ชาติ 5 ของพระพุทธเจ้า.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.51 KB
วันที่แก้ไข27 มกราคม 2564

เนื้อหาในไฟล์

ชาติ 5 ของพระพุทธเจ้า ในคำว่า “ชาติ” ทวนอีก “ชาติ” พระพุทธเจ้าตรัสไว้ 5 ชาติ, สัญชาติ, โอกกันติ, นิพพัตติ, อภินิพพัตติ โอกกันตะ ในขณะปัจจุบันทำจนจบแล้วก็เรียกว่า “โอคทา” เป็นจิตวิมุติสำเร็จ ก็หยั่งลง สั่งสมเป็นอมตะ จากวิมุติแล้วเป็นอมตะในมูลสูตร(ข้อ 9 ) ปรินิพพานเป็นปริโยสานเป็นข้อ 10

ไปสู่ ชาติ, สัญชาติ, โอกกันติ, นิพพัตติ, อภินิพพัตติ “ชาติ” คือ การเกิดทั่วไปรวมกันเกือบทุกอย่าง ชาติปิ การเกิดทุกอย่าง เมื่อยังมีการเกิดอยู่เมื่อใดก็มีทุกข์เมื่อนั้น แม้แต่การเกิดของพระอรหันต์ การเกิดของกุศลสิ่งดีงามมันก็ยังเป็นทุกข์ที่เลี่ยงไม่ได้ ที่ยังจำนนเพราะยังไม่แตกสลายเป็นปรินิพพานปริโยสาน ยังไม่แตกธาตุที่เป็นธาตุไม่มีวิญญาณ จบธาตุรู้กลายเป็นดินน้ำไฟลม ถ้าตราบใดยังมีชีวะเป็นจิตนิยามอยู่ นั่นคือชาติปิทุกขา

“สัญชาติ” คือมีตัวสั่งสม “สัญญะ” ลง เป็นคลังของความจำ เรียกว่าสัญชาติ “สัญชาตญาณ” คือ สัตว์โลกเกิดมาจะมีสัญชาตญาณของตัวเองเอามาให้เป็นไปตามชาติแล้วก็มีอวิชชา ไม่รู้หรอกเพราะทำตามสัญชาตญาณ สัญชาติอย่างโหดก็ทำอย่างโหด สัญชาติอย่างเมตตาก็ทำอย่างเมตตา ที่ตัวเองมีมา จะโหดหรือเมตตาก็ศึกษา เลิกอย่างโหด ทำอย่างเมตตาให้ได้ หากจะอยู่กับโลกเขาต่อไปเราก็ทำจิตเป็นพระพรหม มีเมตตา, กรุณา, มุทิตา, อุเบกขา เป็นพรหม 4 หน้า พรหมวิหาร 4 (ที่อยู่ของจิตพระเจ้า หรือ.. อัปปมัญญา 4) 1. เมตตา (ปรารถนาดีอยากให้เขามีความสุข) 2. กรุณา (ลงมือสร้าง-ช่วยให้เขาพ้นทุกข์) 3. มุทิตา (ยินดีเมื่อผู้อื่นได้ดี-พ้นทุกข์) 4. อุเบกขา (เป็นฐานอาศัย วางใจเป็นกลาง ไม่ติดยึดว่าเป็นความดีของเรา หรือผลสำเร็จนั้นเกิดจากเรา) (พตปฎ. เล่ม 35 ข้อ 741)

เมตตาเป็นอย่างไร กรุณาเป็นอย่างไร มุทิตาเป็นอย่างไร

อ่านต่อ

อุเบกขาเป็นอย่างไรพยัญชนะเรานั้นสภาวะเป็นอย่างไร ของอาการจิตเราก็เรียนรู้พลังงานอาการจิตต่างๆ จนทำถูกต้อง ทำเป็นทำได้ เราก็ทำตามภูมิรู้ไปตามลำดับ สัญชาติก็คือ ชาติที่ยังติดมาตามคลังความจำแล้วก็เอามาใช้ จนกระทั่งเราสามารถเรียนรู้คุมสัญชาติได้ รู้จักสัญชาติเก่าที่มีอยู่ในตัวคลังความจำของเรา แล้วเราก็มาปรับปรุงชาติ ปรับปรุงการเกิดให้มาเป็นความเกิดเฉพาะที่มีคุณค่าประโยชน์ ที่ไม่ดีนั้นให้มันตายสูญตายอย่างสนิทตายแบบไม่เกิดอีกเลย ส่วนความดีนั้นเราอาศัย เราต้องอาศัยผู้อื่นให้ ใครก็ต้องอาศัยสิ่งที่ดีที่เป็นกุศลก็รักษาไว้ปล่อยไว้ แม้จะรักษาไว้ปล่อยไว้มันก็ไม่เที่ยงหรอก แต่เราสามารถควบคุมได้เพราะเรามีพลังงานจิตพลังงานวิญญาณทำกับสิ่งเหล่านี้ จนเป็นผู้ที่อยู่ยังจิตให้เป็นไปในอำนาจได้สูงสุด ควบคุมจิตได้ จัดการได้เป็นประธานของตัวเอง ผู้สามารถเรียนรู้จิตที่มันเกิดจากกรรม สั่งสมสะสมลง รวมลง สโมสรณา หรือโอกกันติก็จะรวมลงหยั่งลงในอัตภาพของเรา โอกกันติ จึงเป็นตัวกลาง คนที่อวิชชาก็ไม่เรียนรู้ควบคุม ที่เป็นชาติอย่างดีบ้างชั่วบ้าง ชั่วเยอะกว่าดีมันก็หยั่งลงด้วยคุณไม่รู้เรื่องมีอวิชชา ไม่รู้ดีไม่รู้ชั่วแยกแยกชั่วไม่ได้ คุณก็ทำเละเทะเลยส่วนมากก็เป็นความชั่วมันก็ สั่งสมเป็นของตน กรรมที่ทำเป็นของของตน คุณต้องเป็นทายาทของกรรมของตนเอง และกรรมของตนเองนี่แหละ กัมมโยนิ จะพาให้เป็นไปต่างๆนานา แล้วสั่งสมเป็นเผ่าพันธุ์ เป็นตระกูล ตระกูลชั่วตระกูลโหดด้วย เห็นแต่ละคนแสดงบทบาทตามจริงของเขาทั้งนั้นเลย จิตของเขาเป็น เป็นไปตามที่วิบากและเป็นไปตามจิตจริงเขาแสดงออกด้วย ไม่ว่าจะเป็น โดนัล ทรัมป์ หรือเป็นทักษิณ ยิ่งลักษณ์ ใครต่อใครหลายคนยังไม่อยากกลับชื่อไปหมดยังไม่ตายก็มี ก็เป็นจริงตามจริง ไม่ได้ทำเกินกว่าที่ตัวเองมีที่ตัวเองเป็นหลัก เรามาเรียนรู้สภาวะที่สั่งสมลงได้แล้วแยกไม่เอา สิ่งที่เลวสิ่งที่ชั่วไม่ไปก่อกิริยาบาปกรรมไม่ไปก่อกรรมขึ้นมาเมื่อไม่กลัวมันก็ไม่มีหยั่งลงในสิ่งชั่ว มีแต่หยั่งลงในสิ่งที่ดี หยั่งลงแต่สิ่งที่ไม่มีกิเลสมาร่วมเป็นโลกุตระ ดีชั่วนั้นยังเป็นสมมติสัจจะ ส่วนสุขทุกข์ตัวหลักนี้ใหญ่มากใหญ่กว่าดีชั่วเยอะ เป็นเรื่องลึกซึ้งมาก คนที่หลงในความสุขนิรันดร สุขเที่ยงสุขเทวนิยมก็ไปอยู่กับพวกเทวนิยมไม่รู้จักสุข ซึ่งเป็นสิ่งที่แยกไม่ออกแต่คุณนั่นแหละแยกไม่ออก ถ้าเรียนรู้แล้วจะแยกออกสุขกับทุกข์อาการมันเป็นยังไง รู้มันแยกไม่ได้หรอกแต่แยกรู้ได้รู้อาการมันได้ อาการเหมือนกระดาษแผ่นเดียวหน้าหนึ่งมันสุข หน้าหนึ่งมันทุกข์ มันเป็นจอมมายา มันหลอกคุณเอาแต่ด้านหน้าสุขมาหลอกคุณแล้วก็บอกว่าไม่เอาความสุขอย่างไรจะได้บำรุงอัตตา ไม่ว่าจะรักหรือชังสั่งให้สมอัตตาได้ก็เป็นสุขสม รักก็เป็นสุขสม ความชังก็เป็นความสุข อาฆาตพยาบาทแล้วฆ่าเขาได้ก็เป็นสุข รักของเขาและเอามาเป็นของเราอย่าให้แตกแยกเลยนะด้วยความหลง แตกแยกจากฉันไปไม่ได้นะคุณก็ยึดถืออยู่อย่างนั้นตลอดกาลนาน อาตมาซอยให้เห็นอวิชชา คุณรู้อาการพวกนี้ก็ทำของคุณออกอย่าให้มันเกิด มันก็ไม่เกิดชาติ ทำให้ไม่เกิดชาติได้ หยั่งลงทุกกรรมก็หยั่งลงเป็นนิพพัตติ อภินิพพัติ เพราะคุณรู้โลกุตระธรรมของพระพุทธเจ้า ก็ไม่ทำให้มันเกิดสิ่งที่ไม่ดี ให้แต่สิ่งที่ควรเกิดเป็นโลกุตระจิต เจตสิก คนที่มีความรู้อย่างนี้คือ นิพพัตติ คือเกิดไปหานิพพาน ก่อรูปนิพพาน คนที่ทำชาติให้เกิดเป็น นิพพัตติ คือ คนเดินทางอยู่ในโลกุตระเป็นผู้ที่มีหวังได้ว่าจะบรรลุนิพพาน สูงสุด อภินิพพัตติ คือจุดนิพพาน นี่คือชาติ 5 ของพระพุทธเจ้า

640127_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ชาติ 5 แยกวิญญาณฐีติ 7 สัตตาวาส 9

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน