สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยบุคคล) ตอน เอกพีชีกับสกิทาคามี.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์7.73 KB
วันที่แก้ไข28 สิงหาคม 2561

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยบุคคล) ตอน เอกพีชีกับสกิทาคามี _เกร็ดดิน...ดิฉันสงสัย สัตตักขัตตุปรมโสดาบัน มีเหลือสังโยชน์ 7 ข้อ โกลังโกละ เหลือ 2-6 ข้อ เอกพีชี คืออีกชาติเดียว 1 พ่อครูว่า...มันจะมีประเด็นที่คนสงสัยว่า เอกพีชี้นี้ เชื้อพีชะ เอกคือหนึ่ง มันจะซ้ำกับคำว่า อนาคามี อนาคามี หมายความว่าเกิดมาอีกชาติเดียว มันมีพยัญชนะสภาวธรรมที่ต่างกัน อนาคามี เกิดมาในชาตินี้ ทั้งชาติ แต่เอกพีชีนั้น อาจจะเป็นใครก็ได้ ชาตินี้ปฏิบัติธรรมไป เช่น คุณเป็นโกลังโกละแล้ว ปฏิบัติตนในชาตินี้จนบรรลุ แทนที่จะใช้เวลา 3 ชาติ สองชาติ คุณกระทำเพียงหนึ่งชาติ นั่นคือเอกพีชี วันนี้ได้ในชาตินี้ คุณอาจเป็นโกลังโกละ แทนที่จะหลายชาติก็ทำ เพลงหนึ่งชาติก็บรรลุเป็นอรหันต์ คุณเป็นเอกพีชี สกิทาคามี คุณมีภูมิฐาน แม้จะอีกหลายชาติจะบรรลุ พอดีมาเจอกับโพธิรักษ์ เจอสัตบุรุษด้วย คุณก็เลยเกิดบรรลุธรรม อาจจะอีกสามชาติบรรลุ แต่ว่า มาเจอกับสมณะโพธิรักษ์กับกลุ่มก็บรรลุในหนึ่งชาติได้

เกร็ดดิน ..แต่พระโสดาบันมีญาณ 7 แต่ในสกิทาคามี ไม่มีคำว่าญาณ 7 พ่อครูว่า...ปุถุชน เป็นเครื่องชี้อันหนึ่งว่า จะเป็นพระโสดาบันได้จะต้องมี โลกุตรธรรมหรือปัญญา 7 ปัญญาโลกุตระหรือญาณ ในคนนั้น ถ้าหากเต็มรูปเลย คุณต้องมีหลักอันนี้

เกร็ดดินว่า..พระโสดาบันเป็นฐานรวมแห่งความรู้ที่จะต่อขึ้นไปจนถึงอรหันต์ พ่อครูว่า...เป็นอัญญาธาตุ เป็นโลกุตระไม่ใช่ธาตุรู้ของโลกียะ ความรู้โลกียะคือเฉกา หรือเฉโก แปลว่าความรู้ความเฉลียวฉลาด แต่คนเขาไม่พูดกันไม่เรียกกันเพราะว่าเป็นเรื่องต่ำ ก็เลยเอาคำว่าปัญญาที่เป็นความรู้โลกุตระมาใช้แทนคำว่า เฉกา ทั้งที่ตัวเองไม่มีความรู้ปัญญา อาจรู้ไปหมด คำว่าปัญญาจึงเสียไป ค่าของปัญญาเลยเละเทะ ที่จริงแล้วปัญญาของคุณไม่ได้มีง่า

อ่านต่อ

ยๆหรอก ปัญญาต้องมีญาณ 7 เกร็ดดิน...พระโสดาบันยังแบ่งออกเป็น 4 อย่าง โสตาปันนะ… พ่อครูว่า...จะบอกว่าเป็นคุณสมบัติก็ได้ เข้ากระแสแล้ว โสตาปันนะ อวินิปาตธรรม นิยตะ สัมโพธิปรายนะ 610827_รายการสำมะปี๋ซี่วิต ครั้งที่ 9 บ้านราชฯ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน