แก้ปัญหาเศรษฐกิจด้วยการมีชีวิตแบบคนจน.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.89 KB
วันที่แก้ไข26 กรกฎาคม 2564

เนื้อหาในไฟล์

แก้ปัญหาเศรษฐกิจด้วยการมีชีวิตแบบคนจน สู่แดนธรรม... วันนี้ พูดถึง ทฤษฎีให้คนมาจน เป็นทฤษฎีที่สุดยอด พ่อครูว่า... เป็นการแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้อย่างถาวร แก้ปัญหาให้ถึงจิต หากจิตเป็นคนชัดเจนในความมักน้อยสันโดษ อย่างที่อาตมาพาทำ พวกคุณชัดเจนก็มามักน้อยสันโดษ มีแค่นี้ก็พอมันพอจริงๆ ไม่ต้องมีมากกว่านี้ก็สบาย มั่นใจว่าเราอยู่ไปตลอดตายได้ เป็นสถานที่ที่พึ่งพากันเกิดแก่เจ็บตายกันได้ด้วย มันรวมทั้งองค์รวมของเศรษฐกิจองค์รวม รวมทั้งตัวแต่ละบุคคล มันสำเร็จหมดแล้วลงตัวหมดแล้ว สิกขมาตุกล้าข้ามฝัน... โควิดต้อนคนทั้งโลกให้มาจนแล้ว แต่ใจมันไม่ยอม พ่อครูว่า... มันไม่รู้ว่าเราก็อยู่ได้นะ แม้ว่าจะไม่ได้อะไรมากกว่านี้ ดูเหมือนการงานที่เคยได้เงินทองก็ลดลง จนกระทั่งต้องประหยัด มันก็ยังไม่ตายยังอยู่รอดอยู่นะ ก็น่าจะรู้ว่าที่ไปกระเสือกกระสน ที่จะต้องการให้รวยอีกอะไรกันนักหนา ถ้าคนรู้จักหยุดจักพอ ไม่ต้อองรวย กว่านี้ ทำตัวเองที่กินที่ใช้อยู่ทุกวันนี้รอดไหมจะตายไหม ไ่ม่ตาย เอาแค่นี้ได้ไหม หากมันมากนักก็ลดลง อาตมาเคยอธิบายรูปธรรม เช่น เรากินทุกอย่างที่ขวางหน้าไม่เคยระมัดระวังสังวรเลย เราก็มาเลิกกินจุบจิบ เลิกกินทุกอย่างที่ขวางหน้า กินแต่เพียง 3 มื้อก็พอ นี่ก็เริ่มรู้แล้วมีปัญญาแล้ว ก็มากิน 3 มื้อ เช้ากลางวันเย็น เป็นหลัก อย่างเป็นกิจจะลักษณะ สุขภาพร่างกายก็ดี ความฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือยก็ดี นิสัยก็จะดีไปหมด เศรษฐกิจก็ดีแน่นอน พอกิน 3 มื้อก็อยู่ได้ ก็ลดลงมาเหลือ 2 มื้อ เราจะทุ่น เวลา แรงงาน ทุนรอน อาตมาเคยอธิบายอย่างละเลียดว่า แม่ครัวที่บ้านเช้าก็ไปตลาดทำกับข้าวเลี้ยงคนทั้งบ้าน เสร็จแล้วล้างจานชามยังไม่เสร็จก็ต้องไปตลาดทำอาหารกลางวัน ทำยังไม่เสร็จดีเท่าไหร่ก็ต้องไปตลาดทำอาหารเย็นอีก เสร็จ เมื่อย รุ่งเช

อ่านต่อ

้าก็ไปตลาดอีก กลางวันอีกเย็นอีก หมุนเวียนอยู่อย่างนั้น ฟังก็เมื่อยเลยนะ มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ แล้วคนมีสตางค์จ้างแม่ครัวจัดการ เขาอาจจะมีคณะ สำหรับคนรวย คนไม่รวยก็ทำคนเดียว ไปตลาดทำกับข้าวล้างจาน เสร็จแล้วไปตลาดทำกับข้าวตั้งโต๊ะกินเสร็จก็ล้างจาน แล้วก็ไปตลาดอีก เช้ากลางวันเย็น สู่แดนธรรม... คำแนะนำของพ่อท่านเป็นทฤษฎีสุดยอดแต่คนไม่กล้าทำตามนะครับ พ่อครูว่า... ไม่กล้าเพราะไม่มีปัญญาพอ มีกิเลสเพราะโง่จะต้องกินต้องเสพอยู่อย่างนั้น ให้มาดูตัวอย่างคนที่ไม่เป็นภาระมากอย่างนั้น อยู่ได้ กินอาหารมื้อเดียวก็อยู่ได้ เขาก็ว่าอยู่ได้อย่างไร แล้วคุณจะมาถามทำไม คุณก็เป็นคนฉันก็เป็นคนทำไมฉันกินมื้อเดียวได้ ฉันเป็นคนทำได้คุณไม่เป็นคนก็เลยทำให้ได้หรือไม่ ก็เรียกว่าโง่ ภาษาบาลีคือเดรัจฉานคือคนโง่ สู่แดนธรรม... เขาก็จะมองว่าอย่างท่านสุดโต่ง พ่อครูว่า... สุดโต่ง กับสุดสูงต่างกัน คนที่อยู่ต่ำก็จะมองว่าเราสุดโต่ง พูดจริงๆในยุคนี้อาตมาก็เป็นคนที่สุดสูง พวกคุณก็สุดสูงกว่าคนที่ยังหลงโลกอยู่ ยังวุ่นวายเป็นภาระหนักมากอยู่ คุณมาได้อย่างนี้ก็เป็นคนเจริญ ก็ไม่ได้เสื่อมอะไร ร่างกายชีวิตพวกเรานี้ สันทัดคน มีรูปร่างอันไม่เหมือนพุงโร ผอมแห้งก็ไม่มี พวกเราผอมจนดูไม่ได้ก็ไม่มี อ้วนจนดูไม่ได้ก็ไม่มี ค่อนข้างจะผอม โหงวเฮ้งของสัจธรรมชาวอโศก ไม่ใช่โหงวเฮ้งของชาวจีน ชาวจีนจะต้องอ้วนหน่อย แต่ของชาวอโศกต้องค่อนข้างผอม โหงวเฮ้งของทางสัจธรรมนี้จะต้องผอม ช้างพี ฤาษีผอม พวกเดรัจฉานก็ยังพียังอ้วนอยู่ พวกมุณีก็ผอม เป็นอาริยะ เรื่องจริง ดูที่ค่าเฉลี่ยชาวอโศก ซึ่งอาจจะมีเศษวิบากตามวาสนาบารมีของบางคนก็พยายามจะลดลง แต่มันลดไม่ได้ก็เท่านั้นเอง อย่างนทีฟ้า ลดไม่ลง ไปถามเขา ทำไมน้ำหนักเยอะ นทีฟ้าก็บอกว่า อิ่มแล้วก็ยัดเข้าไปๆก็อ้วนเอง

สู่แดนธรรม... ทฤษฎีของพ่อท่าน คือให้คนมีใจกล้าจน แต่โควิดผมว่า จะค่อยๆทำให้มนุษยชาติเริ่มที่จะสำนึก มีทางออกว่าควรที่จะใจกล้าที่จะเสียสละขึ้นมาบ้างแล้ว ผมว่า อาจเป็นแนวทางบ่มเพาะทฤษฎีพระพุทธเจ้า พ่อครูว่า... ใช่ คนที่ไม่เคยติดดินก็ต้องมาติดดิน คนที่ไม่เคยขวนขวายก็มาขวนขวาย คนที่เหินฟ้าลอยฟ่องก็หยุด ไปไม่รอด ก็ต้องลดลงมา เป็นแต่เพียงว่าคนโง่หนักๆอยู่เท่านั้นในยุคนี้ คือพวกนายทุนหรือพวกที่มีโครงสร้างของกิจการของตนเอง อย่างพวกเศรษฐีโรงเหล้าอย่างนี้เป็นต้น พวกนี้ไม่รู้สึกรู้สา โง่อยู่ตลอดกาลนาน Covid จะมาหรือไม่มา เขาก็ไม่รู้เรื่อง เขายังมีน้ำก๊อกไหลให้พวกเขารวยอยู่ พวกมีโครงสร้างฐานอาชีพที่เขาสร้างไว้แล้วก็ทำได้ มันอาจจะลดลงบ้าง แต่เขาก็มีมากเกินไป เขาก็ไม่เคยคิดว่าจะต้องพยายามมาเป็นคนจนให้ได้ เขาไม่กล้าคิด เขาไม่อยู่ในฐานะของคนที่จะมีสำนึกอย่างนี้ได้เลย ไม่มีสิทธิ์ จนกว่าจะมีบารมี รวยแล้วก็ทิ้งมาเลย แต่ในยุคนี้ก็คงจะหายาก จะมีตัวอย่างก็โพธิรักษ์นี่แหละ ถ้าอาตมาไปทางโลกก็รวยแน่นอน จริงๆ นี่ไม่ได้พูดเล่นนะ เพราะอาตมามีบารมี แต่อาตมาไม่เอา ถ้าอาตมาอยู่ทางโลกอาตมาจะเดินสายทาง ที่กำลังเลือก กำลังเริ่มเรื่องสื่อสารสนเทศ มาในทางนี้อาตมากำลังเริ่มเลย เมื่อ 50 ปีที่แล้ว เอาง่ายๆ ตั้งแต่แกรมมี่ยังไม่เกิด อาร์เอสยังไม่เกิด อาตมาตั้งชื่อแล้ว บริษัทหัวใจสีชมพู ตั้งสำนักงานทางธุรกิจบันเทิงแน่นอน ถ้าหากอาตมาตั้งก็ตั้งก่อนพวกนี้ แล้วอาตมาก็มีความรู้พวกนี้ ปูทางมาแล้วด้วย ถ้าไปทางโน้นก็ก็ต้องร่ำรวยเหมือนกับแกรมมี่และอาร์เอส แต่อาตมาไม่เอาไม่ไป พูดให้เห็นว่าอาตมาไม่ได้โม้ ไปทางนั้นได้จริงๆแต่ไม่เอา อาตมาจะต้องมาทางนี้ ก็มาเอาทางนี้จนกระทั่งเกิดภูมิปัญญาของเดิมของเก่าจากพระพุทธเจ้า ที่สอนไว้แล้วก็ได้เรียนตามมาก็มาพาลดละ อย่างที่เป็น อาตมาพาพวกเราเรียนรู้ทั้งความรู้ทฤษฎี ทั้งความรู้ปฏิบัติ ทั้งความจริงที่ได้มรรคได้ผล ทำสำเร็จหมด ในหลวงท่านก็เป็นโพธิสัตว์ ท่านก็มีความคิดแนวเดียวกัน แต่ท่านอยู่ในฐานะเป็นกษัตริย์ วงกว้างท่านทำไม่ได้อย่างอาตมา ท่านก็ทำได้ประมาณหนึ่งตามฐานะของท่าน อาตมาก็อีกฐานะหนึ่ง อาตมาก็ทำได้ครบ ถึงระดับเศรษฐกิจสาธารณโภคี ซึ่งเป็นวิสัยที่อาตมาจะทำได้ แต่ในหลวงท่านไม่อยู่ในวิสัยที่จะทำได้ ท่านก็ได้ทำตามฐานะของท่านอย่างนี้เป็นต้น 640726_รายการ ตุ้ม ตะลุ่ม ตุ้ม ม้ง ครั้งที่ 2

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน