สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน คำว่ากลางคืออะไร.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.33 KB
วันที่แก้ไข12 มิถุนายน 2560

เนื้อหาในไฟล์

คำว่ากลางคืออะไร คำว่า กลาง คำนี้ ฟังอีกที กลาง คำนี้คือกลางที่ “มีก็ไม่มี” “ไม่มีก็ไม่มี ” โปรดฟังอีกครั้ง ธรรมะกลางคำนี้คือ ปรากฏการณ์ของ “มีก็ไม่มี” “ไม่มีก็ไม่มี ” มีก็มีแต่ไม่ยึดมั่นถือมั่น ไม่มีก็ไม่มี แต่ไม่ยึดมั่นถือมั่น มีเหมือนกับคนอื่นเขามีโลกะวิทู แต่ไม่ได้ยึดมั่นถือมั่น ไม่ได้อาศัยใช้เพื่อประโยชน์ตัวเอง แม้แต่ปลูกข้าว ก็ยังไม่กินข้าวตัวเองเลย เอาไปแจกหมด แล้วดูสิว่าจะอดไหม คนๆนี้ปลูกข้าวด้วยมือตัวเอง แต่เอาไปแจกคนอื่นหมด แล้วดูสิว่า จะอยู่ในสังคมได้ไหม เขาจะเลี้ยงเอาไว้ เขาจะหาข้าวให้กินไหม พิสูจน์ได้อยู่ในสังคมคนดี คนถึงๆ แจกหมดๆ จะตายไหม เอาสั้นๆเลย ปลูกข้าวเอง แต่เอาไปแจกคนอื่นหมด แล้วจะมีคนเอาข้าวมาให้กินไหม ขอให้ถึงจริงๆ ไม่ตายหรอก คนก็จะรักษาไว้จนกว่าสุดวิสัย สรุปอีกที มันไม่ใช่การเล่นลิ้น ลักษณะคำว่า เป็นกลาง หรือความกลาง มันไม่ใช่สถานที่ตัวตน แต่เป็นกลางของมันเอง เป็นลักษณะกลางที่ นัตถิอุปมา ไม่มีอะไรจะไปเทียบได้ ไม่รู้จะเทียบกับอะไรได้ มันเป็นเรื่องของ ความมีกับความไม่มี ที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ ในพระไตรปิฎกเล่ม 16 ข้อ 43 พระไตรปิฎก ล. 16 ข. (43) [43] พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า ดูกรกัจจานะ โลกนี้ โดยมากอาศัยส่วน 2 อย่าง คือ ความมี 1 ความไม่มี 1 ก็เมื่อบุคคลเห็นความเกิดแห่งโลก (โลกสมุทัย) ด้วยปัญญาอันชอบ ตามเป็นจริงแล้ว ความไม่มีในโลก ย่อมไม่มี (โลเก นตฺถิตา สา น โหติฯ) เมื่อบุคคลเห็นความดับแห่งโลก (โลกนิโรธ) ด้วยปัญญาอันชอบ ตามเป็นจริงแล้ว ความมีในโลก ย่อมไม่มี (ลเก อตฺถิตา สา น โหติฯ)

พ่อครูว่า...อันแรกบอก ความไม่มีในโลก ย่อมไม่มี เข้าใจได้ทันที ไม่ยากนะ แต่อันหลังบอกว่า ความมีในโลก ย่อมไม่มี คือนิโรธได้แล้ว แม้มีได้แล้ว ความมีท่านก็ไม่ยึด แต่ท

อ่านต่อ

่านรู้ว่า มีก็เอาไปรับใช้ผู้อื่น ไม่ใช่เพื่อตน มีขันธ์มีแรงงาน เอาไปรับใช้ผู้อื่น ระหว่าง ความดีกับความไม่มี นี่แหละคือ กลาง ท่านรู้ว่า เอียงไปทางมี ก็อนุโลมไปตามเขาที่ควร จะไม่มีก็อนุโลมไปตามเขาที่เหมาะควร แต่ถ้าอะไรเสียและเป็นโทษภัย ก็จะไม่อนุโลม นี่คือความลึกซึ้ง ไม่ใช่เรื่องตรรกะ คิดเป็นปรัชญาเทียบเคียงเอา คนที่เข้าถึง สภาวะ อาการของความเป็นกลาง ที่ภาษาบาลี เรียกว่า มัชฌิมะ หรือมัชเช มันไม่ใช่การเรียกดินน้ำไฟลม ตัวตนบุคคลเราเขา แม้แต่อากาศก็ไม่ใช่ ใช้ภาษาเรียกว่า มันกลาง มันว่าง ไม่ใช่ดินน้ำไฟลม แต่เป็นธาตุวิญญาณ ที่มีตัวรู้ ถึงจะรู้ได้ แล้วต้องมีของตน เป็นปัจจัตตัง เพราะฉะนั้น ไตรลักษณ์ เป็นลักษณะของ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ลักษณะสามอย่างนี้ ทุกคนมีหมด แม้แต่พระพุทธเจ้าตรัสรู้แล้ว ก็ยังมีอาศัย แต่คนที่มีความบรรลุแล้วก็มี นิจจัง สุขัง อัตตา ชื่อความสะอาดเที่ยงแท้ และมีความสุข อย่างดับทุกข์สิ้นสนิทเด็ดขาด ก็ขอยืมภาษามาใช้ว่าสุข แล้วท่านก็ไม่ได้ติดยึดว่าเป็นสุข ก็ใช้เป็นภาษาแทน ไม่ชื่นอกชื่นใจอะไร ถ้าไม่ได้แล้วจะตายจะเป็นท่านไม่มี ไม่ได้ก็ไม่เหี่ยว ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ไม่เหี่ยวแม้นิดน้อย จะใช้ภาษาว่า นิจจังก็ใช่ สุขังก็ใช่ อัตตาก็ใช่ โดยท่านมีรูปมีนาม อย่างไม่ได้ยึดติด เพียงแต่อาศัยไว้ใช้ประโยชน์ 591230_พุทธศาสนาตามภูมิ สันติอโศก เจาะลึกศูนย์กลางกาย ๒

591230_พุทธศาสนาตามภูมิ สันติอโศก เจาะลึกศูนย์กลางกาย ๒

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน