สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน มหัศจรรย์ของการปฏิบัติธรรมตามลำดับ_.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน มหัศจรรย์ของการปฏิบัติธรรมตามลำดับ _อยากให้ขยายความตรง ปฏิบัติธรรมตามลำดับ พ่อครูว่า..คำว่าตามลำดับพระพุทธเจ้าบอกว่ามันเป็นเรื่องมหัศจรรย์ ถามเรื่องยิ่งใหญ่เหลือเกิน ก็ปฏิบัติธรรมเป็นลำดับนี่แหละ เป็นเรื่องยิ่งใหญ่เป็นเรื่องมหัศจรรย์ของพระพุทธเจ้าในศาสนาพุทธ ซึ่งเป็นเรื่องที่เข้าใจไม่ง่ายเลย อธิบายก็ไม่ง่าย การปฏิบัติธรรมเป็นลำดับ คุณต้องมีศีลเป็นเบื้องต้น ถ้าคุณไม่มีศีลเป็นเบื้องต้นคุณไปนั่งหลับตาคุณก็ไม่รู้ศีลคืออะไร สัตว์คืออะไรคุณก็ไม่เกี่ยวข้อง ของคืออะไรในศีลข้อที่ 2 คุณก็ไม่เกี่ยวข้องกับของ คุณก็ไม่ได้ปฏิบัติธรรม คุณปฏิบัติธรรมของพุทธ คุณต้องลืมตา แล้วคุณก็จะเกี่ยวข้องกับสัตว์กับของ กับสิ่งต่างๆทุกอย่างที่เป็นวัตถุในโลก ตั้งแต่สิ่งที่หยาบจนถึงอวกาศ คุณจะสัมผัสกับสิ่งเหล่านี้ แล้วคุณก็จะเกิดอาการ 5 คือศีลข้อ 3 เกิดกามคุณ 5 ในรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส ก็ให้เรียนรู้กิเลสที่มันเกิดในรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสนั่นแหละ ตราบเท่าที่คุณยังมีสัตว์ มีวัตถุต่างๆ สสารพลังงานในโลก สัมผัสความร้อนความเย็น อุณหธาตุ จิตของคุณเกิดอย่างไร เกิดความชอบความชัง ง่ายๆก่อน ก็อ่านความชอบความชังว่ามันเป็นทุกข์เป็นสุข เป็นการยึดถือ ถ้าหากหนาว วันนี้หนาวลบ 50 องศา ก็ไม่ต้องอะไรไม่ต้องไปทุกข์ร้อน มันก็หนาว ก็อยู่ในบรรยากาศนั้น ถ้าหากร้อน 50 องศาก็อยู่ตรงนั้น มันก็เป็นอากาศอย่างนี้ คุณก็ต้องรู้ความจริงตามความเป็นจริง ถ้าหากคุณดิ้น คุณก็ดิ้น เป็นทุกข์เป็นสุข หากรู้ความจริงตามความเป็นจริงมันร้อนอย่างนี้ ทนได้ยาก เป็นความทนได้ยากเป็นความทุกข์ ทนได้ยากนะ อากาศอย่างนี้ คุณก็รู้ความจริงตามความจริง จิตใจที่จะเดือดร้อนอะไรขึ้นมา มันก็ร้อนแต่สภาวะของความสัมผัส สัมผัสด้วยธาต
อ่านต่อ
ุภายนอก ธาตุใจ รับรู้ความจริงตามความเป็นจริง ไม่ร้อนใจ ไม่หนาวใจ ทั้งนั้น นี่คือสภาพที่คุณปฏิบัติธรรม เป็นเบื้องต้น เพราะฉะนั้นเมื่อสัมผัสกับสัตว์ คุณก็ไม่มีทุกข์ไม่มีสุข คุณก็ไม่มีความเดือดร้อนอะไร สัมผัสกับวัตถุทุกอย่าง ของต่างๆ จะเป็นการสัมผัสกับมนุษย์กับสัตว์กับพืช ดินน้ำไฟลม สัมผัสกับอากาศอวกาศอะไรก็แล้วแต่ คุณก็สัมผัสอยู่กับสิ่งเหล่านั้น ไปตามลำดับ อธิบายรวมหมดตั้งแต่เริ่มต้นจนสุดท้ายก็มีเท่านี้พระพุทธเจ้าประมวลไว้หมดแล้ว มีสัตว์ มีของ สัมผัสแล้วก็เกิดอาการกิเลสจากทวารทั้ง 5 ก็ล้างกิเลสจนไม่เกิดกาม แม้จะเกิดกิเลสกามในจิตเป็นรูปภพอรูปภพ ความใคร่อยากในรูป รูปราคะ หรือเหลือเศษอรูป เป็นอรูปราคะ เหลือเศษอีกคือมานะ ทำได้หมดแล้วแต่ถือดี ถือตัวเป็นภัยต่อคนอื่น เหลือเศษไปเบียดเบียนไปกระทบเขา มานะ ก็อย่าไปเป็นมานะ เป็นภัยต่อคนอื่นเบียดเบียนคนอื่น หากหมดมานะก็ฟุ้งอุทธัจจะ ก็รำคาญอาการใจคุณ ปรุงไม่หยุด ก็จะไปรำคาญทำไม ไม่เป็นสาระควรคิดจิตก็วางได้ หากต้องคิดอะไร ถ้าจะคิดอยู่ว่างๆก็คิดพิจารณาธรรม อยู่ว่างๆก็ระลึกถึงธรรมะ อย่างเช่น อาตมาเมื่อนอนหลับ ธรรมะก็จะขึ้นมา สํานวนเรียกว่าเทวดามาหา ก็คุยกับเทวดา เป็นสำนวนพระพุทธเจ้า ขนาดพระพุทธเจ้าก็คุยกับธรรมะคุยกับเทวดา ยิ่งคุยกับเทวดา ธรรมะของพระเจ้าก็มีแต่ความลึกซึ้งที่สูงขึ้น เทวดาของอาตมาก็ระดับของอาตมา ก็คือมันมีการโต้ตอบกัน เป็นการซักซ้อมกัน เพื่อที่จะเข้าใจยิ่งขึ้น รู้จักธรรมะยิ่งขึ้น แล้วก็เอาธรรมะนั้นมาประกาศ เอาธรรมะนั้นมาใช้ในโลก มาให้ผู้อื่นรู้ได้ตาม มาให้ผู้อื่นปฏิบัติตาม อย่างนี้เป็นต้น ก็มีอยู่เท่านี้ ดูแล้วจิตก็จะระลึก ถ้าจิตไม่ว่างอยู่ ก็ทบทวนธรรมะ คุยกับเทวดา ไม่ใช่ไปเข้าใจอย่างเทวนิยมนะ
610302_ทวช.พุทธาภิเษกฯ ครั้งที่ 42 ปฐมอโศก ตอบปัญหาพาจนอย่างมีสัมประสิทธิ์ 1