สื่อธรรมะพ่อครู(จรณะ 15 วิชชา 8) ตอน ฌานของพุทธไม่มีทางได้จากการนั่งหลับตา.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(จรณะ 15 วิชชา 8) ตอน ฌานของพุทธไม่มีทางได้จากการนั่งหลับตา _ประสงค์ ศุกลนันทน์ • พ่อครูและชุมชนสันติอโศกประสบความสำเร็จทางพุทธธรรมและนำพาหมูศิษย์รอดพ้นจากความทุกข์ยากได้อย่างดี ขั้นต่อไปหากเมตตาช่วยราษฎรตาดำๆ ที่ยังทุกข์สาหัสอยู่ ก็น่าจะเป็นประโยชน์โดยรวมครับ พ่อครูว่า..พวกนี้มาจนสำเร็จแล้วพ้นทุกข์ด้วย สู่แดนธรรม...ปี 40 เศรษฐกิจต้มยํากุ้ง เขาทุกข์ร้อนกันทั่วประเทศแต่อโศกไม่ได้รับผลกระทบอะไรเลย สบม ทมด ปกต หห จจ มชยลล สมณะเดินดิน...ยุคนั้นฟองสบู่แตก แต่ไหซีอิ๊วเต้าเจี้ยวเราไม่แตก พ่อครูว่า...ก่อนขึ้นมาวันนี้อยากจะสารภาพกับคนทั่วไป ว่าอาตมาตั้งใจเทศนาธรรมะพระพุทธเจ้า ตั้งใจจะอายุ 151 ปี แต่วันนี้มีความรู้สึกจริงๆว่า รู้สึกเปลี้ยๆ มันน่าจะพอ อย่างเราย่าง 86 ปี อาตมาก็รู้สึกเปลี้ยๆ รู้สึกว่ายังไงไม่รู้ อาตมาได้แสดงธรรมมา บรรยายธรรมะมาโดยเฉพาะเอาโลกุตรธรรม อารยธรรมพระพุทธเจ้า มาสถาปนา แต่ในวงการศาสนาพุทธที่มันหมดไปแล้ว ขอยืนยันว่าโลกุตรธรรมหมดไปจากสถาบัน หรือวงการศาสนาพุทธแล้ว อาตมาเอามาสถาปนาลงไป เอามาปฏิบัติให้ทุกคนเข้าใจแล้วเอาไปปฏิบัติ โลกุตระคืออะไร คือ ผู้มีโลกุตรธรรม ผู้มีโลกุตรธรรม คือ ผู้มีปัญญามีความรู้ รู้อะไร รู้จิตตัวเองที่มีกิเลส แล้วก็ทำกิเลสนั้นให้ออกไปจากจิต จะเก่งหรือไม่เก่งก็แล้ว แต่ผู้นี้พยายามทำจิตตนให้ออกจากกิเลส เป็นผู้รู้จักกิเลสนั้นและเป็นผู้ทำกิเลสออกอย่างสัมมาทิฎฐิ ทำให้กิเลสตนออกจากจิตยังไม่สัมมาทิฏฐิยังไม่ใช่โลกุตระชน กดข่มบ้าง ผู้ที่ทำกิเลสออกจากจิตได้ คือผู้ที่เนกขัมมะเป็น เนกขัมมะคือการเอากิเลสออกจากตัวเอง หรือตัวเองออกจากกิเลสนั้นมา คนที่เนกขัมมะคือคนที่ต้องรู้จัก จิต เจตสิก รูป นิพพาน อ่านจิตตนเองเป็น แยกจิตตนเอง
อ่านต่อ
เป็น แยกกิเลสแยกจิตได้ แล้วมีวิธีทำให้กิเลสลดได้ เนกขัมมะคือคนที่ทำกิเลสลดได้คือคนที่ทำฌานเป็น ทำให้กิเลสลดได้ แม้เป็นส่วนๆ ไม่ได้ดับหมดสิ้นอาสวะ แต่ทำได้เป็นส่วนๆก็คือผู้มีส่วนสำเร็จส่วนแห่งบุญ ฌาน คือ การเผา อาตมาอ่านพจนานุกรมบาลีไทย ในพจนานุกรมฉบับภูมิพโลภิกขุ ก็อธิบายยาวกว่าอันอื่น และทำให้เข้าใจได้ว่า Concept ของคนในยุคนี้ ได้เข้าใจว่า ฌานคืออย่างนี้ เข้าใจว่า ฌาน คือการเพ่ง ทั้งที่ฌาน ตัวรากต้น แปลว่าเพลิงไฟ ไฟกองใหญ่ ไฟพิเศษ ฌานต้องประกอบไปด้วยปัญญา ฌานอยู่ที่ไหนปัญญาอยู่ที่นั่น ไม่มีปัญญาไม่มีฌาน ฌาน พระพุทธเจ้าตรัสไว้ในวิชชาจะระณะสัมปันโน ซึ่งเป็นพุทธคุณของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ ถ้าไม่มีวิชชาจะระณะ ไม่ใช่พระพุทธเจ้า นี่ยิ่งใหญ่นะ พระพุทธเจ้าทุกพระองค์จะต้องบรรลุในวิชชาและจรณะ ผู้ที่รู้จัก วิชชาที่มาจากเหตุคือจรณะการปฏิบัติและมีความรู้ตั้งแต่ต้นจนสุดท้ายอาสวักขยญาณ นี่คือความรู้ทั้งหมดที่ประมวลไว้ คือวิชชาจะระณะสัมปันโน ก็ขอแวะบอกติงเตือน พวกที่นั่งหลับตาปฏิบัติ ฌาน ตรงนี้ คุณไปหลับตาปฏิบัติฌานนั้นโมฆะจากศาสนาพุทธ เพราะไม่ได้อยู่ในวิชชาจะระณะสัมปันโน ฌาน 4 เกิดจากการปฏิบัติศีล อปัณณกปฏิปทา 3 อย่าง ฌานที่เป็นแบบเดียรถีย์ก็มีแต่ไม่ใช่ของพระพุทธเจ้าปฏิบัติ อปัณณกปฏิปทา 3 อย่างนี้ผิด หากไม่ได้ปฏิบัติสำรวมอินทรีย์ โภชเนมัตตัญญุตา ชาคริยานุโยคและไปนั่งหลับตาปฏิบัติอันนั้นผิดอันนั้นโมฆะจากศาสนาพุทธ ไม่ใช่ฌานของศาสนาพุทธ ต้องสำรวมอินทรีย์ทั้ง 6 มีการประมาณในการกิน การใช้ และมีความตื่นจากกิเลส คือชาคริยานุโยคะ หากไปหลับตาปฏิบัตินั่นก็ผิดทางแล้ว ไม่ตื่น หากปฏิบัติไม่มีสามข้อนี้ก็ไม่เกิด ศรัทธา หิริ โอตัปปะ พหูสูต วิริยะ สติ ปัญญา นิมนต์พ่อครูจิบน้ำ… _สู่แดนธรรมว่า...เมื่อกี้นี้ ผู้ชมทางบ้านให้พ่อท่านไม่ต้องท้อให้พ่อท่านเจริญอิทธิบาทอีก พ่อครูว่า...ขอบคุณ ต้องตำหนิและต้องบอกให้รู้ต้องย้ำ เพราะมันเต็มไปหมดเลยในวงการศาสนาพุทธทุกวันนี้ ว่าการปฏิบัติ ฌาน สมาธินั้นต้องไปปฏิบัติหลับตา อาตมาว่ามันออกนอกรีตออกนอกทางศาสนาพุทธแล้วจะดันทุรังไปอย่างไรก็ไม่เกิด ดันสุรังได้ ทุ มันคือไม่ดี จะดันไปอย่างไรก็ดันสุรังไม่ได้ สุระนี้แปลว่าดี กล้าแข็ง มันดันทุรังมันไม่ดี มีแต่เสื่อม ให้หยุดได้แล้วนั่งหลับตา ทำไมอาตมาต้องพูดแรงกับพวกนั่งหลับตาพระพุทธเจ้าท่านไม่ได้พูดแรงอย่างนี้ พระพุทธเจ้าประกาศศาสนาพุทธ 2500 กว่าปีที่แล้วคนเขานั่งหลับตาปฏิบัติกันทั้งหมด พระพุทธเจ้าจึงไม่ตีแรง หากตีแรงเขาเอาตายเลย ศาสนาพุทธจะไม่ได้สร้างขึ้นก็เลยต้องประนีประนอมมา แต่อาตมาเกิดมาในยุคนี้ พูดกับวงการศาสนาพุทธที่เป็นพุทธศาสนิกชน แต่พระพุทธเจ้าท่านให้เลิกการปฏิบัติหลับตา ซึ่งมันไม่ใช่ศาสนาพุทธแต่เป็นเพียงว่าท่านไม่ได้ปฏิเสธนั่งหลับตา เพราะถ้าจะใช้การนั่งหลับตาเป็นเตวิชโช นั่งหลับตาเพื่อพักผ่อนบ้างก็เป็นประโยชน์ หรือนั่งหลับตาเพื่อที่จะพิจารณาอะไรก็ได้ มันก็สงบดีและมันก็พิจารณาได้เงียบๆดี เป็นการทบทวนเป็นการทำความละเอียดของธรรมะบ้าง หลับตานึกคิดถึงข้างในจิตมันก็คิดได้ไม่มีอะไรรบกวนมันก็สะดวกดี ก็เป็นประโยชน์ในอีกด้านหนึ่ง ถ้าหากสัมมาทิฏฐิแล้วก็จะเข้าใจเอาไปทำประโยชน์คุณค่าแต่ไม่ได้ไปปฏิบัติฌานหรือสมาธิด้วยการนั่งหลับตานี่คือประเด็น ต้องเข้าใจถึงประเด็นที่ผิดพลาดอย่างนี้ ถ้าเข้าใจว่าการนั่งหลับตาแล้วจะเกิดฌานกับสมาธิอันนั้นไม่ใช่ของพระพุทธเจ้า อย่าทำอันนั้น แต่จงทำสิ่งที่เป็นประโยชน์จะทำเตวิชโช เป็นต้น หากมุ่งมั่นว่าจะปฏิบัติหลับตาเพื่อบรรลุธรรมคนนั้นไปจะเกิดมาทำอีกก็โมฆะไปอีกไม่รู้กี่ชาติ อย่างมหาบัวบอกว่าชาตินี้เป็นชาติสุดท้าย จ้างให้ก็ไม่ใช่ชาติสุดท้ายแล้วจะหลงไปยิ่งกว่า อาฬารดาบส อุทกดาบสที่ พระพุทธเจ้าอุทานว่าชิบหายแล้วหนอ ถ้าหากหลับตาปฏิบัติได้ดีแล้วพระพุทธเจ้าจะอุทานอย่างนั้นทำไม เขาติดยึดอย่างหนาแน่นแล้ว แล้วเขามีลูกศิษย์ลูกหาที่นับถือครูบาอาจารย์อย่างนั้นมาไม่รู้กี่ร้อยปีแล้ว สมณะโพธิรักษ์ไปพูดอย่างนี้เขาก็ไม่เชื่อ เพราะไม่มีเสน่ห์อย่างนั้นเลย มาพูดสิ่งจริงก็เหมือนไก่ได้พลอย สู้ข้าวสารเม็ดหนึ่งก็ไม่ได้ แต่เขาไม่รู้เลยว่าโลกุตระนั้นเป็นของมีค่า 621101_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ มาทำ 777 สาธารณโภคีเผื่อพอเพื่อพ่อครู