เศรษฐศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ไม่มีอะไรเท่าสาธารณโภคี.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.61 KB
วันที่แก้ไข28 เมษายน 2564

เนื้อหาในไฟล์

เศรษฐศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ไม่มีอะไรเท่าสาธารณโภคี ขอพูดตรงนี้เลยว่า ไม่มีเศรษฐศาสตร์ทฤษฎีไหนยิ่งใหญ่เท่าทฤษฎีของพระพุทธเจ้าที่เป็นสาธารณโภคีนี้หรอก ไม่มี เศรษฐศาสตร์บทไหนทฤษฎีไหนของนักเศรษฐศาสตร์ของโลกที่เป็นเทวนิยมทั้งนั้น แต่ของพระพุทธเจ้า อเทวนิยม หักกลับเลย เพราะว่าเทวนิยมต้องเอาให้ไปรวยรวยรวยแต่ว่า อาตมาเทวนิจะให้ไปจนเป็นนักเศรษฐศาสตร์ชั้น 1 นี่มันอธิบาย ที่อาตมาอธิบายได้ เพราะมีพวกคุณยืนยันว่าปฏิบัติได้จริงจนเป็นสังคมเป็นหมู่บ้าน กระจายอยู่ในประเทศไทยจนบัดนี้สาธารณโภคีหมู่บ้านเล็กหมู่บ้านใหญ่ก็เป็นสังคมที่ดำเนินเศรษฐศาสตร์มีบทบาทเศรษฐกิจ สาธารณโภคีพิสูจน์มาแล้ว 40-50 ปี ยังไม่พอหรอกเขายังเข้าใจได้ยาก เขายังไม่ยอมเชื่อว่า 50 ปียังไม่พอ ต้องพิสูจน์สัก 100 ปีกูถึงจะเชื่อ เอ็งก็เกิดมาตามรู้ให้ได้นะ ทำไมรู้ช้าอย่างนี้ ถ้าคนเขารู้ได้เร็วเพราะคนเขาแสวงหา คอมมิวนิสต์ ก็แสวงหา เอาทรัพย์สินมารวมกับส่วนกลางแล้วมีคนซื่อสัตย์เป็นผู้บริหารที่ดี แจกจ่ายให้ทั่วถึงซึ่งคนเขาก็รู้กันว่าดี อาตมาก็เป็นนักเศรษฐศาสตร์ แค่สมัครเป็นนักศึกษาแต่ไม่ได้เรียน อาตมามีความรู้ด้านเศรษฐศาสตร์ทั้งที่ไม่ต้องไปเรียนแล้วก็มีความรู้เศรษฐศาสตร์ถึงขั้นสาธารณโภคี นักศึกษาเศรษฐศาสตร์ที่จบปริญญาตรี โท เอก อธิบายอย่างอาตมาไม่ได้หรอก เพราะอาตมาเป็นนักเศรษฐศาสตร์ตัวจริง เป็นนักเศรษฐศาสตร์แบบพระพุทธเจ้า อธิบายแล้วพวกผู้ที่เป็นเวไนยสัตว์สอนได้เรียนได้ ก็เอาไปพิสูจน์จนเป็นผลสำเร็จจริงอยู่ร่วมกันอย่างนี้เป็นสังคมสาราณียธรรม 6 มีเมตตากายกรรม เมตตาวจีกรรม เมตตามโนกรรม มีลาภที่ได้ก็เอามารวมกันเป็นสาธารณโภคี อยู่อย่างนี้ตามสาราณียธรรม 6 มีลาภโดยธรรมก็ไม่ได้ยึดเป็นของตน ดำเนินอยู่ด้วยทิฏฐิสามัญญตา ศีลสามัญญตา โสดาเสม

อ่านต่อ

อโสดา ศีล 5 เสมอศีล 5 ศีล 8 ก็เสมอศีล 8 ศีล 10 เสมอศีล 10 ในยุคนี้ก็ยังพิสูจน์ความจริงของพระพุทธเจ้าได้ มีผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เข้าใจความเป็นโลก โลกนี้คืออย่างไร โลกหน้าคืออย่างไร ตั้งแต่เป็นลูกโลกของวัตถุภายนอก จนกระทั่งเป็นโลกภายในตน กามโลก หรือรูปภพ อรูปภพ แล้วเข้าใจโลก เรียรู้จนเหลือโลก โลกกาม โลกรูป โลกอรูป ก็จบสามโลก เป็นผู้อยู่จบทั้งสามโลกแล้ว เป็นสุดยอดความรู้ของพระพุทธเจ้าแล้ว ก็เป็นคนเป็นพระอรหันต์ รู้จัก 3 โลกแล้วก็ทำอย่างไม่เป็นทาสของโลก แล้วก็ไม่ไปจัดการอะไร โลกมันก็ต้องเกิดเป็นสามัญ สำหรับผู้ที่ไม่รู้ก็ต้องเกิดอยู่ตลอดกาล เราก็ช่วยเขาให้มารู้อย่างที่เรารู้ เรามาอยู่ในโลก เพื่อที่จะไม่เป็นผู้เป็นโทษเลย มีแต่เป็นคุณ ช่วยเหลือเกื้อกูลคนอื่นไป แล้วก็มาสอนเขา ให้รู้จักโลก รู้จักตัวตน โลกกับอัตตา แล้วรู้ อธิปไตยของโลก อธิปไตยของอัตตา รู้จักอธิปไตยของโลกจึงรู้จักอธิปไตยของประชาชน มันก็เป็นภาษาใช้แทนกันได้ เป็นไวพจน์ โลกาธิปไตยหรือประชาธิปไตยก็ใช้แทนกันได้ อธิปไตยคือพลังคืออำนาจมีสิ่งที่ในตัวเอง เรียกว่าเป็นพลังหรือว่าอำนาจ ที่รู้จักโลก แล้วก็อยู่กับโลกโดยไม่เป็นทาสของโลกเลย เช่น ท่านแจกว่าโลกนี้คือ ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข เราก็อยู่เหนือ ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข มีพลังอยู่เหนือหรือเป็นใหญ่ อธิปไตย ลาภก็มีโดยธรรมเรียกว่า ลาภธัมมิกา อาตมาก็มีลาภโดยธรรม ยศก็มียศโดยธรรม แต่ไม่ต้องติดยึด แต่ไม่ต้องเอาลาภมาเป็นตน ยศของอาตมาคือพ่อครู ตอนนี้จะให้เรียกพ่อเฒ่า แต่เขาก็ไม่ค่อยอยากให้เรียก เฒ่า ก็ใกล้กับขี้เถ้า คือใกล้ตายเผาเป็นขี้เถ้า ยังมี เท่า อีก เฒ่า กับ เถ้า มันก็ เท่ากัน นั่นแหละ ท.ทหาร ยังขี้เถ้าเดินได้อยู่ ก็คือผู้เฒ่าผู้แก่อยู่ ยังไม่ตายก็ยังมีชีวิตอยู่ อีกนิดเดียวก็ถึงแล้ว แต่อาตมายื้ออยู่ ไม่ยอมให้ถึงตายง่ายๆ มันยอมจำนน มันเฒ่าก็เฒ่าวะ แต่ยังไม่ยอมให้เป็นขี้เถ้า พยายามจะยื้อให้เรา เอ็งเป็นเฒ่าแล้วนะ เอ็งเฒ่าแล้วเอ็งก็เท่ากับกับขี้เถ้าล่ะว้า ก็ไม่เป็นไร เพราะฉะนั้นถ้าเรายื้อได้อยู่ว่า เอ็งจะบอกว่าเรา เฒ่า แล้วดึงเราไปเป็น เถ้า เอ็งว่าเท่ากัน เราบอกว่ายังไม่เฒ่า

640428_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ตำหนิให้เขาดื่มได้คือหน้าที่ของผู้ทำงานศาสนา

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน