สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน แบบคนจนตามรอยพ่อ.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน แบบคนจนตามรอยพ่อ นึกถึงในหลวงแล้วสุดประเสริฐเป็นพระโพธิสัตว์ที่เข้าใจประเทศชาติเข้าใจโลก ที่ท่านได้ตรัสคำนี้อธิบายท้าวความ มีรัฐมนตรีเกาหลีมาทูลถามว่าจะบริหารประเทศแบบไหน จึงเจริญดีประเสริฐ ก็ถามเซ้าซี้ สุดท้ายท่านก็บอก โดยที่ท่านรู้ในพระทัยว่าถ้าตรัสออกไปรัฐมนตรีเกาหลีต้องหูหักแน่นอน แต่สุดท้ายท่านก็ต้องตรัสว่า ต้องบริหารแบบคนจน แต่พวกเขาเอาแต่รวยๆ รวยทุกๆวัน เขาก็นึกว่าประเทศเขาเจริญที่ได้รวยๆ มันเป็นความย้อนแย้ง แต่มีสภาพซับซ้อนลึกซึ้งมากเลย เป็นสิ่งประเสริฐ ขออัญเชิญพระราชดำรัสในหลวงเป็นคลิปมาก่อน ขอแวะนิดหนึ่งว่า โทรทัศน์ของเราเป็นโทรทัศน์คนจน ขณะนี้กล้องที่ถ่ายอยู่ 3 กล้องไม่มีคนคุมเลย มีแต่คนใจดำ อาตมาไม่รู้ว่าทำไมไม่มีกะจิตกะใจ ก็รู้ว่าพวกเราทำงานแบบนี้เวลานี้คือเวลาออกอากาศ แล้วคนที่มีความสามารถความรู้ในเรื่องนี้ไม่มีน้ำใจเลย ปล่อยให้คนทำๆอยู่คนเดียว นายป๊อบวิ่งเข้าวิ่งออก วิ่งดูอยู่สามกล้อง ขอประจานตัวเองเบื้องหลังชาวอโศกออกไป พูดแบบนี้แล้วจะรู้สึกหรือไม่ จะมาช่วยหรือไม่ช่วยก็แล้วแต่ ในหลวงทรงงานมาตลอด 70 พรรษา ท่านเองมีภูมิธรรม แห่งความเป็นมนุษยชาติ แห่งความเป็นสังคมสูงส่ง เป็นพระโพธิสัตว์ที่เป็นผู้ที่รู้จักเรื่องของมนุษย์และสังคม อาตมาพูดย้ำไม่รู้กี่ที พระพุทธเจ้าสำเร็จสัมมาสัมโพธิญาณ ท่านไม่ได้ศึกษาอะไรนอกจากความมนุษย์และความเป็นสังคม แล้วท่านก็มาช่วยมนุษย์ช่วยสังคมนี่คือจบ แล้วท่านก็ทำหน้าที่อันนี้จนกระทั่งปรินิพพาน เป็นปริโยสาน ในหลวงเราเป็นผู้ที่ดำเนินรอยตามพระพุทธบาทแล้วก็บำเพ็ญมาจนถึงปางนี้ เป็นพระโพธิสัตว์ในปางของความเป็นพระมหาชนก ดำเนินรอยตามพระมหาชนกกับพระเตมีย์ใบ้ ที่อาตมาใช้คำว่าเตมีย์ใบ้ เพราะท่านไม่ต
อ่านต่อ
รัสอะไรมาก เงียบ อย่างนี้เป็นต้น พูดน้อย ไม่ใช่ท่านเป็นใบ้นะ ฉายาเตมีย์ใบ้แต่ท่านไม่ตรัส นี่แหละคือในหลวงภูมิพลอดุลยเดช เป็นเรื่องจริงเป็นเรื่องที่สุดยอด แล้วท่านตรัสไปแล้วใครจะสนองพระราชดำรัส ออกไปศึกษาปฏิบัติตามก็ทำ ไม่สนองก็แล้วไป "แบบที่เรียกว่า ทำ "แบบคนจน" คือทำวิธีการแบบคนจน ไม่ได้มีการลงทุนมากหลายอย่างของเขาเราก็ทำไป ก็เลยบอกว่าถ้าจะแนะนำ ก็แนะนำได้ "ทำแบบคนจน" เพราะเราไม่ได้เป็นประเทศที่รวย เราก็รวยพอสมควร อยู่ได้ แต่ไม่ใช่เป็นประเทศที่ก้าวหน้าอย่างมาก เราไม่อยากจะเป็นประเทศอย่างก้าวหน้าอย่างมาก เพราะว่าถ้าเราเป็นประเทศที่ก้าวหน้าอย่างมาก มีแต่.. มีแต่ถอยหลัง ประเทศเหล่านั้นที่เขามีอุตสาหกรรมสูงมีแต่ถอยหลัง และถอยหลังอย่างน่ากลัว แต่ถ้าเรามีการปกครองแบบ แบบว่า แบบคนจน แบบที่ไม่ติดกับตำรามากเกินไป ทำอย่างมีสามัคคีนี่แหละ มีเมตตากัน ก็จะอยู่ได้ตลอดไป ไม่เหมือนคนที่ทำตามวิชาการ แล้วก็วิชาการนั้นก็เราดูตำราแล้วพลิกไปถึงหน้าสุดท้าย หนึ่งหน้าสุดท้ายนั้นเขาบอกว่า"อนาคตยังมี" แต่ไม่บอกว่าเป็นอย่างไร เวลาปิดเล่มแล้วมันก็ปิดตำรา ปิดตำราแล้วไม่รู้จะทำอะไร ลงท้ายก็ต้องเปิดหน้าแรกใหม่ เปิดหน้าแรกก็เริ่มต้นใหม่ "ถอยหลังเข้าคลอง"แต่ถ้าเราใช้ตำราแบบที่เราอะลุ่มอล่วยกัน ตำรานั้นไม่จบ" (พระราชดํารัสในวันเฉลิมพระชนมพรรษา : ๔ ธันวาคม ๒๕๓๔) . คนจนที่เราหมายถึงนี้ไม่ได้หมายถึงคนจนที่ขี้เกียจขี้คร้านไม่สร้างสรรค์ไม่มีสมรรถนะความสามารถไม่ใช่ แต่เป็นคนจนที่มีความรู้ความสามารถ เป็นด็อกเตอร์ก็ได้เรียนมาสูงมีสมรรถนะสูงสร้างสรรค์อยู่มีผลผลิตก็มาก แต่สละออก สะพัดกระจายเพื่อแผ่สงเคราะห์แก่ผู้อื่นให้ได้มากๆ สรุปรวมแล้ว เป็นคนขาดทุน ขาดทุนคืออย่างไร ขาดทุนคือ ให้แก่ผู้อื่น เช่นผลผลิต สร้างขึ้นมา ราคาของสังคมมีร้อย แล้วเราก็ขายให้แก่สังคม 80 50 ต่ำกว่าราคาตลาด แต่ว่าต่ำกว่าราคาตลาดแล้ว มันต่ำกว่าที่ตัวเองจะอยู่ได้ไหม การคิดทุนต้องคิดค่าวัสดุต่างๆ ค่าโสหุ้ย พร้อมกับค่าแรงงานของเราเองด้วย นั่นคือราคาทุน ในวิธีคิดของทุนนิยมของเขา ทุนนี้เก็บหมดเลย เขาจะคิดค่าวัสดุค่าอะไรที่มันจะมี ค่าโสหุ้ยไม่พอยังรวมไปอีกว่า มันจะมี error อะไรไหม บวกเข้าไปอีก 3% 5% 7% ก็แล้วแต่ นี่คือความโหดเหี้ยมของระบบทุนนิยม แล้วก็ดำเนินทฤษฎีนี้อยู่ในโลก อาตมาบอกว่ามันไปไม่รอดหรอกสังคมโลก ถ้ามันไปแบบนี้กัน ตายแน่ๆ ไม่เจริญ เข่นฆ่าแข่งขันแย่งชิงฆ่าแกงกันอย่างนี้ไม่มีสงบได้หรอก ไม่เป็นสุขหรอก ชาวอโศกมาดำเนินรอยตามพระพุทธเจ้าตามรอยพระยุคลบาทของในหลวง มาทำแบบคนจน สงบ เบาสบาย จนถึงมาอยู่ในสังคมสาธารณโภคี เป็นแบบคนจนที่ถึงจุดสูงสุดของความเป็นมนุษย์กระทำของความเป็นพฤติกรรมสังคม ชาวอโศกมาทำงานฟรีเสียภาษีร้อยเปอร์เซ็นต์ กินใช้อยู่กับส่วนกลางยิ่งกว่าคิปบุชหรือคอมมิวนิสต์ หรือสังคมนิยมแบบไหนก็ตาม นี่คือสุดยอดเป็นสิ่งที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าสอนไว้แล้วมีคนมาประพฤติปฏิบัติได้ สำเร็จเป็นผลจริง มีประสิทธิภาพจริง สุดยอด แล้วคนที่มีชีวิตอย่างคนจนดังกล่าวนี้ เขาเป็นสุขนะ ปรมังสุขัง ไม่ได้สุขอย่างบำเรอกิเลสด้วย วูปสโสุข เอาภาษาคำว่าสุขมาใช้ ที่จริงแล้วไม่มีสุขไม่มีทุกข์ เป็นสุดยอดของความสุข คืออทุกขมสุข มีจิตใจอย่างนั้นจริงๆ อาตมาพูดได้เพราะว่าอาตมามีจิตอย่างนี้จริงๆ ชาวอโศกก็เราก็ทำได้ ก็อยู่กันไปจนกว่าจะตาย เผากันไปหลายคนแล้ว อาตมาไม่ได้เป็นคนประดิษฐ์ประดอยคำพูดให้หวานให้ไพเราะ อาตมาพูดอย่างสุภาพที่สุดแล้ว เพราะว่าพูดอย่างมีภาวะที่ดีที่สุด เป็นภาษาพูดที่เข้าใจง่ายเข้าใจตรงเข้าใจสั้น ไม่มีดราม่า ไม่มีไว้ท่า ไม่มีท่ามากอะไร พูดตรงๆเป็นอย่างนั้น ถ้าเผื่อว่าในเมืองไทยที่มีพระเจ้าแผ่นดิน ทรงพระปัญญาธิคุณรู้จักรู้แจ้งรู้จริงในความเป็นสังคมความเป็นมนุษย์อย่างนี้ ท่านก็ทรงบรรยาย ทรงสอน แต่เขาก็เอามาเผยแพร่ไป แต่ประชาชนผู้บริหารไม่พยายามศึกษาตาม แล้วมาลดกิเลสให้ได้แล้วมาเป็นคนจน ต้องขออภัยที่พูดยกตัวเองพวกตัวเอง ชาวอโศกเป็นตัวอย่างของสังคมประเทศไทย เป็นชีวิตที่ดำเนินแบบคนจน ปฏิบัติตัวเองมา แล้วก็เป็นคนที่มีชีวิตขาดทุนให้แก่สังคม โดยที่เรารู้ดีว่าเราทำอะไร เราได้กำไรอย่างไร กำไรคือเราได้เสียสละ ในหลวงท่านตรัสไว้ว่า เราเสียนั่นแหละคือเราได้ ตามคลิปเมื่อกี้นี้ เสียอะไร คำว่าเสียตัวนี้คือการสละ เรียกเต็มๆ ว่าเสียสละ ไม่ใช่พูดด้วยภาษาตื้นๆ แต่เป็นผู้ที่ให้ เป็นผู้ที่ขาดทุนให้แก่สังคม ขาดทุนของเรา คือกำไรของเรา ให้แก่สังคมให้แก่ผู้อื่นออกไป การขาดทุนนี้ไม่ได้ขาดทุนอย่างโง่เง่าหมดเนื้อหมดตัว เพราะว่าคิดทุนหมดแล้วมันมีค่าตัว ค่าตัวเรา 100 ไม่ได้ให้ไปหมดทั้งร้อย เราก็เหลือไว้กินใช้ของเราเท่าที่พอ นอกนั้นก็ให้แก่สังคมไปมันก็มีเหลืออยู่แล้ว เราไม่ได้ตีค่าตัวจนเกินจริง เอาตามอัตราสังคมเขา ราคาตัวเราเท่าไหร่ เราก็ประมาณเอาไม่ตายตัวบอกไปยาก เป็นผู้ที่เข้าใจว่าเราเป็นผู้ที่อยู่อย่างเสียสละ ไม่ได้โลภมากเห็นแก่ตัวกอบโกยไม่มีที่สิ้นสุด คนมีจริตอย่างนี้มีความคิดรอบเห็นแก่ได้เห็นแก่ตัวมันไม่เจริญหรอก จะร่ำรวยขนาดไหนก็ไม่เจริญ แถมมีชื่อว่าเจริญก็ไม่เจริญ สมณะเพาะพุทธว่า...ประเทศไทยถูกยึดครองโดยสองเจริญ 1 เจริญโภคภัณฑ์ 2 เจริญ สิริวัฒนภักดี พ่อครูว่า...เป็นสิ่งที่เป็นสองเป็นสิ่งที่ยืนยันความลงตัวทุกอย่างจะแสดงรูปและนามที่ลงตัว ประเทศไทยเป็นประเทศที่เขายืนยันว่ายุคนี้เป็นชมพูทวีป และมีสิ่งที่ลงตัวเป็นรูปธรรมเป็นรูปนามยืนยันจริงๆ อาตมาไม่เก่งพอที่จะใช้นิรุติปฏิภาณพอจะอธิบายให้คนรู้ได้ครบถ้วนได้ ถ้าคนที่เก่งจะพูดได้ว่าประเทศไทยเป็นเช่นนั้นจริงๆ เป็นประเทศที่มีอาริยธรรมโลกุตรธรรม Civilization ขั้นโลกุตระ สหประชาชาติก็ขานรับให้ในหลวงเป็นผู้ที่ทรงบริหารประเทศที่เขายกให้ ทูลเกล้าถวายรางวัลเลยมีมาแล้วไม่ได้พูดลอยๆเป็นเรื่องจริง และเป็นสิ่งรับรองยืนยันเป็นปรากฏการณ์ Phenomena ที่รับรองมาแล้ว พระพุทธเจ้ามีสมบัติพัสถานก็ทิ้งออกมาอย่างไม่ใยดี ไม่ไปวอแวไม่มีจิตอะไรที่จะห่วงหาอาวรณ์สมบัติทางโน้นเลย ขออภัยอาตมาก็เหมือนกันเลิกสมบัติทางโลก แบ่งแจกออกไปเสร็จหมดแล้ว จากวันนั้นจนถึงวันนี้อาตมาไม่เคยไป เรียกร้องทวงอะไรกับสมบัตินั้นเลย แล้วก็แล้วไปจบดำเนินไปได้อย่างนี้ ชีวิตของคนไม่รู้จักว่าคนเราจะเรียกด้วยภาษาว่าเป็นความจน และมาเป็นคนจน คนที่รู้ได้ว่าควรดำรงตนเองเป็นคนจนด้วยมีความจน เป็นความจนอันประเสริฐ ไม่ใช่ความจนอย่างต่ำๆความจนอย่างชั่ว ความจนที่ชั่วคือคนที่รวยมากๆ แล้วก็กอบโกยไม่รู้จักจบจักสิ้น ความจนของคนรวยที่รวยไม่เสร็จไม่สิ้น ก็คือผู้ที่มีความจนที่ชั่วร้ายที่เลวทราม เพราะเป็นความทำลายสังคมมนุษยชาติทำร้ายตัวเอง ตัวเองก็หลงแต่ความรวยในสมบัติพัสถาน ในหลวงท่านได้ตรัสว่า เราไม่อยากจะรวย ไม่เอาก้าวหน้าแบบนั้น มันเป็นการถอยหลังอย่างน่ากลัว เป็นคำตรัสของในหลวงทั้งนั้น “เราเลยบอกว่า ถ้าจะแนะนำได้ ต้องทำ แบบคนจน” เราไม่เป็นประเทศร่ำรวย ประเทศไทยเราจะต้องเป็นประเทศที่ไม่ร่ำรวย เราก็มีพอสมควรพออยู่ได้ ไม่ต้องมีมากมาย ไม่รวยไม่เป็นประเทศที่รวย แต่มีพอสมควรเลี้ยงตัวเองอยู่ได้ อย่างชาวอโศกไม่รวยแต่มีพอสมควร เป็นคนจนที่ไม่จน “เราเลยบอกว่า ถ้าจะแนะนำได้ ต้องทำ “แบบคนจน” เราไม่เป็นประเทศร่ำรวย เรามีพอสมควร พออยู่ได้ แต่.. ไม่เป็นประเทศที่ก้าวหน้าอย่างมาก เราไม่อยากจะเป็นประเทศก้าวหน้าอย่างมาก เพราะถ้าเราเป็นประเทศก้าวหน้าอย่างมาก ก็ จ ะ มี แ ต่ ถ อ ย ห ลั ง ! ประเทศทุกประเทศต้องการเป็นประเทศที่รวย