สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน จุดธูปเทียนบูชาไฟ ไม่ใช่ของศาสนาพุทธ.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน จุดธูปเทียนบูชาไฟ ไม่ใช่ของศาสนาพุทธ 11 การจุดธูปเทียนบูชาไฟ ในศาสนาพุทธถือเป็นเรื่องผิดมหาศีล ซึ่งเป็นศีลธรรมนูญของศาสนาพุทธ ชาวพุทธ ทั้งพระ สมณะ ฆราวาส ไม่ทำกัน การจุดธูปเทียนบูชาไฟ ทำได้ในศาสนาพุทธ ไม่ถือเป็นเรื่องที่ผิดอะไร และกลายเป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องมีต้องทำ ในแทบทุกวัดไปแล้ว
ในศาสนาพุทธตอนพระพุทธเจ้าอยู่นั้น ไม่มีการจุดธูปเทียนบูชาไฟ ตอนนั้นมีการจุดเป็นน้ำมันเปรียง น้ำมันเนย หรือใช้ขี้เลื่อย มีเปลวกับควันสองอย่างเรียกว่าอัคคียัญ ก็คือการใช้ไฟเป็นสื่อในการสื่อสารกับพระเจ้า เป็นของพวกเทวนิยม เป็นการติดต่อกับวิญญาณด้วยไฟ ด้วยเปลวไฟหรือด้วยควัน เป็นเทวนิยม ศาสนาเดียรถีย์ ทั่วไปเขาก็มีกัน เมื่อศาสนาพระพุทธเจ้าเกิดขึ้น พระพุทธเจ้าก็ให้เว้นขาด จากสิ่งเหล่านี้ มหาศีลในยุคพระพุทธเจ้านั้นเป็นสิ่งที่ไม่มีในศาสนาพุทธเลย มหาศีลเป็นเดรัจฉานวิชา อัคคียัญ สิญจนยัญ รดน้ำมนต์นั้นไม่มีในศาสนาพุทธ เป็นความเห็นของอาตมายืนยันได้มีหลักฐานอ้างอิง ถ้าเข้าใจโดยปฏิภาณที่พูดไปแค่นี้ก็จะชัดเจน แต่ในพุทธกระแสหลักนั้นมีหมด เห็นว่าการจุดธูปเทียนบูชาไฟทำได้ ไม่ถือเป็นเรื่องที่ผิดอะไร และกลายเป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องมีต้องทำในแทบทุกวัดไปแล้ว นอกจากพุทธสถานอโศก ก็วัดทุกวัด มีการจุดธูปเทียนบูชาไฟเรียกว่าเรือนไฟ ตั้งแต่พระพุทธเจ้าตั้งศาสนา ตรัสไว้ในอัมพัฏฐสูตร พระไตรปิฎกเล่ม 9 ท่านตรัสไว้ว่า ในอนาคตศาสนาพุทธจะเสื่อม มีความเสื่อม 4 ประการของศาสนาพุทธนั่นก็คือ ตอนนั้นศาสนาพุทธยังไม่เสื่อม 4 ประการนี้เลย 1 ผู้ยังไม่มีวิชชาและจรณะ แต่ไปแสวงหาอาจารย์ในป่า โดยเก็บผลไม้หล่นกินบำรุงชีพ อย่างมักน้อยมากๆ 2 ไม่เก็บผลไม้กิน แต่ถือเสียม ตะกร้า หาขุดเหง้าไม้ หาผลไม
อ่านต่อ
้กินระหว่างออกแสวงหาอาจารย์ในป่า 3 สร้างเรือนไฟไว้ใกล้หมู่บ้าน แล้วบำเรอไฟรออาจารย์ 4 สร้างเรือนมีประตูสี่ด้านไว้ที่หนทางใหญ่สี่แพร่ง แล้ว สำนักรอท่านผู้อยู่มีวิชชาและจรณะอยู่ (อัมพัฏฐสูตร เล่ม ๙ ข้อ 163)
ข้อที่หนึ่งยังเคร่งศีลเคร่งวินัย เก็บผลไม้ที่ร่วงหล่นกิน แต่ไปแสวงหาอาจารย์ในป่าที่จริงออกนอกรีตแล้ว การไปแสวงหาอาจารย์ในป่าเป็นพวกนอกรีตไปหมดแล้ว ในยุคพระพุทธเจ้าไม่ได้ถือว่าการออกป่าคือการปฏิบัติธรรมของพุทธนะ แต่ในยุคนั้นมันมีแต่ป่า 2 พระพุทธเจ้าก็เป็น ลิงลมอมข้าวพอง เมื่อปฏิบัติธรรมตอนแรกเขาก็พาออกป่าหลงผิดไปกับเขา เมื่อมีแต่คนออกป่า ศาสนาพุทธยังไม่ขึ้น และถ้าอ่านพระไตรปิฎกแตก ในพระสูตรที่ท่านยืนยันว่าออกป่า 6 ปีเป็นการปฏิบัติที่ผิด เป็นการปฏิบัติทุกรกิริยาทำได้เก่งกว่าเค้าหมดเป็นทางผิดทั้งนั้น ท่านบอกไว้ ศาสนาพุทธตอนนี้ก็น่าสงสาร ไปหลงผิดว่าการปฏิบัติผิดในป่าของพระพุทธเจ้านั้นเป็นการปฏิบัติของศาสนาพุทธ นี่คือความหลงผิดยังน่าสงสาร น่าสงสารมาก เราเป็นผู้ชื่อว่า โชติปาละ ได้เคยกล่าวกับพระสุคต พระนามว่า กัสสปะ ว่า “การตรัสรู้เป็นของได้โดยยาก ท่านจะได้จาก โพธิมณฑลที่ไหน โพธิญาณท่านได้ยากอย่างยิ่ง” ด้วยผลแห่งกรรมนั้น เราได้บำเพ็ญทุกกรกิริยาเป็นอันมาก สิ้นเวลา6ปี เราถูกบุรพกรรมตักเตือนแล้ว (ปุพพกัมเมนะ โจทิโต) จึงแสวงหาโพธิญาณโดยทางผิด เรามิได้บรรลุการตรัสรู้โดยทางนั้น ต่อจากนั้นจึงได้บรรลุการตรัสรู้ ไม่มีโศก ฯลฯ (ล.32 ข.3๙2) คือทุกอย่างดูถูกพระพุทธเจ้า ว่ามาหาที่นั่งใต้ต้นโพธินี้หรือ จะได้บรรลุเป็นพระพุทธเจ้ามันไม่ง่ายอย่างนั้นหรอก เป็นการจาบจ้วงแค่นี้ จึงเป็นวิบากของท่าน เป็นการเก็บวิบากที่เหลือ ที่จริงได้ใช้หนี้ไปบ้างแล้ว แต่เศษบาปที่เหลือ ต้องไปทรมานใช้วิบากในป่าถึง 6 ปี ทรมานตัวเองด้วยนะ ใครสามารถปฏิบัติ อุกฤษฏ์อย่างไรท่านสามารถปฏิบัติได้เหนือกว่าเขาหมด แต่ก็ไม่เห็นว่าจะบรรลุ ท่านก็บอกว่าไม่ใช่ จนสุดท้ายวันเพ็ญเดือน 6 ท่านก็ตัดสินพระทัยว่า ธรรมะของพุทธคืออย่างไร เรานี้คนอื่นก็เดากันว่าเป็นพระพุทธเจ้าและเมื่อไหร่จะเป็น แล้วเราจะเอาธรรมะของพุทธมาประกาศเผยแพร่อย่างไร ท่านได้เคยระลึกได้ว่าเคยนั่งสมาธิอยู่ใต้ต้นหว้า ตอนเป็นเด็ก ท่านนั่งแล้วเงาต้นหว้าไม่ไปตามเลยนะ อธิบายอย่างเป็นอภินิหารไปอีก ปฏิบัติตามคนที่เขาปฏิบัติอย่างอุกฤษฏ์อย่างไรก็ไม่บรรลุ ก็มานั่งหลับตา ระลึกถึงสิ่งเดิม ถ้าเราจะเป็นพระพุทธเจ้าได้ก็ต้องมีธรรมะที่บำเพ็ญมา มันต้องมีธรรมะของพระพุทธเจ้ามา ปางนี้จะตรัสรู้ก็ต้องเกือบจัดเต็มกระบุง เหมือนน้ำใกล้เต็มถ้วย เติมอีกหยดก็เป็นพระพุทธเจ้า ก็จริงของท่าน ท่านก็นั่งหลับตาแล้วระลึกชาติ ในยามที่ 3 ก็รู้แจ้งเห็นระลึกชาติได้ว่า ศาสนาพุทธเป็นเช่นนี้เอง ทีนี้คนก็เข้าใจว่าการปฏิบัติธรรมของศาสนาพุทธต้องไปนั่งหลับตาแล้วระลึกชาติ แล้วเราก็จะบรรลุธรรม ปัญญาจะมา ของพระพุทธเจ้าก็ต้องเป็นสัมมาสัมโพธิญาณ พระพุทธเจ้านั้นสั่งสมบารมีมาได้บรรลุสัมมาสัมโพธิญาณอยู่แล้วอยู่ในคลังความรู้ ท่านก็ระลึกเอาสิ่งนี้มา ท่านมีอยู่ในเซฟของท่านคือสัญญา ที่ได้สั่งสมสัมมาสัมโพธิญาณในเซฟของท่าน ท่านก็ได้เปิดเซฟออกมา แต่พวกไม่รู้เรื่องก็ไปนั่งหลับตาแล้วปัญญาจะเกิดเอง เป็นปัญญาบรรลุอรหันต์จะเกิดเอง นั่งสะกดจิตหลับตาแล้วจะเกิดปัญญาให้เป็นการบรรลุรู้แจ้งเห็นจริงหมดเหมือนพระพุทธเจ้า เป็นการเห็นช้างขี้ ขี้ตามช้าง ทั้งที่ตนเองไม่มีคุณสมบัติอย่างนั้นเลย และจริงๆแล้ว การปฏิบัติธรรมของศาสนาพุทธทั้งหมดไม่ใช่การนั่งหลับตาระลึกชาติ ถ้าอ่านพระไตรปิฎกแตก พระไตรปิฎกพระสูตรเล่มแรก พรหมชาลสูตร การนั่งหลับตาทำสมาธิจะระลึกได้ถึงอดีต 18 อนาคต 44 มีมิจฉาทิฐิอย่างเดียวถึง 62 เกิดจากการนั่งหลับตา ไม่มีผัสสะเป็นปัจจัยไม่เป็นฐานะที่จะปฏิบัติได้เลย ถ้าอ่านพระไตรปิฎกแตก ก็จะรู้ว่าการนั่งหลับตาในศาสนาพุทธไม่ใช่ทางปฏิบัติเลย แต่ถ้าใช้เป็นก็จะเป็นอุปการะมาก ใช้เตวิชโช ก็ระลึกถึงสิ่งที่เกิดผ่านไปแล้ว อะไรเกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไป มีกิเลสอะไรเป็นกาม พยาบาท หรือนิวรณ์ 5 อย่างไรก็นั่งดับนิวรณ์ 5 แล้วเขาถือว่าการปฏิบัติธรรมของพระพุทธเจ้าอย่างนั้นไม่ใช่เลย ไม่ใช่ดับกิเลสด้วยสัญญา ปัญญาจะเกิดได้ต้องลืมตา อยู่ในขณะปฏิบัติงาน มีอาชีพมีกรรมการงานทุกอย่าง ในขณะการพูดการคิดปรุงแต่ง ร่วมวิเคราะห์วิจัย ธรรมวิจัยสัมโพชฌงค์ จึงจะเกิดเป็นปัญญา ปัญญินทรีย์ ปัญญาพละตามขบวนการองค์ 6 สัมมาทิฏฐิ เล่ม 14 ข้อ 258
อาตมาอธิบาย ข้อนี้ก็เป็นธรรมะไปหมด เพราะว่า กายต่างกันสัญญาต่างกัน เทวดา มนุษย์ สัตว์นรก เป็นอย่างนั้นอย่างนี้ มันรู้รูปนามต่างกัน การกำหนดสัญญาก็ต่างกัน จะเป็นมนุษย์หรือเป็นเทวดามันหมายถึงจิต หมายถึงความเป็นกาย ถ้าจิตคุณสัญญามาผิด รู้รูปนามรู้กายผิดๆ กายเช่นเข้าใจว่า สัตว์นรกถ้าเป็นเปรตก็จะเป็นปากแหลมๆเท่ารูเข็ม ท้องโตๆ หัวบ้าๆบอๆ แขนยาวๆ โย่งๆ ที่เขาปั้นรูปเปรต กำหนดอย่างนั้นก็จะเห็นรูปนามเป็นรูปสำเร็จเป็น มโนมยอัตตา ต่างคนต่างสัญญาก็ต่างกันส่วนมากจะเป็นเช่นนั้น แต่ถ้าผู้ที่รู้จริงก็จะรู้ว่า เปรตก็ดี เทวดาก็ดี มันเป็นจิตวิญญาณทั้งนั้น ถ้าจิตวิญญาณสูงก็เป็นเทวดา ถ้าจิตวิญญาณต่ำก็เป็นสัตว์นรก จนเป็นสมมุติเทพ อุปัติเทพ วิสุทธิเทพ เราก็ทำให้จิตใจเราบริสุทธิ์จนไม่เป็นสัตว์นรกไม่เป็นเทวดาอย่างสมบูรณ์แบบ เป็นมนุษย์ที่จิตเจริญอย่างสูงสุดเป็นอุเบกขา อย่างนี้เป็นต้นเป็นการสรุป ถ้าใครฟังเข้าใจก็จะรู้ว่า อาตมาไม่ใช่คนธรรมดาที่ยากจะอธิบายจิตเจตสิกให้ถึงอรหันต์ได้ ไม่ได้หลงตัวเองแต่พูดอย่างความเป็นจริงด้วยสัจธรรม
เป็นประเด็นที่การจุดธูปจุดเทียนไม่ใช่เรื่องของศาสนาพุทธ ดูถูกเขาไม่ได้ด้วยเขาจะเอาตาย 600929_พุทธศาสนาตามภูมิ สันติอโศก ต่างคิดต่างสิทธิ์ ตอน 4