สื่อธรรมะพ่อครู(ปฏิจจสมุปบาท) ตอน ศาสนาเทวนิยมไม่อิสระเพราะมีตัวตน.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์11 KB
วันที่แก้ไข27 สิงหาคม 2561

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(ปฏิจจสมุปบาท) ตอน ศาสนาเทวนิยมไม่อิสระเพราะมีตัวตน พ่อครูว่า...ต้องขออภัยทางเทวนิยม ที่พูดถึง อิสระ นี้เป็นจุดสำคัญ เป็นพยัญชนะ สระที่สื่อถึงสภาวะ คำว่าอัตตาคือตัวตน เทวนิยม ไม่หมดอัตตาไปได้เพราะว่าอัตตาเขาใหญ่ ถึงขนาดปรมาตมัน เขาไม่สูญ สูญไม่ได้ ใหญ่ยิ่งด้วย เป็นผู้กำหนดทุกอย่างเป็นผู้เป็นผู้มีแต่ผู้เดียว จะให้เป็นอะไรไม่เป็นอะไร แต่จริงๆแล้วเขาไม่กล้าให้เป็น 0 เพราะตัวเขาเองยัง 0 ไม่ได้ พระเจ้ายังศูนย์ไม่ได้ พระเจ้าคือตัวตนที่เป็นอัตตา แล้วเป็นอัตตาที่ไปกับกาละ อัตตานี้เป็นกรรม นิรันดรคือกาละ ระยะเวลา แล้วมีสิ่งหนึ่งไปในเวลานั้นก็คือ อัตตา อัตตาก็เป็น Static กรรมคือ Dynamic เป็นพลังงานสอง พลังงานบวกก็คือ อัตตา พลังงานลบคือกรรม ศาสนาพุทธรวมชัดเจนหมดทุกอย่าง ทั้ง อุตุ พีชะ กรรม กรรมกับธรรมะ กรรมเป็น Dynamic ส่วนธรรมะคือ Static คือแกนคือตัวทรงไว้ ส่วน กรรมคือแรงเคลื่อน เป็นแรงเคลื่อน กระแสสลับกับกระแสตรงก็ได้ กระแสสลับคือ Nuclear Fission กระแสตรงคือ Nuclear Fusion จะเอาแค่กระแสคลื่นก็ยังไม่รวมตัวเป็นวงวนไม่เกิดมวล ยังไม่เกิดสิ่งที่เป็นตัวตนขึ้นมา อย่างอธิบายแค่กระแส กับแรงเคลื่อน หรือ Proton กับ Quantum ภาษาวิทยาศาสตร์เขา เขาก็เถียงกันว่าตัวตนกับควันตัมอันไหนคือคลื่น อันไหนคือ สสาร ถ้าเราเข้าใจสามเส้าชัดเจน อิสระ อัตตา นิรันดร นิรันดร คือกาละ อัตตา คือ ตัว กรรม ศาสนาพุทธมีกรรม กับ กาละ แล้ว ก็เกิดปฏิกิริยาร่วมกันขึ้นมาในปัจจุบันเรียกว่า Continuum เกิดปฏิกิริยาร่วมกันเป็น 3 เส้า สามเส้านี้ กรรมกับกาละ Continuum คือตัวที่จัดการเป็นประธาน ประธานก็คือตัวหลักเป็นอิสระเสรีภาพ นัยยะหนึ่งอิสระก็คืออัตตา อัตตาก็คืออิสระ อัตตาจะเป็นอาตมันหรือปรมาต

อ่านต่อ

มัน ใหญ่ขนาดไหนก็ตาม ก็เป็นอิสระ อิสระนี้สามารถ มีสิ่งที่เอามาพูดมาสัมผัสได้ เอามารู้กับคนอื่นได้ คนอื่นร่วมรู้ได้ด้วย เป็นประโยชน์ได้ด้วย พระพุทธเจ้าท่านสรุปลงที่ว่า หนึ่ง ดีและชั่ว เป็นสมมุติสัจจะ, คุณและโทษ เป็นปรมัตถสัจจะ ละเอียดขึ้นหน่อย สรุปอยู่ 4 คำว่า ดีและชั่ว คุณและโทษ คนที่รู้แล้ว ถ้าเอา 2 ตัวมารวมกันก็เป็นคู่ ดีหรือชั่ว คุณและโทษ เพราะฉะนั้นเรารู้แล้วสิ่งที่มีก็พอพูดได้ ดีและชั่วก็สลับกัน ตามที่จะกำหนด ขึ้นกับเหตุปัจจัยขึ้นกับ กาละ ขึ้นกับสังคม อย่างนี้เป็นต้น สังคมกลุ่มนี้ยึดถืออันนี้ว่าดี สังคมอันนี้บอกว่าอันนี้ชั่ว สังคมอโศกบอกว่าดี สังคมอื่นบอกว่าอันนี้ไม่ดี เราก็เข้าใจคุณก็ยึดถือของคุณ พระพุทธเจ้าจึงจบที่ว่าความเห็นของเธอกับความเห็นของเรา มันคนละอย่างก็จบ เราก็รู้แล้วว่ามีสอง ต่างคนต่างแยกกันอยู่เป็นนานาสังวาส ไม่มีปัญหาอะไรควรจะทำของคุณก็ทำไป ร่วมกันก็รวมกันได้ คุณจะมากับเราจะเอาอย่างนั้นอย่างนี้ เราก็ไม่ขัดแย้งกับเรา ถ้าจะเอากับคุณเราก็อนุโลมกับคุณ ถ้าไม่เอากับคุณ เราก็ไม่เอาด้วยเลย ต่างคนต่างทำเท่านั้นเอง การอนุโลมให้คุณท่านจะอนุโลมได้ ก็เคยยอมแพ้ แต่จะเอาชนะ ไม่ยอม เพราะว่าการจะเอาชนะคนอื่นอยู่คืออัตตา จบแล้ว อัตตาคือสภาพนิรันดร อิสระก็อีกสภาพหนึ่ง เทวนิยมหมดไม่ได้ทั้งสามอย่าง เทวนิยม อิสระ หมดไม่ได้ กลายเป็นพระเจ้าเป็นสิ่งที่ไม่รู้มาเป็นนายของเรา แล้วนายอยู่นิรันดรด้วย นายเป็นปรมาตมัน ยอดอัตตา ไม่มีสูญนิรันดรด้วย แต่พุทธสลายหมด ด้วยตัวเองด้วย หมดทั้งกรรมกับกาละ กาลคือนิรันดร กรรมคืออัตตา จบแล้ว พิสูจน์ได้ อย่างทุกวันนี้อาตมาก็ไม่มี อัตตา แล้วอาตมาก็ไม่นิรันดรกับคุณ แล้วอาตมาเป็นอิสระอย่ามายุ่งกับอาตมา สมณะฟ้าไทว่า...สรุปแล้วจะมีอัตตาก็เหมือนไม่มีอัตตา

พ่อครูว่า... สรุปแล้วคุณจะทำก็ทำของคุณไป เราก็ไม่ทำกับคุณเท่านั้นเอง แต่เราเองเราทนได้ ถ้าคุณจะมายุ่งกับเรา เราทนได้ อนุโลมให้คุณได้ เราทนได้ ทนไม่ได้สูงสุดก็คือตาย หรือไม่ก็เจ็บ ปวด ทนความเจ็บปวดไม่ไหว ทนพิษบาดแผลไม่ได้ก็ตาย ไม่เห็นมีอะไรเลย ก็มีแต่ตายหรืออยู่ แล้วเราก็ไม่สงสัยว่า ตายเราก็ตายได้ ทนพิษบาดแผลทนพิษความเจ็บปวดไม่ได้ก็ตาย ทนความไม่สมดุล เราก็ต้องตายต้องหยุด แต่จิตของเราเป็นประธานตายก็ตาย แต่ถ้าเรายังไม่ยอมตายเราจะอยู่ต่อไป เพราะเราเป็นนายอัตตา เราอาศัยอัตตาอยู่ ยังไม่สลายอัตตาเป็นปริโยสาน เรายังไม่ปรินิพพานเป็นปริโยสานเราก็ต้องมีต่อไปเป็นเรื่องของเรา อย่ามายุ่งกับเรา สมณะฟ้าไทว่า...ผู้มีอิสระเสรีภาพสูงสุดไม่มีใครมาจัดการได้ พ่อครูว่า...ศาสนาสูงสุดเขาบอกว่ามีอัตตาเราก็ยอมรับ เรายังไม่ทำลายอัตตานี้เราก็ยอมรับ อัตตาเราเราเอาตามสมมุติ เราเองมีอัตตา แต่เราเองมีอัตตาอย่างไม่เคยมีความเป็นโทษไม่เคยมีความเป็นชั่ว เราอยู่ในโลกเขาว่าชั่วเราก็ไม่เอา เขาว่าอย่างนี้ดีถ้าเราจะอยู่เราก็ทำไปด้วย ถ้าเราไม่ทำก็อยู่เฉยๆ ถ้าเขาจะบังคับเราให้ทำ ก็ได้ ถ้าจำนน เราก็ทำ จำนนก็ทำ ทำได้สูงสุดเราก็จำนน ถ้ามันไม่ถึงก็ตาย อย่างเก่ง เราจะถูกบังคับให้ทำเช่นให้กินยาพิษตายเราจำนนสู้ไม่ได้ ให้กินเราก็ต้องกิน แล้วเราก็ต้องตาย ก็ไม่เป็นไร ตายแล้วเราก็ยังไม่หยุดจะมาเกิดอีกทำไม แล้วมันซ้อนอีกว่า เราเข้าใจกรรมวิบากไม่ได้ทำ ภัยทำชั่วทำอกุศลเลย แม้เขาจะทำให้เราตายก็เป็นอกุศลของเขา เพราะฉะนั้นเราตายไปแล้วมาเกิดอีก เราก็ไม่ดีมีอกุศลอะไรเกิดเหตุมีแต่กุศล คู่สุดท้ายที่ยังมีคือกุศลกับอกุศล คู่สุดท้ายอีกคู่คือบุญกับบาป บุญจบหน้าที่ก็เป็น 0 เท่านั้นเองในสิ่งที่มี ปุญญะคือ 0 ปุญ คือกิริยา ปะคือกิริยา ปัญญาก็เป็นกิริยา เปลี่ยนพลังงาน ก คือ ตัวสภาวะ กะ คือรูป ปะ คือนาม สิ่งเหล่านี้เราจะต้องเข้าใจแล้วค่อยๆรู้ พยัญชนะต่างๆเหล่านี้ ใช้แทนสภาวะอย่างนี้ค่อยๆละเอียดขึ้นมากขึ้นๆ เราก็ใช้สิ่งที่เรารู้นี้มาใช้อยู่กับมนุษย์โลก ให้มันเป็นประโยชน์ให้มันเป็นคุณ อย่าให้เป็นโทษ ให้เป็นประโยชน์อย่าให้เสียประโยชน์ ก็เท่านั้นเอง ประโยชน์คืออะไร ประโยชน์คือสิ่งที่ยังอยู่ ยังควรทำอะไรขึ้นไป ป โย ชนะ คือ ปะ ยะ ชนะ ชนะ คือยอดความรู้กับไม่รู้ ช.ช้าง นี้รู้ จ ฉ ช คือตัวรู้กลาง นะ คือไม่มี มีความรู้สุดท้ายก็ไม่มี ชนะ ปยะ ปโย ป คือตัวกิริยา ย คือเศษวรรค ป คือตัวต้น ย คือเศษวรรค กเป็น Static ป คือ Dynamic ย คือเริ่มต้นของพลังงานที่เป็นเศษวรรค เริ่มต้น อะ ยะ อะ ยะ คืออะไร? หยาบแล้ว ถ้าเป็นเรา อยัง อยะ คือหยาบแล้ว อยะ ที่เป็นรูปธรรมยังไม่เป็นจุดเลย อะยะคือพลังงานแม่เหล็ก อะยะ คือแรงดูด คู่มีอะกับยะ คือพลังงานแม่เหล็ก พอเริ่มต้นมีแรงดูด อะยะ ก็เริ่มต้นขยายเละเลย อะยะรั่วก็พัวก็พัน เกิดขึ้นเลย

นิรันดร ในระหว่างของกาลเวลาไม่มี กาละต้องมีระยะทาง นิระ แปลว่าไม่มี ไม่มีคือพยัญชนะบอก 0 ถ้าหนึ่งจุดสองจุดไม่มีคือ 0 ตัว 0 คือวงกลม วงกลมก็คือจุดเริ่มต้นกับจุดปลาย มาชนกัน สุดท้ายซ้อนกันคือจุด จุดเดินมาปั๊บ มันก็มาทับกัน วงกลมต้องได้องศา ถ้าไม่กลมก็เป็นอุกาบาต ที่นี้พูดกันไม่รู้เรื่องเลย เละเลย มันต้องเป็นระเบียบ ผู้ที่ไม่เป็นระเบียบนี้ต่อไม่ได้เป็นอุกกาบาตจะไปอยู่วงโคจรไหน จะไปเส้นวงโคจรไหนจะไปอยู่ในดาวดวงไหน คุณก็เป็นอุกกาบาตชนิดหนึ่ง ในดาวดวงนั้น แต่ถ้าคุณไม่ยอมอยู่ในดาวดวงไหน คุณก็แกว่งไปแกว่งมา กระทบไปกระทบมา ก็ต้องถูกดีดออกทั้งนั้น ถูกดาวเตะออกไปตรงนั้นตรงนี้ อยากเป็นอุกกาบาตก็เชิญ อิสระไหม อิสระที่ถูกเตะ ไม่เช่นนั้นคุณก็อยู่ไม่ได้ เพราะอยู่ในมหาเอกภพนี้ก็ต้องอยู่แบบนี้ คุณไม่อยู่กับดาวดวงใดก็ถูกเตะไปเตะมา คุณต้องมายอมอยู่กับดาวดวงใดดวงหนึ่ง หากอยู่กับเขาไม่ได้ก็ถูกเตะออกมา ไปรวมกับเขาไม่ได้ ดาวดวงนี้ก็เตะออกมา ดาวดวงนี้ก็เตะออกมา มันยิ่งกว่าลูกฟุตบอล เตะไปเตะมาก็เอา ลูกฟุตบอลต้องเอาลูกที่กลม ถึงได้เตะแล้วมันจะได้กลิ้งไปในทิศทางที่ควบคุมได้ ถ้าเป็นลูกที่บิดเบี้ยว เป็นตะปุ่มตะป่ำ ไม่ได้เหลี่ยมมุมด้วย รับรองว่านักฟุตบอลเล่นไม่ได้ คุมทิศทางไม่ได้ จริง ลูกฟุตบอลอย่างดีเลยไม่มีมนเลย มีแต่เหลี่ยมเต็มไปหมดเขาไม่ซื้อมาใช้หรอกลูกฟุตบอลนั้น ก็ได้รู้อะไรเพิ่มขึ้น นิระ กับ อันตระ เส้นวงกลมคือ จุดเริ่มต้นกับจุดปลาย วงกลมที่เล็กที่สุดคือจุดที่ซ้อนระหว่างต้นกับปลาย เป็น 2 แต่ถ้าคุณไม่เป็นสองเป็นหนึ่งเลยคุณก็ศูนย์ ไม่มีต้นไม่มีปลายก็เป็นศูนย์ หาที่ต้นที่ปลายไม่เจอ คุณก็สูญ นิระ ไม่มีระหว่างอะไรเลยก็ 0 แต่นิรันดรคุณไม่รู้จักจบไม่สูญเลยตรงกันข้ามกัน นี่คือ สมมุติกับปรมัตถ์ ปรมัตถ์จะรู้ศูนย์ ก็จบ แต่คุณรู้แต่สมมุติไม่รู้จักปรมัตถ์ก็ไม่มีวันจบ นิรันดร คืออัตตา อัตตาคือตัวตั้ง ต้องเอาเศษวรรคตัวต้นเลย คือ ตต คือ ตด คือลม คือจบ

สมณะฟ้าไทว่า...แสดงว่าใครมีอัตตาแปลว่ามีลมตดเยอะ 610817_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ อิสระ อัตตา นิรันดร คือธรรมะสองของศาสนา

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน