210201-191 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ012.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - 2521 อภิณหปัจจเวกขณ์ (107 ตอน )MP3 ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์20 KB
วันที่แก้ไข3 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันพุธที่ 1 กุมภาพันธ์พุทธศักราช 2521 พ่อท่านพระพุทธชินราชแนะนำพิจารณาปัจจเวกปัจจัยณพุทธสถานสันติอโศกขอให้เราได้ทำความรู้กับสังโยชน์ให้ชัดเจนคำว่าสังโยชน์อันที่ 1 หมายความว่าที่เรียกกันว่าสักกายะหมายความว่าตัวการใหญ่เป็นตัวเป้าหมายเป็นตัวฤทธิ์ตัวเรื่องที่มันมีอยู่ในตัวเราเป็นตัวจอมกิเลสหรือว่าสิ่งที่มันเป็นความบกพร่องเป็นความตามความทำลายความไม่ดี ส่วนที่เราจะจัดการกับมันตัวเด่นๆชัดๆหรือว่าตัวสำคัญๆเราจะต้องจับให้ได้ตั้งแต่แรกเริ่มมาไม่ว่าขั้นไหนก็ตามเริ่มต้นปฏิบัติธรรมจะต้องรู้ตัวการรู้ตัวการใหญ่นี้ให้ได้ก่อนเป็นสำคัญถ้าเราจับตัวการใหญ่ไม่ได้มันจะรวนเรมันจะกลายเป็นตัวถ่วงตัวทำให้เราผิดขั้นตอนมันจะหลุดพ้นสูงขึ้นเป็นระดับๆไม่ได้เพราะเราจึงจำเป็นที่จะต้องตัดจะต้องละจะต้องทำให้หายไปในส่วนที่มันหยาบกร้านและสวยที่มันหนักหนาในส่วนที่มันกินแรงเราเป็นตัวการสำคัญหมายถึงสภาพอย่างนี้เราจะต้องรู้ให้ชัดจน สงสัยจนแน่ใจว่านี่เองเป็นตัวการใหญ่ของเราพ้นวิกฤตอิจฉาแล้วก็เริ่มต้นหาศีลหาพจน์หาหลักการมาปฏิบัติมากำราบมาปราบปรามเราต้องทำอย่างนี้เราจะไม่ทำอย่างนี้เป็นหลักการและจะต้องมีข้อกำหนดให้แก่ตนมีสติสัมปชัญญะมีสติปัฏฐานประพฤติกับศีลนั้นๆแล้วก็มีการประพฤติจริงๆเรียกว่าพจน์หรือพระตัดมีการปฏิบัติอย่างเข้มแข็งรอบรัฐเอาจริงเอาจังมีพฤติกรรมแท้ไม่ใช่มีแต่ศีลสักแต่ว่าปากว่าหลักจดเอาไว้ข้างฝาจดเอาไว้ในสมุดจดเอาไว้ที่ไหนหรือว่าบอกเขาไว้เป็นปฏิญญาไปสาบานไปให้สัจจะไว้ ที่นี่แต่ก็ให้อยู่ที่ให้ไม่ได้มีความหมายไม่ได้มีความเกี่ยวพันมาเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมต่างๆของเราไม่ได้อย่างนั้นไม่มีประโยชน์ศีลกับพรตต้องเกี่ยวข้องกันอยู่ด้วยกันทำงานส่งเสริมกันมีหลักเกณฑ์และก็มีภาคปฏิบัติมีปริยัติมีปฏิบัติเราต้องเข้าใจหลักที่แ

อ่านต่อ

ท้เราเข้าใจความหมายของหลักการเข้าใจความหมายของวิธีการแล้วมีการปฏิบัติการมีพฤติการณ์สงเคราะห์กันและก็เกิดผลที่จะรู้จะเห็นจะสัมผัสจะได้ความเป็นจริงเกิดขึ้นอย่างแท้เมื่อผู้ใดปฏิบัติไม่กล่าวให้รับศีลมา มีศีลเปล่าปฏิบัติกับปฏิบัติโดยจะต้องมีการเช็คมีการตรวจสอบพิจารณาอ่านผลดูว่ามันออกนอกแนวหรือไม่ออกนอกแนวมันเข้าร่องเข้ารอยกับหลักการกับพิธีการกับทฤษฎีที่เราได้ตั้งเอาไว้ให้แก่ตนแล้วหรือยังถ้ามันไม่ออกมันไม่เบี้ยวมันไม่เพี้ยนมันตรงเป็นชุปะฏิปันโนปฏิบัติให้ดีเป็นสุปฏิปันโนมันก็จะรู้ชัดขึ้นเป็นยายะปะฏิปันโนเข้าถึงความรู้จริงว่ามันได้รู้ได้เห็นได้สัมผัสรู้อยู่เห็นอยู่มีผลจริงได้ขึ้นตามลำดับเป็นสามีที่ปะฏิปันโนได้ธรรมะสมควรแก่ธรรมก้าวขึ้นก้าวขึ้นเจริญขึ้นเจริญขึ้นสิ่งที่ละนายคลายไปหรือจะละได้แรงๆก็ยิ่งดีตาม ตามแล้วตามสมรรถภาพตามอินทรีย์พละของผู้ปฏิบัติเมื่อปฏิบัติได้ละลดหน่อยปล่อยหลุดได้เป็นส่วนเป็นสัตว์ได้เป็นเรื่องเป็นราวเบาคลายถึงภาวนาไมค์หรือถึงขั้นภาวนาใดมาเรื่อยปฏิเสธวาสนาวิโนนาภาวนาเกิดผลมาเรื่อยเราก็รู้ว่าอันใดได้แล้วก็เป็นแล้วอะไรเป็นกิจที่ต้องทำอยู่อย่างจริงจังก็ทำทำได้จนกระทั่งเสร็จเบาบางจนกระทั่งไม่ไม่ห่วงยังเหลือเศษอยู่บ้างเล็กน้อยก็เข้าใจและไม่ประมาทพยายามจะทำเสริมทำร่วมแต่ไม่หนักแล้วเบาไม่ต้องวุ่นวายกับมันนักเราก็เริ่มเลื่อนเลื่อนไปหา ยักษ์ตัวใหม่ไปหาสูตรการตัวอื่นอีกที่สำคัญเปลี่ยนไปเลื่อนไปตามขั้นตอนเขยิบๆขยับไปเรื่อยๆเราก็จะได้รู้จุดจริงเราก็จะได้ทำการปราบปรามส่วนที่ชั่วส่วนที่เลวสภาวะจึงเลื่อนไปเสมอสักกายะไม่ใช่ของพระโสดาคนเดียวองค์เดียวศักยะก็ต้องใช้ทักษะการใช้ทั้งอนาถาใช้ไปเรื่อยๆตัวการใหญ่สุดเริ่มต้นตั้งแต่ปุถุชนจะทำเป็นพระโสดาก็ต้องรู้ตัวการได้โสดาแล้วจะเป็นศักราชแล้วจะเป็นอนาคาก็ต้องรู้ตัวการได้อนาถาแล้วจะเป็นอรหันต์ก็ต้องรู้ตัวการนั้น อย่างแท้จริงรู้แจ้งชนเผ่าชนตัวแล้วเราถึงจะจัดการกับมันได้ถ้าไม่เช่นนั้นมันก็ไม่รู้เรื่องว่าเราทำอะไรอยู่ที่ไหนเป็นอย่างไรไม่รู้เรื่องสังโยชน์ข้อ 1 ข้อ 2 ข้อ 3 ชั้นยอดศักยะทิฐิเห็นแจ้งในตัวการวิจิกิจฉายังไม่สงสัยคลางแคลงถูกต้องไม่สงสัยเลยเห็นชัดเห็นจริงๆเห็นยังไม่สงสัยรู้จริงๆจับได้จริงๆแล้วก็มีศีลมีพรตไม่เป็นศีลแล้วก็ตัดปรามาสไม่ใช่สักแต่ว่าทำอย่างจริงๆเรายังมีคุณธรรมมีตัวมันมีความเข้าใจอย่างไรก็ทำความเข้าใจให้ดีและจะต้องให้เกิดสภาพนั้นจริงๆจึงจะเรียกว่าเป็นผู้ที่จะกระทำ จนหลุดจนพ้นจนไม่มีการผูกพันจังหวัดพ้นสังโยชน์จะมีความพ้นความหลุดไม่ผูกไม่พันไม่ติดคลายหน่ายหลุดเข้าไปได้หลุดลงไปได้ยังเหลือเศษอยู่บ้างก็เรียกว่าหลุดลงไปบ้างและเศษส่วนน้อยนึงอะไรอย่างนี้ก็ต้องรู้เป็นรูปราคะอรูปราคะอยู่บ้างก็เข้าใจให้ได้สาระปล่อยมาด้วยเหตุปัจจัยของโสดาเป็นอย่างไรเหตุปัจจัยมาเป็นโสดาเหตุจากโสเหตุปัจจัยขนาดโสดาจึงเป็นเศรษฐกิจฐานเหตุปัจจัยอย่างขนาดสกิทาไปเป็นอนาคาเพราะเหตุใดปัจจัยเหล่านั้นและเป็นสัตว์อายัดทุกข์ตัวจนเราอธิบายเพิ่มได้ว่าเป็นกามราคะสังโยชน์ก็รู้เป็นภายนอกกามคุณ 5 ทั้งหลายแหล่เราเบาบาง ยศสรรเสริญต่างๆซึ่งสัมผัสเป็นวัตถุรูปเป็นของข้างนอกถึงจะมีราคะมีปฏิกะเธอมีการเหยียดใคร่อยากได้ผูกพันกับการที่ไม่ชอบใจโทรศัพท์หรือปฏิกะเมื่อไม่มีปฏิฆะไม่มีราคะอะไรหนักหนาสบายเบาแล้วก็รู้ขั้นตอนว่าสกิทาของเราขึ้นไปเรื่อยๆเรารู้เรื่องใดที่เรายังเป็นอยู่ในโลกอ่านให้ชัดขึ้นไปอีกจนสกายยะที่เรียกว่ากามราคะรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสจะสบายง่ายเบาไม่ลำบากไม่ยากเป็นฌานทั้ง 4 สบายไม่ต้องไปวุ่นวายไม่ต้องไปเดือดร้อนไม่ต้องแสวงหาอีกแล้วเหลือเศษอยู่ในจิตต้องเล็กๆน้อยๆก็รู้ว่ามันไม่ต้องทำให้เราเวียนกลับได้มี อ่านถึงขั้นรู้แท้ไม่ทำให้เราโกรธไม่ทำให้เราโลภได้เด็ดขาดไม่เวียนกลับมีแต่เหลือเสียที่จะฆ่าให้มันเป็นครั้งสุดท้ายเท่านั้นก็เข้าใจได้ฐานธนาคารมีโลกนอกนอกวัตถุโลกโลกโลกโลกโลกโลกียะหยาบๆต่างๆจึงหมดเหลือแต่เรื่องของอัตราตัวตนภายในเป็นสัปดาห์ละจะต้องรู้อย่างเข้าใจคนมีจิตอิจฉาจับจิตจับใจจับตัวตนของอัตภาพต่างๆที่เหลือมีมานะเป็นแกนมีมานะเป็นสังโยชน์ใหญ่ส่วนเหลือก็รูปราคะอรูปราคะสืบต่อมานั้นมีมากมีน้อยก็แล้วแต่บุคคลซึ่งมันก็เหลืออยู่พลิ้วน้อยซึ่งไม่มีฤทธิ์จริงๆต้องรู้ว่าไม่มีฤทธิ์จึงจะเรียกว่าอนาถาฤทธิ์เย็นกลับไปสู่โลกไม่ได้จึงจะเรียกว่าอนาคตถ้ายังมีฤทธิ์ที่จะทำให้เวียน สู่โลกอย่างคุณไม่มั่นใจเรียกธนาคารไม่ได้เป็นอนาคามีแกเป็นอนาคามีปลอมเป็นอนาคามีประมาทถ้าเราทำได้เด็ดขาดไม่มีประมาทแน่ใจมั่นใจคุณจะรู้เองด้วยตนเองเป็นประจำและผมก็จะต้องทำไปด้วยประมาทไม่ได้หมดหนี้สิ้นให้เกลี้ยงจึงจะไม่มีทางเวรกรรมแท้จึงจะหมดสนิทและแกนมานะจะต้องรู้ชัดแทนตัวตนของจิตที่มันยังถือดิบถือดีถือตัวถือตนมันละเอียดละออมากเป็นอุปกิเลสอย่างที่เราได้อธิบายกันแล้วแล้วเราพยายามชี้เพราะมันสุดคุ้มมันประณีตมันรู้ยากมันไม่มีตัวตนแล้วแต่มันก็มีพฤติกรรมที่ร้ายกาจได้อย่างมากจนกระทั่งรู้ความเป็นมาณเศษต่อไปถึงอุทยานสังโยชน์เข้าใจชัด เราจะหมดอวิชชาทั้งสิ้นก็เพราะว่ารู้สังโยชน์ 9 นั้นละเอียดละออจนทำได้หมดได้ผลจริงบริบูรณ์ถ้าเราปฏิบัติสังโยชน์ไล่เรียงมาจริงดังกล่าวนั้นเข้าใจสภาวะธรรมที่ตัวเองจริงๆไม่ใช่ไปมีแต่ปากท้องไม่ใช่จะมีความรู้เป็นบัญญัติภาษาเป็นทฤษฎีแต่เราจะต้องมีอากาศกริยาการตัวจิตตัวใจตัวกายตัวเวทนาต่างๆทำอารมณ์ต่างๆที่หมายถึงสังโยชน์อย่างไรเข้าใจถึงความหมายไม่ไม่สงสัยเข้าใจได้ดีหมาอย่างนั้นอย่างนี้ไม่มีวันสัญญานะสัญญาไม่นานนักตัดสัญญาไม่ใช่กำหนดไปแล้วก็ไม่แม่นเพี้ยนๆเรื่องๆไปเลี่ยงมาเอาให้ตรงเอาให้แน่วแน่เอาให้ชัดเจนเราก็จะได้รู้ได้เห็นของ จริงเป็นสัจธรรมพระนายพรายปลดปล่อยออกก็จะรู้หมดสังโยชน์ใดๆเราก็จะรู้อย่างชัดแจ้งจึงจะเรียกว่าเป็นผู้หมดอวิชชาสังโยชน์ถึงสิ้นวิชาสุดท้ายอาจจะเป็นรหัสแต่คุณแต่ละระดับมาเราก็รู้ขั้นตอนรู้รอบเล็กรอบกลางรอบละเอียดไปเรื่อยๆจนขั้นสูงสุดมันก็จะรู้ได้โดยนัยยะที่มันมีรอบยารอบกลางมาจนรอบปริญญาสารขั้นสุดท้ายทันใจเราก็จะไม่สงสัยเราจะรู้เองรู้จริงมีสัจธรรมเกิดจริงขอให้ทุกคนได้ทบทวนแล้วก็ได้เปรียบเทียบการเข้าจริงๆอันใดได้ไม่รู้ว่าได้อันใดไม่ได้อันใดไม่จริงก็ไม่รู้ไม่จริงไม่เช่นนั้นเราลวงตนอยู่แท้ๆไม่มีประโยชน์อะไรขอให้ได้รับประโยชน์ให้สม ทุกๆคน

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน