พ่อครูเป็นสยังอภิญญาที่สามารถตรวจสอบได้ตามพระไตรปิฎก.docx
เนื้อหาในไฟล์
พ่อครูเป็นสยังอภิญญาที่สามารถตรวจสอบได้ตามพระไตรปิฎก _Bebe Phone (บีบีโฟน).. 28 มกราคม 2564 ผมถึงกล้าฟันธง กล้าบอกกับชาวอโศก กล้าบอกชาวพุทธทั้งโลก กล้าบอกว่า โพธิรักษ์ไม่ใช่พระอรหันต์แบบบของพระพุทธเจ้า แต่เป็นอรหันต์ตรรก อรหันต์นึกเอาเองด้วยญาณ ด้วยปัญญา ข้อวัตรปฏิบัติของตนอย่างนั้นๆ เชื่ออย่างนั้นๆ เป็นผู้มีทิฏฐุปาทาน และอัตวาทุปาทานยังมีภวตัณหาอยู่ เป็นอรหันต์ไม่ได้ยังพูดจาด่าทอคนที่ท่านไม่ชอบ สมณะโล้นทั้งหลายในอโศกน่าจะมีปัญญาคิดได้บ้าง(ผมอาจใช้ถ้อยคำแรงไปหน่อยก็ต้องกราบขออภัยแต่ใจไม่มีอคติเลย)พวกท่านจะหานิพพานแบบพระพุทธเจ้าไม่เจอ แต่พวกท่านยังจะเดินตามจ่าฝูงที่เดินนำทางผิดก็ตามใจท่าน ห้ามไม่ได้ครับ ฌาน อภิญญา สมาบัติ วิโมกข์ วิมุต ท่านได้บรรลุแบบที่พระพุทธเจ้าแสดงแล้วหรือยัง หลงในทิฏฐุปาทาน อัตวาทุปาทาน ของเจ้าสน.เทวทัต2 เมื่อไหร่ท่านจะเกิดปัญญาเองกันบ้าง ผมท้วงติงด้วยเมตตาต่อท่านทั้งหลาย ไม่ได้คิดอิจฉาริษยาต่อท่านทั้งหลายเลย อย่านำสาวกออกนอกคำสอนของพระศาสดาผิดเพี้ยนตีขลุมกลบคำสอนของพระพุทธเจ้า ท่านสมณะโพธิรักษ์คงจะสำนึกได้ก่อนตาย แล้วกราบขอขมาอดโทษต่อพระพุทธเจ้าเสีย ขอเตือนสติท่าน พ่อครูว่า…ฌานอาตมาก็ได้ อภิญญาอาตมาได้ อาตมาเป็นสยังอภิญญา ฌาน อภิญญา สมาบัติ วิโมกข์ วิมุต อาตมาได้ครบบริบูรณ์ อาตมาได้ครบถูกต้องตามของพระพุทธเจ้า คุณไปสำรวจของคุณให้ดี อาตมาสงสารคุณมากไปตรวจให้ดี อย่างมงาย ตรวจตามตำราให้ดีเลยในพระไตรปิฎก 45 เล่ม อ่านทวนให้ได้ครบๆเลย อ่านอย่างพินิจพิเคราะห์ได้เท่าไหร่ยิ่งดี อ่านไปก็ชัดเจน ความเห็นของคุณกับความเห็นของอาตมาคนละอย่างกันแล้ว ก็เป็นนานาสังวาสกัน เป็นพุทธเหมือนกัน อย่าทิ้งอาตมานะ อาตมายินดีอธิบายให้คุณฟัง โดยที่อาตมาอธิบายไปทั้งหมด
อ่านต่อ
กำลังอธิบายให้คุณฟังทั้งนั้น ตั้งใจฟังไปตลอดให้ดีๆทบทวนให้ดีๆ คุณอัดไว้ฟังบ้างสิเพื่อทบทวน อย่าฟังแต่เดียว คุณเปิดจิตบ้าง ปรโตโฆษะบ้างแล้วฟัง สัมมาทิฏฐิจะเกิดต้องมี 1.ปรโตโฆษะ 2.โยนิโสมนสิการ ขอฝากคุณไว้ คุณทำความเข้าใจกับคำว่า “โยนิโสมนสิการ” ให้ดีทั้งพยัญชนะและสภาวะ ท่านเอาโยนิโสมนสิการไปไว้ในสุริยเปยยาลสูตร ปัญญาวุฒิสูตรเป็นต้น อาหารของอวิชชาก็มี คำว่าโยนิโสมนสิการสำคัญมาก _สู่แดนธรรม...คุณ bebe phone เขามีทิฏฐิตรงกันข้ามกับพ่อท่านสอน เช่น ทำคนเดียวเป็นหลายคน เขาก็ไปเอาเรื่องเสกใบมะขาม... พ่อครูว่า…ไม่มีปัญหาก็เข้าใจเขาก็เข้าใจว่ามันต้องต่างกันสรุปได้ว่าคุณ bebe phone กับเรา ความเห็นไม่ตรงกันเข้าใจกันคนละอย่างพระพุทธเจ้าก็จบตรงนี้เป็นนานาสังวาสเป็นวินัย ข้อที่ 2 สำนักนั้น แน่นอนเพราะมันต่างกันชัด ธรรมะยิ่งใหญ่ ให้อิสระเสรีภาพกับทุกคน คุณก็มีอิสระเสรีภาพจะคิดจะศึกษาไม่มีบังคับกันต่างคนต่างศึกษา ทีนี้จะตัดสินอย่างไร การตัดสิน จะมีสำนักสองสำนัก ผู้ใดสนใจสำนักไหนก็ไปอยู่กับสำนักนั้น แต่อย่าทิ้งอีกสำนัก ต้องฟังความสองข้างเสมอ คุณฟังไปดีๆด้วยใจ ไม่มีอคติ ฟังให้ดี ต้องฟังสองข้างเสมอ ฟังด้วยดี แล้วเอาไปปฏิบัติ แล้วก็ตรวจสอบของพระพุทธเจ้าเสมอ แล้วคุณก็จะได้เข้าใจได้เห็นว่าอันไหนควรเป็นอย่างไร สุดท้ายนานาสังวาสพระพุทธเจ้าบอกว่าต่างคนต่างเห็นต่างคนต่างทำ เมื่อทำแล้ว สำหรับคุณ อาตมาก็ว่า อย่าทิ้งอาตมา ฟังไปเรื่อยๆและตรวจสอบกับของพระพุทธเจ้า คือ อาตมายืนยันว่าอาตมาถูกตามของพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าไม่มีตัวตนของพระพุทธเจ้าแล้วก็เอาตรวจสอบกับพระไตรปิฎกพระสูตรนั้นข้อนี้ อาตมานำมาอธิบายอยู่บ่อยๆคุณก็พิจารณาตามที่อาตมาอธิบายตามพระสูตรต่างๆ อาตมาอธิบายผิดอย่างไรถูกอย่างไรนี่แหละคุณแสดงมาถ้าคุณเห็นว่าอาตมาอธิบายผิดในพระสูตรใดๆที่อธิบายไปโปรดเขียนแสดงความเห็นของคนมาเลยจะได้เห็นเปรียบเทียบกัน ว่าอันใด มันควรจะเป็นอย่างไรกรุณาเลย ถ้าคุณเอาแต่มองเพ่งอย่างเดียว ไม่พัฒนาเลยคุณก็จะอยู่กับหมู่เก่าความเห็นเก่าของคุณคุณก็จะจมอยู่อย่างนั้นน่าสงสาร อาตมาพูดอย่างจริงใจและสงสารคุณจริงๆ อาตมาอธิบายให้คุณฟังคงจะเข้าใจยากว่าสงสารหมายถึง สงสารคือ คุณยังเวียนว่ายอยู่ในวัฏสงสารหมุนอยู่ในวัฏสงสารก็เห็นจมอยู่อย่างนั้น ไม่งอกเงยไม่ออกมาไม่หลุดพ้นออกมา นี่คือความหมายง่ายๆของสงสาร มองเห็นสงสารที่คุณยังวนเวียนอยู่ในนั้น อาตมานึกดีตรงที่ว่า คุณมาอยู่ในกะลาครอบไม่เห็นผลอะไรกับเขาเลย เห็นคุณว่ายอยู่ในกะลาที่มีน้ำ วนอยู่ในนั้น เห็นอย่างนั้นจริงๆก็น่าสงสารเมื่อไหร่จะออกจากกะลานี้ได้ คุณเปิดใจฟังอาตมานี้ดี ตรงที่คุณยังไม่อยู่แต่ในกะลาครอบไม่เห็นฟ้าเห็นฝนเลย หงายกะลาออกมา คุณก็ว่ายวนในกะลา อาตมาเห็นแล้วก็สงสารคุณวนอยู่ตรงนั้นออกไม่ได้ คุณออกไม่ได้นี่แหละน่าสงสาร ออกไม่ได้จากที่เก่า พระพุทธเจ้าเปรียบเทียบอันนี้ไว้กับฟองไข่ คนที่ออกมาจากฟองไข่ไม่ได้ ไม่รู้ยิ่งกว่า กบว่ายในกะลาหงาย ไก่ที่ยังไม่ได้เจาะกระเปาะไข่ ก็จะเน่าไป ดีไม่ดีเป็นไข่หินแข็งอยู่อย่างนั้นไม่ได้ออกมา เพราะฉะนั้นพยายามฟักให้ออกมาให้ได้ เจาะกระเปาะไข่ออกมาให้ได้ ไม่อย่างนั้นคุณจะจมอยู่ในฟองไข่ ถ้าออกมาตอนนี้คุณไม่ได้อยู่ในฟองใครแล้ว แต่คุณยังเป็นกบในกะลาน้ำว่ายวนในนั้น เห็นแสงสว่างมาถึงบ้าง อาตมายกอุทาหรณ์ให้คุณฟัง ขออภัยนี้เป็นการแสดงธรรมไม่ได้ด่า ไม่ได้ว่าคุณ ไม่ได้ข่มคุณ แต่เห็นว่าคุณเข้าใจอย่างนั้นน่าสงสาร _สู่แดนธรรม...แม้รูปธรรมง่ายๆ เขาก็เข้าใจผิดเขากล่าวหาว่าพ่อท่านหาเงินได้เป็นร้อยล้านพันล้าน เอาศาสนามาหากิน ซึ่งพวกเราเป็นผู้ที่ถูกกล่าวหาเราจะรู้ว่าคนนั้นรู้จริงหรือไม่จริง พ่อครูว่า…ข้อมูลของคุณได้ไปผิดหมด ที่ว่าอาตมาเอาเงินจากศาสนามาหากินเอามาใช้ อาตมาอยู่กับพวกนุ่งเขียมห่มเขียมกินเขียมใช้เขียม ไม่ได้เป็นคนอย่างพวกคุณที่คุณเห็น ให้คุณเข้ามา ยินดีต้อนรับเข้ามาใกล้ๆ อาตมาสนใจคนใส่ใจในศาสนาอยู่ในธรรมสนใจมา ศึกษา อย่างคุณนะ อย่างที่คุณรู้อย่างที่คุณได้อย่างที่คุณเป็น อาตมารู้แล้วอาตมาได้อาตมาเป็นมาหมดแล้ว แล้วเคยเข้าใจอย่างคุณมาหมดแล้ว ถึงรู้ว่าความเข้าใจผิดเป็นอย่างไร เป็นการเข้าใจผิด เป็นความเข้าใจความผิดเป็นความรู้ ก็เลยชื่อว่าไม่รู้ เรียกว่าอวิชชา ซึ่งแปลว่าไม่รู้เรื่อง อีกคำหนึ่งเป็นคำใช้แทนกันได้ก็คือแปลว่าโง่ ไม่ฉลาดพอ ยังไม่เข้าใจ คุณยังอยู่ในพวกนี้อยู่ ขออภัยที่ใช้พยัญชนะสื่อให้รู้สภาวะอาตมาพูด เรียกว่าเมตตาแล้ว พูดอย่างเห็นใจพูดอย่างไม่ได้กดขี่กดข่มหรือดูถูกดูแคลนเลยจริงๆ คุณจะเข้าใจที่อาตมาพูดด้วยความจริงใจหรือไม่อาตมาไม่รู้แต่อาตมาพูดความจริง ไม่มีอะไรเป็นเรื่องเอาอกเอาใจ พูดเล่นลิ้นไม่มี มีแต่ความจริงใจล้วน 100% ตั้งใจฟังดีๆอาตมาเข้าใจลักษณะที่คุณเป็น สิ่งที่อาตมาไม่ได้มีลักษณะที่คุณเป็น เพราะคุณแรง คุณจัดจ้านที่ยึดมั่นถือมั่น แล้วเพ่งโทษจัด อาตมาเลิกที่จะเป็นคนเช่นนั้นมานานแล้ว คนที่เพ่งโทษนั้นพระพุทธเจ้าตรัสว่าผู้ที่เพ่งโทษผู้อื่นอกุศลธรรมเจริญยิ่ง คุณมองให้เห็นคุณบ้างสิอย่ามองแต่โทษ คุณมองสิ่งที่ดีๆของอาตมาบ้าง ตรวจสอบในพระไตรปิฎก ถ้าหากตรวจสอบแล้วอาตมาพูดไม่ตรงอย่างนี้ ขยายความนี้เข้าใจได้คุณจะเริ่มอย่างนี้ อาตมาอธิบายธรรมะพระพุทธเจ้าเอาเป็นพยัญชนะ สภาวะ พยายามขยายมากจนกระทั่งเขาหาว่า อาตมาเป็นนักจำเก่งรู้มากซึ่งอาตมาไม่ใช่นักจำเลย อาตมาทุกวันนี้พยายามจำของใหม่ที่จะร่วมสมัยเก่าเป็นภาษาใหม่ๆ จำไม่ค่อยได้ คุณอย่างเพิ่งโกรธเกลียดกัน คบกันต่อไป ฟังธรรมอาตมาต่อไป จะส่งข้อความมายาวหรือสั้นก็ส่งมาเถอะ แม้จะอยู่ในลักษณะที่คุณเองจะต้องเพ่งโทษด่าว่าตำหนิ แย้ง ก็ทำเถอะ แล้วอาตมาจะนำข้อความของคุณต่างๆ เอามาขยายความเปรียบเทียบกันว่าอาตมาเข้าใจอย่างนี้คุณเข้าใจอย่างนี้นะ คุณก็ฟังบ้างสิ มีเหตุมีผลมีหลักมีฐานอะไรดูดีกว่าก็จะได้ฟังจะได้พัฒนาบ้างไม่อย่างนั้นคุณจะไม่ได้พัฒนา จะหลงปักมั่น จมอยู่ในความหลง ในคุหัฏฐกสูตร หยั่งลงจมลงในความหลง อย่างนี้ไม่ไหวมันไม่งอกไม่เงย อาตมาจะนำไปเขียนเป็นหนังสืออีกเล่ม คุหัฏฐกสูตร ละเอียดลออดีมาก ยาว ตั้งแต่ข้อ 30 ถึง 69
ชาติ 5 ของอาตมา ที่อาตมาคลี่ขยาย ไม่ได้ไปบัญญัติใหม่ ขยายให้รู้ว่ามีอะไรบ้าง ความเกิดที่มีร่างกายเป็นคนเป็นสัตว์ ถ้าหากตายก็หมดไปชาตินึง ก็สลายเป็นดินน้ำไฟลม การเกิดทางใจโอปปาติกโยนิ ถ้าความเป็นสัตว์ตายจากใจ สัตตาวาส 9 คุณทำให้จิตของคุณพ้นจากความเป็นสัตว์ สัตว์ตายไปก็เกิดเป็นผู้เจริญเป็นอรหันต์จบเลย เกิดเป็น อุปัติเทพ ก็ต้องขยายความ พระพรหมก็ต้องขยายความ ผู้ที่จะตายจากใจหนึ่งกิเลสตาย กิเลสก็ คือใจ คืออกุศลจิตหรือบาปตายไปจากใจจิตคุณก็สะอาดเป็นผู้เจริญไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายเป็นพระอรหันต์ สามารถที่จะมีภูมิธรรม สามารถที่จะตายอีก ครั้งสุดท้ายเรียกว่าตายอย่างปรินิพพานเป็นปริโยสาน การตายอย่างนั้นก็คือแยกจิตตัวเองได้ทำให้จิตตัวเองเป็นธาตุดินน้ำไฟลมไปเลย ตายครั้งสุดท้ายที่ตายแยกธาตุจิตให้เป็นอุตุ เป็นดินน้ำไฟลมไปเลยแม้แต่ พีชะ ก็ไม่เป็น เป็นน้ำไปลมเลยศูนย์เลยอัตภาพของคุณหมดไปจากวัฏสงสาร หมดไปจาก กาละ อันนี้ต้องทำการเกิดที่ใจโอปปาติกโยนิ ให้พ้นจากความเป็นโอปปาติกะสัตว์ให้หมดเลย การเกิดแบบลิงลมอมข้าวพอง มีชีวิตหลงมัวเมาไปกับโลกีย์ชั่วคราว ท่านเรียกว่าชั่วคราว ไม่ได้เป็นไปตลอดกาล พระพุทธเจ้าก็เป็น อย่างเช่นพระพุทธเจ้าถูกครอบงำทางโลกอยู่ในวัง ก็ถูกพระราชบิดาครอบงำไม่เห็นไม่ให้รู้เลยว่าในมนุษยชาติมีคนแก่คนเจ็บคนตายมีนักบวช ส่วนการเกิดไม่ต้องพูด เพราะท่านก็เคยเห็นการเกิด ก็เห็นการเกิด ตัวท่านก็เกิดด้วยตนเองมาแล้ว มาวันหนึ่ง หวยออกนอกวันนี้ไปเที่ยวกับนายฉันนะ แล้วท่านก็รู้ว่าการเกิดมาเป็นทุกข์ อันนี้จะมีปฏิภาณในตัวเองนอกนั้นมันยังไม่ขึ้นมา ส่วนการแก่การเจ็บการตายถูกครอบงำได้สำเร็จ จนกระทั่งอยู่มาวันหนึ่ง ออกไปเที่ยวนอกวัง ไปกับนายฉันนะ ก็พาไปเจอคนแก่ อะไรน่ะ ทำไมงอกแงกๆ อยู่ในวังมีแต่คนสวยงามแข็งแรง พระราชบิดาเก็บหมดไม่เห็นคนแก่คนเฒ่า มีแต่คนหนุ่มสาวคัดสวยงามมากทั้งนั้น ไม่มีเจ็บป่วยมีแต่สุขสบายใจทุกอย่าง ครอบงำกันหนักมากเลย จนวันนึงเห็นคนเจ็บป่วย เห็นแล้วก็สะท้อนใจท่านเป็นพระพุทธเจ้าเท่านี้ก็สะดุดแล้ว เห็นคน คนตาย เห็นคนตายเป็นผู้หญิง ตาย ต้องตายด้วยเหรอ อย่างอาตมาเห็นคนตายเป็นเทวทูตก็เกิดความกลัวตาย เด็กพวกเรามีน้องบัว หรือน้องเพ็ญที่อยู่ภูผาฟ้าน้ำก็กลัวตาย การเกิดขึ้นเป็นประเทศชาติชาติรัฐ การเกิดแบบตรรกะความยึดถือทิฏฐิยึดถืออัตตา
640129_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ เจโตปริยญาณ 16 มาตรวัดจิตสมาธินิมิต