230828 วิธีทำจิตให้สงบจากนิวรณ์5-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ024.txt
เนื้อหาในไฟล์
เรามาบำเพ็ญเรียนทั้งปริยัติและก็เป็นภาคที่เราจะทำให้ยิ่งขึ้นเอเวอร์ทำให้เกิดสภาพของความสมถะข้อที่ใช้คำว่าจะให้เกิดภาคถึงขั้นคำว่าสมถะนั้นหมายความว่าเราจะให้เกิดการสงบถึงขั้นสงบขึ้นมาให้ได้มันในภาวะของคนธรรมดาธรรมดา มันไม่ค่อยสงบไม่เคยหยุดมีแต่ปลงมีแต่ปลงจะฟุ้งซ่านอยู่เรื่อยไม่รู้จักหยุดจักพักประมาณในช่วงนี้เราก็มาฝึกให้มันหยุดให้มันพักให้มันสงบให้มันระงับลงเอาจุดมุ่งหมายในการทำสมถะนั้นน่ะเขาก็เน้นกันเพื่อที่จะให้หยุดให้พักเมื่อเขามีหยุดพรุ่งนี้มีความเข้าใจง่ายๆหรือว่ามีเข้าใจในความหมายใหญ่ๆว่าให้หยุดให้พักเขาก็เลยจะมาพักกันซะโดยสร้างกรรม วิธีสร้างรูปแบบสร้างอะไรก็ตามแต่มาทำให้คนนั้นพักในช่วงที่มาปฏิบัติลักษณะนี้ก็เลยพักกันไปโดยเถิดกลายเป็นพักซะจนมากเกินไปเลยขอบเลยเขตอาการที่มันนั่งเจโตสมถะเนี่ยมันไม่ใช่ไปนอนพักถ้าคนนอนพักแล้วก็พักผ่อนลงไปเรียกว่าพักจริงๆปล่อยลงไปเลยเพื่อที่จะนอนหลับหรือนอนพักนั่นมันลักษณะหนึ่งนั่นลักษณะที่มันนั่งแล้วเราจะสงบไปเนี่ยก็ต้องรู้ แค่เรานอนหลับนะไม่ใช่เรานอนนอนเพื่อที่จะพักหลับนะไม่ใช่นะคนละความหมายนะนี่ต้องบอกกันไว้ก่อนเพราะฉะนั้นแม่จะมานั่งแล้วเนี่ยเราจะเอาอีกรูปว่าเออเหมือนกับเรานอนหลับนั่นแหละเอามาใช้ร่วมกันเนี่ยไม่ถูกไม่ถูกอันนี้ต้องรู้ต้องแบ่งให้ออกมันเป็นสภาพที่ละเอียดซ้อนอยู่เพราะยาเป็นคนหยาบหยาบจะเป็นคนผิวเผินต้องเป็นคนละเอียดละออที่จะรู้ที่จะวิเคราะห์ที่จะวิจัยทำให้ละเอียดให้ชัดเจนพ่อแม่เราจะมานั่งสมถะเราจะมาทำสมถะเนี่ยคำว่านั่งสมถะก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะมานอนหลับทีนี้พอเวลามานั่งเข้าแล้วมันไม่ได้นอน มันจะหลับเอาแบบนอนมาไว้ในรูปนั่งมันก็โง่ก็ง่วงก็คนงงๆๆก็ไม่เรียบร้อยเพราะมันผิดความเป็นจริงผิดเป้าหมายที่เขาต้องการให้กระทำอันนึงอีกอันนึงฝึ
อ่านต่อ
กซะเลยฝึกนอนหลับมันในท่านั่งให้จนได้เลยก็เลยได้ได้เหมือนกันแต่ผิดนะก็ยังผิดอีกอ่ะแหละเพราะว่าเรามานั่งเจโตจะมาถามเราไม่ได้มานอนบอกแล้วว่าเราไม่ลำบากเราไม่ได้มานอนหรือเราไม่ได้มาหลับเราไม่ได้มาทำสมถะถึงปานนั้นเราไม่ได้มาทำสมถะ จุดจุดนอนเดี๋ยวสินะถึงเวลานอนแล้วไปเชียวพอเลิกแล้วเสร็จวิ่งเลยแล้วล้มจะลุกเลยนอนมาหลับไปตรงนั้นเลยเอาเลยเดี๋ยวมันไม่ไหวนักก็ถึงเวลาปล่อยแล้วเอาเลยไปเลยหลับมันตรงไหนได้หลับเลยตอนนี้ยังไม่ใช่นะต้องสัญญาต้องกำหนดให้ชัดเจนสร้างมาที่สะกดให้แม่นสร้างสมาชิกแม่นคือเราจะต้องกำหนดสัญญากำหนดความหมายขอบเขตลักษณะสัญลักษณ์ขนาดไหนทำในใจขนาดไหนเราจะทำในใจขนาดที่เรียกว่าให้จิตนี่มันไม่ต้องไปฟุ้งซ่าน ต้องไปคิดเรื่องการไม่ต้องไปคิดเรื่องพยาบาลและไม่หลับหรี่ลงไปด้วยไม่ถือนะมีพระด้วยถ้ามันหลับหรี่ลงไปแล้วทีนี้จิตก็จะฟุ้งซ่านล่ะถ้าจิตของเรายังไม่เป็นพระอริยเจ้าชั้นสูงถ้าลงตกภวังค์ตกกลับไม่มีสติขั้นไม่มีสติกำหนดแล้วฟุ้งซ่านจะฟุ้งซ่านด้วยการรู้คุณจะรู้สึกตัวหรือไม่รู้สึกตัวก็ตามไอ้ความฟุ้งซ่านที่อยู่ในภายใต้ภวังค์เนี่ยอยู่ในใต้ภวังค์เนี่ยเราฟุ้งซ่านดูรู้สึกตัวก็ได้ไม่รู้สึกตัวก็ได้บางทีมันรู้จนกระทั่งมันฟุ้งซ่านจัดมันเป็นปั้นเป็นรูปเป็นนิมิตเป็นฝันเป็นเรื่องเป็นราวอะไรไปก็ได้เป็นรูปเลยไม่เป็นรูปก็ได้เป็นรูป ไปเอารูปก็ได้เป็นรูปก็ได้เป็นเฉพาะอรูปก็เป็นสัญญาณให้รู้รู้เข้าใจความหมายไม่มีรูปไม่มีร่างไม่มีสีไม่มีสันนอกแต่ก็ทำให้เรารู้ได้ว่าเป็นเรื่องที่เราฟุ้งซ่านไปบางคนเก่งดับมันไม่ต้องฟุ้งซ่านไม่ต้องอะไรเลยดับปี๋ไปเลยเป็นอสัญญีเลยดับไปในใต้นั้นน่ะที่จริงดับอสัญญีมันไม่ใช่อะไรหรอกมันไม่กำหนดรู้หมายเท่านั้นเองในใจคนบึ้งของจิตจริงๆนะมันเหมือนของดองของหมักมีเหมือนอัศวะมันเป็นอาสวะเป็นสายสำหรับผู้ที่ยังไม่สิ้นจิตที่ดับสนิทจริงยังไม่สงบสนิทจริงเราก็กดคอมเอาไว้มันจะฟุ้งซ่านอะไรอยู่ก็ได้ สภาพชีโร่ปาทิหรือชีวาที่อยู่ข้างในแต่เราไม่รู้มันเพราะเราตัดแล้วตัดรู้เราไม่กำหนดมันเอารายละเอียดในเรื่องเหล่านั้นจะไม่พูดต่อล่ะเพราะว่าเราอธิบายอยู่ในภาคที่จะอธิบายเรื่องจิตตอนเช้าเรียนเช้าหรือทำวัตรเช้าเราอธิบายเรื่องภาครายละเอียดของจิตพวกนี้เราอธิบายลึกลับซับซ้อนลึกซึ้งที่จริงไม่ลึกลับสำหรับผู้รู้แต่ก็ลึกลับสำหรับผู้ไม่รู้รู้ไม่ลึกลับอะไรหรอกเราพยายามอธิบายแจกแจงชี้แนะกันอยู่ส่วนภาคนี้เราจะมาฝึกแล้วเราก็จะบอกรายละเอียดพอประมาณฉบับในฐานที่ควรจะบอกควรจะพูดกัน