630801 สัจจะมีหนึ่งเเดียวในโลก และ สัญญายนิจจานิ.docx
เนื้อหาในไฟล์
630801 สัจจะมีหนึ่งเเดียวในโลก และ สัญญายนิจจานิ
พ่อครู : พระพุทธเจ้าตรัสไว้ในจูฬวิยูหสูตร สัจธรรมมีหนึ่งเดียว สัจธรรมมีหนึ่งเดียวนั้นคือ สัจธรรมที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ คืออริยสัจ 4 อริยสัจ 4 นี้แหละ สรุปง่ายๆ สัจธรรมมีหนึ่งเดียวอันนี้ นอกนั้นไม่ได้ชื่อว่าสัจธรรม มีแต่เป็นสัญญายนิจจานิ มีแต่การกำหนดเอาเองของแต่ละคนว่า อย่างนี้แหละใช่ อย่างนี้แหละเที่ยงแท้ อย่างนี้แหละจริง ของฉันจริง ของเธอไม่จริง เถียงกันหมด แล้วก็แย้งกันหมดแหละ ทุกคนแย่งกันหมด เพราะฉะนั้นศาสนาพุทธถ้าเข้าใจได้ แล้วคนที่เข้าใจอย่างพระอรหันต์ขึ้นไป เข้าใจได้แล้วว่า ทุกอย่างมันก็คือ สิ่งที่มันเกิดมาเป็นอย่างนี้ ถ้าผู้ใดสามารถบรรลุอริยสัจ 4 แล้วสมบูรณ์ พวกนั้นก็จบ โลกก็มีอย่างอื่นใดๆไม่เที่ยงสักอย่าง แต่เขากำหนดกันว่าตัวเองนั่นแหละยึดมันถือมันว่าอันนี้มันใช่อันนี้ถูก อันนี้เที่ยง ของแต่ละคน แล้วเขาก็เถียงกันเท่านั้นแหละ เถียงกันทั้งนั้นเลย คนที่จบ ปฏิบัติสมบูรณ์แบบเป็นอรหันต์ บรรลุอริยสัจ 4 สมบูรณ์แบบเท่านั้น จึงจะรู้ได้ว่าสัจจะมีอริยสัจ 4 เท่านี้ นี่สรุปได้ในจูฬวิยูหสูตร ซึ่งโอ้โหเข้าใจยากสำหรับคนที่ยังไม่บรรลุหรือยังไม่ถึงขั้นสภาวะจะเข้าใจ แต่อ่านจูฬวิยูหสูตร อ่านแล้วจะเวียนหัวเลย อันนี้ก็ขยายความให้ฟังผู้ที่ศึกษามา ผ่านจูฬวิยูหสูตรแล้วคงพอเข้าใจอันนี้นิดนึง ตอนนี้กำลังไขจูฬวิยูหสูตร ตกลงแล้วนี่มันตัดสินได้เลยว่า ความจริงคืออะไรในโลกนี้ ความจริงมีหนึ่งเดียว ความจริงคืออะไร ความจริงมีหนึ่งเดียว สัญญานิจจานิคือคน อริยสัจ 4 คือความจริงมีหนึ่งเดียว สมณะเดินดิน : แต่ก่อนพ่อท่านอธิบายว่า ความจริงคือหนึ่งเดียวคือ ความรวมของความเห็นของ คนนั้นๆ สมมุติสัจจะที่ทุกคนเห็นร่วมกันเป็นหนึ่ง ผมฟังพ่อท่านเมื่อวานนี้ครับ
อ่านต่อ
พ่อครู : มันเป็นสมมติสัจจะ อันนี้ปรมัตถสัจจะ สมณะเดินดิน : พ่อท่านพูดตอนนั้นคือสมมติสัจจะ อันนี้คือปรมัตถสัจจะ พ่อครู : แล้วมันมีอันเดียว คือสมมุติกับปรมัตถ์ เพราะในโลกนี้มีอยู่เท่านี้ สัจจะมีหนึ่งเดียว แต่สัจจะมีหนึ่งเดียวเป็น 2 ตัว อันนึงเป็นสมมติ อันนึงเป็นปรมัตถ์ อันนึงเป็นโลกีย์ อันนึงเป็นโลกุตระ มันก็ไม่ผิด เป็นคู่ เพราะโลกต้องมี 2 เสมอ แล้วยิ่งจะชัดเจนเลยว่า โอ๊ยโลกต้องมี 2 ถ้าไม่มี 2 มันไม่รู้เรื่องอะไรหรอกคนอะ สมณะแสนดิน : มีคนเคยถามพ่อท่านว่า นิพพานเป็นหนึ่งเดียวใช่ไหม พ่อท่านก็บอกใช่อีกเมื่อก่อน สัจจะหนึ่งเดียวนั่นคือนิพพานเหมือนกัน พ่อครู : นิพพานเที่ยง นิพพานต้องเที่ยง จะบอกว่าเป็นหนึ่งเดียวใช่ คนจะต้องมานิพพานเป็นหนึ่งเดียว เล่านิพพานก็ขยายความละเอียดลึกซึ้งออก เหมือนกับสมาธิ แล้วมันมีอสมาธิ อสมาหิโต มีอวิมุติ วิมุติ อวิมุติ เพราะงั้นต้องตะล่อมมาจนกระทั่งแน่นอนแล้วว่า ต้องเออสมาธิ สมาธิแน่ๆ สมาหิโต วิมุตก็ต้องวิมุติแน่ๆ สมณะแสนดิน : อริยสัจ 4 มันเป็นอะไรที่รู้ร่วมกันได้ว่ามันทุกข์ พ่อครู : ใช่ มันพร้อมหมดเลย คุณอยู่ด้วยกรรม กรรมทางเลี้ยงอาชีพ กรรมทางการกระทำ การ งาน กระทำอะไรทุกอย่างเป็นกัมมันตะ แล้วก็วาจา แล้วก็สังกับปะ ครบ มันครบเลย มีสังกัปปะ จิต วาจา กาย อาชีวะคือชีวิตที่โดเดๆ ดิ้นด๊อกแด๊กอยู่คืออาชีวะทั้งหมด ตั้งแต่เดียรัจฉานจนมาถึงมนุษย์ ก็คือมันต้องเลี้ยงชีพ มันต้องยังชีพไป ด้วยอะไร รายละเอียดของอาชีวะ เพราะฉะนั้นสัมมาอาชีวะ พ้นลาเภน ลาภัง นิชิคิงสนตา สุดยอดแล้วสาธารณโภคี เลี้ยงชีวิตสุดยอด ทำงานฟรี ไม่ต้องสะสมทรัพย์ศฤงคารอะไรเลย แล้วก็อยู่กันเป็นสังคม มีกองกลาง กองกลางต่างคนต่างไม่ยึดเป็นของเราเลย มีใช้ ใช้ไปอย่างมักน้อยสันโดษด้วยแต่ละคน ใจพอด้วย ไม่สะสมอะไรจริงๆ ขัดเกลาด้วย อะไรต่ออะไรด้วย วรรณะ 9 นี่โอ้โหสุดยอดเลย มาถึงบอกว่าคนเรานี่ อานิ่ม : มาลัยพ่อท่านร้อยลายไหนก็ได้ ก็ไปในจุดเดียว พ่อครู : ใช่ พูดยังไงก็นิพพานัง ปรมัง วทันติ พุทธา ทั้งนั้น
ถอดข้อความโดย อุทัย