สื่อธรรมะพ่อครู(ปฏิจจสมุปบาท) ตอน สามเส้าของศาสนาอเทวนิยม.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(ปฏิจจสมุปบาท) ตอน สามเส้าของศาสนาอเทวนิยม พ่อครูอธิบายต่อ….จะอธิบายถึงสภาวะ สามเส้า สามเส้าที่ว่า คือ อิสระ ความไม่มีตัวตน และ นิรันดร อิสระ มีสระ อะ อา อิ อี อุ อู เอ โอ สระ อิ ก็คือสระสามเส้า อะ อา อิ สามเส้า เพราะฉะนั้นอิสระคือสุดแล้ว ในสิ่งที่มี สามเส้าคือวงวน ถ้าสองไม่เกิดวงวน เป็นแค่ปฏิ คือทวน Action Reaction ไปๆมาๆ สองทิศไม่ได้ควบคุมทิศด้านอื่นมิตินี้ หากจะเอามิติเดียวก็สามแยก สี่แยกจะวนก็ได้แต่ยากกว่าสามแยก ยิ่งห้าแยก หกแยกยิ่งยากใหญ่ เพราะมันจะเยอะเกินไปจัดสรรยาก สามเหลี่ยมนี่แหละจัดสรรได้ง่ายที่สุด สระก็มีสั้นกับยาว น้อยที่สุดก็ อะ อา ยาวขึ้นไปก็เป็น อิ อี ยาวไป อุอู สามคู่ อะอาอิอีอุอู ไทยมี อึอือ อีก ยังไม่มากกว่านั้นอีก ขยายถึงโลกจินตา มันไม่จบตามไม่ไหวหรอก โลกจินตา ก็เอาถึงขนาดหนึ่งรู้จบได้ ไม่อย่างนั้นไปเรื่อยๆ คนนี้ยาวไม่จบ ก็วนไม่จบ ลากไป แล้วก็จำไม่ได้ว่าตัวเองวนแล้ว มันสุดท้ายมันจะเป็นอย่างนั้น มันจะไปเอา Nuclear Fission มาพูดไม่ได้หรอก เพราะมันไม่มีที่จบ คุณจะตามที่จบของ Nuclear Fission ไม่ได้ มันเกินได้เกินดี คุณจะเก่งแค่ไหน คุณจะเก่งเท่า Nuclear Fission มันวิ่งไปแล้วคุณทำมันได้อย่างไร มันไม่ได้ มันหายไปจนไม่มีอะไรจะไปตามรู้ได้ คุณก็จะต้องทำตัวไม่รู้นี่แหละ ถึงจะเล็กที่สุดถึงจะตามมันได้แล้วไม่รู้แล้วมันจะรู้ได้อย่างไร อุตุมันไม่รู้ พีชะก็รู้เพิ่มขึ้นได้ แล้ว จิตนิยามก็รู้ได้ในกรรมในธรรมะ กรรมเป็นDynamic ธรรมะเป็น Static ก็เรียนรู้ 2 อย่างนี้ สามเส้า อะ อา อิ สระเสียงสั้นสองตัว อะ กับ อิ สระเสียงสั้นคือเอกพจน์ สระเสียงยาวคือพหูพจน์ มิติ มีสองกับสาม ให้เข้าใจได้ สระก็มีแค่นี้ อิ ก็สระ สระมี อะ อา อิ จบที่ อะ อา อิ คือ หนึ่ง
อ่านต่อ
จุด จุดเล็กที่สุดก็คือจุดที่วน นิคหิต เล็กที่สุดคือยอดสุดยอดแห่ง สุญญาณู นี่ยอดกว่าปรมาณูนะ ปรมาณูคือวันยิ่งใหญ่ ส่วนสุญญาณูคืออะไรก็คิดดู อาตมาเคยเขียนในหนังสือ เอาคึกฤทธิ์ ปราโมทย์มาวิจารณ์ก็เลยเกิดภาษาคำว่า สุญญาณู สรุปคำว่าอิสระ เข้าไปเป็นธรรมะ 2 เทวนิยมกับอเทวนิยม ธรรมะ 2 ขั้ว ในโลกนี้มีธรรมะสองขั้วเทวนิยมกับอเทวนิยม เทวนิยมก็คือ 2 อเทวะคือไม่ 2 แล้ว เป็นหนึ่งได้และเป็น 0 ได้ด้วย สรุปสั้นก็คือทำให้สองเป็นหนึ่งและทำให้ 0ได้ เป็นเอกธรรม เป็นหนึ่งแล้วไม่มีการทุกข์ไม่มีการเกิด 1 จะเป็นการทรงที่ยั่งยืน จะมียังไม่มีวันจบ นิรันดรก็ตามใจ
อิสระ มาเทียบ เทวนิยมกับอเทวนิยม พุทธมีอิสระเต็มที่ พระเจ้าไม่มีอิสระเต็มที่ เพราะคนไม่สามารถรู้จักพระเจ้าได้ สายเทวนิยมไม่มีใครสามารถสัมผัสพระเจ้าได้เลย ทุกคน ในศาสนาเทวนิยมต้องอยู่ใต้ บงการบัญชาของพระเจ้า เพราะฉะนั้นจึงไม่มีอิสระเสรีภาพ จึงยังเป็นทาสพระเจ้าอยู่ นี่คืออิสระจบ ศาสนาพุทธ พระเจ้า ไม่ต้องมาบงการเราเองหรอก เราเลิกพระเจ้าเลยไม่ต้องอยู่กับพระเจ้า หายไปเลย ไม่มีสวรรค์นรกไม่มีอะไรมาบงการ หมดธรรมะคู่ ถ้ามีพระเจ้าก็เป็นธรรมะคู่ที่ชื่อว่าเทวะ ยอดเทวะสูงสุดก็คือพระเจ้า แต่เขาไม่รู้จักพอ แต่ศาสนาพุทธรู้จักยอดนี้ มาศึกษารู้ ในสิ่งที่มีกับไม่มี จนสิ่งที่มีนี้มีเป็นหนึ่งและเป็นศูนย์ ก็จบ นี่คือ อิสระเสรีภาพ พระเจ้าศาสนาเทวนิยมจึงไม่มีการจบ หมดอิสระ และไม่มีการหมดอิสระนิรันดรด้วย ศาสนาเทวนิยมไม่มีอิสระ และไม่มีอิสระอย่างบริบูรณ์ นิรันดรด้วย นอกจาก นิรันดรแล้ว ด้วยกาละจบไม่ได้ สูญไม่ได้ จะต้องมีอยู่นิรันดร แม้ว่ามีแล้ว คุณยังไม่เคยพบเลย เหมือนกับไม่มี แล้วเขาก็เชื่อว่ามี อยู่อย่างนั้นแหละ เป็นนิรมาณกาย กายที่เขาเชื่อว่ามี แต่คุณก็ไม่เคย อาทิสมาณกาย แต่คุณก็บริโภคร่วมกันนั่นแหละว่ามันจริงมีความจริงร่วมกัน คนนั้นก็จริงคนนี้ก็จริงเรียกว่า สัมโภคกาย กายะคือสอง กลับไปกลับมาก็ยังมีสองอยู่อย่างนั้นเองยังมีกาย ศาสนาเทวนิยมยังมีสองยังมีกาย ศาสนาพุทธแยกเป็น 2 นิกายกับรูปนามมีธาตุรู้ ถ้าคุณเองเป็นอุตุนิยามไม่เกิดธาตุรู้ คุณมี พีชนิยามแล้ว เกิดธาตุรู้ในสิ่งที่เป็นคู่คุณก็มีคู่มีเพศ พีชนิยามมีเพศ ผสมพันธุ์เกิดแตกตัวไป พอมาเป็นจิตนิยามก็ยิ่งเข้าใจเลย จัดการพีชะได้ รู้จักการเกิดของอุตุนิยาม ว่ามันไม่ได้เกิด เพราะตัวมันเองมันเกิดเพราะอันอื่นมารวมตัวกัน มันไม่มีสิทธิ์ที่เป็นตัวมันเองเลย ส่วนที่มีสิทธิ์ในตัวเองมันมีตระกูลของมันมีพ่อพันธุ์มีสปีชีส์ของมัน เราก็อาศัยมันได้ มันมีสังขารกับสัญญา มีการกำหนดรู้มีการปรุงแต่ง พืช มันไม่มีเวทนา ไม่มีความรู้สึกสุขทุกข์จองเวรจองกรรมรักชังได้ มันมีแต่ตัวมันเองอันอื่นไม่เกี่ยว เพราะฉะนั้นอันนี้จึงเป็นยอดของศาสนาพุทธ ที่รู้ว่าพืชมันไม่ทำร้ายใคร มันมีแต่ทำตัวเองให้มันอยู่รอด อยู่ได้ก็อยู่ไปอยู่ไม่ได้ก็สลาย มันช่วยตัวมันเองยังไม่ได้ อันอื่นมันก็สลายจนหมดตระกูลพืชก็สูญพันธุ์ไปเยอะแล้ว เพราะฉะนั้นเราก็อาศัยอันนี้ ศาสนาพุทธจึงอาศัยระดับพืชที่ไม่ทุกข์ไม่สุข ในฐานของอริยสัจ นอกนั้นก็คือสิ่งที่ดีและไม่ดี ความทุกข์ความสุขหมดแล้วก็ยังเหลือสิ่งที่มีและไม่มี ดีและไม่ดี โดยเฉพาะคน คนก็ยึดดีถือดีต่างกัน อเมริกายึดถือนี้พอดี เมืองไทยก็เยอะ ถืออันนี้ว่าดี เขาก็ยึดถือของเขา เราก็ยึดถือของเรา ต่างกันได้ ก็ไม่ทะเลาะกัน ต่างคนก็ใช้ของต่างคนไป เราไปใช้ตามคุณ คุณก็เหยียบเอาเองเท่านั้น ไปเอาตามเขาเขาว่าไม่ใช่พวกก็ตื๊บเอาสิ หากคุณจะอยู่กับหมู่ของตัวเองก็ยึดถือกับหมู่ของตัวเอง อิสระก็จบตรงที่ว่าเป็นเทวนิยมกับอเทวนิยม อเทวนิยมอย่างพวกเรา หมดความเป็นทาส อิสระเสรีภาพสมบูรณ์ได้เลย เราเป็นอิสระแล้วก็ไม่ขึ้นกับคุณ เราไม่ขึ้นอยู่กับอำนาจคุณ และคุณก็ไม่มีสิทธิ์ทำอะไรเราได้เลย ที่จะทำอะไรเราไม่ได้เพราะว่าสูงสุดเลย เราไม่มีตัวตน ยิ่งกว่า Invisible Man คุณทำอะไรเราตัวเราไม่ได้ เพราะตัวเราๆไม่ยึดถือว่ามีตัวเรา คุณจะทำอย่างไรก็ทำไปสิ ถ้าคุณมาทำเราโดยรูป คุณมาฆ่าเรา คนอื่นเขาก็รู้เขาก็เห็นเอง ก็ไม่ดีใช่ไหมล่ะ ยิ่งถ้าเราไม่ผิดอะไรเลยคุณมาทำร้ายเรามาฆ่าเรา แล้วเราก็แน่ใจว่าเราไม่ได้ทำร้ายใคร เมื่อเราไม่ทำร้ายใคร ใครมาทำร้ายเรา จบ ใครชั่วใครดี จบแล้ว เรารู้แล้วว่าใครชั่วใครดี คุณที่ไม่ไปทำร้ายเขา กับเขามาทำร้ายเรา ก็จบ เทวนิยมนั้นไม่สูญมีอัตตามันต้องมี ไม่มีไม่ได้ ใครจะไม่มีก็ไม่ได้คุณจะต้องไปอยู่กับอัตตา ตายไปแล้วต้องอยู่กับพระเจ้าหมด พระเจ้าจะสั่งให้ลงนรกขึ้นสวรรค์ก็ได้ จะให้เป็นอะไรพระเจ้าก็สั่งทั้งนั้น พระเจ้าบัญชาหมด ตายก็ได้อยู่ก็ได้ ตายแล้วไม่สูญ เพราะว่า 0 ไม่เป็น 1 ยังทำไม่ไหวเลยอย่าพูดถึง 0 นี่คือรายละเอียด เพราะฉะนั้นเขา 0 ไม่ได้ คุณก็จึงต้องมีนิรันดร คุณเป็น 0 ไม่ได้จึงต้องมีนิรันดร นี่คืออิสระอัตตานิรันดร ศาสนาพุทธนั้นทั้งเป็นอิสระทั้งทำลายอัตตาทำลายนิรันดรได้ด้วย สูญ เลิกทุกอย่างได้ แล้วทำเองได้ด้วย เป็นอิสระ ไม่มีใครมาเป็นใจต่อเรา พระเจ้าก็ห้ามเราไม่ให้สูญไม่ได้ เราทำให้ 0 ได้ เราไม่ได้นิรันดรตามคุณได้ ขออภัยที่พูดนี้ไม่ได้ดูถูกเทวนิยม พุทธทำได้แบบ Nuclear Fission นั้นแบบที่ตรงไปเลยไม่มีการโค้ง แต่เอกภพนั้นมีการโค้ง จะน้อยนิดเท่าไหร่ก็ตาม เขาบอกว่าแสงเดินทางตรง ไอนสไตน์ก็บอกว่าไม่ใช่ อาตมาก็รู้ของอาตมาเหมือนกันว่า แสงไม่มีเดินทางตรง โค้ง แสงเดินทางตรงไม่ได้ ถ้าแสงเดินทางตรงคุณก็ไม่เห็นแสง เพราะมันจะไม่มากระทบกับอะไรเลย แสงมันเดินทางตรงของมัน แล้วคุณก็อยู่ที่นี่ จะเห็นแสงได้อย่างไรแสงมันไม่มีตัวตน แสงมันคือแสง ในขณะที่มันยังมีค่าของแสง ที่หยาบ คุณก็สัมผัสอยู่ตามประสาทของคุณรับได้ เมื่อประสาทของคุณหมดฤทธิ์จะสัมผัสแสงคุณไม่รู้แล้ว ตาคุณไม่ยาวเท่ากับสัตว์บางชนิด ตาของสัตว์บางชนิดเห็นได้ยาวกว่า แสงแม้น้อย มีความเข้มข้นของแสงน้อยสัตว์มันก็ยังเห็นแต่คนไม่เห็น คนเห็นสู้มันไม่ได้ ศาสนาอเทวนิยมจบที่สูงสุดทำให้อัตตา 0ได้ทำให้นิรันดร 0 ได้ เป็นตัวเองมีอิสระเสรีภาพ เพราะฉะนั้นสรุปแล้วปรมาตมันหรือพระเจ้า อธิบายตัวเองไม่ได้ แสดงตัวเองไม่ได้ พระเจ้าแสดงตัวเองกับอันอื่นไม่ได้เลย บอกว่าแสดงกับใคร แสดงกับประกาศก แสดงกับพระบุตร แล้วพระบุตร จริงๆแล้วได้สัมผัสกับพระเจ้ามั้ย..ก็ไม่ใช่ ได้แต่รับคำสอนมา พระบุตรคือประกาศ คือผู้เอาคำสั่งสอนพระเจ้ามาประกาศ Prophet ของเขาก็มีเท่านี้ รออธิบายได้รู้ได้ พระเจ้าของคุณไม่มีตัวตนหรอก ถ้าไม่มีจิตนิยาม สิ่งเหล่านี้อธิบายไม่ได้เลย คนจะอธิบายสิ่งที่มีให้รู้ได้ ศาสนาพุทธอธิบายได้สูงสุด ศาสนาพุทธอธิบายได้สูงสุดอธิบายแม้แต่พระเจ้าได้ แต่คุณอธิบายพระเจ้าของคุณไม่ได้ว่าเป็นอย่างไร พระเจ้าของศาสนาพุทธนั้นคือมีหัวมีแขนมีปัญจสาขา 2 ขา 2 แขน 1 หัว รวมตัวละเอียดเป็นปัญจสาขา เล่ม 15 [803] "รูปนี้เป็นกลละก่อนจากกลละเป็นอัพพุทะจากอัพพุทะเกิดเป็นเปสิ จากเปสิเกิดเป็นฆนะจากฆนะเกิดเป็น 5 ปุ่ม(ปัญจสาขา) กลละ ก หากไม่รู้ว่าคืออะไรคุณก็จบ คุณต้องรู้ว่า กะ คืออะไร ลล คือเศษวรรค เศษวรรคตัวที่ 3 ย ล ร ว ก คือ Static กลล สามเส้าเกิดจุดที่เล็กที่สุด จุดที่เล็กที่สุดสามเส้าคือ จุดแห่งอาโปธาตุ คือ ปรมาณูแห่งปรมาณู จุดเล็กที่สุดแห่งปรมาณูคืออาโป อาโป คือพยัญชนะของ อะ กับปะ มาใช้ อาคือ พหูพจน์ โอคือ ตัวที่ 8 ของสระ อะ อา อิ อี อุ อู เอ โอ คือมันเริ่มมี อะ ก็เริ่มมี อา ก็มีมากขึ้น หากเป็น สาม สี่ ห้า เป็นหก เป็น เจ็ด เพิ่มไป เป็นสามเส้า ก็นับเป็น 0 หรือ 10 จะต่อไปอีกนิรันดรก็ได้ สรุปสั้นๆก็เอามาพูดได้แต่ที่ยาวไปไม่ต้องพูดกัน เราเก่งฉิบหายแต่พูดกับคนอื่นไม่รู้เรื่องเลยจะได้อย่างไร ต่อให้ถูกด้วย แล้วก็พูดกับใครไม่รู้เรื่องเลย
กลละ ก่อนจะ กลละ เอา กมม ก่อน กมม เป็นตัววรรค ไม่ใช่เศษวรรคอย่าง กลละ กมมคือ กรรม คือตัวต้น ของพยัญชนะ กับตัวท้ายของพยัญชนะ แล้วเอาพยัญชนะตัวท้ายมา มีดร.รินธรรม ปริญญาเอกทางด้านบาลี แล้วก็เรียน ป.โท อีกหลายใบ รวมแล้วมีปริญญาถึง 6 ใบ 610817_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ อิสระ อัตตา นิรันดร คือธรรมะสองของศาสนา