สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน คนจนสองแบบในโลก.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.32 KB
วันที่แก้ไข3 ตุลาคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน คนจนสองแบบในโลก พ่อครูว่า...ท่านจันทร์ได้กล่าวถึงว่าวันนี้อาตมาจะเทศน์ถึงเรื่องความจน ประเทศไทยทำไมถึงไม่ได้ศึกษาคำตรัสของใน หลวงที่ท่านตรัสให้บริหารแบบคนจน ท่านตรัสจริงๆ ท่านทรงมีพระเจตนาจริงๆ แต่ช่างกระไร อาตมาว่านะ ข้าราชการผู้บริหารต่างๆ ไม่พยายามเอาใจใส่และศึกษานำมาดำเนินตามพระราชดำรัสที่ว่า เพราะเป็นสิ่งวิเศษจริงๆวิเศษยิ่งใหญ่มากจริงๆในโลก ต้องเข้าใจและพยายามพัฒนา จะปฏิรูปปฏิวัติอะไรก็ตามแต่ สังคมมนุษยชาติให้ไปสู่ในระบบ แบบคนจน แล้วก็เป็นไปให้เป็นคนขาดทุน ไม่ใช่เป็นคนเอากำไรกัน ให้เป็นคนขาดทุน ขาดทุนของเรา คือกำไรของเรา ตามพระราชดำรัสที่เราเอามาย้ำตลอดมาให้ได้ มันเป็นเรื่องประเสริฐสุด เป็นเรื่องวิเศษสุด เป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่ เรื่องความจนนี้ พระพุทธเจ้าตั้งแต่ออกมาทำศาสนาก็พาให้คนมาจน พระพุทธเจ้าทิ้งทรัพย์สมบัติออกมา มาอยู่อย่างไม่มีสมบัติพัสถานอะไรเลย ที่ยึดมั่นถือมั่นว่าเป็นเราเป็นของเรา อันนี้สุดยอดแล้ว แล้วก็ต้องเป็นไปในแนวนี้ให้ได้ตามลำดับจริงๆ พระพุทธเจ้าจึงปฏิเสธไม่ได้ คนที่พูดชัดๆ โ่งเง่างมงายอยู่เท่านั้นที่ไม่เข้าใจจุดนี้ ถ้าไม่โง่เง่างมงายก็จะเข้าใจจุดนี้ได้ คนจนนี้เป็นโลกุตระ แต่คนจนที่เป็นโลกีย์ก็มี คนรวยไม่รู้จบคือคนจนที่น่าทุเรศ คนที่น่าสังเวช คนจนโลกุตระนั้นเป็นนักเศรษฐศาสตร์เบอร์หนึ่ง เป็นผู้พัฒนาเศรษฐกิจให้แก่ชาติ ขออภัยอย่างยิ่งต่อทุกๆคนที่จะกล่าวว่าชาวอโศกเป็นผู้พัฒนาเศรษฐกิจให้แก่มนุษยชาติ มุ่งมาจน ตั้งใจจน พยายามพัฒนาตนเองให้เป็นคนจนจริงๆอย่างจริงใจ พระพุทธเจ้ามีวิธีแล้ว ศึกษาตามพระพุทธเจ้า ปฏิบัติตามพระพุทธเจ้าให้เป็นคนจน แล้วก็ทำงานมีชีวิตที่จะมาเป็นคนจนให้ได้ คนยากจนหรือคนจนในโลกมีอยู่ 2 อย่างใหญ่ๆ

อ่านต่อ

2 พวก คือพวกโลกียะกับพวกโลกุตระ เรียกภาษาง่ายๆว่าโลกีย์ กับโลกุต โลกียะไม่ว่าคนจนหรือคนคนรวยไม่ต้องการความจน ดิ้นรนออกจากความจน ต้องการความรวยไม่มีที่สิ้นสุด พวกโลกุตระ โลกุต พวกนี้เข้าใจความจน และทำตนให้รู้จักพอ ถึงขั้นทำตนให้จนได้จริงๆ ทำตนมักน้อยสันโดษได้จริงๆ คนจนอย่างโลกียะนั้นมีทุกข์ ไม่ว่าคนจนหรือความรวยก็มีทุกข์ เพราะต้องการความรวย ไม่ต้องการความจนจึงมีทุกข์ ความต้องการหรือกิเลสตัณหาเป็นเหตุแห่งทุกข์อริยสัจ ไม่ว่าคนรวยคนจนตามสภาพ มีสภาพจนหรือมีสภาพรวยแต่เป็นคนที่ไม่ต้องการจน ยังต้องการความรวยอยู่ คนนั้นทุกข์ทุกคน ทุกข์อยู่ตลอดกาลและนาน ส่วนคนจนโลกุตระนั้นไม่มีทุกข์ ทุกข์แม้จะเป็นคนจนจริงๆก็เป็นคนไม่ทุกข์เพราะเข้าใจความจน และอยู่อย่างจนอย่างไม่ทุกข์ คนจนโลกีย์ ไม่สะพัดความมีความได้ เป็นคนกักตุน เป็นคนแย่งชิงเป็นคนทำลายเศรษฐกิจ รวยเป็นล้านๆแต่ไม่มีจบ ไม่มีแจก ไม่มีจ่าย ไม่มีการให้สละคนอื่น ก็ยังเป็นคนจน เป็นคนจนที่หน้าเลือดด้วย พวกรวยไม่รู้จบเป็นคนจนหน้าเลือด คนจนโลกียะเป็นอย่างนั้น คนจนโลกุตระจะสะพัด ความมีความได้ ไม่กักตุน ไม่แย่งชิง ไม่เอาเปรียบ และเป็นคนเกื้อกูลแจกจ่ายให้สังคม จึงเป็นคนเจริญก้าวหน้าในเศรษฐกิจ ชาวอโศกคือคนเจริญในเศรษฐกิจ อาตมานำพาปฏิบัติมา 30-40 ปีแล้ว มีผลสำเร็จในตัว จึงอยู่อย่างเป็นคนนำพาเศรษฐกิจให้สังคม ต้องพูดให้เลยว่าจะจบดอกเตอร์ทางเศรษฐศาสตร์ยิ่งใหญ่ขนาดไหน 601001_วิถีอาริยธรรม สันติอโศก บรรลุความจนได้ต้องทำให้ถึงฌาน

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน