ต้องเป็นคนแบบไหนจึงเทศน์ได้อย่างไม่เกรงใจคนรวย.docx
เนื้อหาในไฟล์
ต้องเป็นคนแบบไหนจึงเทศน์ได้อย่างไม่เกรงใจคนรวย _อัมพร กุลศักดิ์ศิริ : สมณะด่วนดีเทศน์เมื่อวันพฤหัส ที่ 13 ม.ค. 65 เทศน์ดีครับ เทศน์แบบไม่เกรงใจคนรวยเลย..ชอบครับ พ่อครูว่า...อาตมาก็คนนึง ไม่เกรงใจแล้วล่ะคนรวย ที่เกรงใจคนรวยกันอยู่นั้นก็เพราะว่า เดี๋ยวไปว่าคนรวยแล้วคนรวยเขาก็จะไม่มาบริจาค ให้มาทำทาน เขาจะอดอยากปากแห้ง เขาก็เลยไม่ค่อยกล้าที่จะว่าคนรวย ถ้าอย่างเรานี้ อาตมาก็ดี สมณะด่วนดีก็ดี ไม่ได้ฟังเสียง เพราะมันเป็นเรื่องจริงของธรรมะ เป็นเรื่องจริงของสัจธรรม คนที่ไปรวยนี้ คนที่จะไม่ไปมุ่งรวย เป็นคนที่คิดผิด มันเป็นเรื่องของกิเลส เป็นเรื่องของมารครอบงำที่แท้จริง ซึ่งพูดไปแล้ว มันขัดแย้งไปหมดในคนที่มีฐานปุถุชน เราต้องเป็นฐานอริยบุคคลในฐานที่สูงขึ้นจริงๆ ถึงจะเห็นจริงๆเลยว่า แหม เป็นคนต้องมาจนนะ เพราะฉะนั้นคนที่มาเป็นชาวอโศกหยุดที่จะเลิกไปรวยอีกเลย หันไปทางมาจน มุ่งมาจน ตั้งใจจน เต็มใจจน จนสำเร็จ จนจนสำเร็จ มันมีอีกไม่รู้กี่จนต่อกี่จน เข้าใจซาบซึ้งคำว่าจน จนเอาไปตั้งนามสกุล มันจะถึงร้อยนามสกุลหรือยังไม่รู้ เอาไปจดทะเบียนกัน เอาคำว่าจนไปจด ตอนนี้มี 15 นามสกุล แล้ว คือซาบซึ้งในคำว่าจน ซึ่งมันไม่ใช่ความหลอกความหลง แต่มันเป็นความชัดเจน มันเป็นความเห็นจริงว่า คนเรานี้เนาะ เราก็แย่งความรวยมาไม่รู้กี่ชาติต่อกี่ชาติ โอ้โห ไม่เหน็ดไม่เหนื่อย พอเข้าใจแล้วก็มาทำตัวเป็นคนจน เมื่อเป็นคนจนได้ที่ คนจนได้พอสมควร สามารถที่จะเข้ามาอยู่รวมกลุ่มกับชาวอโศกที่เป็นแดนคนจนที่แท้จริง ซึ่งพูดถึงว่าคนที่จะมาเป็นคนจน พูดกับคนชาวโลกเขา เขาบอกว่า มันไม่มีหรอก พวกคนจนคือพวกที่ ยายหลอยพูด คือ ก็คนบ้า พวกคนจนคือพวกคนบ้า เพราะมันคนละเรื่องกันกับแนวคิดคนสามัญทั่วไป มันทวนกระแสกันจริงๆเลย แล้วมาจนมันจ
อ่านต่อ
นทำไม สมรรถภาพก็มี ความรู้ความสามารถ เรี่ยวแรงอะไรมีหมด แล้วเราจะมาทำตนให้เป็นคนจน ทำไปทำไม ใครจะรวย ก็รวยไป อยากจะทำทานบริจาคก็ทำสิ แจกบริจาคไป จนแล้วจะเอาที่ไหนไปบริจาคอะไรอย่างนี้ เขาก็คิดอย่างง่ายอย่างตื้น ถ้าเผื่อว่าพระพุทธเจ้าเข้าใจอย่างที่พูดไปเมื่อกี้นี้ ถ้ามาเป็นคนจนไม่ต้องมีทรัพย์สิน ไม่ต้องไปสะสมอีก มีวรรณะ 9 พระพุทธเจ้าก็ไม่เป็นพระพุทธเจ้าที่ทิ้งทรัพย์สมบัติต่างๆ มานุ่งผ้าบังสกุล ไม่ใส่รองเท้า ดำเนินพระบาทเปล่า แล้วก็นอนโคนไม้โคนดินไป ใครมาสร้างกุฏิ มาสร้างที่พักอะไรให้ก็พักไป แต่ก็ไม่เคยติดยึดว่าเป็นของตัวของตนอะไร ท่านก็จะไปทำทำไม เพราะอย่างที่คุณคิดคุณว่าไปทำทำไม เพราะฉะนั้นมันจึงเป็นความลึกซึ้งที่ทวนกระแสจิตคน ยากที่จะเดา เป็นอจินไตย เป็นเรื่องที่คิดเล่นๆไม่ได้ ถ้าคนไม่มีภูมิถึงจริง เพราะฉะนั้นผู้ที่เข้าใจแล้วก็เข้าใจเรื่องจน แล้วก็เอาชีวิตมาจน เดินทางตามพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ท่านก็ทรงประพฤติอย่างนั้น ในชีวิตของพระองค์จริงๆ เพราะฉะนั้นก็จึงมีคนมาเป็นคนอย่างนั้นจริงๆ อย่างเช่นชาวอโศกเรา จนเกิดเป็นสังคมชุมชนชาวอโศกที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วประเทศไทย อย่างนี้เป็นต้น อันนี้เป็นเรื่องจริงของคนพวกนี้มาจริงๆไม่ใช่มาเล่นๆ มันเป็นเรื่องที่ทวนกระแสอย่างมหัศจรรย์ เรากำลังพูดถึงความมหัศจรรย์ 8 ประการ นิมนต์พ่อครูจิบน้ำ สมณะเดินดิน... พระพุทธเจ้าค้นพบชีวิตที่วิเศษสุดอย่างที่มนุษย์ควรจะเป็น ได้ข้อสรุปว่าชีวิตที่ดีที่สุดคือต้องมาจน ใส่เสื้อผ้าจนๆ ไม่ใส่รองเท้า ไม่ใช้เงินใช้ทอง เถรสมาคม พูดไม่ได้จะเป็นการประจานตัวเองแต่คงไม่ใช่แบบชาวอโศก เพราะชาวอโศกมาจนทั้งชาติจนสำเร็จ ก็คือชัดเจนว่าชาวอโศกจะมาเป็นทิศทางที่พระพุทธเจ้าพาทำ ถ้าเราชื่อจนสำเร็จจนทั้งชาติ จนอีหลีอีหลอ แต่ชีวิตไม่ได้เป็นทิศทางที่จะน้อยลง 0 ลง มีทิศทางอย่างนี้ ก็ถือว่าเราก็เป็นขบถเหมือนกัน เพราะอุตส่าห์ตั้งชื่อว่ามาจนแต่ทิศทางชีวิตจะรวยขึ้นรวยขึ้น ก็เคยเห็นพวกเราที่รวยขึ้นก็จะเริ่มเพี้ยน หาว่าพวกเราที่ยังจนอยู่นั้นเป็นพวกเพี้ยน หาว่ามาซ่องสุมทำอะไรกันผิดๆ นี่คืออันตรายของความรวย สู่แดนธรรม... เขาคงใช้นามสกุลว่า กลั้นใจจน สมณะเดินดิน... ถ้าผิดเพี้ยนไปคงจะให้นามสกุลว่า กลั้นใจจน 650114_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ อภิธรรมของศีลข้อ 1 ที่ชาวอโศกปฏิบัติได้