยะแล้วก็จะพยายามฝืนการเป็นไปก็จะดีขึ้นกว่าเก่าอย่างคนธรรมดาเนี่ยมันไม่ลงมันไม่เข้าใจลึกอย่างนี้เพราะเมื่อกายมันไม่รับใจมันก็ไม่รับด้วยไปตามรถหมดเลยเลยเป็นทาสทั้งกายเป็นธาตุทั้งใจใจไม่รับก็ไม่เอากายไม่รักก็ไม่เอาทีนี้ถ้าพระอริยะแล้วกายไม่รับเราก็รู้อยู่ว่ากายมันจีบมันตันคอตีบแต่มันกลายเป็นไม่รับเพราะมันติดตัวจริงมันพูดมันตันเขาพยายามแทรกลงไปหน่อยยัดลงไปหน่อยอะไรอย่างเงี้ยมันก็ทำได้แค่อธิบายซึ่งๆง่ายๆเพราะฉะนั้นเราเห็นว่าควรหรือว่ามองเหตุผลมันเราจะทำถ้าเราจะรู้แม้แต่กินเนี่ยมันก็เมื่อไม่ถูกแล้ว เขาไม่อยากทำหรอกในสิ่งที่มันเป็นทุกข์ถ้ารู้ว่ามันทุกข์อยู่โดยกายเท่านั้นไม่มีปัญหาแล้วคุณก็ตัดจบได้กายนี้ก็ทุกข์ทุกข์แต่แค่กายไม่มีปัญหาเจอแต่สิ่งกระทบท่านถือว่าจิตใจเป็นศิษย์รูปก็รูปที่เป็นรูปพระจิตเป็นจิตแต่รูปไม่ได้หมายเอารูปของกายเพราะฉะนั้นเมื่อลูกสะกิดก็ไม่ลำบากเจอแต่สิ่งก็ไม่ลำบากแล้วหมดใจแต่ที่กระทบแล้วถือว่าตรงนั้นน่ะเป็นที่สุดเป็นสันตะวิหารเป็นปลายแล้วเป็นอยู่ได้อย่างดีแล้วแล้วก็ส่งเสริมและทำอะไรไปทดลองต่างๆทุกศีลต่างๆเมื่อใครทำได้บริบูรณ์แล้วทุกข์ไม่มีเปิดทุกไม่มีแล้วจะทำยังไงก็ไม่มีแล้วก็ทำให้คนอื่นเป็นตัว เรากินหนเดียวก็สบายแล้วแล้วจะไปกิน 2 หนทำไมพอดีแล้วปริมาณก็ดีแล้วรู้แล้วว่าเป็นทุกข์เพิ่มขึ้นเรื่องอะไรจะไปทำทุกข์ให้ตัวแต่คนที่พูดแต่ปากนั่นน่ะมันไม่จริงไม่ลงตัวถ้าลงตัวแล้วมันไม่ต้องไปปรับไปเปลี่ยนดังกล่าวนี้ฉันมื้อเดียวก็ได้แล้วก็เป็นตัวอย่างคนอื่นพ้นทุกข์แล้วจะทาน 2 มื้อก็ได้แต่ถ้าเรารู้ว่าถ้าจะชั้นสองมือเดียวนี่ก็เหลือที่จะลำบากเราจะไปลำบากทำไมธุดงค์แม้แต่เสนาชนะเอาล่ะคำว่าป่าพระธุดงค์ก็พับป่าเราไม่ไปป่าแล้วก็มูลล่ะแล้วจะนอนก็มาร่วมได้ตามพื้นดิน ตามร่มอาศัยไม่จำเป็นจะต้องเป็นที่ปลูกที่มุงที่บังและบ้านก็มีได้ทำไมในบ้าน 1 เดือนในเมืองไม่มีต้นไม้สักต้นหรือว่าเราไม่ถือสาและโดยอรรถโดยสาระของมันก็คือไปนอนตามที่ไม่ยึดถือมากเราจะนอนเราจะนั่งหรือเราจะเป็นไปอยู่ตามสถานที่ให้ง่ายๆอาศัยร่วมอาศัยงานรู้ข้อมูลหรือการขับก็ได้หรือจะเดินทางจากพ่อไม่ใช่โครงการเลยทำไมจะไม่ได้อยู่บ้านในเมืองอยู่ในความจริงก็ทำได้ถ้าเราจะปฏิบัติธุดงค์เราจะไม่เข้าที่มุมที่บาง แม้แต่แดดจะร้อนก็ไม่ใช้อะไรนิดอะไรหน่อยแดดร้อนกลางร่มแจ้เลยทั้งๆที่ศีลก็ห้ามใช้ร่วมประจำฝ่ายพระเนี่ยท่านถือว่าร่มนี่แหมมันฉาบฉวยเหลือเกินศีลแต่ก็มี 5 มันไม่ใช่ฉันแล้วก็ไม่ได้ทำอย่าว่าแต่จะอยู่กลางแจ้งเป็นธุดงค์เข้าวัดบ้างเลยปฏิบัติธรรมพระในเมืองเนี่ยแม้จะออกนอกร่มนี่กางร่มแล้วแม้จะออกนอกร่มไม้ไผ่ขาดตังค์แล้วตายแล้วอย่างนี้มันก็เล็กกว่ามันไม่มีความอดทนหรือว่ามันสู้อะไรไม่แดกน้ำลมฝนอะไรก็มันอ่อนแอเหลือเกินคนจะต้องเป็นคนแข็งแรง ให้แก่คนให้เป็นตัวอย่างแต่เขาได้เราถึงจะเป็นสังฆังสะระณังคัจฉามิเราถึงจะเป็นที่พึ่งให้แก่เขาได้ถ้าเราอ่อนแอจะเป็นที่พึ่งอะไรเขาได้แต่เราไม่แข็งกระด้างเราแข็งแรงเราไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่แข็งกระด้างเราไม่อ่อนแอแต่ละอ่อนโยนอย่างที่กล่าวแล้วภาษาง่ายๆแล้วก็รู้สภาวะให้กินเราเป็นคนอ่อนโยนเราไม่ใช่อ่อนแอเราเป็นคนแข็งแรงแต่ไม่ใช่แข็งกระด้างเราต้องเป็นที่พึ่งเห็นเค้าได้ต่อสู้ดินน้ำลมไฟอะไรนี่แข็งแรงก็ถือว่าแข็งแรงผู้หญิงก็เป็นได้ผู้ชายก็เป็นได้ลักษณะอย่างนี้ไม่ใช่ลักษณะที่ว่าแข็งแรงนี่จะเอาคุณภาพของโดยเซลล์โดยกล้ามเนื้อโดยกระดูกโดยรูป ปิดตาโดยส่วนของกายผู้หญิงนิคมสร้างน้อยกว่าแล้วก็แน่นอนมีต้นทุนน้อยกว่าก็ต้องแข็งแรงน้อยกว่าเป็นต้นมันไม่เปิดตลาดอะไรเพราะเราจะปฏิบัติตนอยู่ในบ้านอยู่ร่มหรืออยู่กลางแจ้งก็สามารถที่จะเป็นได้ถึงแม้ที่สุดยะหาสันติสังฆทานตามมีกรรมได้สันติเราจะได้เสนาชนะตามมีตามได้เราก็ทำเป็นธุดงค์เข้าวัดได้แต่ทีนี้ทางเมื่อวานนี้เขาบอกว่าธุดงค์ธวัชข้อนี้แล้วก็เลยเถิดไปเลยยะหาสันติการค้าเพราะว่า จะอยู่ในเสนาสนะอันเขาจัดให้จัดให้อย่างไรอย่างไรและปล่อยให้เขาจัดให้ไปเลยจะเป็นยังไงก็ไม่บอกเขาไม่กำหนดเขาไม่รู้จักสอนเขาให้ประหยัดแต่ช่วงไม่จริงเขาจะสร้างให้ยังไงเอาเลยแล้วเมียแนวโน้มซะด้วยแหมไอ้นิดไอ้นิดหน่อยก็ดีโยมขว้างอีกนิดก็ดีแต่ไม่มีอีกหน่อยก็ดีเพราะผมไม่ได้น้อยก็ดีไปเรื่อยเลยมันไม่ใช่ตามมีตามได้จริงซะแล้วเราจะไม่มีใจตามมีตามได้แล้วไม่มีเจตนาที่จะเอาปิดฉากช่วยเค้ามักน้อยช่วยเขาเบาลงช่วยก็เปลืองเปล่าให้มันน้อยลงจากสูญเปล่าให้มันมากนักธุรกิจสอนเขาให้มีน้ำใจรู้ทิศทางไปในทางที่รู้จักประหยัดจะซื้อแล้วก็อย่าหลงตัวว่าใหญ่และอุตสาหกรรมมหาวิทยาลัย ต้องรู้เห็นลดลงมาให้เป็นไปโดยง่ายโดยเบาโดยอะไรแทนที่จะสอนเขาแทนที่จะเป็นตัวอย่างแทนที่จะโน้มน้องเขาด้วยอนุศาสนีด้วยคำสอนหรือว่าด้วยเจตนารู้ด้วยอุบายอย่าโกศลในปากพูดเป็นอุบายด้วยการแสดงกายกรรมเป็นอุบายเห็นก็สร้างเรือนใหญ่ๆให้เราเราก็แค่ไปนอนซะที่ดินหรือที่อื่นฉันไม่ค่อยจะนอนที่ใหญ่ให้บ้างผมเคยทำมาเนี่ยเขาสร้างให้ใหญ่บางทีก็ฝืนไปประเดี๋ยวก็จะขนาดน้ำใจก็เลยนอนให้บ้างครั้งสองครั้งแล้วก็ไปนอนให้มั่งนิมนต์ก็ไม่ค่อยไปอะไรอย่างนี้แล้วก็เข้าใจเรื่อยๆหลายๆทีหลังโอเคสั่งเล็กลงเล็กลงกว่าจะมีบ้างไหมหลังเล็กขนาดนี้ขนาดทุกวันที่ให้สร้างให้เนี่ยทุกวันนี้ที่ผมทำอยู่เนี่ยไม่ใช่เรื่องเล่นนะผมต่อสู้มาจะไม่ ไม่ยอมไม่ยอมไม่ยอมจริงๆกว่าจะมาสร้างอย่างนี้ได้เนี่ยกว่าจะมาทำขนาดนี้ได้เป็น 7 คืบ * 12 คืบพระสุคตเนี่ยมันไม่ไหวแล้วเดี๋ยวนี้ซึ่งมันเป็นอะไรเวลา 7 * 12 เนี่ยมันเราอยู่ไม่ได้ยังไงคุณตัวใหญ่นักเหรอสูง 9 ศอก 12 เหรอแล้วกว้าง 3 ศอกเลยหน้าอก 3 ศอกจริงๆเหรอถึงอยู่แค่ 7 เครื่องคุณอยู่ 2 คืนไม่ไหวมันอยู่ได้อยู่ได้จริงๆแล้วมันก็เป็นไปได้จริงๆแต่คนเรามันมักใหญ่มาเป็นธรรมดาเป็นสันดานของกิเลสเราจึงต้องมาต่อสู้แล้วก็มาลดเขาช่วยเขาเพราะธุดงค์พวกนี้มันมีแต่เรื่องที่จะกินลงมาให้ไม่เห็นเฟ้อเป็น เป็นแมวถ่วงหรือเป็นศูนย์ถ่วงหรือเป็นความความถ่วงดุลให้แก่โลกียะหรือให้แก่ชาวมนุษย์โลกซึ่งก็โลกจริงๆเขาโลกีย์จริงๆโลกียะจริงๆถ้าไม่มีผู้ถ่วงอย่างนี้เสียแล้วโลกก็จะหายเอียงไปในทางบรรลัยทางเผาผลาญทางทำลายตั้งแต่เร็วเพราะเหตุนี้แหละคือบุญคุณของโลกถ้าไม่มีตัวถ่วงหรือพวกเราหรือบางคนอย่างพระที่จะพยายามทำส่วนที่พอเหมาะพอไปพอเป็นเราไม่ทรมานตนเหล่านี้มันไม่ทรมานตนเป็นไปได้แล้วไม่เดือดร้อนแล้วคุณเดือดร้อนไหมคุณอยู่กดเอานี่ไม่ได้อยู่กุหลาบใครอยู่ขุดล่างมึงไง อยากได้ใหญ่กว่านั้นอีกไหมมันก็ไม่เห็นเป็นรายละเอียดเช้าแล้วเนี่ยผมนอนบนเนี่ยโอ้โหหลังวิมานวิหารวิหารใหญ่แล้วท่านนอนวันนั้นอีช้างแล้วฉีดยาบ้างไหมคนเรารู้แล้วถึงความเหมาะสมของความจริงตามเป็นจริงบอกว่าเนี่ยเราจะพักจะผ่อนหรือว่าเราจะอยู่พอไปพอมาแค่นี้อาศัยเป็นที่อาศัยเป็นเครื่องอาศัยเป็นที่อาศัยเป็นวิหารรักลักษณะเสนาชนะหรือที่อยู่แค่นี้ก็พอเพียงแล้วก็จะมันจะเดือดร้อนอะไรมันไม่ทุกข์ใจอะไรมันเป็นตลาดอะไรฝนตกแล้วก็คุ้มได้แดดมาก็คุมได้เป็นไรไปไม่ประหลาดอะไรเลย เพราะเมื่อเรารู้สาระของมันได้สาระแล้วก็เกมจะจบเมื่อเราเข้าใจอย่างนี้แล้วเราจะไปหลงใหญ่เพราะยามดึงมามีแนวโน้มมีอุบายโกสนมีความฉลาดที่พยายามจะถ่วงตัวขึ้นมามันจะพยายามดึงอยู่ในนี้ให้สร้างจุดตรงนี้เนี่ยแม้ที่นี่ก็พยายามดึงจะแย่ขนาดมุมจากนะอ้าวไม่ยอมจนกระทั่งเกิดเรื่องเกิดราวไปได้มึงสังกะสีหรอกเราก็ต้องอนุโลมเขาก็คิดกันทั้งสีเอาจากข้างก็แล้วกันจากทางอาจจะได้รุ่นใหม่ก็เลยเข้าใจขึ้นมาหน่อยจะมองจากไอ้ 3 หลังๆนี่จะเห็นว่าทางโน้นเจนจากไปแล้วใช่ไหมท่านก็เอาเนี่ยการต่อสู้อย่างนี้โดยเราไม่รู้หรอกว่าเราต่อสู้นะแต่เราไม่ทุกข์หรอกแต่เขาทุกข์แค่เราต้องอนุโลมเข้าวังสวดมนต์ตอนนี้ ถ้าบอกว่าเขาเข้าใจแล้วมันก็ไม่มีปัญหาเขาก็อนุโลมความหมายอะไรเราทรมานตัวเองหรือเปล่าเราก็ไม่ได้ทรมานตัวเองเราจะอยู่เรือนมุงจากนี่มันก็ไม่ได้ทรมานตัวเองอะไรนะเรารู้ว่าจากมันไม่ทนเท่าฉันสักทีเราเข้าใจแต่ละคนก็รู้แล้วว่าจ่ามันถูกกว่าฉันสักทีมันก็ไม่เป็นไรแต่ใช้ได้กี่เดือนกี่ปีก็ไม่เป็นไรแต่เราใช้เป็นเครื่องประกอบที่จะจูงนำที่จะให้คนสำคัญและเข้าใจอะไรไปอีกมันลึกซึ้งมันมีอะไรซ่อนแฝงอยู่หรอกถ้าดูบ้านหลังคามุงจากนี่มันดูมอเตอร์ไซค์ดูต่ำต้อยดูอะไรมันเป็นการอภิปรายดูมักน้อยดูย่อมเยาดูไม่เหลิงไม่เฟ้อไม่เห่อในสิ่งที่เป็นวัสดุโลกที่เขาว่ามันดีมันสูงค่า ราคาแพงที่มันเป็นชาแต่รูปอ่ะมันเป็นรูปิยะมันเป็นรูปที่เขารักกันแต่นี่ไม่เป็นแล้วล่ะลดลงมาลดลงมามันเป็นแนวโน้มมันเป็นจุดถ่วงหรือศูนย์ถ่วงด้วยความถ่วงโลกียะแท้จริงแต่ต้องพยายามเข้าใจให้ดีเพราะเราทำเนี่ยให้พอดีไม่ดูจนกระทั่งน่าเกลียดน่าหมั่นไส้จนเกินไปหรือว่าดูมันทวนแย้งหรือว่าทำให้เขารู้สึกไม่ดีเราก็พยายามทำช่วยกันดึงมาเป็นขั้นตอนบางครั้งบางคราวเราก็ต้องอนุโลมเขาบ้างในข่าวแล้วแต่ทีนี้ก็มาถึงข้อสุดท้ายมาถึงลักษณะที่เรียกว่าปฏิสังขรณ์วิริยะทั้งรวมและการสำรวจนี้ด้วยวิริยะมันเข้าไปถึงลักษณะของอารมณ์ มันไปขั้นหนักงานหนักเพื่อองค์สุดท้ายที่มีสัตว์ที่ตั้งค่าถือโอกาสนั่งเป็นบทปฏิบัติแล้วอันนี้ย่าลำบากแล้วก็ทำได้โดยผู้ที่เห็นว่ามีส่วนต่างที่จะทำประโยชน์ได้จริงเข้าใจจริงก็ทำถ้าบางคนคิดว่ามันไม่ไหวมันไม่ได้ไม่จำเป็นเราก็ปฏิบัติเป็นสุขาปฏิปทาหรือบางทีเราทำทุกขาปฏิปทาแล้วปฏิปทาคือบทปฏิบัติหรือประกาศยึดอยู่นี่อย่างทุกข์หรือว่าบางทีมันก็ทนอยู่พอสมควรแล้วมากกว่านี้มันจะกลายเป็นเกินทนมันจะไม่ไหวเคร่งขนาดนี้เราก็ทุกขาปฏิปทาอยู่แล้วล่ะแล้วก็มีผล ดีอยู่แล้วไปกินปลากินยาคือได้เร็วแต่รับมักรับผลอะไรไปอยู่แล้วก็เอาละแต่ถ้าใครเห็นว่าทำได้ไม่ทุกขาชี้ก็ได้ถือโอกาสนั่งไม่นอนราบเอนหลังราบกับพื้นจะทำวันบางวันบางคืนบางครั้งบางครา

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน