สื่อธรรมะพ่อครู(วิเวก 3) ตอน ทำอย่างไรเข้าใกล้วิเวก.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์11 KB
วันที่แก้ไข4 พฤศจิกายน 2562

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(วิเวก 3) ตอน ทำอย่างไรเข้าใกล้วิเวก พ่อครูว่า...อาตมาภาคภูมิใจ ที่ไม่ได้พาเรี่ยไร แต่ศาสนาพุทธทุกวันนี้ทำการเรี่ยไรโดยตรงโดยอ้อมอย่างเช่นธัมมชโย เป็นการใช้ลีลากลเม็ดเด็ดพรายทุกอย่างเลย ที่จะรีดนาทาเร้น จนคนปิดบัญชีเอามาบริจาคหมดเลย มันใจดำอำมหิตขนาดไหน เขาพูดจริงทำจริงไม่ได้พูดเล่นนะ คือเขานึกอย่างนี้ คนไหนก็แล้วแต่ แม้เขาจะกล้าทำทาน ถอนจากบัญชีมาทำทานหมดก็ไม่หมด ไม่อย่างนั้นเขาจะอยู่ได้อย่างไรแต่คนที่ใจอำมหิตรีดนาทาเร้นเขาสิ คุณก็พูดได้แต่มีผู้สนอง อนันต์ อัศวโภคินมาบอกว่าปิดบัญชีกันดีไหม จ้างให้ก็ไม่ปิดบัญชีตัวเอง แต่ไปชวนคนอื่นให้ปิดบัญชีอย่างนี้เป็นต้น เป็นคนที่เป็นลูกกะโล่เป็นหน้าม้า ให้คนอื่นปิดบัญชี แต่ตัวเองไม่ได้ปิดบัญชีของตัวเองของตัวเองมีตั้งเยอะแยะอย่างนี้เป็นต้น แล้วคนจนที่ปิดบัญชีจริงๆมีศรัทธาเลื่อมใสจริงๆก็ทำเต็มที่ ไม่รู้มีคนฆ่าตัวตายหรือเปล่า แต่เขาไม่เปิดเผยกัน นอกนั้นศาสนาทุกวันนี้เป็นที่หาเลี้ยงชีพกัน สิ่งที่จะมีผู้เอาจริงปฏิบัติประพฤติ มาบวชเพื่อปฏิบัติประพฤติอย่างเจตนาดี แต่เข้ามาในวงการศาสนาแล้วมันไม่มีครูบาอาจารย์ที่ปฏิบัติได้จริง มันมีสายที่ปฏิบัติคือสายวัดป่าเป็นสายที่ เดียรถีย์สุดโต่งไปทางมักน้อยสันโดษยังดีที่ไม่ถึงขนาดพวกเชนที่ไม่นุ่งผ้าเลย ศาสนาพุทธไม่ต้องสุดโต่งขนาดออกจากสังคม ขอยืนยันว่าศาสนาพุทธไม่ใช่ให้คนออกป่า คนที่ออกป่าคือคนที่ไกลจากวิเวก ตามที่เอาคุหัฏฐกสูตรมาอธิบาย

ผู้ที่เริ่มต้นปฏิบัติให้มีกายวิเวก แต่คุณก็เอาร่างกายออกป่าก็เป็นมิจฉาทิฐิแล้ว จิตวิเวก คือ จิตที่จะต้องปฏิบัติให้เกิดกิเลสลดดับกิเลสได้ เป็นพระโสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี อรหันต์ แล้วก็ปฏิบัติอย่างสัมมาทิฏฐิโดยมีภายนอกสัมผัส ในท้ายบทของจิตวิเวกก็บอกต้อง

อ่านต่อ

มีภายนอก พวกที่ปฏิบัติอย่างไม่มีภายนอกคือพวกที่ไกลจากวิเวก พวกที่อ่านพระไตรปิฎกไม่แตก ก็จะบอกว่าทำสมาธิทำฌาน มีฌาน 1 2 3 4 คือจิตวิเวก แต่ท่านมีลงท้ายว่าต้องมีภายนอก ในภายนอก อย่างนี้เรียกว่าจิตวิเวก กายวิเวกเขาก็ไกลจากวิเวก โดยเอาตัวเองออกป่าเขาถ้ำ แล้วเดินคนเดียวอยู่คนเดียวบิณฑบาตคนเดียวอยู่คนเดียวเป็นคนโมฆะ 2.จิตวิเวก คือนั่งสมาธิหลับตา ที่จริงไม่ต้องไปนั่งหลับตาหรอกแต่ต้องทำจิตให้มันสงัดจากกาม ขออธิบายคำนี้ สงัดจากกาม กามนี้มีภายนอกไหม ตัวภายนอกแท้เลย เริ่มต้นควรจะมี ฌาน ต้องสงัดจากกาม แล้วคุณก็ปลีกเอาตัวร่างกายหนีหรือนั่งหลับตาก็ปฏิบัติไม่มีวิเวกแล้ว มีจิตวิเวกที่ไหน ยิ่ง 3. อุปธิวิเวก คือ กิเลส ขันธ์ อภิสังขาร คุณไม่มีทางจะรู้กิเลส กิเลสจะรู้ได้ต่อเมื่อคุณมีกายกลิ มีรูปนาม มีสัมผัสเป็นปัจจัยแล้วเกิดกิเลสในปัจจุบันนั้นเชียว ไม่ใช่ไปนั่งหลับตาแล้วนึกถึงอดีตอนาคต ที่เป็นกิเลส มันเป็นกิเลสที่อยู่ในภพ ไม่ใช่กิเลสจริงที่เกิดในปัจจุบัน ไม่ใช่ปัจจุบันไม่มีสัมผัสปัจจุบันยังไม่มีความจริง เป็นกิเลสไม่จริง กิเลสในอดีตกิเลสในอนาคต มีได้แต่มันไม่ใช่กิเลสจริงๆ คุณจะไปล้างอดีตได้หรือไม่ อนาคตมันยังมาไม่ถึงยังไม่มีแล้วจะไปล้างได้หรือ แล้วจะไปทำทำไมทำให้สูญเปล่าทำเป็นโมฆะ การไปล้างกิเลสในอดีตกับอนาคตสมเด็จพ่อของอาตมาไม่ได้สอนหรอก แต่ว่าพ่อของคุณสอนก็เรื่องของคุณ เป็นการใช้โวหารเป็นการใช้ศิลปะของอาตมาว่าเขา อาตมาพูดสบายๆไม่ได้ดุเดือดอะไร พูดสัจจะ แสดงธรรมทุกวันนี้ตัวอาตมาเองสบายๆ แต่ที่อาตมาแสดงธรรมให้แก่หมู่กลุ่มผู้หลงผิดนี่หนักฉิบหายยากฉิบหายเลย ใช้ภาษาไทยที่ชัดเจน มันเป็นคำที่หยาบแต่มันสื่อได้ชัดเจน ตัวอาตมาเองไม่มีปัญหาสบายๆ แต่แสดงกับท่านทั้งหลายกับพวกคุณก็ไม่หนักหนาแสดงธรรมดาทุกคนก็ตั้งใจฟัง แสดงโลกุตรธรรมพวกคุณก็มากันได้ทุกคาบ ถ้าไม่ติดธุระคุณก็มานั่งอย่างนี้ นั่งกันหนาแน่นพอสมควรอบอุ่นพอสมควร แสดงโลกุตรธรรม มีคนนั่งฟัง 3 คน 5 คนก็ดีแล้วแต่นี่มีคนเป็นร้อยก็ดีแล้วอย่างนี้เป็นต้น อะไรไม่อะไร อาตมาเอาโลกุตรธรรม มาอธิบายขยายความในยุคนี้ พวกคุณฟังได้เข้าใจได้เอาไปปฏิบัติได้ลดละกิเลสได้ เอาหลักธรรมมายืนยันได้ เอากถาวัตถุ 10 ก็ตาม เอาวรรณะ 9 ก็ตาม หลักตัดสินธรรมวินัย 8 ข้อก็ตาม มาจับกับพฤติกรรมจริงของพวกคุณ เช่น วรรณะ 9 พวกคุณมาเป็นคนเลี้ยงง่าย ถ้าหากเลี้ยงยากอาตมาเหนื่อยตาย ตอนนี้เลี้ยงง่าย กินอยู่หลับนอนไปมาก็สบาย อยู่ง่ายๆไปง่ายๆมาง่ายๆ ทำงานทำการก็ช่วยเหลือกันง่ายๆไม่ได้ยากอะไร ที่จริงมันน่าจะยุ่งยาก คุณจะทะเลาะวิวาทอะไรกันมันก็มีอีกหลายอย่างเมื่อคุณกระทบสัมผัสกันก็ไม่เห็นมีการทะเลาะอะไรกันมากมาย เป็นคนที่มีภูมิธรรม คนที่ไม่มีภูมิธรรมมาอยู่ที่นี่นิดๆหน่อยๆก็จะอยู่ไม่ได้ก็จะออก แล้วเขาก็ออกไปแล้วบางคนอยู่ไม่ได้ แต่คนที่อยู่ได้เพราะมีภูมิธรรม คนที่ทนไม่ได้อยู่ไม่ได้หรอกที่นี่ ผู้มีมรรคผลจะทนอยู่ได้ไม่มีมรรคผลก็ทนอยู่ไม่ได้เพราะเป็นดินแดนพระอาริยะอยู่ คนที่ไม่มีภูมิอาริยะที่แท้จริงอยู่ไม่ได้นี่ไม่ได้แปลว่า ใครที่มีความจริงที่ใจเรารู้สึกจะอยู่ได้ ถึงยังไงเราก็จะอยู่ที่นี่ จะถูกกระทบกระเทือนก็รู้สึกว่าตัวเราถูกกว่าโดนกระทบอัตตามานะโดนกระทบกิเลสแต่ก็ยังคิดว่าก็จะอยู่ พูดไปนี้คงถูกหลายคนบ้าง มากบ้างน้อยบ้างก็แล้วแต่ สัจธรรมที่พวกคุณรู้ตัว เอาตนอยู่กับมิตรสหายดีสังคมสิ่งแวดล้อมดีในเสนาสนะนี้ในหมู่กลุ่มบุคคลที่มีอาหารเครื่องอาศัยที่ไม่ได้หรูหราฟู่ฟ่า ไม่ได้มากมายอะไร อย่างโลกๆเขา พวกคุณก็อยู่ได้ ไม่ได้แย่งชิงไม่ได้ทะเลาะวิวาท อาศัยใช้สอยกินอยู่ก็พอเป็นไป จะกระมิดกระเมี้ยนของตนไว้บ้างก็ไม่เป็นไร เราจะเสียสละกล้าไม่มีเพิ่มได้ไหมก็เสียสละเข้ากองกลางคนมีภูมิธรรมถึงแล้ว ก็มีส่วนมีสิทธิ์ในค่าแรงงานในผลผลิตนั้นๆบ้าง แต่คุณก็สบายทำแล้วก็เอาเข้ากองกลางหมดเลย แล้วเราก็อาศัยกินใช้อยู่ในที่นี้ ตามสถานะ ดีไม่ดีไปเบิกแล้วเขาไม่ให้ บางคนก็กระทบกระเทือนใจ บางคนก็บอกว่าเราคงยังไม่มีวาสนาพอ ไปขอเบิกเขาก็ไม่ให้ บางทีผู้ที่มีสิทธิ์อนุมัติก็ไม่ให้ ไม่เห็นว่าควรจะให้ มีส่วนตัวผสมก็ได้มันก็เป็นเรื่องที่เป็นอจินไตย ที่เป็นธรรมดาธรรมชาติในนี้แต่มันก็พอเป็นไป ที่จะพิสูจน์สาธารณโภคีแล้วไม่เกิดเรื่องทะเลาะวิวาทแย่งชิง มันเก่งแล้วนะ เก่งแล้วนะ ใครทำได้ก็ทำ อาตมาทำมา 50 ปีตั้งแต่เริ่มต้นชุมชนชาวอโศกมีสาธารณโภคีตั้งแต่ต้นจนถึงทุกวันนี้ ทุกวันนี้พวกเราทำเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น เป็นสิ่งที่ยืนยันกับสังคมโลกได้แต่เขาไม่มีปัญญาที่จะรู้ที่จะเห็นความสำคัญแล้วนักบริหารนักรู้ในโลก นักวิชาการนักศึกษาเขาจะได้มาศึกษามาเอาอันนี้อย่างใกล้ชิดมาขยายผลกับสังคมยังไม่ถึง มีบ้างมาทำ thesis ทำวิจัยทำวิทยานิพนธ์มีบ้าง แล้วคนที่เข้าใจจริงก็เอาตัวเองมาอยู่มาทำวิทยานิพนธ์เอาความรู้ บางคนก็มาคบคุ้นมาอยู่ก็มี บางคนไม่ถึงก็มาขออาศัยเพื่อได้ปริญญาแล้วก็ไป ได้ปริญญาโทปริญญาเอกไม่ได้เป็นเครื่องมือทำมาหากินลาภยศสรรเสริญสุขก็มี มันซับซ้อนในนี้ แต่ถึงอย่างไรสิ่งที่พิเศษของพระพุทธเจ้าในยุคนี้ เป็นยุคที่กิเลสหนักหนาสาหัส แต่อาตมาก็ยังเอาสาธารณโภคีของพระพุทธเจ้ามาอธิบายมาให้คนรับรู้ แล้วคนพวกเราก็เข้าใจ แล้วก็มาปฏิบัติประพฤติ มาอยู่ในแวดวงสาธารณโภคีกันอย่างนี้เป็นหมู่บ้าน ซึ่งก็ไม่ง่าย อาตมาประกาศไป พยายาม ให้ราชธานีอโศกมี 777 คน ตอนนี้ 500 ก็ยังไม่ถึง ได้สัก 777 คนมันจะเกิด รูปธรรม พฤติกรรมสังคมที่สร้างสรร ที่จะมีอะไรให้แก่สังคมเด่นชัดมีรูปธรรม นี่มีแค่นี้ก็แค่นี้ คนข้างนอกเขาเข้ามาจะมีโอกาส เช่นวันนี้มีกลุ่มชาวไฟฟ้า เพิ่งจะกลับไป เข้ามาสัมผัสสัมพันธ์กับพวกเราก็มาช่วย เขาก็ได้รับการรู้ตามภูมิแต่ละคน แค่เขาสัมผัสบ้านที่นี่ทำไมไม่มีครัว ไม่ใช่เท่านั้น เขาว่าสายไฟฟ้ายุ่งฉิบหายแต่ทำไมไม่ไฟช็อตไหม้บ้านบ้าง เหตุอะไรมันไม่ไหม้ ก็มันไม่ได้ใช้มาก ทั้งที่มันสับสนวุ่นวายจะตายมันน่าจะไปไฟไหม้ ช่างไฟฟ้าที่นี่ก็รับมือพวกเราไม่ไหว พวกเราก็เละกันน่าดูเลย อย่างนี้เป็นต้น มีคนว่าผีต่อเอง มีเด็กเราคนหนึ่งถูกไฟดูดตาย มีติ่งก็ไม่ตาย นานก่อนนั้นมีคุณชัยยงค์ ก็มีบ้าง แต่เขาก็มาสัมผัสก็งงๆ แม้แต่แค่งงว่า ทำไมไม่มีครัว และสายไฟขนาดนี้ทำไมไม่ไหม้บ้าน มันมีอะไรหลายอย่างที่ลงตัวของมันก็เลยไม่สูญเสีย ไม่ได้หมายความว่ามันพิเศษหรืออะไรมันมีเหตุมีปัจจัยของมัน มันก็เลยได้แค่นั้น ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกของใช้ไฟฟ้าที่ใช้ไฟมาก อธิบายง่ายๆว่าถ้าบ้านแต่ละบ้านมีตู้เย็นมีเตารีดมีโทรทัศน์ มีเครื่องอะไรที่จะต้องใช้ไฟฟ้ามากหน่อย พอบ้านนี้สับสวิตช์ก็กระชากไฟไปมา ไฟก็จะแรงจะตก สารพัด เหตุของมันคือพวกเราไม่ได้มีขนาดนั้น เขาก็งง แต่ทุกอย่างมาแต่เหตุ 621101_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ มาทำ 777 สาธารณโภคีเผื่อพอเพื่อพ่อครู

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน