630510_รายการวิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ระบอบธรรมาธิปไตยมีในชาวอโศก.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2563
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์28 KB
วันที่แก้ไข7 สิงหาคม 2563

เนื้อหาในไฟล์

630510_รายการวิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ระบอบธรรมาธิปไตยมีในชาวอโศก อ่านทั้งหมดที่ หรือดาวน์โหลดเอกสารที่… https://docs.google.com/document/d/1nR73MHV8UuAODadDqpMpVuklKWO29SoAkqEk-sr3pd4/edit?usp=sharing

ดาวน์โหลดเสียงที่ https://drive.google.com/open?id=1tZ_TGA0zDTOrwnMayIRjD9Nf5LeVDkPq

สมณะฟ้าไทว่า…วันนี้เป็นวันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม 2563 ที่บวรราชธานีอโศก มีเรื่องเกี่ยวกับคดีหญิงชราขโมยขนมปัง ***สุดยอดคำพิพากษา*** ในเมืองนิวยอร์ค เมื่อปี ค.ศ. 1935 มีการพิพากษาคดีหนึ่งในยามหัวค่ำอันหนาวเหน็บของเดือนมกราคม หญิงชราคนหนึ่งตกเป็นผู้ต้องหาคดีลักขโมยขนมปังหนึ่งก้อน หญิงชรามีท่าทีเศร้าหมอง และภายใต้ความเศร้านั้นก็มีความละอายแก่ใจอยู่ด้วย คืนนั้น "ฟิโอเรลโล ลากวาเดีย" ซึ่งเป็นนายกเทศมนตรีนครนิวยอร์กในขณะนั้นเป็นผู้พิพากษา ฟิโอเรลโล ถามหญิงชราว่า “คุณขโมยขนมปังไปจริงหรือ?” หญิงชราก้มหัวตอบอย่างหดหู่ “ฉันขโมยขนมปังจริงๆ ค่ะท่าน” ผู้พิพากษาถามต่อว่า “เพราะเหตุใดคุณจึงต้องขโมยขนมปัง คุณไม่มีอะไรจะกินหรือ?” หญิงชราเงยหน้าขึ้นบอกผู้พิพากษา “ใช่ค่ะ ฉันหิวมาก แต่ฉันไม่ได้ขโมยขนมปังไปเพื่อกินเอง ลูกเขยของฉันทิ้งครอบครัวไป ลูกสาวของฉันล้มป่วย หลานสองคนของฉันไม่ได้กินอะไรมาหลายวัน ฉันไม่อาจทนเห็นหลานตัวเล็กๆ ทนหิวได้” ห้องพิจารณาคดีเงียบกริบหลังได้ฟังคำอธิบายของหญิงชรา ผู้พิพากษากล่าวกับหญิงชราว่า “ทุกคนเท่าเทียมกันภายใต้กฎหมาย สำหรับข้อหาขโมยขนมปังคุณเลือกเอาว่าจะจ่ายค่าปรับ 10 เหรียญ หรือติดคุกเป็นเวลา 10 วัน” หญิงชราตอบ “ท่านผู้พิพากษา ฉันยอมรับโทษในทุกสิ่งที่ฉันทำ หากฉันมีเงิน 10 เหรียญ ฉันจะไม่ขโมยขนมปังหรอก ดังนั้นโปรดจำคุกฉันเถิด แต่สิ่งเดียวที่ฉันห่วงคือใครจะด

อ่านต่อ

ูแลลูกสาวและหลานของฉันในช่วงเวลาที่ฉันติดคุก” ผู้พิพากษาหยุดคิดพักหนึ่ง แล้วเขาก็ล้วงกระเป๋าหยิบธนบัตรสิบเหรียญขึ้นมาถือในมือ แล้วกล่าวว่า “ผมจะจ่ายค่าปรับให้คุณสิบเหรียญ คุณกลับบ้านไปได้” ผู้พิพากษาหันไปพูดกับคนที่มาฟังการพิจารณาคดีในที่นั้นว่า “นอกจากนั้น ผมขอปรับทุกคนในห้องนี้คนละ 50 เซนต์ โทษฐานที่พวกคุณเมินเฉยและไร้น้ำใจในสังคม หญิงชราคนนี้ไม่ควรจะต้องขโมยขนมปังเพื่อประทังชีวิตหลานและคนในครอบครัวหากพวกคุณให้การช่วยเหลือเธอ คุณไบลีฟโปรดเก็บเงินจากทุกคนคนละ 50 เซนต์ แล้วมอบเงินนั้นให้ผู้ต้องหา” ทุกคนในที่นั้นรวมไปถึงเจ้าของร้านขนมปังที่ฟ้องร้องนำหญิงชรามาขึ้นศาล ตลอดจนเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้มาฟังการตัดสินรู้สึกภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการจ่ายค่าปรับคนละ 50 เซนต์ พวกเขายอมรับและยืนขึ้นปรบมือชื่นชมผลการตัดสิน วันรุ่งขึ้นหนังสือพิมพ์ลงข่าวการมอบเงินค่าปรับจำนวน 47.5 เหรียญ ให้กับหญิงชราผู้น่าสงสารเพื่อนำไปซื้ออาหารให้ครอบครัว ในเมืองไทยตอนนี้ก็มีเรื่องที่ดังคือ ตู้ปันสุข ตอนนี้เกิดขึ้นไปทั่วแล้ว ประชาชนก็ช่วยกันดูแล เอาของมาใส่เพิ่มขึ้นและจำนวนตู้ก็เพิ่มขึ้นด้วย เป็นระบบสาธารณโภคีลำลอง หากมีเกิดขึ้นเต็มประเทศไทย คงไปรอดแน่นอน ประเทศไทยมีคนมีน้ำใจเอาภาระคนที่จะช่วยคนอื่น

พ่อครูว่า... SMSวันที่8พ.ค.2563(พุทธศาสนาตามภูมิ :พ่อครู)

_จรณ์ สัมมาบัณฑิต • จากข้อความที่พ่อครูอ่าน กล่าวถึง Junta, Junta = รัฐบาลทหารที่เข้ามาบริหารประเทศ

_สมณะคิดถูก • ทุกวันนี้ชาวพุทธติดรูปแบบการสวดมนต์ยิ่งกว่าการสนใจฟังธรรมและพระก็ไม่ถนัดสาธยายธรรม หลวงพ่อประยุติกำลังทำหนังสือ อย่าให้การสวดล้มล้างสาธยาย น่าจะมาทางเดียวกับพ่อครูที่เน้นการสาธยายมากกว่าการสวดวันนี้ที่บ้านราชมีคนฟังสาธยายจากพ่อครูหลายร้อยคนบางคนฟังทางทีวีที่โรงปุ๋ย เว็บไซต์ Politico ได้เผยบทสัมภาษณ์ นางเมลินดา เกตส์ ภรรยาบิล เกตส์ เจ้าพ่อไมโครซอฟต์ และผู้ร่วมก่อตั้งมูลนิธิบิล แอนด์ เมลินดา เกตส์ ถึงประเด็นการรับมือสถานการณ์ไวรัสโคโรนาระบาดภายใต้คณะบริหารรัฐบาลทรัมป์ โดยนางเกตส์ได้ประเมินพร้อมให้เกรดผลงานของรัฐบาลทรัมป์ในระดับแย่มาก หรือ D- เนื่องจากขาดมาตรการตอบสนองรับมืออย่างไร้ประสิทธิภาพและเชื่องช้าโดยเฉพาะส่วนของรัฐบาลกลางวอชิงตัน

_จักรพล พุทธพัฒนา • ผมเคยบวชเป็นพระทางเถรสมาคมมาต้องฝึกสวดมนต์เพื่อไปสวดแล้วจะได้เงินมาครับ..ตอนนั้นไม่รู้แต่ตอนนี้รู้แล้วครับ. พ่อครูว่า...พระข้างนอกเขา หากท่อง7 ตำนานได้สวด7 ตำนานได้ก็ถือว่า เป็นพระแล้วหากินคล่อง มันเป็นความเสื่อมที่สุดแล้ว ไม่มีความเสื่อมใดๆที่จะเสื่อมยิ่งกว่านี้อีกแล้ว

_สมเจตน์ เชาว์ศิริ • ติดตามมาแต่ปี2535ตามติดหนึบมาจนปัจุบันและอนาตคครับ..

_SananTanson สนาน ทานสอน• หรอพากันไปเดินขบวนไม่ผิดเนาะ (พ่อครูเทศน์ถึงเมื่อครั้งชาวอโศกออกไปเดินขบวน ไม่เห็นด้วยกับการบริหารประเทศของรัฐบาลบางสมัย) พ่อครูว่า…ก็ขอยืนยันว่าที่ทำไปไม่ผิดเมื่อประเทศชาติเดือดร้อนก็ออกไปช่วย พระพุทธเจ้าเองเมื่อบ้านเมืองเดือดร้อนมีการแย่งน้ำกันพระพุทธเจ้าเข้าไปห้ามออกไปประท้วงตัดสินให้เรียบร้อย เหมือนกัน ต้องเข้าใจว่าศาสนาต้องเป็นไปเพื่อสังคมมนุษยชาติ เมื่อมนุษยชาติกับสังคมไม่ดีมีความเดือดร้อน เรามีความรู้ความสามารถจะไปช่วยได้เราก็ไปช่วย อาตมาก็ไปช่วย ใช้เวลาออกไปช่วยสังคมให้มันเรียบร้อยให้เป็นไปได้ดี เพราะว่ารัฐบาลตอนนั้นบริหารไม่ได้เรื่อง เราก็ไปประท้วงไปช่วยจัดการให้มันเรียบร้อยไปได้ด้วยความสงบ ด้วยสันติ ไม่ใช้ความรุนแรงไม่ใช้อาวุธเอาความจริงกับความสงบเป็นอาวุธสำคัญไปเปิดเผยความจริงอะไรที่ถูกอะไรที่ผิด แล้วก็อยู่กันด้วยความสงบไม่รุนแรง พยายามที่จะระงับพยายามที่จะไม่ให้รุนแรงให้ได้ เป็นผลสำเร็จสวยงามด้วย ตั้งแต่ปี 2549 จนถึงปี 2557 ไล่ไปไม่รู้กี่รัฐบาล 3-4 รัฐบาล พูดแล้วก็พูดอีกพูดแล้วก็ภูมิใจในธรรมะพระพุทธเจ้าว่ามันมีประสิทธิภาพมีผลประโยชน์ต่อสังคมมนุษยชาติจริง ที่ได้ทำมาจริง ไม่ได้หลงเลอะอะไร แต่พูดย้ำซ้ำให้เข้าใจว่าที่อาตมาทำนี้เป็นความถูกต้องและดีจริง ซึ่งไม่ใช่จะทำได้ง่ายๆ

_OpusLeHolegoN โอปัซลี่ โฮเลก้อน:คนส่วนมากมีทุกข์ก่อนถึงจะอยากมีธรรม พ่อครูว่า…ธรรมดาคนเราก็มีความทุกข์แต่ไม่รู้ว่าเป็นความทุกข์ คนทุกคนนั้นมีความทุกข์อยู่แล้วแต่ไม่รู้จักความทุกข์ คนจะรู้จักความทุกข์ต้องเป็นคนที่ประเสริฐเป็นอาริยะ จึงจะรู้ทุกข์อาริยสัจ

_ทนุธรรม วิรุฬห์ศิริกุล : "พระอรหันต์" บางรูปก็ยังหาทิศทางไม่ถูกต้องเลยเพราะเป็นอรหันต์ปลอม..พ่อครูพูดบอกสอนความจริงเท่าไร?.เหมือนน้ำที่เต็มแก้วไม่รับรู้ไม่ศึกษา.ว่าพระตถาคตสอนที่ถูกต้องนั้นจริงจริงคืออะไร.แต่ทุกวันแก้ไขไม่ได้แล้วครับ.เพราะ.เห็นกงจักรเป็นดอกบัว.. พ่อครูว่า…อันนี้คงจะจริงแก้ไขอะไรไม่ได้แล้วตกกระไดพลอยโจน แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร ไม่มีฤทธิ์ไม่มีอำนาจไม่มีประสิทธิภาพตัวเองพอเพียงที่จะดึงตัวเองขึ้นมายังไม่ได้เลยตัวเองก็ต้องจมอยู่อย่างนั้น อย่าไปว่าจะไปช่วยศาสนาองค์รวมให้ดีขึ้นได้ ตัวเองยังดึงออกมาจากตรงนั้นไม่ได้เลย ผู้ใดที่ปลีกออกมาได้คนนั้นคือคนเก่งขึ้นมาได้นี่ก็ต้องช่วยกัน ดำเนินสิ่งที่ถูกต้อง ช่วยประกาศสิ่งที่ถูกต้องไปให้ได้

SMS วันที่ 9 พ.ค. 2563 (พุทธศาสนาตามภูมิภาคทบทวน)

_จักรพล พุทธพัฒนา : ใครเข้าไปอยู่ในอโศกไม่ได้..ก็เอาเนื้อหาสาระของอโศกมาไว้ในใจก็แล้วกันนะครับ.

_ครูบาเฮ็ง : ช้าแต่มั่นคง

_@Transformer@Julaporn ทรานสฟอร์เมอร์ จุฬาภรณ์ ...ฝากคำถามให้พ่อครู ข้อที่ 1นี่นะคะ คุณคนที่เขา เริ่มทำตู้ปันสุข คงเห็นน้ำใจผู้คนจากที่เยอรมัน แต่จริงๆ เขา มี DNA ของปู่ย่าตายายคนไทยและในหลวงทุกพระองค์เรื่องการให้ นั่นแหละเขาเลยชอบให้ทาน ข้อที่ 2คิด ว่าคิมจองอึมเขากลัวลำบากกลัวผอมเลยแอบให้ล่ามมาฟัง มาเรียนรู้อะไรแบบไทย ๆ ที่ตอนนี้คิมจองอึม เลยจะหันกลับมาเน้นการเกษตรบ้างซึ่งก็ดี และสาธุค่ะ ข้อที่3 Covid-19 ช่วยย่นย่อระยะเวลาช่วยเป็นแรงดันให้พ่อครูอีกแรงมหาศาล แทนที่พ่อครูจะต้องทำงานหนัก ในการเผยแผ่ศาสนาเพียงลำพังองค์เดียว covid ย่นย่อให้ถึง 500 ปี ปูทางความรู้ต่างๆทางศาสนาแบบโลกุตระ ให้ชัดเจนมากขึ้นๆ แม้แต่ในปัจจุบันก็เริ่มสะกิดใจประชาชนบ้างแล้ว เช่นเศรษฐศาสตร์ แบบสาธารณะโภคี และการพึ่งพาตนเองในสังคมโลกุตระและการสะพัดออกสู่สังคมโดยรวมเป็นต้นซึ่งหนูคิดว่าจริงเช่นนั้นจริงๆ และเมื่อกาลเวลาก้าวหน้าไป ก็จะยิ่งทันที่พ่อครูจะได้อวตารในปางหน้า ในฐานะนักปกครองสูงสุด ไม่ใช่มาในรูปแบบนักบวช และเลขที่เหมาะสม คือ หมายเลขที่ 12 หนึ่งรอบพอดิบพอดี พอถึงวันนั้นหมายเลขที่ 12 สำหรับพ่อครู ความรู้ทางโลกุตระ ในวันนั้นจะมีความเป็นปึกแผ่นอย่างมาก รับสารข้อมูลจากพ่อครูได้โดยง่ายเพราะผู้คนได้ถูกปูทางโลกุตระไว้ตั้งแต่ยุค covid แล้ว เช่นนี้พ่อครูช่วยไขความให้สว่างหัวใจด้วยนะคะ พ่อครูอย่าพึ่งตอบว่าอจินไตยนะคะ เพราะคำถามของหนู คือคำถามที่จะทำให้มนุษย์ชาติ เกิดกำลังใจในการพัฒนาจิตวิญญาณ และผู้คนจะได้เห็นแนวทาง coefficient ของพ่อครูได้อย่างชัดเจนและเป็นรูปนามมากขึ้นไปอีก หนังมหาบุรุษทจึงต้องมีไตรภาคต่อเนื่องนะคะ กราบนมัสการ อย่างสูงค่ะ... พ่อครูว่า…อาตมาก็ไม่วิจัยมากนะประมาณมีความรู้แค่ปางที่ 9 สูงสุด แต่คุณก็ให้อาตมาเป็นปางที่ 12 คุณรู้มากกว่าอาตมา จะให้อาตมาอธิบายอะไรได้อีก

_คอยใคร :กราบเคารพพ่อครูครับ ผมได้อ่านข่าวของเวบผู้จัดการออนไลน์ เรื่องประเทศไทยทำชุด PPE ใช้ซ้ำได้สำเร็จ ผมย่อเนื้อหาจากเวบมาบางส่วนครับ “โดยชุดทำจากผ้าโพลีเอสเตอร์ 100% กันน้ำได้ระดับ 2 ผลิตในไทยทั้งหมด เว้นแค่นำเข้าเส้นใยรีไซเคิลจากไต้หวัน ระบุ ทำจากขวดน้ำ หากไทยพัฒนาระบบแยกขยะได้ดี จะทำเองได้ทั้งหมด คนไทยทอเองแบบใช้ซ้ำได้ 20 ครั้ง ผ่านการรับรองจาก อย.แล้ว” ผมจึงเห็นว่าที่เขาบอก ถ้าไทยพัฒนาระบบแยกขยะได้ดี จะทำเองได้ทั้งหมด ซึ่งพ่อครูสอนเรื่องขยะวิทยามานานแล้ว โดยเฉพาะเรื่องแยกขยะรีไซเคิล รัฐไปอยู่ที่ไหนมาถึงเพิ่งมาตื่นตัวเรื่องแยกขยะเอาขวดPETมาทำชุด ชาวอโศกแยกขยะแบบนี้มานานแล้ว ขอให้ผู้เกี่ยวข้องรีบมาศึกษางานขยะวิทยาของชาวอโศกอย่างด่วนเลยครับ พ่อครูว่า…อาตมาเคยพูด ขยะวิทยา ถ้าจะทำจริงๆต้องเป็นคณะหนึ่งในมหาวิทยาลัยมีการเรียนรู้โดยเอาองค์ความรู้ของวิศวกรรมวิทยาศาสตร์และอื่นๆเข้ามาร่วมด้วย ทุกวันนี้เขาไม่ได้รู้สึกว่าเป็นเรื่องยิ่งใหญ่อะไรในโลก รู้สึกว่าเป็นเรื่องน่ารำคาญ น่าจะทำลายไปให้หมด แต่จริงๆแล้วมันไม่ใช่ยุคนี้ แต่มันจะหนักหนาสาหัสในอนาคต เรื่องขยะนี้ จะเป็นเรื่องใหญ่เลย ไปหมดเลยทั้งจะเป็นเชื้อของโรคระบาด เป็นทั้งโรคภัยทางวัตถุ ขณะนี้จะทำลายอะไรต่างๆดินน้ำไฟลมจะถูกขยะทำลายหมด และจะเป็นเหตุให้เกิดโรคระบาดด้วย จะเกิดไวรัสอะไรต่ออะไรด้วยเรื่องขยะนี้ทั้งหมดเลยในอนาคต มันจะเป็นไปหมด ตัวขยะจะเป็นตัว ต้นเหตุหมดเลย ขอพูดไว้แค่นี้ก่อน

_บ้านเล็กเมืองน้อย….กราบนมัสการพ่อท่านด้วยความเคารพอย่างสูง ทุกครั้งที่เกิดวิกฤติในสังคม กลุ่มคนที่ซวยสุดคือ เม็ดทรายที่ฐานรากของปีรามิด ชะตากรรมเช่นนี้คือผลพวงของระบอบทุนนิยม ที่ร่ายมนต์ลงยันต์ผูกติดชีวิตคนไว้กับระบบเศรษฐกิจ หลอกลวงว่าความมั่งคั่งจะหยาดหยด ลงสู่ชนชั้นล่าง จากยอดปีรามิดที่ไม่เคยอิ่ม.........ด้วยแผนกระตุ้นที่เป็นระบบ ปลุกเร้าให้สิ่งฟุ่มเฟือยมากมาย กลับมามีความสำคัญกว่าปัจจัย๔....เงินออมจึงไม่เคยมี .........ปัจจัย ๔ จึงถูกนักเศรษฐศาสตร์จับเป็นตัวประกัน เศรษฐกิจไม่ดีทีไร อาหารก็ไม่ครบ ๓ มื้อ .....เกือบ๑๐๐ปีของการผลิตและบริโภคภายใต้แนวคิดแบบทุนนิยมสุดโต่ง ได้ก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางชนชั้น..... สิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรม...........จนโลกป่วยเกินเยียวยา เพื่อให้โลกได้พัก ให้ธรรมชาติได้ชาร์จแบต.... “อิทัปปัจจยตา” ผู้คุมกฎแห่งมหาจักรวาล จึงส่ง“Covid-19” มาหยุดกิจกรรมเหลวไหลของมนุษย์.. นอกจากมนุษย์แล้ว Covid ไม่ทำร้ายใคร ...โลกใบใหญ่ กลับถูกเบรคด้วยไวรัสตัวน้อย... .(พ่อครูว่า..อำนาจของโลกจะถูกหยุดด้วยสุญญตา) บนความถดถอยทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ Capitalism หมดสิ้นอนาคต.....จากนี้ไป Landscape ของชนชั้นจะยิ่งแบนราบ ตัดกับหอคอยเสียดฟ้า โดยมีอมนุษย์จำนวนหนึ่งสิงสถิตบนยอด .......การตัดสินใจจบชีวิตตนเองของคนจนเมือง เป็นผลจากการสำลักหนี้สินที่ท่วมหัว โดยมี ทุนสามานย์เป็นต้นเหตุ ....... อย่าโยนบาปให้ “Covid” ...ไม่ทันไร... พวกทุนผีเปรต ก็แหกปากร้อง กดดันให้เปิดเมือง ปลดล็อคธุรกิจ อ้างเศรษฐกิจคับขัน...ไม่สนใจเสียงทัดทาน จากบทเรียนของสิงคโปร์และญี่ปุ่น........ มันไม่ใช่สิทธิที่จะเสี่ยงภัยส่วนตัว โดยไม่คำนึงถึงความอยู่รอดของทั้งสังคม ตราบใดที่ยังไม่มีวัคซีน ก็ยังไม่ปลอดภัย ....แต่เพื่อความสงบโดยรวมของชาติ รัฐจำต้องยืดหยุ่น ผ่อนปรนให้มีมาตรการผ่อนคลาย แม้จะสุ่มเสี่ยงต่อสุขภาพของคนทั้งชาติ และเดิมพันด้วยความมั่นคงของรัฐก็ตาม ..ข้อสำคัญ ต้องไม่ประมาทรีบร้อน รัฐต้องไม่ลืมว่าเงื่อนไขของเวลายังอยู่ในมือ......ยืดมันออกไปให้ น า น ........ เท่าที่จำเป็น แต่...แค่เพียงวันแรกที่ลดการ์ดลง ฝูงเปรตก็แผลงฤทธิ์ แย่งเหล้าเบียร์กันให้เห็นที่ Makro .... “New Abnormal” เช่น สญชัยปริพาชก นี้ เป็นผลที่วิญญาณ ถูกทุนกัดกร่อนอย่างยาวนาน และยินดีจะล่มจมเรือหายไปด้วยกัน ............อย่าปล่อยให้ ภาพความ Balance ระหว่าง “ สุขภาพ ” และ “ ปากท้อง ” ที่รัฐบาลและประชาชนทุกภาคส่วนเพียรร่วมกันสร้าง ให้เกิดสมดุลอย่างยากเย็น ....ต้องมลายหายไป เพราะนักปลุกระดม ที่จ้องจะปล้นชิงอำนาจ..... ห้ามประมาทเด็ดขาด!!! ความทรงพลังของ Covid-19 เป็น ธรรมฤทธิ์ที่หยุดโลก มอบความ สงบ อย่างที่โลกไม่เคยได้รับ สยบ ทุนสามานย์ (Super Spreader) ด้วย World Wide Quarantine.....ชะงักงันจนต้องฉุกคิด ปลุกจิตสำนึกในศีลธรรม ในช่วง Lockdown ได้พิสูจน์แล้วว่า คนไทยมีความสามารถในการปรับตัว........... อยู่บ้านเพื่อชาติ .....ได้คืนเสรีภาพแก่ผู้มีจิตสำนึก ให้พ้นจากคุกของโลกอบาย.......ขี้เมาบางคนผ่านชีวิตปลอดเหล้าได้ โดยไม่ลงแดง......... หวังว่าการระบาดครั้งนี้จะช่วยให้มนุษยชาติเข้าใจได้ถึงพิษร้ายของระบบทุนนิยมที่ครอบงำเศรษฐกิจทั้งโลกอยู่ ใครคิดถึง“ ในหลวง ”บ้าง? ยกมือ.......ถ้าพ่อยังอยู่ คงมี Solution ดีๆ.....ช่วยแก้ปัญหาให้ลูกๆ .....และถ้าพี่คนโตเดินตามรอยพ่อ ก็จะดีมาก......ลองคิดดูว่าที่ผ่านมา......พ่อ อนุรักษ์ผืนป่าต้นน้ำ ทางภาคเหนือ ไว้ได้อย่างไร?....ทำไมชาวเขาจึง เลิกปลูกฝิ่น แล้วหันมาปลูกผักผลไม้ แม้ไม่ถนัด? .......ที่ ทางทำกินและวิถีพอเพียง อันยั่งยืนเช่นนั้น ชาวเขาได้มาอย่างไร?.......แล้วพ่อช่วยชาวเขา จัดจำหน่ายผลผลิต ยังไง? .........พี่ๆลองทบทวน model “ โครงการหลวง ” ของพ่อดู ให้ดีๆ จะได้ไหม? สภาพการณ์ในปัจจุบันเป็นผลรวมของการกระทำในอดีต ...... การตัดสินใจที่ทำในวันนี้จะเป็นตัวกำหนดอนาคต ......ในแง่ของชาวอโศก ถ้าปรากฏการณ์“กู้ชาติ”คือการเรียกระดมชาวบุญนิยม ตามหาญาติ.....วิกฤติการณ์ “ Covid-19 ” ก็คือ “Final call” ...... ตามหา “ ลูกไก่ ” ว่าที่ญาติธรรม ที่ Covid-19 ได้คัดสรรไว้แล้ว.......เมื่อเปิดเมืองเต็มรูปแบบ ถ้าได้ “ แม่ไก่ ” ผู้รู้ศาสตร์พระราชา และ สืบทอดวิชชาจรณะจาก “ไก่ตัวพี่ ” ....ช่วยกันลงพื้นที่ ดูแลอบรมลูกไก่ได้ จะดีเยี่ยม....ตีเหล็กตอนที่ยังร้อน ขึ้นรูปคันไถคันเบ็ด ....ถ่ายทอดสัมมาอาชีวะ ให้ครบทั้งรูป-นามของวิถีบุญนิยม มอบ ศีลเป็นหลักของจรณะ เป็นฐานของ “Critical Thinking” ในฌาน ไม่ใช่เพียงท่องจำแล้วหลับตา จะได้เติบโตเป็นอาริยะชน ที่มั่นคงในวรรณะ ๙ ...ปัญหาปากท้องก็จะถูกขจัดอย่างถาวร ...นักปลุกปั่นก็ไม่มีพวกให้ชักชวนลงถนน.....แม้เศรษฐกิจจะถดถอยเพียงใด ก็ยังอิ่มท้อง มนุษย์....ไม่สามารถหาความมั่นคงของชีวิต ได้จากโลกภายนอก......ตราบใดที่ยังไม่สร้างความมั่นคง แก่โลกภายในจิตใจของตนก่อน ..................... ........แล้วน้ำก็จะไหลไปสู่น้ำ น้ำมันก็ไหลไปหาน้ำมัน........ด้วยสนามพลังแห่ง “อิทัปปัจจยตา”........กรรมที่มนุษย์ก่อไว้นั้น ยากเกินกว่าจะหลีกเลี่ยงได้ แน่นอนว่าระลอกของภัยพิบัติ จากภาวะโลกร้อนจะทยอยตามมา และจะรุนแรงยิ่งๆขึ้น........ “Covid-19” เป็นเพียงน้ำจิ้ม ที่อยู่บนโต๊ะจีนเท่านั้น ......... ทำใจในใจของตนให้มั่นคงเสียแต่บัดนี้ ........เพราะอีกในไม่ช้า “เมนูหลัก” กำลังจะตามมา !

พ่อครูว่า…ลองทำดูสิ เมนูพริกขี้หนูเชื่อม สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน อธิปไตย 3 พูดถึงเรื่องสังคมต่อก็แล้วกัน สังคมมนุษย์มีความรู้ความเข้าใจกันว่าระบบของสังคมเป็นระบบประชาธิปไตยระบบเผด็จการระบบคอมมิวนิสต์อะไรอยู่ประมาณอย่างนั้น แล้วก็เข้าใจว่าระบบที่ดีที่สุดอาจจะไม่ดีที่สุดแต่ว่าเลวน้อยที่สุดเขาว่าอย่างนั้น คือระบบประชาธิปไตย เขาก็ยังฝันกันว่าจะมีระบบที่ดีที่สุด ประชาธิปไตยอาจไม่ใช่ระบบที่ดีที่สุดแต่เป็นระบบที่มีข้อด้อยน้อยที่สุดว่าอย่างนั้น อาตมาก็ขอยืนยันว่า ถ้าจะเรียกประชาธิปไตยก็เป็นภาษา ถ้าไม่เรียกประชาธิปไตย แต่เอาตัวอธิปไตยเป็นอำนาจนี่แหละ และประชาธิปไตยก็แปลว่าอำนาจเป็นของมวลประชาชน ไม่ใช่อำนาจไปเป็นของคนหนึ่งคนใดเรียกว่าสมบูรณาญาสิทธิราชย์ หรือแม้แต่จะเป็นอำนาจของกลุ่มหมู่เดียวเรียกว่าคอมมิวนิสต์ ก็ไม่ใช่ เป็นอำนาจของประชาชนที่ทุกคนมีสิทธิ์เท่าเทียมกันที่จะแสดงความเห็น อันแน่นอนโดยสัจจะมันไม่เท่าเทียมกันหรอก แต่ค่อยๆมารวมกันแล้วเฉลี่ย Average มันต้องเป็นอย่างนั้น จะไปบังคับให้ทุกคนมีความเห็นความเข้าใจเท่ากันไม่ได้ บังคับให้ตายก็ไม่ได้ ต้องเอาความเห็นแต่ละคนมารวมกันและเอาตัวเลขค่าเฉลี่ยรวมตรงกลาง ทีนี้พระพุทธเจ้าเหนือชั้นกว่าวิธีการอย่างนั้น คือ พระพุทธเจ้าสอนให้คนลดความเห็นแก่ตัวลดกิเลสตัวที่เป็นอยู่ในฐานของจิต ลดความเห็นแก่ตัวแล้วก็จะมีความเห็นแก่ผู้อื่นเห็นแก่ส่วนรวม และทำได้จริง เพราะฉะนั้นคนที่เป็นสมาชิกของพระพุทธเจ้ามีสัมมาทิฏฐิจึงเกิดผลลดกิเลสได้จริง จนถึงขั้นสูงสุดของการลดกิเลส หมดกิเลสไปส่วนหนึ่งส่วนนอก ส่วนหยาบเป็นพระอนาคามี หมดข้างนอกไปบ้างเป็นพระสกิทาคามี เริ่มต้นเลิกได้เป็นพระโสดาบัน เป็นจริงได้ในสังคมที่มีอริยบุคคล 4 จึงเกิดค่าของความเป็นจริงของจิต ที่ไม่มีตัวตนไม่เห็นแก่ตัวไม่เห็นแก่ได้ เป็นคนวรรณะ 9 มีคุณธรรมวรรณะ 9 ด้วยความเป็นจริงจึงเกิดมวลชนที่มารวมกันเป็นอาริยบุคคลรวมกันที่มีคนทำมากน้อยลดหลั่นกันไปแต่มีสัมมาทิฏฐิ มีทิฏฐิสามัญญตา และมีหลักเกณฑ์ที่พระพุทธเจ้าวางไว้คือศีล สมาธิ ปัญญา ที่จะปฏิบัติไปสู่จุดเป้าหมายเดียวกันคือนิพพาน คือความหมดตัวตน จึงเกิดสังคมกลุ่มหมู่ สังคมกลุ่มหมู่ที่มารวมกันแล้วมีความเห็นแก่ตัวน้อยมีวรรณะ 9 จึงเป็นคนเลี้ยงง่ายบำรุงง่าย เป็นคนจนก็ได้ไม่ต้องไปร่ำรวยอะไรก็ได้ มีใจที่พอเพียง เป็นคนขัดเกลาตัวเองจากสิ่งที่ยังขัดเกลาไม่ได้ มีหลักเกณฑ์ในการขัดเกลาที่สูงขึ้น ธูตะ จนอาการต่างๆพัฒนาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆให้น่าเลื่อมใส ปาสาทิโก แล้วก็เป็นคนจนไม่สะสมอะไร แต่เป็นคนยอดขยัน ปรารภความเพียร มีอปจยะ และวิริยารัมภาะเป็น 2 ตัวสุดท้ายของวรรณะ 9 ผู้ที่เรียนรู้ปฏิบัติตามทฤษฎีพระพุทธเจ้าจะเป็นคนมีวรรณะ 9 อาตมาเอาวรรณะ 9 ของพระพุทธเจ้ามาเปิดเผยมาอธิบายมีคนฟังเข้าใจ ปฏิบัติตามจนเกิดมีมรรคผลก็เลยมารวมกัน เป็นหมู่กลุ่มชุมชนสังคมชาวอโศกที่มีวรรณะ 9 เมื่อมีวรรณะ 9 ผลจึงเกิดเป็นสาราณียธรรม 6 ผลเกิดความเป็นอยู่รวมกัน เป็นสังคมที่อยู่กันอย่างเมตตากายกรรม เมตตาวจีกรรม เมตตามโนกรรมและมีลาภที่ได้โดยธรรมเรียกว่า ลาภธัมมิกา ต่างคนต่างทำต่างสร้าง มันจึงเป็นลาภตามสิทธิของแต่ละคน แต่ก็ไม่เอามาเป็นของตัวเองเอามารวมกันเรียกว่าสาธารณโภคี มีลาภธัมมิกา ลาภโดยธรรมเอามารวมกัน กินใช้ร่วมกันอย่างที่ชาวอโศกเราทำสำเร็จเรียบร้อยและอยู่กันอย่างศีลสามัญตา ทิฏฐิสามัญตา ศีล 5 เสมอกับศีล 5 ศีล 8 เสมอกับศีล 8 ศีล 10 ศีล 10 จุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีลก็เสมอกับจุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล มีความเห็นไปในทางทิศทางเดียวกันไม่ขัดแย้งกัน เป็นสาราณียธรรม 6 เพราะมีจิตตามพุทธพจน์ 7 สาราณียะ ปิยกรณะ คุรุกรณะ สังคหะ อวิวาทะ สามัคคคียะ เอกีภาวะ เกิดจริงเป็นจริงได้คำสอนพระพุทธเจ้าไม่ได้เป็นหมันเอามาเรียนรู้กับพูดได้จริง ในยุคนี้ความเป็นจริงของคนประพฤติได้และอาศัยในชีวิตดำเนินชีวิตอยู่อย่างสบาย ทุกวันนี้ชาวอโศกอาตมาทำงานมา 40-50 ปีมีผลงาน สำเร็จ ถึงสบายๆทุกวันนี้ จนอาตมาว่าจะเกษียณ บรรยายไว้หมดแล้ว ส่วนการบริหารก็โยนให้ผู้ที่เป็นสมณะ สิกขมาตุ ฆราวาสที่จะเอาภาระรับผิดชอบด้วยสำนึกไม่ได้แต่งตั้ง แต่เป็นความสำนึกเข้าใจความจริง ว่าตัวเองควรจะทำหน้าที่ขนาดนี้ และหมู่ฝูงก็ไม่ขัดข้อง มีบางคนไม่ค่อยเหมาะสมก็โดนขัดเกลาเองเป็นไปตามธรรม บางคนยังไม่ค่อยจะลงตัวยังไม่เหมาะสมเท่าไหร่แต่ก็ แอค อยากจะทำ คนอื่นก็ค่อยขัดเกลา คนที่มีปฏิภาณปัญญารู้กัน มันจะเป็นไปด้วยสัจจะของมันเอง มันจะขัดเกลาไปในตัว ให้ได้สัดส่วนมีความสงบเรียบร้อย อวิวาทะ สามัคคียะ เอกีภาวะ มีผลอย่างนั้นจริงๆเลยพวกเราชาวอโศกถึงอยู่กันอย่างเรียบร้อย สงบ อาตมาพูดนำเสนอ เขาจะอ้วกอาเจียนเป็นโลหิตร้อนออกมา ในสิ่งที่อาตมาพูดแล้วพูดอีกนำเสนอแก่พวกเรา เขาฟังแล้วก็อยากจะฆ่าแล้วฆ่าอีก แต่ก็ฆ่าไม่ลงเพราะว่าอาตมาอ้างอิงหลักฐานตามพระไตรปิฎก หลักฐานที่อ้างอิงก็พอดีกับพวกเราปฏิบัติตรงตามหลักฐานนี้ได้ด้วย เขาเลยพูดไม่ออกได้แต่กรอกตา ทีนี้ ลองมาพูดด้วยภาษาสมัยใหม่ สังคมชาวอโศกนี้เป็นประชาธิปไตยหรือเปล่า ประชาธิปไตยเป็นภาษาสมัยใหม่ ในยุคพระพุทธเจ้ายังไม่มีคำว่าประชา + อธิปไตย แต่สมัยพระพุทธเจ้ามีแต่คำว่าโลกาธิปไตย-อัตตาธิปไตย-ธรรมาธิปไตย อาตมาก็ยืนยันว่า โลกาธิปไตย-อัตตาธิปไตย-ธรรมาธิปไตย เป็นอธิปไตย 3 โลกาธิปไตยคือ การศึกษาองค์รวมของโลก จนถึงโลกาภิวัฒน์ ก็เข้าใจเป็นลำดับๆ อัตตาก็เข้าใจ อัตตาธิปไตย เข้าใจโอฬาริกอัตตา มโนมยอัตตา เราก็ล้างออก เหลืออรูปอัตตาเราก็ล้างออก จนกลายเป็นผู้รู้จักอัตตา แล้วก็ไม่ติดอัตตา มีอัตตาโดยธรรมที่อาศัยเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น ไม่มีแม้อุปกิเลส มานะ อติมานะ มทะ ปมาทะ ที่เป็นอุปกิเลสปลายสุดก็ไม่มี แล้วก็อยู่กับโลกปรุงแต่งเป็นอภิสังขารให้ได้สัดส่วน ด้วยความมีแต่จิตของท่านไม่มีอัตตาเป็นโลกนิโรธ แต่อยู่กับโลกสมุทัย เพราะมันมีเหตุต่างๆเราก็ทำตามเหตุอยู่ไป ซึ่งผู้ที่มีความรู้องค์รวมมีความเข้าใจว่าเหมือนกับแม่ครัว ปรุงแต่ง จะปรุงน้ำพริกให้คนกลุ่มนี้ ก็ต้องเอาเผ็ดเท่านี้หวานเท่านี้เท่านี้เปรี้ยวเท่านี้ หากปรุงให้คนอีสานก็เผ็ดได้เค็มได้แต่อย่าหวาน ก็ต้องรู้ แต่หากปรุงแต่งให้คนภาคกลางกินน้ำพริกต้องมีรสหวาน อาตมาเมื่อก่อนไปกรุงเทพฯก็งงว่าน้ำพริกที่นี่ต้องใส่น้ำตาลด้วยหรือ งง เราก็รู้ว่า น้ำพริกคนอื่นก็ปรุงอย่างนี้แม่ครัวหัวป่าก์ หรือจะแกงก็ตาม ผัดก็ตาม ทำอาหารอะไร จะปรุงอะไรให้เขาอาศัยกินอาศัยใช้ นี่เป็นความรู้ของพระพุทธเจ้าท่านตรัสรู้ไว้ เข้าใจองค์รวมพวกนี้จริงๆ แล้วก็เอามาใช้โดยสามัญ โดยปกติธรรมดา อย่างอาตมาเข้าใจอย่างที่อาตมาสาธยายก็พามาทำอย่างนี้ อาตมาไม่ใช่คนที่เอาแต่พูดเอาแต่ไม่รู้ อาตมาไม่ได้เป็นครูชนิดนั้น แต่อางตมาเป็นครูที่พาทำ ให้คุณรู้คุณเข้าใจ แล้วคุณเชื่อถือ เชื่อฟัง เชื่อตาม ปฏิบัติประพฤติได้เลย จนเป็นผลสำเร็จ อาตมาเป็นครูชนิดนั้น ไม่ใช่ครูชนิดที่สอนเก่งได้รับคำยกย่องว่าเป็นผู้รู้ เป็นนักปราชญ์อะไรเฉยๆ อาตมาไม่ได้เป็นครูแบบนั้น อาตมาไม่เป็นปราชญ์หรอก เขาหาว่าเป็นพวกค้านแย้ง มันหมุนรอบเชิงซ้อน หากเอาแต่ตรรกะ แต่อาตมาไม่ใช่ ทำแล้วมีผลจริง แล้วทุกวันนี้มีความหมุนรอบเชิงซ้อนจนคัดกรองได้เป็นสังคมสาธารณะมีวรรณะ 9 อยู่อย่างมีสาราณียธรรม 6 อาตมาถึงบอกว่าอาตมาประสบผลสำเร็จในการทำงานของพระพุทธเจ้า มาถึงวันนี้แล้วว่าสามารถทำได้จริงมีตัวบุคคลเป็นจริงและก็มีคนช่วยเข้าใจแล้วก็ช่วยอาตมาไปทำงานได้ นิมนต์พ่อครูจิบน้ำ

_สมณะฟ้าไท...พ่อครูพาเรามาเป็นคนวรรณะ 9 คือคนจน

พ่อครูว่า...ตนเองเข้าใจโลก เข้าใจ อัตตา ตัวเองไม่ติดในโลกในอัตตาแล้วก็รู้ว่าคนเขาติดอะไร อยู่อย่างผสมผสานเป็นนักเศรษฐศาสตร์รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์คือพยายามช่วยกระจายทรัพยากรที่มันมีความจำกัด ก็ค่อยๆเฉลี่ยแบ่งให้ผู้ที่เหมาะสมควรที่จะได้ไปอาศัยใช้สอยเพราะพอดีไป แล้วเราก็ช่วยสร้าง ให้เกิดความเป็นอยู่ที่พออยู่พอกิน ไม่แย่งชิง เกื้อกูล รู้

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน