สื่อธรรมะพ่อครู(ธรรมะ 2) ตอน รสแท้กับรสเก๊ต่างกันอย่างไร.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.26 KB
วันที่แก้ไข4 พฤศจิกายน 2562

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(ธรรมะ 2) ตอน รสแท้กับรสเก๊ต่างกันอย่างไร _วินัย วิทย์Winai wit : ตามข่าว ... ผีกระสือ มีจริงไหมครับ อธิบายในทางพุทธได้ไงดีครับ ขอปัญญา ครับ พ่อครูว่า....จะหายกลัวผีต้องทำการพิสูจน์ เราไม่รู้เราก็เลยกลัวผี อย่างเช่นผีในที่มืด เราไม่เห็นก็เลยกลัวว่าจะมีผีอยู่ แต่ที่สว่างก็มีหลอกกันได้เยอะ สรุปผีกระสือ ผีปอบ ผีกองกอย ล้วนแต่เป็นผีหลอกทั้งนั้น เป็นของเก๊ หลงว่าผีหลอกคือไปทางน่ากลัว ถ้าเทวดาเก๊ เทวดาหลอก อันนี้กินลึก และอาตมาก็พูดได้เลยว่า พวกเรามีเทวดาหลอกกันเกือบทั้งหมด ในคนจะมีธรรมะได้อย่างไร ฉบับที่ 3 เล่ม 3 อาตมาอ่านทวนมาถึงหน้า 128 พูดถึงเรื่องอุปาทาน และอาตมาอธิบายถึงเรื่องสวรรค์เก๊ หรือนรก มันไม่ใช่ของแท้ มันเป็นของเก๊ เป็นรสหลอก คือรสเก๊ ที่แต่ละคนอุปาทานเอง ก็เพราะคน“เสพติดรสเก๊ของโลกียภูมิ”นี้หนักยิ่งกว่า“คนเสพติดที่ติดเสพ”หนักสุดใด เพราะเขาเสพด้วย“อวิชชา”จึงสะกดจิตตนเองติดหนับ แถมสะกดจิตคนอื่นเขาไปทั่วครอบงำคนทั้งหลายให้หลงมืดบอดดำฤษณาตามตนเองให้หนักจัดหนักหน้าขึ้นอย่างไม่หยุดหย่อน ดังที่เห็นกัน เขาไม่รู้เลย เขาไม่สามารถรู้จักรู้แจ้งรู้จริงใน“เวทนา ๒”(ทฺวเยนะ เวทนายะ)หรอกว่า อย่างไรคือ เวทนา“รสแท้” อย่างไรคือเวทนา“รสเก๊” ซึ่งเป็น“เวทนา ๒”อันเป็น“ธรรม ๒”(เทฺวธัมมา) ที่เราจะต้องศึกษา“เวทนาในเวทนา”และทำให้เป็น“เวทนาเดียว”(เอกัคคตารมณ์หรือเอกคตาจิต)สำเร็จเป็นที่สุด“ธรรมรสหนึ่งเดียว” จึงชื่อว่า “จิตเป็นหนึ่ง”ซึ่งแตกต่าง“ความมีอารมณ์เป็นหนึ่ง”ของลัทธิ“หลับตา”ที่ทำ“การสะกดจิต”ทำกันนั้นแน่นอน “จิตหรืออารมณ์เป็นหนึ่ง”นี้คือ“รสแท้” “รสแท้”คือรสของ“ความเป็นจริง”เดียวกันทุกคน-ตรงกัน “รสสวรรค์หรือรสนรก”คือ“รสเก๊”ที่แต่ละคน“อุปาทาน”เองแล้ว“หลงยึดว

อ่านต่อ

่ามีจริงเอง”ของแต่ละคนปั้นขึ้นเอง จนเป็น“อาการที่ ๓๓”(ดาวดึงส์) ที่แต่ละคนตนเองปั้นขึ้นมาหลงเองลมๆแล้งๆของใครของมัน ซึ่งไม่ใช่“รสแท้”แต่เป็น“รสเก๊”แท้ๆตะหาก “ดาวดึงส์”นั้นเป็น“ภพเก๊”หรือ“ชาติเก๊” ไม่ใช่“ภพ-ชาติ”ที่เกิดจาก“อาการ”อันเป็นอาการจริงแท้ของมนุษย์คือ อาการ ๓๒ มันเป็น“อาการ”เกินกว่า“อาการ ๓๒” (ทวัตติงสาการ)ของมนุษย์มนาจริงๆ มันเป็น“รส”ของ“อุปาทาน” พระพุทธเจ้าทรงเรียกว่า“สุขัลลิกะ” ที่แปลว่า “สุขเท็จ”(สุข+อลิกะ)ซึ่ง“อลิกะ”ก็คือเท็จแปลว่า“เท็จ” “สุขเก๊”(สุขัลลิกะ)เกิดเป็น“อาการ ๓๓”ที่มีปุถุชนทุกคน เป็นอย่างเดียวกันทุกคนเลย คน“ผู้อวิชชา”(คนที่ไม่มีความรู้ในอาริยสัจ)ทั้งหลายจะมี“รสที่ ๓๓(ดาวดึงส์ มาจากบาลีว่าตาวติงส)”มาหลงเสพ อยู่ไม่ยอมหยุดเพราะ“โมหะ”(หลงผิดไปหลงใหลมันแท้ๆ) “รส ๓๒”คือ รสแห่ง“อาการจริง”สามัญของคนปกติ621103_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ปัญญาโลกุตระพากำจัดเวทนาเก๊

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน