สื่อธรรมะพ่อครู(ปฏิจจสมุปบาท) ตอน สัมประสิทธิ์ อัตราก้าวหน้าในการฆ่ากิเลส.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(ปฏิจจสมุปบาท) ตอน สัมประสิทธิ์ อัตราก้าวหน้าในการฆ่ากิเลส อะไรเป็นสำคัญที่เกิดเป็นสัมประสิทธิ์ ความเข้าใจนั้น ความเข้าใจนั้นแล้วคุณเอาไปทำออกไปฝึกฝน อัตราก้าวหน้าคืออธิ คือความก้าวหน้าเจริญ การมีอัตราการเจริญก้าวหน้าขึ้น เรียกว่าเป็นสัมประสิทธิ์ เมื่อมันได้ต้นทุนต้นแบบการสังเคราะห์สังขาร หรืออภิสังขารเป็น เอาไปปฏิบัติก็จะยิ่งเป็นปุญญาภิสังขาร แต่ก่อนนี้ไม่เคยรู้เรื่องไม่เคยมีสัมมาทิฏฐิไม่รู้จักกิเลส จะให้กิเลสลด พิจารณาอย่างนี้อ่านจิตอย่างนี้เจตสิกอย่างนี้ อาการของกิเลส กิเลสมันก็มาหลอกเรา กิเลสมันไม่ใช่ตัวตนหรอก เราพิจารณาเสมอ มันอนิจจัง มันตัวเหตุแห่งทุกข์ เป็นตัวการ ข้ายึดว่าเป็นข้า เป็นตัวตนของข้า เป็นตัวข้า มานานแล้ว เอ็งอย่าเลยเอ็งเป็นอาคันตุกะ เป็นแขกจรมาสิงสู่ในจิตข้า คุณพิจารณาอย่างนี้เสมอๆ กิเลสมันจะค่อยจางๆๆๆ พิจารณาจริงๆ สัมผัสแล้วเกิดรู้ อาการกิเลสนั่นแหละ ก็พิจารณามัน มันจะเป็นอัตโนมัติขึ้นเรื่อยๆ ไตรลักษณ์ มันจะพิจารณาเป็นอนิจจัง (พ่อครูไอ ตัดออกด้วย) ความรู้ที่รู้อนิจจัง คือจิตของคุณจะค่อยๆซึมซับ ว่าอย่างนี้คือความไม่เที่ยง กิเลสมันไม่ได้อยู่กับความเที่ยงแท้ กิเลสตัวใดตัวหนึ่ง มันเกิดขึ้นมาที่คุณแล้ว เช่น คุณสัมผัสส้มโอ กิเลสขึ้น แล้วกิเลสมันเกิดอยู่มันก็มีอยู่ตลอดกาลนานเลย ไม่หายไปเลยหรือเปล่า มันก็ไม่อยู่ มันก็มาชั่วระยะเวลาหนึ่ง แม้จะดูว่ามันจะนานตอนแรก ดีจังเลยอยากได้จังเลย ดูไปดูไปมันก็ไม่ได้มีความอยากได้อย่างเก่า แม้ว่าอยากได้ มันไม่ใช่ของเรา ขอซื้อเขา เขาก็ไม่ให้ เราอยากได้ทำไมไม่ขาย ให้ราคาแพงเลย เขาขายก็ได้ ไม่ขายก็ไม่ได้ ก็เสียใจ กิเลสมันก็เสียใจ กิเลสมันก็ไม่เที่ยง มันก็หยุดไป นี่คือการขยายความให้ฟัง กิเลสมันก็คือบทบาท เหตุปัจจัย
อ่านต่อ
เสร็จแล้ว กระบวนการที่มันเกิดเมื่อกี้นี้ทั้งหมดคือทุกข์ คือกระบวนการของทุกข์ มันมีเหตุก็คือกิเลสตัณหา ขอซื้อแล้วไม่ได้ดั่งใจหวังก็เป็นทุกข์ ไม่ชอบใจ ไม่สบายใจ ถ้าได้ก็ดีใจ ขึ้นสวรรค์ ไม่ได้ก็ลงนรก ก็มีสวรรค์มีนรกอยู่อย่างนั้น ใครเคยบ้างยกมือซิ (ยกมือกัน) แสดงว่าฟังธรรมะเข้าใจ รู้ดีว่ามันเป็นอย่างนี้เอง เคยๆมีกันทั้งนั้น เราก็แก้ไขว่าไม่ต้องอะไรกับมัน สัมผัสส้มโอลูกกลมๆ ลูกนี้ ลูกโตลูกเล็ก รู้ความจริงตามความเป็นจริงข้างในมันจะเป็นอย่างไร รสมันเป็นอย่างไร รู้ความจริงตามความเป็นจริงก็เท่านั้นเองตามความเป็นจริงที่เราสัมผัสมัน ถ้าหากชิมแล้วตรงกับ specification มันหวานมันชอบ หรือว่าชิมแล้ว ไม่ตรงกับ specification ก็ไม่ชอบ ก็ตกนรกขึ้นสวรรค์ อย่างนั้นเอง อาตมาอธิบายโลกสวรรค์โลกนรกโลกมนุษย์ให้คุณเข้าใจ นี่คือผู้ที่เป็น เย อิมัญจโลกัง ปรัญจโลกัง สยังอภิญญา ด้วยความรู้ของอาตมาเอง โลกปัจจุบันขณะนี้มันเกิดอาการก็คือโลกนี้ โลกที่มันจะเกิดต่อไปในอนาคตอีกตราบใดที่คุณยังอวิชชา มันก็ยังมีสวรรค์และนรกอีกต่อไป แต่ถ้าเกิดคุณเข้าใจแล้ว ฝึกดีแล้วจิตของคุณรู้เท่าทันแล้ว ในอนาคตข้างหน้า คุณก็ไม่มีโลกสวรรค์โลกนรกก็ไม่เกิด คุณไม่มีโลกหน้า มีแต่โลกปัจจุบันนี้สัมผัสแล้วก็ไม่มีสวรรค์แม้ในปัจจุบัน สวรรค์อนาคตก็ไม่มี นรกในอนาคตก็ไม่มี คุณก็เป็นอรหัตผล คุณก็เป็นผู้มีอรหัตตผลเป็นผลสำเร็จ จิตเข้าใจแล้ว สวรรค์นรก จิตรู้แล้วในความทุกข์สุข ไม่มีทุกข์ไม่มีสุข ไม่มีสวรรค์ไม่มีนรก นั่นคือผู้บรรลุธรรม อธิบายให้ฟังอย่างนี้ชัดขึ้นไหมว่า การมาเรียนรู้ธรรมะพระพุทธเจ้า ปฏิบัติธรรมะพระพุทธเจ้าคืออย่างนี้เท่านั้นแหละ ก็ทำไป อาเสวนา ภาวนา พหุลีกัมมัง ทำแล้วจะเกิดปัญญา 7 ยิ่งทำก็ยิ่งเกิดสัมประสิทธิ์ ยิ่งทำให้เกิดความชำนาญ หากไม่ทำก็ไม่พ้นสีลพตปรามาส แต่ถ้าทำแล้วจะเกิดสัมประสิทธิ์ ยิ่งฝึกยิ่งปฏิบัติบ่อยก็มีสัมประสิทธิ์ อาเสวนาภาวนา พหุลีกัมมัง
610302_ทวช.พุทธาภิเษกฯ ครั้งที่ 42 ปฐมอโศก ตอบปัญหาพาจนอย่างมีสัมประสิทธิ์ 1