เข้าใจภาวะสองละเอียดได้เท่าใดก็เข้าใกล้อภิภู.docx
เนื้อหาในไฟล์
เข้าใจภาวะสองละเอียดได้เท่าใดก็เข้าใกล้อภิภู พ่อครูว่า...ก็ดู sms กัน ซึ่ง หากเราพูดไปคนเดียว ไม่มีคนรับฟังโต้ตอบด้วยเลย ก็คงจะพูดไปจนกว่าจะหมดแรงพูดไป ซึ่งก็คงไม่ได้อะไรให้รับรู้สึกว่า มีอะไรที่จะได้พูดกัน จะได้รู้ร่วมกัน จะได้ทำร่วมกัน เหมือนกับพวกเชน เขาคิดจะปลีกเดี่ยวจนกระทั่งไม่มีอะไรเลย สุดโต่งไปเลย 1 ไม่เหลือ 0 ก็ยังจะไม่ให้มี 0 เลยนะ เขาโต่งไปถึงขนาดนั้น แต่เขาก็จำนนว่าตัวเขายังมีตัวตน เขาเอาตัวตนออกไปให้ห่างจากทุกอย่างเลย แต่เขาก็ทิ้งบาตรหรือกะลาอันนึง เพื่อจะใส่อาหารกิน ทิ้งไม่ได้ แล้วเขาก็ยังมีความคิดอีกว่า มันยังมีชีวิตร่วม เขาก็อาศัยบิณฑบาตเลี้ยงชีพไป แล้วเขายังมีความคิดอีกอย่างหนึ่งว่า เหลือชีวิต ชีวะเล็กๆ เขาก็จะไม่เกี่ยว มี ไหมบาตรอันเดียว คือ มันประเภทคนที่คิดสุดโต่งได้ ไม่มีใครคิดสุดโต่งได้เท่ากับ พระมหาวีระหรือเชน โอ้โห อยู่กับความไม่มี ไม่เอา ไม่เป็นอะไรเลย ปฏิเสธ 0 เลย พระพุทธเจ้าท่านรู้จักความเป็น 0 แล้วก็รู้จักความมี เป็น 2 แต่พวกเชนนี้ไม่รับรู้อะไร คุณยังมีสิ่งหนึ่งเป็นตัวรู้และเป็นสิ่งที่ถูกรู้ ธาตุรู้ของคุณก็คือนาม และมีอีกสิ่งหนึ่งที่จะต้องกระทบกัน คู่ เทวะ แล้วมันก็ต้องถูกรู้ วิโมกข์ 8 ข้อที่ 1 รูปี รูปานิ รูปีคือสิ่งหนึ่ง รูปานิคืออีกสิ่งหนึ่ง จะแปล รูปีเป็นนามหรือรูปก็ได้ รูปานิเป็นนามหรือรูปก็ได้ ความหมายสลับกันได้ แล้วมันจะเกิดสภาวะ ปัสสติ รูปีรูปานิปัสสติ ในวิโมกข์ 8 ข้อที่ 1 นี่แหละรูปกับนาม แล้วเกิด ปฏิกิริยาอีกอันหนึ่ง ที่เรียกว่า เห็น หรือได้ยิน หรือได้กลิ่น หรือได้รส หรือได้สัมผัสเย็นร้อนอ่อนแข็ง หรือยังรับรู้สึกทางจิต จะเรียกว่า เวทนา หรือสัญญา ก็คู่สุดท้ายแล้ว เวทนากับสัญญา เวทนาคือตัวตน รู้สึก สัญญาคือตัวที่ไปเกี่ยวกับตัวตน
อ่านต่อ
เขา เวทนาคือตัวตน สัญญาคือไปเกี่ยวกับตัวตนเขา แล้วแยกกันไม่ได้นะ สุดท้ายจะตายก็ตายด้วยกันไปทั้งคู่ สุดท้ายดับเวทนา ดับสัญญา เป็น 0 พวกสุดโต่งดับเวททนากับสัญญาดื้อๆ เลย พระพุทธเจ้า ก็ดับ อย่างนั้นก็ได้ ก็รู้ ดับเป็นอสัญญี ก็ไม่มีอะไรรู้ ตัวตนก็หายไป กดข่มไว้นิ่งเลย แต่พระพุทธเจ้าบอกว่า นิ่งมันก็ต้องกลับก็มาอีก เพราะมันไม่สูญจริง แต่ พระพุทธเจ้า สรุปตัวที่สูญจริงได้ก็คือ มันมีธาตุจิต แล้วก็ธาตุชีวะระดับพีชะ แล้วก็ธาตุมีแต่พลังงานไม่มีธาตุรู้ร่วมเลยคืออุตุ สิ่งเหล่านี้มันจะเกิดภาวะ 2 และก็เกี่ยวข้องกันหรือกระทบกันเรียกว่า กรรม กรรมแล้วก็จับตัวกันเรียกว่าธรรมะ ก็อยู่เท่านี้ แยกแล้ว พระพุทธเจ้าแยกเป็น 3 เป็น 2 รวมแล้วเป็นขันธ์ 5 รูป รูปนาม แล้วก็ธาตุรู้ หรือประธานบวกลบ ก็ไปแยกอีกคู่หนึ่งก็คือ กรรมกับธรรมะ หรือตัว Static กับ Dynamic เข้าใจ 5 สภาพนี้เรียกว่ารูปนามขันธ์ 5 ครบ แล้วรู้รายละเอียดที่จะเกี่ยวข้องกัน รู้ทุกมิติ ทุกประเด็น ทุกนัยยะ ทุกเหลี่ยม ทุกสภาวะ ที่จะจับมาเปรียบเทียบเป็น 2 ทุกคู่ ที่จะจับมาเปรียบเทียบกัน เป็นสอง เช่น ละเอียดที่สุด คุณเอาขาวกับขาว 2 ตัว ภาษาพูดว่า 2 ตัว ขาวกับขาว 2 ตัวมาเทียบกันสิ ไม่เท่ากัน คุณจะรู้ความต่างของขาวกับขาวได้ไหม สูงสุดแล้ว นี่ล่ะคือสุดท้ายของอภิภูหรืออภิภายนตะ 8 จบตัวสุดท้ายคือขาวกับขาว เหลืองกับเหลือง แดงกับแดง เขียวกับเขียว ส่วนจะเอาเขียวมาเทียบกับแดง แดงกับเหลือ หรือเหลืองมาเทียบกับขาว รู้ง่าย เพราะมันเป็นอันเดียวกัน เขียวกับเขียว ก็ไล่ไป มันต่างกันมากจนใกล้กัน จบ หมดคำพูด 650824 คุณสมบัติของพระโพธิสัตว์ 4 ประการ พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