สื่อธรรมะพ่อครู(พระสูตรอื่นๆที่สำคัญ) ตอน ปัญญาสูตร.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(พระสูตรอื่นๆที่สำคัญ) ตอน ปัญญาสูตร พ่อครูว่า...เหลือ 38 นาที ..ขอแวะตรงที่ปัญญา ความฉลาดที่เรียกว่าปัญญา บัญญัติคำว่าปัญญานี้เป็นภาษาของศาสนาพุทธ ความเฉลียวฉลาดทั่วไป เป็นโลกีย์ ฉลาดอัจฉริยะอย่างไรเป็นศาสดาก็ยังเป็นฉลาดโลกีย์ ส่วนปัญญา อัญญะ เป็นความฉลาดที่เป็นโลกุตระ ที่จิตเข้ากระแส อาตมาพูดมานานแล้ว ผู้ใดยังรู้สึกสับสนไม่เข้าใจไม่ต้องอาย ..ยกมือ...มีจำนวนน้อยที่ยกมือ อัญญะนี้แปลว่าอื่น ที่มันต่างจากของโลกีย์เดิม เหมือนภาษาต่างดาว แต่ผู้ใดยังไม่ก็คือมาจากดาวคนละดวง พูดกันคนละภาษา ก็จะรู้กันได้อย่างไร ปัญญาของพระพุทธเจ้า คือ ความรู้ที่เกิดเองไม่ได้ คนปุถุชน หรือสายโลกีย์ทั้งหมดจะมีปัญญาเองไม่ได้ ต้องอาศัยพระศาสดาหรือครู ที่เป็นสัตบุรุษที่สัมมาทิฏฐิ เราจึงเรียกพระพุทธเจ้าว่าเป็นผู้ที่ตรัสรู้เองโดยชอบ พระองค์ถือว่าเป็นต้นทางของธรรมะ เป็นธรรมะสามี คนอื่นไม่มีสิทธิ์มีความรู้เช่นนี้ มีแต่พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ หรือสัตบุรุษที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบตามได้ความรู้นี้เป็นผู้สืบทอดจากสัตบุรุษ ก็ตรงกัน ในยุคนี้ศาสนาพุทธผ่านมา 2500 กว่าปี อาตมาเกิดมาในยุคนี้ อาตมาจึงมาอธิบายคำว่าปัญญา ก็ขอยืนยันว่ามั่นใจว่าที่อธิบายไปถูก การเอาความเฉลียวฉลาดทางโลกีย์ มาปนเปกับความเฉลียวฉลาดทางปัญญามันก็แยกไม่ออกมันไม่ชัดเจน คุณก็เสียประโยชน์ คนที่ไม่ยอมแยกว่าปัญญามันเป็นความเฉลียวฉลาดโลกุตระ คนไม่ทำความเข้าใจในปัญญาโลกุตระ ความเฉลียวฉลาดโลกุตระมันเป็นอย่างนี้เอง มันต่างจากโลกียะอย่างนี้ หากไม่สามารถแยกอันนี้ได้คุณไม่มีทางบรรลุนิพพาน ยิ่งบอกว่าปัญญาจะเกิดเมื่อไปนั่งหลับตาสมาธิปัญญาจะเกิดขึ้นเอง อย่างอาจารย์บูรพา ผดุงไทยสอนกัน อาตมาก็บอกว่าอย่าดันทุรังทำเลยเปลี่ยนแปลงให้เป็นดั
อ่านต่อ
นสุรังดีกว่า มันเป็นความทุกข์มันไม่ดีหรอก ที่มันโผล่มาในการนั่งหลับตาทำสมาธิ มันไม่มีเหตุปัจจัยอื่นมาเพิ่มเติมเลย มันก็มีแต่ของเดิมที่เป็นสัญญาเอามาสังเคราะห์สังขาร มันไม่มีของใหม่คุณไม่เอาของใหม่มาเพิ่มเติม คุณหลับตาเข้าไปก็มีแต่ของเก่าคุณทั้งนั้น คุณหลับตาธรรมทั้งนั้นก็มีแต่ความจำที่คุณจำได้ แล้วจะไปนั่งหลับตาคิดไปในอนาคตใหม่มันก็ไม่มีปัจจุบันที่เป็นของจริง เป็นการเพ้อฝันโลกจินตา คิดเบาๆอย่างไรก็ได้ อย่างเช่น แขวนขวัญนุชบนกิ่งฟ้า แล้วมันจะเป็นอย่างไร โวหาร นี้ฟังแล้วหลอกลิงตกต้นไม้ ฟังแล้วไม้ร่มเค้าซาบซึ้งมาก จะไปสร้างศิลปะ แขวนขวัญนุชบนกิ่งฟ้า แล้วมันจะแขวนได้อย่างไรที่มาของกิ่งฟ้ามันเป็นอย่างไร มันเป็นโวหารภาษา ในบัญญัติภาษาเฟ้อๆมีเยอะ มาเอาของจริงที่เห็นกันได้มีประสาทรับรู้ภายนอกรับได้ร่วมกันรู้ได้ร่วมกันล้านคนรับรองร่วมกัน พันล้านคนร่วมกันได้ สื่ออันนี้เค็มคือเค็ม หวานก็คือหวาน แดงก็คือแดงตรงกัน ดำก็คือดำตรงกัน แล้วแต่ภาษาอื่นจะเรียกก็ได้ เป็นสัจจะที่รับรู้ตรงกันได้เอหิปัสสิโก เป็นของที่รู้ร่วมกันได้
ล.23 ข้อ [92]ปัญญาสูตร ดูกรภิกษุทั้งหลาย เหตุ 8 ประการ ปัจจัย 8 ประการนี้ ย่อมเป็นไปเพื่อได้ปัญญาอันเป็นเบื้องต้นแห่งพรหมจรรย์ที่ยังไม่ได้ เพื่อความงอกงามไพบูลย์ เจริญ บริบูรณ์ แห่งปัญญาที่ได้แล้ว ๘ ประการเป็นไฉน ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ อาศัยพระศาสดา หรือเพื่อนพรหมจรรย์รูปใดรูปหนึ่งผู้ตั้งอยู่ในฐานะครู ซึ่งเป็นที่เข้าไปตั้งความละอาย ความเกรงกลัว ความรักและความเคารพไว้อย่างแรงกล้า ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้เป็นเหตุเป็นปัจจัยข้อที่ ๑ย่อมเป็นไปเพื่อได้ปัญญา ฯลฯ เพื่อความบริบูรณ์แห่งปัญญาที่ได้แล้ว
เธออาศัยพระศาสดา หรือเพื่อนพรหมจรรย์รูปใดรูปหนึ่ง ผู้ตั้งอยู่ในฐานะครู ซึ่งเป็นที่เข้าไปตั้งความละอาย ความเกรงกลัว ความรัก และความเคารพไว้อย่างแรงกล้านั้นแล้ว เธอเข้าไปหาแล้วไต่ถาม สอบถามเป็นครั้งคราวว่าข้าแต่ท่านผู้เจริญ ภาษิตนี้เป็นอย่างไร เนื้อความแห่งภาษิตนี้เป็นอย่างไร ท่านเหล่านั้นย่อมเปิดเผยข้อที่ยังไม่ได้เปิดเผย ทำให้แจ้งข้อที่ยังไม่ได้ทำให้แจ้ง และบรรเทาความสงสัยในธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งความสงสัยหลายประการแก่เธอ ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้เป็นเหตุเป็นปัจจัยข้อที่ 2 ย่อมเป็นไปเพื่อได้ปัญญา ฯลฯ เพื่อความบริบูรณ์แห่งปัญญาที่ได้แล้ว ฯ
เธอฟังธรรมนั้นแล้ว ย่อมยังความสงบ 2 อย่าง คือ ความสงบกายและความสงบจิตให้ถึงพร้อม ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้เป็นเหตุเป็นปัจจัยข้อที่ 3 ย่อมเป็นไปเพื่อได้ปัญญา ฯลฯ เพื่อความบริบูรณ์แห่งปัญญาที่ได้แล้ว ฯ เธอเป็นผู้มีศีล สำรวมระวังในปาติโมกข์ ถึงพร้อมด้วยอาจาระและโคจรมีปรกติเห็นภัยในโทษแม้มีประมาณน้อย สมาทานศึกษาอยู่ในสิกขาบททั้งหลาย ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้เป็นเหตุเป็นปัจจัยข้อที่ 4 ย่อมเป็นไปเพื่อได้ปัญญา ฯลฯ เพื่อความบริบูรณ์แห่งปัญญาที่ได้แล้ว ฯ เธอเป็นพหูสูต ทรงจำสุตะ สั่งสมสุตะ(พหูสูตไม่ใช่แค่จำได้มากแต่เพราะว่ามีปัญญาแท้แล้วเข้าใจแล้ว พวกจำได้มากรู้มากเรียนมากก็เป็นปทปรมบุคคลได้ สอนคนก็มากแต่ไม่ได้บรรลุ เป็นบัวใต้ตมบัวใต้ตึก สอนคนอื่นให้บรรลุก็มี น่าสงสารเป็นบัวใต้ตึก เป็นผู้ได้ยินได้ฟังมากทรงจำไว้ คล่องปาก ขึ้นใจ แทงตลอดด้วยดีด้วยทิฐิ ซึ่งธรรมทั้งหลายอันงามในเบื้องต้น งามในท่ามกลาง งามในที่สุด ประกาศพรหมจรรย์ พร้อมทั้งอรรถทั้งพยัญชนะ บริสุทธิ์ บริบูรณ์สิ้นเชิง ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้เป็นเหตุเป็นปัจจัยข้อที่ 5 ย่อมเป็นไปเพื่อได้ปัญญา ฯลฯ เพื่อความบริบูรณ์แห่งปัญญาที่ได้แล้ว ฯ เธอย่อมปรารภความเพียรเพื่อละอกุศลธรรม เพื่อความพร้อมมูลแห่งกุศลธรรม เป็นผู้มีกำลัง มีความบากบั่นมั่นคง ไม่ทอดธุระในกุศลธรรม ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้เป็นเหตุเป็นปัจจัยข้อที่ 6 ย่อมเป็นไปเพื่อได้ปัญญา ฯลฯ เพื่อความบริบูรณ์แห่งปัญญาที่ได้แล้ว ฯ อนึ่ง เธอเข้าประชุมสงฆ์ ไม่พูดเรื่องต่างๆ ไม่พูดเรื่องไม่เป็นประโยชน์ ย่อมแสดงธรรมเองบ้าง ย่อมเชื้อเชิญผู้อื่นให้แสดงบ้าง ย่อมไม่ดูหมิ่นการนิ่งอย่างพระอริยเจ้า ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้เป็นเหตุเป็นปัจจัยข้อที่ 7 ย่อมเป็นไปเพื่อได้ปัญญา ฯลฯ เพื่อความบริบูรณ์แห่งปัญญาที่ได้แล้ว ฯ อนึ่ง เธอพิจารณาเห็นความเกิดขึ้นและความเสื่อมในอุปาทานขันธ์ 5 ว่า รูปเป็นดังนี้ ความเกิดขึ้นแห่งรูปเป็นดังนี้ ความดับแห่งรูปเป็นดังนี้ เวทนาเป็นดังนี้ ... สัญญาเป็นดังนี้ ...สังขารทั้งหลายเป็นดังนี้ ... วิญญาณเป็นดังนี้ ความเกิดขึ้นแห่งวิญญาณเป็นดังนี้ ความดับแห่งวิญญาณเป็นดังนี้ ดูกรภิกษุทั้งหลายนี้เป็นเหตุเป็นปัจจัยข้อที่ 8 ย่อมเป็นไปเพื่อได้ปัญญาอันเป็นเบื้องต้นแห่งพรหมจรรย์ที่ยังไม่ได้ เพื่อความงอกงาม ไพบูลย์ เจริญ บริบูรณ์แห่งปัญญาที่ได้แล้ว ฯ คำว่าปัญญาจึงเป็นความฉลาดที่รู้อะไรที่เป็นความเป็นจริง การรู้ความจริงของขันธ์ 5 รู้ว่านี่คือเวทนา รู้ว่านี่คือสัญญา ลักษณะอย่างนี้อย่างนี้ อาการของความเป็นสัญญาเป็นอย่างนี้เวทนาเป็นอย่างนี้ รูปคือสิ่งที่ถูกรู้ มหาภูตรูป อุปาทายรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณที่เป็นนามเป็นอย่างนี้ คุณสัมผัสอาการของคุณที่เป็นเวทนา อาการของคุณที่เป็นสัญญา อาการของคุณที่เป็นสังขาร อาการของคุณที่เป็นวิญญาณ มันเกิด มันเป็นอยู่อย่างนี้ มันเกิดขึ้นอยู่มันเป็นอย่างนี้ มันไม่เกิดมันเสื่อมมันดับ คุณก็รู้อาการทั้งหลายแหล่พวกนี้มันเป็นนามธรรม รูปเป็นสิ่งที่ถูกรู้ เป็นรูปธรรมดินน้ำไฟลมก็ได้แต่เป็นอาการของนามธรรมก็ได้เป็นอาการของอรูปก็ได้ ก็ต้องดูความแตกต่างระหว่าง รูป อรูป หรือเรียกว่า กาม กาม ต้องสัมผัสทั้งภายนอก ตา หู จมูก ลิ้น กาย ทั้ง 5 ทวาร แล้วกามเป็นภายนอกอย่างรู้ คุณต้องเหนือกามก่อน คุณต้องมีจิตวิญญาณที่อยู่เหนือ กาม รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ก่อน ที่เหลือจึงจะเรียกว่ารูปภพ ฉะนั้นคุณยังลืมตา มีหู สัมผัส กามคุณ 5 อยู่ แต่คุณก็สบายเหนือมันได้แล้ว คุณก็ทำใน รูปภพ อรูปภพ คุณที่ไม่ทำบันไดตั้งแต่เริ่มต้น กามทั้งหลาย อันบุคคลผู้จะละได้โดยยาก คุณไม่ทำก่อน เบื้องต้น อย่างหยาบมาก ต้องรู้รายละเอียด ของของหยาบ ก่อน แล้วจะไปรู้รายละเอียดของของละเอียด จะเอาตาที่แหลมคมรู้รายละเอียดทั้งหมดได้จากที่ไหน อย่าดันทุรังเลย มาดันสุรังกันดีกว่า ไม่มีเบื้องต้น ท่ามกลาง บั้นปลายอันน่าอัศจรรย์ คนที่ไปนั่งหลับตาแล้วรู้ ปึ๊งปั๊งๆ จะไปอธิบายอะไรได้ ขออภัยอย่างเช่นหมากพลูบุหรี่ ก็ไม่รู้ว่าเป็นสิ่งเสพติดทั้งที่มันก็เป็น กามหยาบที่ใครๆก็รู้ แต่แค่นี้คุณก็ยังไม่รู้เลย แล้วยังมาบอกว่าคุณเป็นพระอรหันต์ ขออภัยพูดอย่างนี้หมายถึงใครก็น่าจะรู้ ขออภัยผู้ที่เคารพนับถือท่านก็มีเยอะ ท่านหาเงินเข้าพระคลังหลายล้านบาทได้ แต่ท่านยัง ยังตื้นติดกึก ยักลึกติดกัก ข้องแค่ในหมากพลู ไม่รู้ในสิ่งเสพติดที่เป็นรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสแค่นี้ เพราะฉะนั้นจะไป ละกิเลสละเอียดไปมันเป็นไปไม่ได้ ขออภัยที่เหมือนไปลบหลู่ครูบาอาจารย์เขา แต่อยากให้ตื่น ชาคริยะ ตื่นๆๆ อาตมาเคยชมเพื่อนว่า ไวเหมือนลิงเลย เพื่อนโกรธไปหลายวันเลย เพื่อนคนนี้เขามีวิบาก ไปจองเวรกับงู เห็นที่ไหนจะต้องตีงู ต้องฆ่างูเจอที่ไหนฆ่าที่นั่น เสียหรือยังไม่รู้เพื่อนคนนี้ เขาเป็นฝ่ายช่าง ตอนทำงานที่โทรทัศน์ด้วยกัน 621103_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ปัญญาโลกุตระพากำจัดเวทนาเก๊