สังคมสาราณียธรรมที่ยิ่งกว่ายูโทเปีย.docx
เนื้อหาในไฟล์
สังคมสาราณียธรรมที่ยิ่งกว่ายูโทเปีย พ่อครูว่า...วันนี้วันจันทร์ที่ 6 มิถุนายน 2565 ที่บวรราชธานีอโศก ขึ้น 7 ค่ำเดือนอายุอาตมา 88 ก็รู้สึกสนุกสนานกันนะ อายุ 88 มันก็มีอะไรเล่นกับเลข 8 เขาก็ใช้ ก็ไม่เป็นไร ใช้นิมิตของเลข 88 เป็นเครื่องหมาย ในการปลุกเร้าความสนุกสนานขึ้นมาในจิตขึ้น ร่าเริงเบิกบาน ชาวอโศกทุกวันนี้อาตมาว่าปฏิบัติธรรมกันมา มาได้เป็นคนที่มีจิตใจที่ถูกสำรอกกิเลสออก แล้วก็เป็นจิตที่สะอาดบริสุทธิ์ แล้วก็มีสิ่งแวดล้อม คำว่าสิ่งแวดล้อม มีมากเป็นองค์ประกอบที่อยู่ชิดกับตัวเรา มันก็เลยทำให้พวกเรามีลักษณะอย่างนี้ เป็นคุณลักษณะที่เรียกว่าเป็นคุณวิเศษ เป็นมนุษยชาติที่มีคุณสมบัติหรือเป็นคุณธรรมแบบโลกุตระของพระพุทธเจ้า คือมีสาราณียธรรม 6 อยู่กันอย่างมีพฤติกรรม มีเมตตากายกรรม เมตตามันเป็นอย่างไร มาดูที่อโศก นี่เป็นพฤติกรรมของมนุษยชาติ ที่เรียกว่าเมตตา คือมีน้ำใจเอื้อเฟื้อเจือจานเกื้อกูลมีพุทธพจน์ 7 สมบูรณ์แบบ สาราณียะ ปิยกรณะ คุรุกรณะ สังคหะ อวิวาทะ สามัคคียะ เอกีภาวะ มันครบแบบ คุณธรรมระลึกถึงกัน ไม่ได้ระลึกถึงกันอย่างจี๋จ๋าดึงดูดอย่างมีกิเลสกาม ไม่ได้ระลึกถึงแบบนั้น ระลึกถึงกันอย่างมีลหุตา มุทุตา อย่างพอเหมาะ ..ปิยกรณะ ก็มีความรักที่พิเศษแบบมิติที่ 7 8 เป็นต้นไป ไม่ใช่เป็นความรักมิติที่ต่ำขั้น 1 2 3 4 5 มีคุรุกรณะ มีการเคารพกันตามขั้นชั้นของคนจะด้วยวัยวุฒิก็ตาม จะด้วยคุณวุฒิก็ตาม หรือแม้แต่สมมติ ก็เข้าใจ ใครมีคุณวุฒิจริง ใครมีสมมุติ คนนี้ศีล 5 คนนี้ศีล 8 คนนี้เป็น สมณะ คนนี้เป็น สิกขมาตุ มีขั้นชั้นก็เข้าใจเคารพกัน ได้ถูกต้องมีสัดส่วน ยิ่งสังคหะแล้ว แจกจ่ายเจือจาน เกื้อกูลช่วยเหลือ จนกระทั่งเผื่อแผ่ไปถึงข้างนอก ในนี้ไม่ต้องห่วงเลย สังคหะ ไม่วิวาทกันนี่เห็นชัด อยู่กัน
อ่านต่อ
มานานปีพวกเราชาวอโศก เห็นชัดเจนเลยว่า ไม่ได้มีลักษณะที่จะเป็นตัวแสดงออกที่มีการวิวาท คนอยู่ตั้งหลายร้อยคน มานานไม่รู้กี่ปี แต่ละปีไม่มีข้อพิพาท ไม่วิวาทกัน อยู่กันอย่างสามัคคีพร้อมเพรียง ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ทำอะไรต่ออะไรที่ควรจะทำ ก็ช่วยกันแบ่งกัน แจกกันทำ แล้วก็อยู่กันอย่างเป็นปึกแผ่น เอกีภาวะ พระพุทธเจ้าตรัสรู้คุณสมบัติของมนุษยชาติที่ยอดเยี่ยมเอามาประกาศ บอกหมวดหมู่บอกกระบวนการต่างๆของสัจธรรมเอาไว้ พวกเราเอามาพิสูจน์แล้วยืนยันได้ เป็นความจริง เป็นคุณสมบัติที่พิเศษที่ดีของมนุษยชาติที่ทำได้ ทำได้ยิ่งกว่าที่พราวพุทธเขานำเอา ยูโทเปียมา นำมาอธิบายว่า อโศกไม่ใช่ยูโทเปีย อโศกมีสาธารณโภคี มีคุณสมบัติอีกยิ่งกว่าที่ เซอร์โทมัส มอร์ จินตนาการไว้ ยูโทเปียของโทมัส มอร์ ที่จินตนาการไว้มันเป็นเพียงความคิดฝัน ถ้าดูตามภาษาของโทมัส มอร์แล้ว มันเป็นไปไม่ได้หรอกอย่างยูโทเปียที่เขาคิดฝันเอาไว้ มันสวยงาม ด้วยจินตนาการที่เพียบพร้อมทุกอย่าง แต่มนุษยชาติจริงๆที่อยู่รวมกันจะมีกิเลสมากน้อยต่างกัน ขนาดเราคัด ที่จริงเราไม่ได้ไปคัดแต่พวกคุณคัดตัวเองเข้ามา คนที่มีคุณสมบัติน้ำไหลไปหาน้ำ น้ำมันไหลไปหาน้ำมันก็เข้ามาเองตามสัจธรรมที่แท้ แล้วมันก็มีขั้นชั้นที่ต่างกัน มีโสดาบันถึงอรหันต์ ไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างสมบูรณ์หมด เมื่อมาอยู่ร่วมกันแล้วมันไม่ใช่ความจริง ความเป็นจริงมันได้เป็นค่าเฉลี่ยอย่างนี้ เพราะฉะนั้นจินตนาการของโทมัส มอร์ มันจึงสะอาดสวยงามครบพร้อมเลย แต่สัจธรรมจริงๆมันไม่ใช่ มันไม่ได้อย่างนั้นทีเดียว แต่ได้ขนาดนี้นี่แหละ อาตมาว่าโอ้โห! ใครจะหาว่าอาตมาหลงตัวเอง หลงหมู่พวกตัวเองจะว่าก็ว่าไป ดี จะว่าใช่ก็ใช่ จะว่าหลงก็หลง แต่เราไม่ได้หลงหรอก มีสติสัมปชัญญะปัญญา รู้ความจริงตามความเป็นจริง ชีวิตนี้อาตมาเกิดมาแล้วก็มาเอาทฤษฎีพระพุทธเจ้ามาประกาศ ให้พวกเราที่เป็นคนในยุคนี้ ได้รับรู้แล้วก็เห็นดีเห็นงามมาเรียนรู้ปฏิบัติประพฤติ จนกระทั่งมาอยู่รวมกันกลายเป็นรูปธรรม ของสังคมเลย มีพฤติกรรมสังคมสัมผัสได้ อาตมาภาคภูมิใจมากเลยที่ทำได้ขนาดนี้ สุดยอด ใครจะสุดยอดได้กว่านี้ก็ทำเลยอนุโมทนาสาธุ ไม่ริษยาหรอกถ้าใครจะมาทำบ้าง ท่านผู้รู้ทางศาสนาพุทธท่านก็ทำงาน ไม่ว่าใครผ่านไปผ่านมาก็มีหมู่กลุ่ม ที่มีวัฒนธรรมพฤติกรรมสังคมของท่านเหมือนกัน กลุ่มอาจารย์มั่น มหาบัว ก็มีพฤติกรรมสังคมแบบนั้น กลุ่มท่านพุทธทาส ก็มี หมู่พวกที่ศรัทธาเลื่อมใสใกล้ชิด จนกระทั่งรวมกันเป็นหมู่เป็นกลุ่มบ้าง กลุ่มหมู่ของท่านพุทธโฆษาจารย์ มหาประยุทธ์ ท่านก็มีของท่าน ก็ดูพฤติกรรมสังคมกลุ่มของท่านมันเป็นอย่างไร สิ่งเหล่านี้มันเป็น ฟีโนมีน่า ต่างๆเป็นปรากฏการณ์จริงที่เห็นได้ ไม่ใช่เอามาแข่งกันหรอก แต่เอามาเปรียบเทียบกันดู ว่าอะไรมีคุณลักษณะอย่างไร มีโทษลักษณะอย่างไร มีความด้อยความดีความเด่น ความต่ำอย่างไร อะไรมันต่างกับอะไร สุดท้ายก็ทางจิต จิตวิญญาณของผู้ที่มาเป็นเช่นนี้ เรียกด้วยศัพท์เรียกว่ามันสุข เอาสุขมาเรียกง่ายๆก่อน มันสุขสงบเบิกบานร่าเริงสดชื่น ไม่มีเหี่ยวมีแห้ง ไม่มีเศร้ามีสร้อย แม้จะมีงานมีพฤติกรรมที่จะต้องออกแรงออกกำลังทำงานนั่นๆนี่ๆ อะไรก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันไม่ได้มีเงินค่าจ้างวาน ได้สิ่งแลกเปลี่ยนจากผลงานก็ไม่ได้กัน แต่ก็สุขสำราญเบิกบานใจ ชื่นอกชื่นใจด้วย สร้างสรรออกมาเราก็เห็นผลผลิตแต่ไม่ได้ยึดว่าเป็นของเรา ก็เป็นของกองกลางอย่างที่เห็นนี้ กองใหญ่ๆ มากมายหลากหลาย 650606 พ่อครูเทศน์รายการภาคค่ำ งานอโศกรำลึก 2565 อภิภายตนะ 8