อโศกไม่ใช่ยูโทเปีย เสียเปรียบดีกว่าได้เปรียบ.docx
เนื้อหาในไฟล์
อโศกไม่ใช่ยูโทเปีย เสียเปรียบดีกว่าได้เปรียบ พ่อครูว่า... มีหนังสืออีกเล่มหนึ่ง ออกมาตอนนี้พอดีเลย ชื่อว่า อโศกไม่ใช่ยูโทเปีย ผู้ที่เขียนคือ พราวพุทธ ขาวดารา เอามารวบรวมตามความรู้ความเข้าใจออกมา อาตมาก็สารภาพตามตรงว่า อาตมาเพิ่งได้รับ ยังไม่ได้อ่าน เขาพิมพ์แค่ 5,000 เล่ม เป็นครั้งที่ 1 พฤษภาคม 2565 เขาไม่ใส่ชื่อเขาด้วยนะ เขาต้องการปิดหรือเปล่าก็ไม่รู้ อาตมาเปิดโปงกลางบ่อน เขาก็รวบรวมมาและเป็นความคิดเขาด้วย ยังไม่ได้อ่านรายละเอียด เอาหลักฐานข้อมูลต่างๆมา ให้เห็นว่า อโศกเราเป็นบุญนิยมไม่ใช่ยูโทเปีย เป็นเรื่องของโทมัส มอร์ ที่เขาเขียนเป็นจินตนาการ ซึ่งยังไม่มีสังคมจริงเกิดได้ Thomas Moore เขาเขียนเป็นหนังสือเล่มหนึ่งชื่อว่ายูโทเปีย แต่ทางโน้นเป็นเทวนิยม โทมัสมอร์ เขาก็มีแนวคิดของเขา หนังสือยูโทเปีย อาตมาก็ไม่เคยอ่าน ก็มีแต่พวกเรา มี Doctor สมบัติ จันทรวงศ์ ก็มาบอกกับพวกเราว่าพวกเราเหมือนพวกยูโทเปีย เขามาตู่เลยว่า อโศกนี่เหมือนยูโทเปีย เลยเรียก พุทธยูโทเปีย หนังสือเล่มนี้ก็พิมพ์ออกไปแจกเป็นแสนๆเล่ม ตอนแรกๆ ตอนที่เกิดเรื่องเกิดราวก็ต้องอาศัยหนังสือของดร.สมบัตินี้เหมือนกัน พิมพ์ออกไปเยอะ ไม่ได้บอกจำนวนพิมพ์ด้วย พิมพ์ออกมา เป็นหมื่นเป็นแสน และไม่ได้บอกว่าพิมพ์กี่ครั้ง กี่เล่ม แต่ต้องการพิมพ์หนังสือจริงออกไปให้คนได้รับรู้มากๆ ใครเข้าใจรากเหง้าของความหมายแบบยูโทเปียก็จะมาหา แบบกลางๆ แบบคอมมิวนิสต์ แบบสาธารณโภคี เป็นส่วนกลางซึ่งส่วนใหญ่ ไม่เป็นของตัวของตนนั่นแหละโดยความหมายกว้างๆ แต่ในหลักฐานข้อมูลองค์ประกอบต่างๆ โทมัส มอร์ยังไม่ได้รายละเอียดอะไรมากมาย แต่ของเรานี้มีรายละเอียดครบ เพราะว่าของเรานี้มันเป็นสาธารณโภคีเป็นคอมมิวนิสต์ที่สมบูรณ์แบบ เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบจริงๆเลย ซ
อ่านต่อ
ึ่งอาตมาพยายามอธิบายอยู่ ยังรู้สึกว่าตัวเองอธิบายไม่เก่งเหมือนกัน แต่พยายามเก่ง ขึ้นเรื่อยๆ พยายามอธิบายสภาวะจริงขึ้นมา ซึ่งมันซับซ้อนลึกซึ้งหลายชั้น เช่นว่า ความหมายคำว่าเศรษฐศาสตร์ พื้นฐานของความหมายคำว่าเศรษฐศาสตร์ก็คือ สมบัติที่มีอยู่ในโลก มันมีจำนวนจำกัด เขาก็เอาสมบัติที่มีจำนวนจำกัดมาแบ่งเฉลี่ยกัน ในคนที่มีจริง ใครสามารถเฉลี่ยให้ในคนที่ตนเองรับผิดชอบ ประเทศของตนเป็นต้น รัฐของตนเองเป็นต้น กลุ่มหมู่ของตนเองเป็นต้น เอามาเฉลี่ยกันให้พอกินพอใช้ ใครอย่าไปยักเอาไว้เป็นของตนให้มากกักตุนไว้มากให้คนอื่นลำบากลำบน อย่างนั้นมันยังไม่เป็นเศรษฐศาสตร์ ยังไม่ใช่ความคิดของคนฉลาด เสฏฐะ แปลว่าเจริญ หากกักตุนไว้มันเป็นความคิดของคนที่เห็นแก่ตัวเห็นแก่ได้ เป็นคนที่ยืนอยู่ในความได้เปรียบ คนที่ยังยืนอยู่บนฐานของความได้เปรียบนั่นคือคนชั้นต่ำ คนที่ยืนอยู่บนฐานของความเสียเปรียบทั้งๆที่รู้ นั่นคือคนเจริญ ยินดีเสียเปรียบ ยินดีให้ ยินดีช่วย นี่คือคนเจริญ คนเสียเปรียบ อย่างเสียรู้ เขาก็ได้กุศลของเขาแล้ว แต่เขายังไม่มีปัญญารู้ว่าตนเองเริ่มเจริญแล้ว หากว่าตนเองยังจะเอาคืนนึกว่าของกูๆอยู่ เป็นจิตนิยามที่ยึดว่าเป็นตัวกูของกู เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นคนที่บริบูรณ์ในความชัดเจนบริบูรณ์ด้วยความรู้ ไม่สับสนไม่สงสัยไม่งง ไม่สลับไปสลับมาไม่กลับกลอก เสียก็เสียสิ ได้ก็ได้สิ จะไปได้มาทำไม เราเองพึ่งตัวเองก็รอดอยู่แล้ว แม้ที่สุดตนเองไม่ต้องทำกิน คนที่อยู่ร่วมกันก็ช่วยกันทำ มากินมาใช้เป็นของกลางเผื่อแผ่แจกจ่ายกันเยอะ เผื่อแจกจ่ายออกนอกในกลุ่มได้เลย โดยไม่ได้ขัดข้องไม่ได้เดือดร้อน ทำอย่างเต็มใจที่จะแจกจ่ายคนอื่นไป เช่น ในพวกเราชาวอโศกมีวัตถุสมบัติที่สมควรมี ไอ้ที่ไม่สมควรมี เลิก ไม่ต้องไปสะสม ให้มาก็ไม่เอา แปรเป็นอื่นไปหมด ก็มีแต่สมบัติที่ควรมี มีแล้ว ทำให้ได้ สร้างขึ้นมาด้วยน้ำมือ อะไรสำคัญ อาหารนี่แหละสำคัญ ก็สร้างอาหารขึ้นมา สัตว์หรือมนุษย์นี่แหละ ไม่ต้องไปเผื่อแผ่สัตว์เดรัจฉานเท่าไหร่หรอก เผื่อแผ่ให้แก่มนุษย์กินนี่แหละ พืชพันธุ์ธัญญาหาร สร้างขึ้นมาให้ได้มากๆ เพราะฉะนั้นเราสร้างขึ้นมาจริงๆเลย มีผลผลิต เอาผลผลิตไปแจก หรือขายบ้าง ในส่วนที่จำเป็นนิดๆหน่อยๆให้หมุนเวียน ได้คืนมา แจกได้ ถ้ามีมากเหลือเฟืออยู่ ถ้าขืนไม่แจกมันก็เสียมันก็เน่า ทิ้ง มันก็เสียของ แม้บางอย่างจะเก็บได้นานเป็นปีก็ตามเราก็ไม่เก็บไว้ เรามีเหลือเฟือ สรุปแล้วสิ่งที่จำเป็นสิ่งที่สำคัญเรารู้แล้วเราไม่ขาดแคลน เหลือเฟือก็แจก สร้างให้ตัวเองแล้วเอาไปแจก ที่สาธารณะก็ไปสร้างพืชพันธุ์ธัญญาหารที่เป็นอาหารสำคัญ ปลูกไป ให้มันเกิดอยู่ในที่สาธารณะ คนอื่นก็รู้ว่านี่เป็นของสาธารณะเก็บได้กินได้ ก็เก็บไปสิก็กินไปสิ พืชมันไม่รู้เรื่องหรอกมันมีหน้าที่สร้างตัวมันเองขึ้นมา มีลูกมีใบมีผลขึ้นมา มันก็ขึ้นมา คุณก็เก็บกิน อย่าแย่งกัน อย่าตีกันก็แล้วกัน พวกเราเป็นตัวอย่างไม่แย่งไม่ชิง มีแต่เอื้อเฟื้อเจือจาน คนเขาก็รู้เขาก็ไม่แย่งชิงกันหรอก เพราะว่าวัฒนธรรมพวกนี้มันจะเชื่อมโยงไป ให้คนที่รู้ที่เห็นที่เข้าใจด้วย เห็นดีตาม เพียงแต่ว่าเขาจะต้องฝึกฝน ประพฤติให้มันดีตามที่เป็นจริงตามที่เราเป็นเท่านั้น ความจริงมันจะเป็นเช่นนั้น แต่ถ้าเขายังทำไม่ได้ บารมีเขายังไม่ถึง แต่เขาก็เข้าใจแล้วล่ะ เขาก็เคารพนับถือ ตอนนี้เรามีทุเรียน หน้าทุเรียน กินทุเรียนกันหน้าบานเลย ตอนนี้ทุเรียนวังจันท์พฤกษา ที่เป็นหมู่ชาวอโศกเรานี่แหละ มีเยอะ เป็นสวนใหญ่พอสมควร ก็ส่งผลไม้มามีหลายอย่าง ก็เอาทุเรียนซึ่งเป็นผลไม้สุกเดี๋ยวนี้ ส่งมาให้ พวกเรากินกัน พวกเราก็นึกถึงผู้อื่น มันควรแบ่งแจกผู้อื่นกินบ้าง ก็เลยมาคิดกันว่า เรามีศาลาปันสุข เอาทุเรียนไปแจกศาลาปันสุขบ้าง พอดำริขึ้นมาก็มีคนสนับสนุน ให้มาหมื่นห้า สันติอโศกก็สนับสนุน ก็ขอสมทบด้วย ให้อีก 2หมื่น เป็น 35,000 เราก็เลยมีเงิน 35,000 ก็เลยไปบอกผู้ที่ขาย ผู้ที่จะขายเป็นสวนทุเรียนเขาก็บอกว่าหากซื้อไปแจกก็จะขายให้ถูกๆอีก นี่คือจิตวิญญาณคนที่เสียสละ ก็สมทบมา เราก็เลยตั้งใจว่า ตอนนี้มันยังไม่มา จริงนะ ดำเนินการแล้วไม่ใช่เรื่องโม้ มีแต่จะเพิ่มขึ้น อันนี้จะซื้อมาแจกนะ พวกเราอย่าทำผิดกติกานะ เงินที่เขาให้มาเพื่อให้เอามาแจกมาขยายผล เป็นแต่เพียงว่าเราจะแจกอย่างไร หากว่าแจกเป็นลูกๆ ก็เอาถุงมาขนกันหมดเลย ไม่เอา เราจะแกะเอง แจกเป็นพูๆนี่แหละ เขาเอาไม่ได้มากเหมือนแจกเป็นลูก เราก็มีเจ้าหน้าที่แกะแจกเป็นพูๆ ตรงนั้นแหละประกาศว่าใครจะมาเอา ก็แกะให้เขา ไม่ต้องไปยืนเฝ้าอะไรหรอกก็แกะมาแจกไปนี่ทุเรียนอย่างดีหมอนทองด้วย จริง นี่มีต้นทุนจ่ายเงินมาแล้ว แล้ว บอกสวนทุเรียนไว้แล้ว ตอนนี้เราก็มีทุเรียนอยู่แต่มันยังไม่สุก มันทำแล้วมันสนุก มันเบิกบานใจ รื่นเริงเบิกบานสำราญใจดี เราไม่ได้ขาดแคลน แต่เรามักน้อยสันโดษใจพอแล้ว ธรรมะพระพุทธเจ้ามันมีคุณสมบัติอันดีแล้ว มีคุณสมบัติมักน้อยใจพอ เกินกว่านี้ไม่เอาแล้ว ไม่หวงแหนด้วย มันเข้าเกณฑ์ที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ให้เรามาฝึกหัดปฏิบัติจิตเราเป็นจริงๆมันสนุก สุขสำราญเบิกบานใจจริงๆได้แจกได้ให้เลือกซื้อเผื่อแผ่เจือจาน เพราะฉะนั้นทุเรียนเราจะแจกกันที่บ้านราชนี้ ใส่แมสกันมาด้วย เราไม่ให้เป็นลูกหรอก แต่จะผ่าให้ จะได้ไม่ลำบากก็ไปกินเลย เอาถุงพลาสติกมา เอาภาชนะมาใส่ สมณะเดินดิน... เราเคยแจกปุ๋ย คนก็เอารถมาใส่กันแน่นเลย แจกแล้วไม่พอ มากันเยอะคนก็เลยด่ากันว่าไม่ได้ เราเคยมีขบวนการแจกจ่ายตามบ้านเช่นเอากะหล่ำปลีไปแจก พ่อครูว่า... ทางวังจันท์พฤกษาเขาก็ให้ฟรีมาเลย เราก็มีผู้สมทบทุนไปซื้อสวนที่เขาขายราคาถูกลงไปอีก สรุปแล้วก็สนุก หน้าผลไม้ก็แจกผลไม้ ที่ระดับ เรียกว่าเป็นผลไม้ระดับหนึ่งเลยสำหรับทุเรียน เราก็แจกกัน มันสนุก 650605_พิธีน้อมกตัญญูบูชา พ่อครูสมณะโพธิรักษ์ งานอโศกรำลึก 2565