แม้แต่ประเทศไทยแต่ไม่เอาอย่างในหลวง เอาเศรษฐกิจแบบในหลวงเราเป็นต้น ท่านตรัสไว้ลึกแรงชัด แต่ไม่มาเอาตาม ประเทศที่ก้าวหน้าอย่างมากที่บอกว่ามี gdp สูง gdp4 gdp 5 gdp7 gdp 8 ที่บอกว่าเป็นประเทศก้าวหน้า แต่เป็นประเทศที่ถอยหลังและถอยหลังอย่างน่ากลัว แต่ถ้าเริ่มมีการบริหารที่เรียกว่า “แบบคนจน” แบบที่ไม่ติดกับตํารามากเกินไป ทําอย่างมีสามัคคีนี่แหละ คือ เมตตากัน ก็จะอยู่ได้ตลอดไป...” ตำราทั้งหลายมีแต่ตำราพาไปรวย เขาไม่แลไม่สนใจตำราแบบคนจน เขาถือว่าเป็นข้อเขียนที่เป็นเศษสวะ อาตมาเขียนทุกวันนี้เขียนให้มาจน เขาก็ถือว่าเป็นเศษสวะไม่มาสนใจ ประเทศใดเข้าถึงพฤติกรรมนี้เข้าถึงวัฒนธรรมมีเศรษฐกิจอย่างเศรษฐกิจขั้นสาธารณโภคี ประเทศนั้นเป็นสุดยอดประเทศ มาทำเป็นประเทศไม่ได้ อาตมาก็ทำซ้อนเป็นสังคม สังคมไทยที่เข้าใจแบบนี้ อาตมาก็พามาทำจนเป็นสังคมที่สำเร็จสาธารณโภคี มีชีวิตมีพฤติกรรมชีวิตอยู่ จนเป็นวัฒนธรรมแล้วอย่างนี้เลี้ยงตนเองด้วยระบบสาธารณโภคีสุดยอด เป็นแบบคนจนเป็นแบบเมตตากัน อะลุ่มอล่วยกัน สามัคคีกันเกื้อกูลกัน จากนี้แหละเป็นจุดหมายปลายทางของสังคม เป็นจุดหมายปลายทางของความเจริญ เป็นความเจริญอันสูงสุด อาตมาภาคภูมิใจที่เกิดมาในชาตินี้ทำได้แค่นี้เพื่อสังคมกลุ่มแค่นี้ ซ้อนอยู่ในประเทศไทย แม้ประเทศไทยจะไม่เหลียวแลอาตมา ผู้บริหารทางด้านการเมือง แม้แต่ผู้บริหารทางด้านศาสนาพุทธ ก็ไม่เข้าใจว่าจะมานำพุทธศาสตร์ พุทธธรรมของพระพุทธเจ้ามา เอาของท่านมาปัดฝุ่นมาทำจนสำเร็จ เพราะเขาทำให้ธรรมะพระพุทธเจ้าหม่นหมองจนไม่เห็นเนื้อธรรมะพระพุทธเจ้าแล้ว อาตมาเอามาล้างฝุ่นให้ออกจนให้คนเห็นว่าธรรมะพระพุทธเจ้าเป็นแบบนี้แล้วก็ประพฤติกันจนสำเร็จ แม้จะไม่มากมายก็ภูมิใจแล้วได้แค่นี้ก็ภูมิใจแล้ว แล้วจะนำพากันไปจนตาย ตายแล้วจะทำกันต่อไหม ทุกคนขานรับว่าจะทำต่อ เพราะเป็นเรื่องประเสริฐสุดแล้ว สาธารณโภคีที่เป็นจุดสุดยอดแล้ว ถ้าสังคมใดเข้าใจ โดยเฉพาะในประเทศใดเข้าใจความเป็นชีวิตสังคมมนุษย์แบบนี้ แนวทางการดำเนินชีวิตแบบนี้ สังคมโลกจะมีความเป็นสุขสำราญบานใจ จะไม่มีเรื่องราวอะไรที่เดือดร้อนวุ่นวายนี่เลยจริงๆ อาตมาขอยืนยันว่าถ้าใครเอาปัญญาดีๆ และเข้ามาสำรวจตรวจสอบ ชุมชนชาวอโศกมาศึกษาให้ดีๆ ว่าด้วยภูมิปัญญาให้ดีๆด้วยความฉลาดแสวงหาความรอบรู้ว่าสังคมควรจะเป็นอย่างไร แล้วมาดูสังคมชีวิตชาวอโศก ชีวิตกินอยู่หลับนอนสบาย ไม่นอนสะดุ้งจนเรือนไหว มีทองแค่หนวดกุ้ง นอนสะดุ้งจนเรือนไหว ไม่มีลักษณะนั้นเลย ดูอย่างหน้าฉากนี้ จะได้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ สิ่งที่โชว์นี้เป็นปัจจัย 4 เป็นหนึ่งในโลกเป็นอาหาร อาหารเป็นหนึ่งในโลกที่สำคัญที่สุดในความเป็นสัตว์โลกโดยเฉพาะมนุษย์ มนุษย์รู้พระพุทธเจ้าก็ตรัสบอกว่าอาหารนี้ กวฬิงการาหาร เป็นข้อต้น ในอาหารทั้ง 4 อาหารเป็นสิ่งที่กินเป็นคำๆกลืนเข้าไปเลี้ยง ร่างกาย ที่จริงแล้ว อาหารอีก 3 ผัสสาหาร มโนสัญเจตนาหาร วิญญาณาหาร ก็สำคัญที่จะเรียนรู้เพื่อลดความทุกข์ความเสื่อมของชีวิต ถ้าเรียนรู้มโนสัญเจตนา 3 แล้วลดละกิเลสได้ด้วยการมี ผัสสาหาร มีผัสสะเป็นสมุทัย ในการปฏิบัติ ถ้าไม่มีสมุทัยก็ไม่บรรลุ ตั้งแต่รวมตัวเป็นประเทศสยามก็มีศาสนาพุทธมาตลอด ก็มีคนเชื้อชาติไทยสัญชาติไทยที่นับถือศาสนาอื่นอยู่บ้าง แล้วก็พยายามมาเผยแพร่ให้ได้มาก พยายามอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นศาสนาคริสต์ศาสนาอิสลามศาสนาใหญ่ๆในโลก พยายามมากระจายเผยแพร่กลืนประเทศไทย แต่กลืนไม่ได้ ประเทศไทยมีพลเมืองนับถือศาสนาพุทธอยู่ 95% ไม่ได้ลดลงเลย เพราะมีต้นทุนอยู่ตั้ง 95% ออกลูกหลานมาก็เป็นพุทธตามสำมะโนครัวอยู่แล้ว ทางโน้นเป็นกลุ่มน้อยออกลูกออกหลานมาอย่างไรก็ไม่ทัน มีอัตราการก้าวหน้าปฏิภาคทวีที่มากกว่า มวลของศาสนาอื่นก็ไล่ไม่ทัน ศาสนาพุทธนี้อาตมาภาคภูมิใจในคนไทยที่เข้าใจยึดถืออย่างไม่ถอดถอนเปลี่ยนแปลง แม้นที่สุดในถึงยุคนี้วันนี้ คนไทยแสดงตัวเป็นปรากฏการณ์ออกมา เป็นระเบิดรัก ระเบิดรักของคนไทย รักอะไร รักในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่สนามหลวงจะเป็นจุดกลาง ที่ไปสักการะเคารพ พระบรมศพ พระองค์ท่าน ยังฮือฮาคึกคัก เป็นกว่าปีแล้ว ตั้งแต่ 13 ตุลาคม 2559 ก็เกือบครบ 1 ปีแล้ว เป็นพลังงานความรักที่แรงเรียกว่าระเบิด เรียกว่า bomb of love คำว่า bomb of love ไอน์สไตน์เป็นผู้ที่บัญญัติเรียก ไอน์สไตน์ได้เขียนเป็นจดหมายทิ้งไว้ให้ลูกสาว ให้เก็บจดหมายนี้ไว้บอกว่าต่อไปจะมีปรากฏการณ์ bomb of love เกิดขึ้น พ่อไม่สามารถอธิบายให้ฟังได้ว่าคืออะไร ตลอดชีวิตพ่ออธิบาย E=mc 2 อธิบายก็ยากแสนยากแล้ว แต่เรื่องระเบิดรักนี้เป็นปฏิสัมพันธ์ที่ยิ่งใหญ่กว่าทางสสารทางพลังงาน พ่อมิบังอาจหรอก แต่เก็บไว้จะมีปรากฏการณ์นี้เกิด อาตมาขยายความตามเจตนารมณ์ความรู้ของไอน์สไตน์ และถึงปรากฏการณ์จริงระเบิดรักจากคนจริง ที่ได้แสดงความรักบูชาเทิดทูนต่อในหลวงที่เรียกว่ามันมากมันเหมือนระเบิด ยังไม่จบเลยนะ เป็นระเบิดปรมาณู คุณเคยเห็นไหม พอตูมออกไป ก็จะเป็นรูปลักษณ์ระเบิดที่ยังไม่สลายตัวง่ายๆ มีความเป็นพระพรหม มีเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกข ทรงงานแล้วจะได้ไม่ได้ขนาดไหนก็ไม่ทดสอบไม่กังวลมีแต่ตั้งหน้าตั้งตาทำ ทรงพระจริยวัตรไปตลอดพระชนม์ชีพเลย จนจบ คนไทยมีเลือดของโลกุตรธรรม คือธรรมะที่ไม่มีตัวตน ธรรมะไม่เห็นแก่ตัว ธรรมะทำเพื่อคนอื่น เป็นธรรมะที่ไม่เหลือตัวตนนั้นสูงสุด ในหลวงอย่างไรก็อย่างนั้น โลกุตรธรรม 100% คนไทยขานรับเข้าใจ และก็มาขานรับว่าจะเอาอย่าง จะเดินตามคำสอนพ่อ แสดงออกถึงจิตลึกๆของตัวเองว่าแต่ก่อนก็รู้อยู่ในใจ แต่ยังไม่แสดงออก ตอนนี้ก็แสดงออกกันอย่างเกรียวกราว คนไทยเป็นผู้มีปัญญา เป็นผู้ที่รู้จักคุณธรรมโลกุตรธรรมนี้ เป็นความรู้ที่จะแสดงออกจริงแล้ว คนต่างประเทศก็ฉงนว่าทำไมแตกตื่นกับงานศพของพระเจ้าแผ่นดินเขา บางประเทศบางคนก็อาจจะคิด ยิ่งเป็นประเทศคอมมิวนิสต์ หรือเป็นประเทศที่แม้จะเป็นประชาธิปไตยขาเดียวไม่มีในหลวง เขาจะมองว่างมงายอะไรกันมาก เขาจะไม่เข้าใจ คนไทยเคารพความเป็นประชาธิปไตยของในหลวง ในหลวงท่านทรงงานประชาธิปไตยทำงานเพื่อประชาชนจนหมดเนื้อหมดตัว จนวันสุดท้ายแห่งพระชนม์ชีพ สุดยอดถ้าใครเข้าใจ อาตมาได้พยายาม แต่ไม่ได้เป็นผู้ที่ทำงานทางรูปธรรม ก็เลยไม่ค่อยมีรูปธรรมให้เห็น แต่ก็มีอยู่บ้าง อาตมาพาทำนี้ ขออภัยเหมือนพูดคุยตัว แต่อาตมาพาทำในสภาพ ยอด ขั้นปลาย ขั้นสูง มาเป็นคนจนระดับสาธารณโภคี มาทำงานเสียสละเข้าส่วนกลาง แล้วมาอยู่กันในสังคม กินอยู่ร่วมกัน ซึ่งสังคมประเทศไหนเขาก็ทำไม่ได้หรอกทั้งประเทศ ทำให้เกิดสาธารณโภคีทั้งประเทศไม่ได้ จะมีอย่างเก่งก็หมู่บ้านชุมชนอำเภอ เป็นตำบลเป็นอำเภอยาก แต่ถ้าทำให้เกิดหมู่บ้านสาธารณโภคีได้มากที่สุด สมมุติว่าประเทศไทยมี 80000 หมู่บ้าน ทำให้เป็นหมู่บ้านสาธารณโภคีให้ได้สัก 30000 หมู่บ้านก็เจริญแล้ว ไม่ต้องถึงครึ่งหรอก รับรองว่าประเทศไทยดังไปทั่วโลกเลย รูปธรรมจะชัดเด่น พฤติกรรมเป็นสาธารณโภคีจะปรากฏตัวเลย นักเศรษฐศาสตร์นักสังคมนักเศรษฐกิจจะเข้ามาศึกษาเลย มีการสะพัดเกื้อกูลช่วยเหลือสร้างสรร คนจนแบบพระพุทธเจ้านั่นเป็นคนขยันหมั่นเพียร มีภูมิปัญญารู้จักว่าสัมมาอาชีพ จะไม่ทำมิจฉาชีพ 5 จะลดละมิจฉาชีพที่หยาบไปเรื่อยๆ เช่น กุหนา ลปนา มิจฉาชีพที่ทุจริตกายวาจาใจ กายวาจา(ลปนา) ทุจริต หยาบ กลาง ละเอียดลดลงมา จะเหลืออย่างละเอียดอยู่ก็ลดลงไปอีก อย่างชาวอโศกลดการทุจริตที่หยาบลงหมด ไม่มีงานอาชีพที่โกงหลอกลวง ทั้ง 5 อย่างคือมิจฉาชีพหมด ๑. การโกง ทุจริต คอร์รัปชั่น (กุหนา) มีในงานการเมือง . ๒. การล่อลวง หลอกลวง (ลปนา) ในนักธุรกิจ-การเมือง . ๓. การตลบตะแลง (เนมิตตกตา) ยังเสี่ยง-ยังไม่แน่แท้ เริ่มมีศีลขึ้น เป็นโสดาฯ สกิทาฯ อนาคาฯ อรหันต์ตามลำดับ ๔. การยอมมอบตนในทางผิด อยู่คณะผิด (นิปเปสิกตา) แล้วจะไม่อยู่ส่วนตัวจะมาอยู่ร่วมกันเป็นหมู่คณะ เพื่อสร้างเป็นพฤติกรรมสังคมให้มีอาชีพมีการงานเป็นสัมมาอาชีพสัมมากัมมันตะ สัมมาวาจา สัมมาสังกัปปะไปเรื่อยๆ แม้ทำงานลาภแลกลาภ ก็เป็นมิจฉาชีพเข้าสุดท้าย ๕. การเอาลาภแลกลาภ (ลาเภนะ ลาภัง นิชิคิงสนตา) (พตปฎ. เล่ม ๑๔ ข้อ ๒๗๕ มหาจัตตารีสกสูตร) ชาวอโศกทำได้สำเร็จจนพ้นมิจฉาชีพข้อที่ 5 ไม่ต้องเอารายได้เลย ลาเภนะ ลาภัง นิชิคิงสนตา แต่ละชุมชนชาวอโศกทุกคนมาอยู่ในนี้ ก็มาทำงานฟรีแม้จะไปข้างนอก ถ้ามาทำงานอย่างนี้ก็ทำงานสิ ถ้าไม่อย่างนั้นก็อยู่ข้างนอก ทำงานในนี้แล้วเราก็ดูแลกัน เพราะฉะนั้นชาวอโศกจึงเป็นสังคมกลุ่มที่ซ้อนอยู่ในประเทศไทย เป็นสังคมที่นำ ทิฏฐิ และศีล ของพระพุทธเจ้ามาใช้ มาในนี้ถือศีล 5 ทั้งนั้น ทิฏฐิ คือ ที่นี่ไม่กินเนื้อสัตว์ ที่นี่ไม่มีอบายมุข ที่นี่ทำงานฟรี เป็นทิฏฐิ เข้าใจกัน คนมาอยู่ในนี้แล้วมี ศีลสามัญญตา ทิฏฐิสามัญญตา อยู่กันอย่างสุขสําราญสบายใจ ถือว่าเป็นสังคมคนจน การสำรวจคนจนในประเทศไทย อาตมาว่า เขาไม่เข้าใจเลยว่าคนจนคืออะไร เขาไปสำรวจ ชุมชนชาวอโศก เขาก็บอกว่า ให้คะแนน ราชธานีอโศก ว่า ขุมชนชาวอโศก เป็นคนจนระดับ 5 อาตมาก็ว่าสำรวจอย่างไร ที่จริงต้องเป็นคนจนอันดับหนึ่ง จนที่สุด เราเป็นคนไม่มีรายได้เอาเข้าส่วนกลางเป็นคนจนอันดับที่ 1 ต้องเข้าใจซ้อน สภาพลึกซึ้งของสังคม ที่เขามาตรวจให้คะแนนไปแล้ว ชุมชนอโศกจนระดับ 5 แต่ไม่มีรายได้ส่วนตัวเลย เอาค่าเฉลี่ย มีพวกเราแอบทำบ้าง ขายข้างนอกแล้วเอาเข้าส่วนตัวบ้างแต่มีน้อย กินกับส่วนกลาง ก็บาปกินหัว 601001_วิถีอาริยธรรม สันติอโศก บรรลุความจนได้ต้องทำให้ถึงฌาน