630702 พ่อครูสอน สิกขมาตุพูนเพียร ให้วางใจในความเจ็บป่วยหนัก.docx
เนื้อหาในไฟล์
630702 พ่อครูสอน สิกขมาตุพูนเพียร ให้วางใจในความเจ็บป่วยหนัก
สิขมาตุมาลินี : กราบนมัสการพ่อท่าน พ่อครู : ว่าไง สิขมาตุมาลินี :ภันเต(สิขมาตุพูนเพียร) ได้ยิน พ่อครู : เป็นอย่างไง ตอนนี้พูดไม่ออกแล้วหรึ ไม่เป็นไรพูดไม่ต้องพูดก็ฟังก็แล้วกัน แล้วปฎิบัติตามที่บอกก็แล้วกัน เมื่อมันเห็น พิจารณาตัวเองอย่างสำคัญ เห็นชัดเจนแล้วว่าจะดึงจะฝืน จะอะไรต่อไปมันก็คงจะลำบากทุกอย่าง องค์ประกอบอะไรต่างๆมันก็ชำรุด มันจะเยียวยา จะมาบำรุงมันก็คงจะยาก เอาละอายุเราก็ขนาดนี้ มันก็ไม่ขาดทุนอะไร 60 กว่าแล้ว วันเวลาถ้าเผื่อว่า เกิดมาอีก ตายตอนนี้ แล้วรีบเกิดมา อีก 20 ปี อาตมายังอยู่นะ เพราะงั้นเรามาก่อน 20 ปีได้ ทันทมถื่น เพราะเรามีเนื้อแท้ มีเชื้อแท้ที่เราติดตัวมาด้วย ยิ่งขนาด 10 ขวบ 20 ขวบ กำลังปราดเปรียวเลยนะ รับได้ดีเพราะมีต้นทุนจิตมาดี เกิดมาแล้วจะดีกว่า ที่มีองค์ประกอบครบพร้อม อาตมาก็ยังอยู่ หมู่ฝูงใครๆก็ยังอยู่ เป็นแต่เพียงเปลี่ยนร่างเปลี่ยนตัวใหม่ มาใหม่ๆสดๆเท่านั้นเอง เป็นของใหม่สดๆ แต่ว่า อัตภาพ อัตตาก็ตัวเก่า แต่ที่เรากำลังสั่งสมบารมีใหม่เนี่ย คิดให้ชัดๆ มันไม่เข้าใจ อาตมาว่าที่มันเป็นห่วงหาอาลัย อาวรณ์ไม่เข้าใจ เมื่อไม่เข้าใจก็ไม่ยอมวาง ไม่ยอมปล่อย เมื่อไม่ยอมปล่อยมันก็อย่างนี้แหละ คาราคาซัง มันก็ดึง มันก็ไม่ยอมจากนะซิ ไม่ยอมปล่อย มันก็ไม่ยอมจาก ไม่ยอมพราก ไม่ยอมหลุด ไม่ยอมจบ สรุปง่ายๆก็คือ มันยังไม่อยากตาย ตายเกิดเกิดตาย มันไม่ใช่เรื่องใหญ่ พยายาม ไม่ใช่เรื่องใหญ่เรื่องโตอะไรเลย มันก็มีร่างกายกับใจเท่านั้นแหละในโลก พระพุทธเจ้าก็ทรงสอนไว้อย่างดีแล้ว ทำความเข้าใจในเรื่องร่างกายพ่อรูปนาม ร่างกายนี้คือรูปกับนาม เพราะงั้นรูปกับนามนี้มันก็รวมตัวสังเคราะห์สังขารกันอยู่เท่านั้น ตอนนี้มันเ
อ่านต่อ
หตุปัจจัยหรืออุปกรณ์ คือตัวร่างกายของเรา เวลาและอะไรต่างๆนานาที่มันถูกวิบากของโรค วิบากของโรค โรคภัยไข้เจ็บ พยาธิทุกข์เนี่ย มันเข้ามาทำงาน มันมาทวงหนี้ เป็นวิบากของเราแล้ว เพราะงั้นเราก็จะต้องเหมือนพระโมคคัลลา ทั้งๆที่ท่านไม่ได้มีวิบากบาปเวรไม่มีโรคภัยไข้เจ็บอะไร คนแท้ๆเลย ตัวคู่วิบากมาฆ่า ฆ่าแล้วฆ่าอีก ฆ่าแล้วฆ่าอีก ทั้งๆที่ท่านจะไม่ตายก็ได้ ฆ่าแล้วก็ฟื้น ฆ่าแล้วก็ฟื้น สุดท้ายท่านก็โอ้ระลึกถึงโอ้วิบากมัน มันจบตรงวิบากมันนะ เราก็ยอมที่วิบากนี่แหละ มันจะต้องตาย วิบากมันจะต้องตาย เราก็ปลงใจซะ เอาตายก็ตาย ตายก็เกิดใหม่ ใจเราจะเกิดใหม่อยู่แล้ว ใจเราจะต่อพบเพื่อนพบฝูง พบอาตมา พบใครต่อใครอยู่แล้ว อาตมาก็ เชื่อไหมล่ะว่าอาตมายังอยู่อีก 10 ปี 20 ปี เชื่อไหมล่ะ เชื่อไหมล่ะ ถ้าเชื่อ โอ้โหตายยิ้มเลย ยิ้มตายไปแล้วก็เกิดมาใหม่ๆ สดๆ ได้ร่างกาย อาตมากระซิบให้ เกิดมาชาติหน้า เตรียมใจได้อุปกรณ์ร่างกายดีกว่านี้นะ เพราะว่าต้นทุนเราได้สะสมไว้ ตอนนี้มา ชีวิตทั้งชีวิต โอ้โห่ได้ไม่ใช่น้อยๆเลย ปฏิบัติธรรมมาตั้งแต่ โอ้โหไม่ใช่น้อยๆเลย 30 40 ปี กำไรเยอะแยะน่ะ เพราะฉะนั้น จะมาลงทุนใหม่ ทำกิจการใหม่ โอ้โห คุ้มแสนคุ้มนะ สิขมาตุมาลินี : พ่อท่านคะ กราบนมัสการตอนพ่อท่านพูด ภันเตท่านพยักหน้าด้วย พ่อครู : ก็พูดไม่ได้ยากอะไรนี่ ไม่ได้พูดยากพูดเย็นอะไรนี่ พูดชัดๆเจนๆอยู่แล้ว แล้วเราศึกษามาแล้วด้วย มันพูดกันรู้เรื่อง นามคือจิตที่มีคุณสมบัติที่จะควบคุมกาย ตอนนี้กายของเรา ยอมรับไหมว่ามันชำรุด มันถูกมะเร็งกิน มันถูกอะไรต่ออะไร มันจะไปเอาคืนมันได้ไหมล่ะ มะเร็งมันกินไปแล้วอ่ะ เอาคืนมาได้ไหมล่ะ ดีไม่ดีมันเว้ามันแหว่ง เหมือนอย่างท่านพุทธชาโต มันกินกระดูกเชิงกรานไป มันแหว่งๆไป เอาพลาสติกไปต่อมันได้เหรอ มาเชื่อมใส่ใหม่ได้ไหม อย่างนี้เป็นต้น เพราะงั้นมันชำรุดก็ชำรุดไปโดยพยาธิ มันก็เป็นไปตามธรรมชาติของวิบากของเราที่เราเจอ เราไม่ได้อยากได้มันเลย เราไม่ได้ไปหามาใส่ด้วย ไม่ได้ไปแสวงหามานะ มันมาตามวิบากนะเนี่ย หรือว่าคุณไปแสวงหามะเร็งมาจากที่ไหน มาใส่ตัวเองเนี่ย คุณไม่ได้ไป ภาพหามาเนี่ย เพราะงั้นเราต้องจำนวนกับสัจจะอันนี้ ต้องจำนนต่อสัจจะแล้วเราก็อย่าไปฝืน การไม่ฝืนเนี่ยแหละยังได้กำไร ที่อาตมาเคยพูดว่า เราวางปล่อยไปหมดเลย มันจะทำงานของมันเองตามพลังงานวิบากกรรมวิบาก มันจะจัดการ พลังงานที่มีจริง มันจะรวมตัวกัน พลังงานที่มีจริงมันจะรวมตัวกัน ถ้ามันรวมตัวกันแล้วมันมากพอมันจะฟื้นเลย ถ้ามันไม่มากพอมันก็ไปเลยจบ นี่คือตัวตัดสิน สมณะแสนดิน : มันต่างจากการดิ้นรน พ่อครู : มันต่างจากการดิ้นรน วางเลยปล่อยเลยเฉยเลย ตัดการห่วงหาอาวรณ์ ตัดในจิตของเราเลยว่าเอ่อเรายังอยากอยู่ เรายังอยากอยู่ ตัดเลยตัวนี้ เรายังอยากอยู่อยากอยู่อยากอยู่ตัด เอ้าไปก็ไปอยู่ก็อยู่ ปล่อยปื้ดเลย สมณะแสนดิน : อันนี้เหมือนสิขมาตุต้องการอยู่ต่อ พ่อครู : นี่ลึกๆยังต้องการอยู่ต่อ อาตมาก็ว่า อาตมาไม่อยากจะพูดเสียงเองนะ ให้ไปคิดเอง ว่ามันสมควรจะไม่อยู่มั้ง มันไม่มีอะไรที่หล่อเล้า ไม่มีอะไรที่สมบูรณ์แบบ ไม่มีอะไรที่ อยู่ก็อยู่อย่างคนพิการน่ะ จะว่าไปแล้วก็อยู่อย่างคนพิการ ทุกข์ทรมานมากกว่านะ อาตมาว่า สิขมาตมาลินี : ค่ะพ่อท่าน ภันเตท่านรับทราบในสิ่งที่พ่อท่านพูดค่ะ พ่อครู : อ้าวรีบๆอย่างห่วงหาอาวรณ์ ดีแล้ว จังหวะนี้ไม่เสียหลาย จังหวะนี้อาตมาว่า ยังไงๆคุณมาเกือบปุ๊ป ไอ้ที่พวกเรามีจิตนะพวกเราที่มี ที่จริงก็ทุกคนพวกเราได้ฝึกฝนมานี่เราจะมี วัสวติโก วสวตี จิตของเราจะมีอำนาจในจิตอยู่ไม่ใช่น้อย เพราะฉะนั้นมันจะเสาะแสวงหา มันจะพุ่งเป้ง มันจะเสาะแสวงหา มันจะยังพุ่งเป้ง มันจะตายปุ๊บจะเกิดปั๊บ เพราะงั้นมันไม่ต้องบอกหรอก มันก็จะไม่ไปเร่ร่อน เป็นสัมภเวสีไป อะไรนางรอง มันก็จะอยู่ตรงนี้ ที่เขาพูดกันว่า บอกพี่ยังเป็นปู่โสมเฝ้าทรัพย์ ยังห่วงทรัพย์ ตายไป จะเกาะอยู่ที่ทรัพย์ นี่แหละ ฉันเดียวกัน เป็นตัวเลม อย่างที่พระพุทธเจ้า ท่านตรัสว่า มันยังห่วง เป็นห่วงจีวร ตายปั๊บมันก็เป็นเลมอยู่ที่จีวรเห็นไหม ที่ท่านมีก็คงเคยได้ยินได้ฟัง พระที่ห่วงจีวร ตายปั๊บก็จะเป็นเลมอยู่ที่จีวร ไม่ได้ไปไหนไปเกิดไปอะไร ก็คลายๆอย่างนั้น นี่มันไม่ใช่อย่างเลม แต่เราเกิดเพราะว่า เป็นตัวจิตวิญญาณของเรา ตายแล้วเกิด ตายแล้วเกิด ตายแล้วเกิด แล้ววิบากของเราก็คงจะไม่ไปเป็นเล่มหรอก วิบากของเรามันก็ไม่ไปเป็นเลม เป็นจิตสัมภเวสี มันก็ไม่สัมภเวสีต้องล่องลอยหาที่เกิดจะยากเย็นอะไร พวกเราก็อยู่ในนี้ ก็ใครก็บอก จะเห็นว่า นุชก็บอกว่ามาเกิดที่หนูนะ หรืออะไรใคร ใคร สิขมาตมาลินี : อ้อ จันทร์แจ่มฟ้า พ่อครู : จันทร์แจ่มฟ้า ก็บอกว่ามาเกิดที่หนูนะ เขาก็ยังโลกๆเต็มที่อยู่แล้ว จันทร์แจ่มฟ้า แต่มันก็ไม่ไปโลกหรอก มันก็ยังป่วนเปี้ยนอยู่กับพวกเรานี่แหละ เพราะถ้าเราไปเกิดในท้องเจ้าจันทร์แจ่มฟ้า มันจะไปไหน มันก็พาแม่เข้ามาเท่านั้นแหละตอนนี้ สิขมาตมาลินี : ค่ะพ่อท่าน ภันเตกราบนมัสการของพระคุณพ่อท่านนะค่ะ พ่อครู : โอ้โห พวกเราพูดกันเหลือเกินนะ โอ้โห คนข้างนอกเขาฟังแล้วสยองเลยนะ พูดกันอย่างนี้เลยหรือ พูดกันตายกันเกิด โอ้โหขนาดลึกซึ้ง อย่างนี้แหละคนเรามันเป็นฐานะ มันเป็นจริง พูดตายพูดเกิดกันอย่างไม่น่าห่วงไม่น่ากลัว มันเป็นเรื่องสามัญ สิขมาตมาลินี : ค่ะ ภันเตกราบขอบพระคุณพ่อท่านค่ะ พ่อครู : สาธุ สิขมาตุมาลินี : กราบนมัสการค่ะ กราบนมัสการขออนุญาตวางสายค่ะ พ่อครู : สาธุ
ถอดข้อความโดย อุทัย