สื่อธรรมะพ่อครู(ปฏิจจสมุปบาท) ตอน รูปนามที่หมดกามเป็นอย่างไร.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(ปฏิจจสมุปบาท) ตอน รูปนามที่หมดกามเป็นอย่างไร _พ่อครูเจ้าขา หมดกามเป็นอย่างไรเจ้าคะ รูปที่หมดกาม และนามที่หมดกามเป็นอย่างไรเจ้าคะ พ่อครูว่า...แต่ละคนถามธรรมะถามเข้าท่า คนไม่ศึกษาไม่มีพยัญชนะเป็นอย่างนี้ แม้คำถามว่าจะหมดกามก็ตาม หมดกามเป็นอย่างไร...มันต่อกันหากอธิบายหมดกามเป็นอย่างไรก็ต้องอธิบายรูปนาม จะหมดกามก็คือต้องเข้าใจรูป 28 ดินน้ำไฟลม แล้วเข้าใจอุปาทายรูป 24 ปสาทรูป โคจรรูป(วิสยรูป) เกิดทำงานสัมผัส หากไม่มีการสัมผัสไม่ใช่การปฏิบัติของศาสนาพุทธ การนั่งหลับตานั้น ตีทิ้งได้เลยปฏิบัติธรรมไม่รู้จักรูป 28 ถ้าเป็นการตัดดินน้ำไฟลมไปแล้ว ไม่มีสัมผัสกับดินน้ำไฟลม คนมีประสาทมีโคจร ให้มันทำงานเป็นธรรมะ 2 ไปสัมผัสกับดินน้ำไฟลม พืชพันธุ์ธัญญาหารมนุษย์ก็เป็นดินน้ำไฟลม อุตุนิยามก็ดินน้ำไฟลม พีชะก็เป็นพีชนิยาม มนุษย์กับสัตว์ก็เป็นจิตนิยาม ก็ต้องสัมผัสพวกนี้ ประสาท โคจร สัมผัสกับสิ่งภายนอก เรียกว่ากาย มีข้างนอกและข้างใน กายไม่มีข้างนอกไม่ได้ ย้ำมากกว่า 108 ครั้งแล้ว กายต้องมีนอกมีในเสมอ เป็นธรรมะสอง หากไม่มีธรรมะ 2 ไม่ใช่กาย จิตไม่ร่วมกับภายนอก ไม่ใช่กาย ภายนอกก็ส่วนภายนอก แต่จิตไม่ไปร่วม เช่น เล็บเราผมเราส่วนที่ประสาทเราไม่ไปถึงแล้ว ก็ส่วนที่ไม่รับรู้สึกตัดทิ้งได้ ผมก็ตัดได้ เล็บก็ตัดได้ ฟันก็กรอได้ ธาตุรู้ไม่ได้ร่วมแล้ว ดินน้ำไฟลมเป็น พีชะ ได้ ก็เล็บเรายาวออกไปได้ ไม่รับรู้แต่ยาวออกไปได้ หากให้อาหารมัน แต่หากไม่มีจิตร่วมก็ไม่ใช่กาย ภาษาไทยแปลคำว่ากายนี้ผิดเพี้ยนไปแล้ว หากไม่มีความรู้สึกนั่นต่างหากไม่ใช่กาย ส่วนที่รับรู้สึกอยู่นั่นต่างหากคือกาย กายต้องมีจิตร่วมรับรู้เสมอ เมื่อเข้าใจอย่างนี้ผิดปฏิบัติธรรมอย่างอื่นก็ผิดหมด กายปัสสัทธิ กายปาคุญญตา กายลหุตา ก็ผิ
อ่านต่อ
ดหมดเลย กายเป็นแต่เพียงดินน้ำไฟลม จะเรียกภาษาอย่างไรก็ไม่มีจิตร่วม ก็ปฏิบัติไม่ได้ ต้องมีจิตของเราร่วมด้วยจึงจะปฏิบัติได้ แล้วก็จัดการที่จิต หรือจัดการเรื่องกรรมกิริยากายกรรมที่ไปก่อ อย่างนี้แรงอย่างนี้เบา เรียกว่ากายลหุ อย่างนี้เป็นต้น หมดกามก็คือ เมื่อสัมผัสทางตาหูจมูกลิ้นกาย ข้างนอก 5 ทวาร สัมผัสแล้วเกิดอาการกิเลส เมื่อมันเกิดอาการกิเลส คุณก็ปฏิบัติธรรมรู้ คุณสัมผัสแล้ว จนไม่เกิดอาการที่จะเป็นกิเลส ถ้าหากเบื้องต้น ก็หยาบแรง ข้างนอกเลย แสดงกายกรรม อยากได้มือคว้า อยากได้ลูบคลำ อยากได้ขโมยเลย นี่คือกายกรรมเต็มรูป กิเลสทำให้ทุจริตได้ ถึงขั้นแสดงออกว่ามีอาการกามอยากสัมผัส อยากได้อยากเป็นอยากมี เกิดอยากเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ เป็นเราเป็นของเราเลย นั่นคืออาการของกาม แต่อาการหมดกามแล้วมันไม่มีอาการพวกนี้เลย สัมผัสแล้วก็ไม่เกิดอาการ แม้เอามือลูบคลำ สัมผัสทางตาหูจมูกลิ้นกายก็เป็นกลางกลาง รู้ความจริงตามความเป็นจริง ไม่อยากได้มาเป็นของเราเลย หรืออยากได้ก็รู้ความที่ควรตามควร แม้อยากได้แล้วมีเจ้าของอยู่ ก็ต่อรองกับเจ้าของ เราอย่าไปวิสาสะ ไม่ละลาบละล้วงเกินไป สังคมก็ไม่ทะเลาะวิวาทไม่เกิดการแย่งชิง เมื่อเรามีธรรมะ ไม่มีกามที่ไปทำการละเมิด ตากระทบ หูสัมผัส กายสัมผัส แล้วเกิดอาการกามจากรูปไหม แล้วนามที่เกิดอาการก็จัดการกำจัดนามที่เกิด ตากระทบรูป หูสัมผัสเสียง ลิ้นกระทบรสแล้ว อ่านอาการกามของจิตที่เกิด แล้วคุณก็มีประสิทธิภาพในการทำให้อาการกามหมดไปจากจิต เรียกว่าหมดกาม เป็นอย่างนี้แหละ เป็นอย่างที่คุณต้องปฏิบัติเองเป็นปัจจัตตังเวทิตัพโพวิญญูหิติ คุณต้องรู้อย่างนั้น อาตมาไปรู้แทนคุณไม่ได้ กำหนดกามแทนคุณไม่ได้
610302_ทวช.พุทธาภิเษกฯ ครั้งที่ 42 ปฐมอโศก ตอบปัญหาพาจนอย่างมีสัมประสิทธิ์ 1