210131-190 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-ปราการอโศก-ฬ012.txt
เนื้อหาในไฟล์
จันทร์ที่ 30 มกราคมพุทธศักราช 2521 พ่อท่านพระโพธิรักษ์นะโมพิจารณาธรรมะปัจจะเวกก่อนฉันที่พุทธสถานสันติอโศกอสูงสุดของนักปฏิบัติจะต้องเรียนรู้ถึงกองสังขารกองสังขารที่ว่านี้ใกล้ตัวที่สุดก็คือสังขารกายสังขารจิตเรียกว่ากายสังขารหรือจิตสังขารที่ตัวเราเป็นกองสังขารที่ใกล้ตัวและแท้จริงก็จะจบได้ที่กองสังขารติดตัวนี่แหละอันอื่นๆที่ประกอบอยู่ข้างนอกก็เป็นสังขาร ทั้งหลายเป็นสังขารในโลกสังหารโลกทุกๆอย่างในโลกสังขารต่างๆก็เป็นความปรุงความแต่งความรวมความประชุมทุกสิ่งทุกอย่างเมื่อเรารู้เรียนรู้กองสังขารแล้วเราก็จะต้องอยู่เหนือสังขารข้อสำคัญจะต้องจัดทำจากความไม่ได้ว่าการเรียนรู้สังขารทั้งหลายไม่ใช่ไปดับกองสังขารเราจะเป็นผู้อยู่เหนือสังขารแต่ดับกองกิเลสไม่ใช่ว่าเราเองเราจะดับกองสังขารฟังให้ดีภาษาที่เขาใช้กันมามีดับกลองกิเลสแต่ไม่ใช่ดับกองสังขารเรา อยู่เหนือสังขารเป็นผู้อยู่เหนือสังขารเป็นผู้มีอำนาจเหนือสังขารไม่ได้เป็นทาสของสังขารทั้งปวงแต่ดับกองกิเลสให้ชัดเมื่อผู้ร้ายผู้ใดดับกองกิเลสได้ชัดแม้ในจิตสังขารจิตที่มันปรุงมันรั่วมันประชุมกันอยู่นั้นประชุมเป็นจิตในจิตมันก็เป็นจิตตัวเต็มเป็นจิตเป็นภาพต่างๆหรือขันต่างๆเป็นเวทนาขันธ์สัญญาขันธ์สังขารขันธ์วิญญาณขันธ์มีครบๆพร้อมชัดเจนถูกรู้นามว่าขันธ์ทั้ง 4 รวมกันทำงานเรียกว่านามธรรมทั้ง 4 ถูกเราเองเป็นผู้รู้ ตัวเรานี่แหละตัวจิตของเราตัววิญญาณของเราที่สอดแทรกอยู่ในตัวเรานี่แหละมีอำนาจรู้รู้ในนามบางขันของเรานามบางขันตัว 4 ตัวนั้นที่ถูกรู้เราเรียกว่ารูปรูปแปลว่าสิ่งที่ถูกรู้มันเป็นตัวรู้จิตสังขารนามพระขัน 4 ปรุงแต่งกันอยู่หรือว่าประกอบกันอยู่ด้วยเวทนาสัญญาสังขารวิญญาณทำงานพรั่งพร้อมเรียกว่าจิตสังขารจิตสังขารนั้นเป็นรูปจิตสังขารถูกรู้ถ้าจิตสังขารไม่ถูกรู้เราก็
อ่านต่อ
ไม่รู้ลูกเราก็ไม่มีรูปเราก็เข้าใจจิตสังขารไม่ได้แล้วเข้าใจจิตสังขารได้แท้และมีอยู่ครบไม่ได้ดับไปไหนไม่ได้จะไปดับไม่ว่า น้ำไม่ได้ดับไม่ว่าสัญญาไม่ได้ดับไม่ว่าสังขารและไม่ได้ดักไม่ว่าวิญญาณวิญญาณยังเป็นวิญญาณเต็มวิญญาณนางนิทรรศการดังอนันตังสะตุสังขารก็ยังเป็นสังขารเต็มเป็นวิสังขารหรือเป็นอินทาที่สังขารปุญญาภิสังขารอนินทิโตสุขเวทนาหรืออุเบกขาเวทนาเป็นฐานที่รับรู้สึกอย่างสบายแท้จริง มีสังขารครบไม่ได้ดับมีจิตสังขารครบไม่ได้ดับทั้ง 4 อย่างมีภาษาซ้อนลงไปก็รู้ชัดเจนและต้องจับสภาวะได้ด้วยว่าไม่มีดับกองกิเลสเท่านั้นที่เจือปนอยู่ในนามขันธ์ทั้งหลายแหล่ดับเกลี้ยงสนิทไม่เหลือเชื้ออย่างนี้เราเรียกว่าดับส่วนที่ดับรู้เกิดรู้ดับตัวใดเกิดอยู่เป็นธรรมดาเวทนาย่อมเกิดเป็นธรรมดาสัญญาย่อมเกิดเป็นธรรมดาสังขารย่อมเกิดเป็นธรรมดาวิญญาณย่อมเกิดเป็นธรรมดาเกิดแล้วก็ตั้งอยู่เกิดแล้วก็ดับไปเป็นของติดต่ออยู่เป็นธรรมดาไม่ได้มีแปลกประหลาดอะไรเราแย่ ส่วนที่เห็นว่าเป็นของที่ไม่จริงไม่ดีออกได้แล้วเราก็รู้ความเป็นจริงของชีวิตที่มีรูปนามขันธ์ 5 เราจึงจะเรียกว่าเราเป็นผู้ที่ผ่านแท้นิพพานอย่างมีขันธ์ 5 นิพพานอย่างมีรูปเวทนาสัญญาสังขารวิญญาณพร้อมพรั่งอยู่ครบทำงานตัวมันเต็มมีตัวรู้ตัวจริงตัวเป็นอยู่พร้อมพรากจึงเรียกว่าสัตว์อุปาทานที่เสียสันนิษฐานถ้ามันหยุดมันไม่มีเวทนามันไม่มีสัญญามันไม่มีชั้นฐานมันไม่มีวิญญาณมันไม่มีตัวถูกรู้มันไม่มีรูปรูปนั้นมันเหลือรูปแท่งก่อนรู้กายกายนอกมีเนื้อหนังมังสามีอวัยวะ 32 เมื่อน้ำขังแยกไปแล้วมันก็เป็นรูปที่เหลือแล้วมันก็จะเน่าจะเปื่อยจะพังไปสังขารนั้นก็ไม่รวมกลุ่มจิตสังขาร 80 สังขารดับจิตสังขารมันจะละลายออกไปมันก็ดับทันทีเพราะมันไม่มีอะไรต่อมันไม่มีเชื้อเหลือจึงเรียกว่าจิตจากนั้นเป็นศิษย์พระอรหันต์หมดความเกาะกุมหมดความประชุมก็จบแล้วก็มีผู้เสวยปรมังสุขังหรือผู้เสวยนิพพานนั้นก็เป็นพระอรหันต์ที่เป็นๆได้เสวยนิพพานได้รู้นิพพานได้เอานิพพานเอามาแจกจ่ายส่วนผู้ที่จะเป็นอนุภาคอนุบาลที่เสียสันนิษฐานภาพจากนิพพานหมายความว่า ทุกอย่างไม่ใช่ดับแต่เฉพาะกิเลสไม่จำกัดเฉพาะกองกิเลสกองกิเลสดับหมดแล้วแต่รูปนามขันธ์ 5 เหลืออยู่จนมาถึงวาระที่รูปนามขันธ์ 5 จะสลายแยกธาตุด้วยจะไม่ประชุมด้วยจะไม่เป็นกองจะไม่เป็นขันแม้แต่รูปภาพปฐวีธาตุดินธาตุน้ำธาตุไฟธาตุลมธาตุก็จะแยกสัดส่วนไม่เกาะกลุ่มจะสลายออกไปไม่ช้าไม่นานเลยก็จะเป็นแล้วหรือเมื่อพอตัดขาดวิญญาณธาตุลงมันก็จะเห็นชัดว่ามันเลิกกับกลุ่มจะสลายตัวให้เห็นนี่เรียกว่าการดับแบบอนุบาลที่เสียสละนิพพานธาตุนิพพานเป็นปรินิพพานเป็น ผ่านขั้นปลายไปอีกหมายความว่ามันหมดมันเกลี้ยงมันเย็นมันไม่คล่องแต่ก่อนนี้มันข้องเกี่ยวกันอยู่รูปภาพตั้งแต่ดินน้ำไฟลมมันก็ข้องเกี่ยวกันอยู่จึงเรียกว่าที่ใส่สันนิภาตอนนี้แม้แต่รูปภาพต่างๆดินน้ำไฟลมมันก็จะไม่คล่องไม่เกี่ยวไม่เกาะเรียกว่านิพพานนี้ไม่พานะแปลว่าข้องเกี่ยวกับเกาะแม้แต่รูปแม้แต่ดินน้ำไฟลมก็จะไม่เขียวไม่เกาะกันต่อไปอีกจะสลายแยกกันออกไปนี่จึงเรียกว่านิพพานกันปลายนาเราจะต้องรู้จักนิพพาน 2 ส่วนนี้ให้ได้อย่าไปหวังเอาว่าเราจะเป็นนิพพานแบบสมศรีสีแบบเป็นพระอรหันต์แบบการได้ ผ่านตู้นิพพานพอได้ปุ๊บก็ตายปั๊บหรือพอได้ปุ๊บก็หมดลมหายใจวิญญาณธาตุก็สลายกลายธาตุก็จะแตกสลายออกไปเหมือนกันไม่ล้างไม่ก่อนกันบรรลุนิพพานลิขิตดวงนั้นแล้วก็ตายดวงนั้นดูดวงต่อมาก็ตายทันทีเพราะว่าดาวดวงนั้นเป็นดวงอรหันต์แล้วดวงต่อมาก็ไม่มีหมายความว่าตายก็เกิดอยู่ที่เดียวกันเป็นอรหันต์แล้วก็ตายตายเลยนั่นเรียกว่าอาหารแบบสมศรีศรีซึ่งจะเป็นนึกไปคิดมันเลยมันเป็นเรื่องของสุดทางที่ผู้ที่จะไม่ได้มันเป็นเรื่องที่หวาดเสียวที่สุดของมนุษย์ที่จะปฏิบัติธรรมะเท่านั้นเองปฏิบัติธรรมะมันก็จะไม่ได้หมายมันสุดเป็นคนที่โชคดี ที่สุดไม่ใช่ในโลกในมหาโลกอีกหลายลูกเป็นเรื่องที่ไม่ควรประมาทอย่างยิ่งและอย่าไปใฝ่ฝันอย่าไปนึกคิดมันจะเป็นเองตามประสาของผู้ที่สั่งสมเหตุปัจจัยส่วนการได้นิพพานได้เมื่อไหร่รีบเอารีบฟ้ารีบเป็นรีบแจ้งชัดเจนให้ได้ทันทีให้เร็วๆอยู่เหนือสังขารไม่ใช่ดับสังขารนี้ต้องเข้าใจให้ชาติอย่างเดียวว่าสัญญานะสัญญาต้องรู้ให้แจ้งรู้ให้จริงรู้ให้เป็นระดับรู้ให้ชัดเจนเป็นระดับๆไปแม้แต่นิพพานโซดานิพพานสกิทานิพพานอนาถาหรือนิพพานอรหันต์เป็นที่เราจะต้องเข้าใจตั้งแต่เป็นเป็นแล้วเราก็จะได้เป็นผู้ที่สืบสานศาสนาได้ถูกต้องไม่ เลขพระพุทธศาสนาก็จะได้ยั่งยืนเป็นประโยชน์ต่อมวลชนดังที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์บรมศาสดาเราได้ถ่ายทอดฝากฝังและกำชับกำฌานหนักว่าอย่างไรภิกษุทั้งหลายจะได้เป็นกรรมฐานจะไม่เป็นอนิจหายากเราก็จะได้เป็นผู้ที่สั่งสมธรรมทายาทหรือว่าสืบต่อธรรมทายาทเป็นผู้ที่ทำอะไรก็เป็นจริงเป็นกรรมฐานถูกทำเพราะว่ากรรมทุกอย่างเราแสดงเราจ่ายเราแจกแล้วต่อไปเป็นพุทธธรรมที่ถูกต้องตรงตัว