นี่ก็บอกกำหนดสัญญาบอกกำหนดความหมายความมุ่งหมายกำหนดหมายให้เข้าใจแท้ๆเราจะได้ทำถูกตรงไม่เช่นนั้นแล้วเรามาทำมันก็เดี่ยวๆเพี้ยนๆไม่เข้าแก๊ปไม่เข้าก็ที่เรากำหนดหมายมันเลยเถิดไปประเภทเลยหลับไปบ้างหรือว่ามันไม่หลับเอาซะเลยมันดิ้นส่ายมากเกินไปมันก็มีอยู่ 2 ส่วนแต่ถ้าเผื่อว่าเราไม่เลยไม่หลับเลยไปหรือว่าไม่ฟุ้งซ่านมากไปอยู่ในสัดส่วนที่พอเหมาะพอสมมันก็เป็นสภาพที่พอเหมาะพอสมควรที่ดีทีเดียวเรามานั่งทำให้ได้ความหมายของมันที่ตรงเป้านั้นก็ ตอนนั่งอยู่นี่พยายามรู้อารมณ์ของเราให้เป็นชาญคำว่าฌานนั้นเอาอะไรเป็นเครื่องวัดอ่านอารมณ์ของเราไม่มีอารมณ์ของนิวรณ์ไม่มีอารมณ์ของนิวรณ์ 5 นั่นน่ะเป็นเครื่องวัดเครื่องวัดเราพยายามตรวจดูเลยปัจจุบันทำให้รู้อยู่เห็นอยู่เป็นปัจจุบันนี่เทียวว่าอารมณ์ของเราไม่มีอาการของกามฉันทะไม่มีอาการของพยาบาทไม่มีอาการของจีนไม่มีอาการของความฟุ้งซ่านรำคาญใจอะไรเห็นชัดเจนไม่สงสัยไม่ลังเลแม่นถูกตรง อ่านให้ชัดอ่านจิตอ่านใจแล้วก็นั่งอยู่เราจะกำหนดกายคำว่ากายสงบหรือกายสมถะที่จริงเขาเรียกปัดซ้ำพะยังกายะสังขาราเรียกว่ากายสังขารนี้เราจะนั่งอยู่ในระดับที่ว่าสงบขนาดไหนแล้วนั่งก็นั่งไม่ต้องนั่งสัตว์นั่งสายนั่งโยกนั่งคลอนอะไรก็นั่งเรียบร้อยตั้งกายตรงดำรงสติของมันเฉยอยู่เป็นคนสงบดูแล้วก็เป็นคนมีชีวิตชีวาเบิกบานแจ่มใสนั่งนิ่งๆเฉยๆอย่างนี้เออ 30 นาที 40 นาทีชั่วโมงนึง 2 ชั่วโมงเออคนนี้สามารถนั่งอยู่ได้เฉยเบิกบานแจ่มใสไม่ขี้รำคาญไม่ ปิดไม่ดิ้นนั่งอยู่เฉยๆก็นั่งได้ไม่เหมือนเด็กเด็กนี้จับนั่งๆอยู่นี่ 2 ชั่วโมงเอาให้มันล้านนึงเลยเด็กอายุสัก 5 ขวบนั่งอยู่เนี่ยนั่งอยู่เฉยๆอย่างเงี้ยเอาเลยนั่ง 2 ชั่วโมงได้เอาไป 5 ล้านสรรพนามกันก็กลับขี้หมากองหนึ่งก็ได้ขี้หมากองหนึ่งไอ้ห้าล้านไม่ได้กินมันนั่งไม่อยู่ฉันใดก็ฉันนั้นเด็กมันก็เด่นดีเด่นทีนี้ผู้ใหญ่แล้วมันน่าจะสงบได้ถ้าสงบไม่ได้ผู้ใหญ่ก็เหมือนเด็กอีกอ่ะมึงก็เท่าเด็กอ่ะไม่สงบกายสงบก็ยังไม่ได้ชั่วโมงนึง 30 นาที 2 ชั่วโมงกายขนาดกายก็ยังไม่ได้ถ้าร่างกายก็สงบพอสมควร ได้แล้วไม่ซับไม่สายไม่ดิ้นไม่พลาดอะไรเขยิบๆอยู่พอสมควรครับเพราะว่าตรงนั้นตรงนี้มันเจ็บมันปวดอะไรเกินการนักเราก็เขยิบบ้างขยับบ้างเล็กน้อยแต่ทำไมขยับได้ก็ยิ่งเก่งล่ะถ้ายิงไม่ขยับขยับได้ก็ยิ่งเก่งยิ่งกว่าก็เป็นอันรู้กันแต่ถ้าบอกว่าจำเป็นไอ้โน่นไอ้นี่บ้างเล็กน้อยก็เอาก็รู้แต่ก็อยู่ในฐานะที่มีชีวิตชีวาเรียกว่าสงบสมถะนิกายปัดทรัพยากรบ้างล่ะสงบระงับจิตที่นี่ยิ่งละเอียดกว่ากายเราจะต้องรู้จิตทีเดียวว่ามันสงบสงบคืออะไรสงบไม่ใช่หมายความว่าไม่รับรู้อะไรเลยนั่นก็สำคัญผิดเร็ววันสัญญา วิปลาสกำหนดหมายผิดสัญญาวิปลาสเค้าบอกว่าวิปลาสนี่กลัวนะคนไทยนี่กลัวบอกว่าไอ้นี่วิปลาสไปแล้วกลัวกลัวนะวิปลาสนี่หมายความว่ามันมันผิดแล้วมันบ้าๆบอๆแล้วมันไม่เข้าแก๊ปแล้วไม่เข้าเรื่องแล้ววิปลาสนี่หมายความว่าชักจะไม่เข้าท่าแล้วอย่างน้อยก็เพี้ยนแล้วอย่างน้อยก็ไม่เหมือนคนละไม่เหมือนจริงแล้วไม่เหมือนในสิ่งที่ถูกต้องแล้วชักจะเพี้ยนออกไปละทำความหมายจัดๆวิปลาสก็หมายความว่าไปเลยไม่ถูกต้องเลยเลอะเทอะเลยสัญญาวิปลาสความเต็มของมันมาจากคำว่าสัญญาวิปลาสเป็นภาษาธรรมะเพราะคำว่าวิปลาสไปเรียกลูกโลกเอาไปขายกันไอ้คนนี้วิปลาราดแล้วก็หมายความว่าคนนี้มีความสัญญา มีปัญญาหรือว่ามีความกำหนดในจิตจิตจิตจิตจิตจิตชักไม่เต็มนะหรือเขาเครียดเร็วกว่าคนอะไรคนเต็มหรือไม่แต่งวันนี้เต็งๆเขาว่าเขาว่าเหมือนกันนะไม่ใช่ว่าเขาว่าจะไม่เต็มเต็มแล้วมั้งไอ้คนนี้มันเต็มๆอยู่หรอกเขาก็ว่าเหมือนกันนะไอ้หมายความว่าไอ้เต็งๆนี่หมายความว่ามันไม่เต็มมันไม่เต็มๆเลยไปหรือมันน้อยไปแล้วมันเพี้ยนไปออกนอกขอบเขตที่หมายออกนอกขอบเขตที่หมายนั่นเองออกนอกขอบเขตที่กำหนดได้กำหนดให้ฟังแต่ต้นแล้วว่าเราจะมานั่งทำสมถะกันร่างกายสงบกายจะสังขารา ค่ารังวัดสามพระยาเอาแค่ไหน 7 จิตตสังขารสักพะยังเอาแค่ไหนก็กำลังอธิบายอยู่ว่าเราสงบอันนี้หมายความว่ามันปราศจากนิวรณ์ไม่ใช่ว่าสงบหลักไม่ใช่ว่าเป็นดับจิตไม่ใช่ไม่ใช่คันง่ายที่สุดก็เพียงว่าก็สงบลงไปเดี๋ยวนี้นั่งลืมตาโปร่งๆนี่ดูจิตของเราดูซิว่าจิตของเราเนี่ยมันมีอารมณ์กามอารมณ์ที่ปรุงรสเรื่องการรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสมันไปอาลัยอาวรณ์มันอยากเสพอยากสมมันเป็นยังไงถ้ามันไม่มีอารมณ์กามก็ดีแล้วชั้น 1 มีโรงพยาบาล ขาดไหมไม่มีก็ดีอีกเป็นชั้น 2 ง่วงไหมไม่มีอ่ะชั้น 3 ก็นั่งลืมตาตรงๆยังไม่ง่วงก็ดีแล้วถ้าหลับตาเข้าไปแล้วมันเป็นทางเป็นทางมันเป็นช่องให้ไอ้โจรมันไอ้โจรไอ้ผีร้ายตัวผีน่ะมีตาเดี๋ยวแม่วัยคนถ้าคนที่ยิ่งกรามก็ไม่ค่อยมากพยาบาลก็ไม่ค่อยจะเยอะพอหลับตาปี๋เค้าหน่อยเดียวเท่านั้นน่ะมาพรุ่งนี้ดิ่งหัวปักเลยเดี๋ยวถ้าไม่ช้าหรอกปล่อยนกหวีดไม่ทันหมดเสียงเข้าวันนี้ก็งอแงๆๆเลยหรือว่าหลับเข้าง่ายๆมันเป็นอย่างนั้นจริงๆนะมันเป็นอย่างนั้นคนที่ไม่ได้ยินดีโลกนอกแล้วไม่ค่อยจะร่าเริงเบิกบานชื่นใจไม่มีเครื่อง ดาวประทับใจปล่อยมันปล่อยข้างนอกมันก็ไปปิดข้างในจิตมันชักจะเกิดเห็นดีในความสงบขึ้นมาชั้น 1 เรียกว่า HD ในความสงบขึ้นมาชั้น 1 แต่ยังมีความรู้ยังตื้นความรู้ยังไม่ลึกซึ้งยังเป็นความรู้ยังเรียกว่าอย่างชั้นประถมอยู่พอบอกว่าสงบจากการจากพยาบาทได้หน่อยเดียวเท่านั้นล่ะไปเห็นความสงบแบบอยู่ในภวังค์อยู่ในภพเป็นเพราะว่าตัณหาไม่เอาแล้วกามมาพบพบข้างนอกไม่ปรุงไม่แต่งไม่ยุ่งได้แล้วก็วิ่งสู้เข้าไปหาอีกภพหนึ่งเรียกว่าภาวะพบก็เลยมีปัญหาอยู่ในภพจะไปอยู่ในลักษณะไหนก็ไม่รู้เรื่องไม่รู้เรื่องครับพอนั่งหลับตา ไปแล้วมันจะเป็นยังไงไม่รู้เรื่องแล้วสังเกตให้ดีถ้าว่าเรานี่ยังเด็กนะยังยังประถมมากจะบอกว่ายินดีในความสงบก็เป็นยินดีในความสงบอย่างตื้นเขินดีอยู่นิดนึงที่มันมันสงบจากกามกับพยาบาลไว้ได้มั่งแต่บางคนน่ะไม่ได้สงบหรอกนะพอหลับตาเข้าหลับตาก็ได้หลับตาก็ฝันเอาเลยการก็การพยาบาลมายุ่งกันใหญ่กว่าตอนนี้มันถูกมัดให้นั่งอยู่ตรงนี้แล้วนี่มันไม่ให้ไปวิ่งไปเสพกามไปพยาบาทโทรศัพท์เอากับใครถูกผูกมาอยู่ตรงนี้อยู่ตรงนี้ก็อยู่ตรงนี้นั่งหลับตาเอาทางใจเลยทีนี้เร่งกำลังภายในเลยเล่นทางใจเลยพอหลับตาผีเข้าไปอยู่ในภวังค์ทีนี้ก็ไปตามตัว ชอบเพราะตัดทวารตาหูจมูกลิ้นกายได้ก็ฟุ้งซ่านไปเลยทีนี้ไปใหญ่เรื่องนั้นเรื่องนี้เรื่องนี้เรื่องนั้นบางทีนี้พอออกมาแล้วก็โอ้โหเหล้านิยาย 3 กระบุงโกยเลยเรื่องมันไปบางคนก็เป็นบางคนก็ไม่มีมากมายแต่ก็หลับไปลงไปอย่างนั้นก็ไม่ควรต้องเข้าใจกำหนดให้ชัดอย่าสัญญาวิปลาสอย่าสัญญาวิปลาสแต่กำหนดให้ชัดจริงๆว่าเราจะนั่งสงบทดสอบดูซิว่าเราสงบได้แค่ไหนฝึกฝึกจริงๆอย่ามาเอาแต่ปากพูดคนเก่งทั้งปากนั่นมันเยอะนักเพราะว่าเอาจริงแล้วมันไม่เก่งเลย เรามาหัดสร้างความสงบไม่ดีดไม่ดิ้นเรียนรู้จริงๆเป็นอุปการะบรรพบุตรใดเข้าใจแม่นๆเปล่ามันไม่ยากอะไรหรอกถ้ายิ่งเราเป็นคนที่กามก็เบาพยาบาทก็เบาแล้วก็นั่งธรรมดานั่งเฉยอยู่เราจะมีอะไรเป็นกสิณก็ได้ท่านก็ให้เอาสิ่งที่มันง่ายๆคือลมหายใจเข้าออกง่ายมีลมหายใจก็อยู่กับลมหายใจเข้าลมหายใจออกแล้วก็มีสติเต็มตื่นโพรงรู้อย่างนี้ลงลมหายใจเข้านะไม่ยอมลงหายใจออกจะพิจารณาก็พิจารณากลัวมันจะเซ็งๆซ้ำๆแต่ลมหายใจเข้าลมหายใจออกเฉยๆก็พิจารณาว่านี่เขาเข้าแล้วเข้ายาวเข้าสั้นหรือว่าเข้ายาว ข่าวสารหรือออกยาวออกสั้นเอาตัวนี้ออกนี้เรียกว่าออกอย่างนี้เรียกว่าเข้ามันก็มีอะไรเปลี่ยนๆอยู่หน่อยๆก็อยู่กับมันไปอย่างสบายๆนี่หาเครื่องเกาะให้มันเป็นกระสินธ์แต่ถ้าไม่มีกระสุนอะไรคนที่สบายๆแล้วก็รู้สิ่งที่ตัวรู้ข้างหน้าข้างหน้าสบายเฉยๆก็เฉยอย่างงั้นก็ได้ข้างหน้ามองไปเห็นอะไรก็เห็นสิ่งนั้นเฉยๆไม่ได้วิเคราะห์ไม่ได้วิจัยอะไรรู้สักแต่ว่ารู้รู้ตามกำหนดหมายสักแต่รู้แล้วก็รู้เฉยอยู่ข้างหน้าอย่างอาตมามองไปข้างหน้าประตูป้ายอ่านไม่ออกแล้วตัวหนังสือดำๆขาวๆก็เฉยๆมันอ่านไม่ออกก็ไม่ได้อยากรู้อะไรก็เห็นสีแดงไอ้สีแสดป้ายสีแสดข้างหน้าจะมานะประตูนาฬิกาแล้วก็ไม่ได้คิดอ่านจะดูนาฬิกาว่ามันกี่โมงกี่ยาม ขอดูสัญญาว่านาฬิกาแล้วก็เฉยๆก็นิ่งเฉยก็ดูก็ดูมันเฉยๆอารมณ์ของเราก็ดูอารมณ์ของเราอารมณ์เราเฉยๆได้ไหมได้อารมณ์ของเราก็ยังคิดโน่นคิดนี่อยู่ถ้าเผื่อว่าคนที่ยังไม่สนิทจริงนะจิตมันไม่สนิทมันจะคิดคิดนั่นคิดนี่เล็กๆน้อยๆก็ดูมันแล้วก็พยายามที่จะทำให้มันอยู่เฉยๆให้ได้เราทำให้มันเฉยๆมันแม่มันจะเฉยไม่ได้เราก็ตรวจอ่านอารมณ์ว่ามันมีกามไม่มีพยาบาทไม่มีผีนะมีพระไหมมีฟุ้งซ่านไปไม่ได้ไม่ได้เรื่องไม่ได้ราวฟุ้งซ่านไปหาเรื่องมาทุกตัวเป็นผู้จัดเป็นเรื่องรำคาญเรื่องทนไม่ได้รำคาญหงุดหงิดอย่างงู้นอย่างงี้เป็นไหมถ้าไม่เป็นก็ไม่เป็นไรแล้วหมายความว่ากูจะไม่มีอุ กูจะไม่มีก็ไม่รำคาญอะไรก็เบาๆดีนี่ก็สบายดีอารมณ์จะเขียนเบาๆชักเห็นสบายๆขึ้นมาเนี่ย 1 เป็นสภาพที่เราจะต้องพยายามกำหนดให้รู้ลงไปได้ว่าจิตของเราจะว่างจากการว่างจากพยาบาทบ้างจากที่นั้นมีถ้าว่างจากความฟุ้งซ่านแม้มันจะรู้อะไรอยู่ก็ตามรู้มันไม่ชัดๆๆเราพยายามอย่าให้สงสัยอย่าให้ลังเลเห็นให้ชัดเข้าใจให้มันพอเห็นอารมณ์จิตของเราเป็นอย่างนี้เราเป็นอารมณ์ที่เออมันก็เป็นไปได้นะพยายามคอยระวังการคอยวิตกวิจารณ์หมายความว่าการคอยระวังให้จิตปราศจากนิวรณ์เราพยายามทำให้จิตปราศจากนิวรณ์อยู่นี่คือเราทำวิตกวิจารณ์ภาษาบาลีท่านเรียกว่าวิตกวิจารณ์เป็น เดี๋ยวนี้เราก็เข้าใจคำว่าวิตกนี่หมายความว่าระวังหรือกังวลที่จะไม่ดีคำว่าไม่ดีนี่ก็หมายความว่าเราจะไม่ให้มีนิวรณ์นั้นเองถ้ามันมีนิวรณ์แล้วไม่ดีเพราะฉะนั้นเราจะมาระวังไม่ให้มันมีนิวรณ์เรียกว่ากังวลหรือว่าระวังอย่าให้มันมีนิวรณ์เข้ามาทำไมมีลูกบอลเข้ามาไม่ดีไม่เป็นชาญไม่ได้ดีเราจะต้องให้อารมณ์นี้ได้ดีเรียกว่าวิตกไว้พิจารณาก็แปลว่าดูพฤติกรรมจาระแปลว่าพฤติกรรมพฤติกรรมของจิตอารมณ์ของจิตนั่นเองดูสิ่งที่ไม่มีกับดูสิ่งที่มีวินัยแปลว่าไม่หรือแปลว่ายิ่งเราเห็นจิตของเราอย่างยิ่งพฤติกรรมจิตของเราเออมันดียิ่งแล้วนี่มันไม่มีมันไม่มีนิวรณ์นะเราพยายามระมัดระวังอยู่ใช้การระมัดระวังอยู่มาก เท่าใดนั่นคือเรามีวิตกสอดส่องอยู่มากเท่าใดนั่นคือเรามีวิจารณ์ต้องคอยดูอย่างเพ่งเรียกว่าชาญเพลงเลยคอยดูอย่างเพลงดูพฤติกรรมดูว่ามันจะมีระวังๆนะระวังนะระวังอย่าให้มันมีนะยายไม่มีคนระวังอยู่มากเท่าใดคุณเพ่งดูอยู่มากเท่าใดนั้นเรียกว่าชั้น 1 ชั้น 1 เพลงดูเพลงเพลงเผาเป็นการเผาระดับแรกเผานิวรณ์ระดับแรกคอยระวังแจอยู่มากนะเรื่องของชั้นมีวิตกวิจารณ์อยู่มากๆเพราะคนเราคุณลดลงแล้วชักเก่งขึ้นทำจิตนี้ไม่ให้มีนิวรณ์เนี่ยระวังมากนักวิตกรถเห็นง่ายขึ้นมีปัญญาชัดขึ้นมีการสอดส่องทัศนะวิเศษเกิดขึ้นชัดเห็นพฤติกรรมของจิต เร็วขึ้นไม่ต้องคอร์ดเพลงมากนักไม่ต้องเพ่งแรงนักหรือว่าชาญชักแหลมขึ้นชานชักแววไวขึ้นถ้าเกิดมุดแต่เกิดแววไวเกิดเป็นจิตเกิดอธิบายให้ฟังหลายทีแล้วว่าเขาแปลไม่ถูกพูดแต่ในพระไตรปิฎกว่าจิตอ่อนหมดทุกผู้ทุกวันนี้แย่ควรแก่การงานพิเศษตั้งมั่นคะแนนชอบปัจจัยไม่หวั่นไหวเขาแปลว่างี้นะอาตมาก็เห็นว่าหมาป่าอย่างนี้มันเกินไปคือมันลุงเชยเกินไปแปลงนี้มันลุงเชยเกินไปนี่ก็ไปวาดดูถูกเขาเขาก็ว่าปากจัดไปว่าคนนั้นคนนี้ ถูกเขามันจิตมันมันละเอียดหนักที่จริงหมดทุกพูดแต่พูดแต่ว่าจิตพูดแต่นี่แปลว่าวิญญาณมุทุแปลว่าอ่อนแปลว่าแปลว่าละเอียดแปลว่านิ่มแปลว่าสุดคุ้มมุทุมันละเอียดขึ้นมันแววไวมันไม่ใช่มันอ่อนปวกเปียกไม่แข็งแรงไม่ใช่มันยิ่งแข็งแรงฉับไวมันยิ่ง sensitive นั่นเองมันยิ่งรู้เร็วมันยิ่งละเอียดสุขุมมันไม่อยากหรอกมันไม่ต้องมานั่งเพ่งจ้องอยู่ตอนต้นๆเป็นไว้จาระคอยเพ่งอยู่แล้วก็คอยระมัดระวังกุญแจอยู่ไม่แล้วชักง่ายขึ้นเรียกว่าเชือกหมดทุกหัวใจถ้าจะแปลอีกอันนึงว่าแทนที่จะว่าอ่อนอ่อนควรแก่การงานเรียกว่าเชื่อง แวววายอาจจะมาใช้ศัพท์มุทุภูเตแปลด้วยภาษาไทยอันนึงแววไวขึ้นหรือเชือกจิตชักเชือกและชักควบคุมได้ชักไม่ต้องจะแวดระวังมากมายชักมีทั้งการเห็นการรู้เร็วฉับไวขึ้นนี่เรียกว่าฌาน 2 ชั้นเข้าฌาน 2 ชักรถฌาน 1 นะวิตกวิจารณ์จางคลายเบาลงวิตกวิจารณ์ไม่ค่อยมีละลดลงลดลงคำว่าวิตกวิจารณ์คราวนี้ต้องเข้าใจความเป็นจริงของมันนะว่าลักษณะอย่างไรให้ชัดทีนี้เราทำได้อย่างนี้แหละดีขึ้นเรื่อยๆต่อเนื่องขึ้นเรื่อยๆเป็นฌาน 2 นั่นแหละเราใช้ได้ดีนะเราจะทำชาญได้เก่งขึ้น เป็นเป็นชาญดีขึ้นเรียกว่าพริตตี้เราเห็นแล้วอุ้ยเราเก่งแล้วเราจะทำได้แล้วต่อเนื่องกันไปพอสมควรเก่งไม่ต้องปราศจากนิวรณ์ได้เรื่อยๆๆเป็นไปได้แม้จะต้องคอยระมัดระวังอยู่มากเท่าไรก็ยังมีอยู่บ้างล่ะแต่มันก็ชัดเจนขึ้นไม่เหมือนตอนแรกๆใหม่ๆคุมแข็งระวังแก่อยู่อย่างนั้นพอชักรถลงมาได้ที่ตกวิจารณ์ลดลงเก่งขึ้นเราเรียกว่าเกิดปิติมีตัวตรงชั้นที่ 2 ปิดติดตัวตรงหมายความว่าได้ดีเกิดวันดีทีนี้มันก็มีกิเลสซ้อนว่าถ้าเมื่อเราทำได้ชัดเจนขึ้นเนี่ยมันจะดีใจคนเราได้ดีทำได้ขึ้นมาแล้วมันดี ไปปราบปลื้มใจอิ่มใจก็อิ่มใจมันมีอาการอย่างนั้นขึ้นมาซ้อนอันนั้นเป็นกิเลสนะเป็นอุปกิเลสเขาเรียกวิปัสสนูปกิเลสชักได้เห็นสิ่งดีขึ้นอย่างนี้และชักพอรู้ตัวว่าได้ดีเห็นจริงๆรู้จริงๆผมตายแล้วนี่ไม่มีนิวรณ์เป็นอย่างนี้ทำได้แต่ชักจะยิ้มใจปิติก็คือกิเลสเค้าเรียกวิปัสสนาปฏิเสธท่านใดวิปัสสนาไปเกลียดท่านมีคำว่าโอภาสปิติปัดสัทธิอย่างนี้เป็นหมู่แรกโอภาสก็คือเห็นนั่นเองสว่างชัดขึ้นเอาแต่เรารู้แล้วชัดสว่างไสวขึ้นชักไม่มีนิวรณ์หนอชักครูเราเป็นโอภาสเป็นกิเลสอันนึงถ้าเราไปติดอยู่แค่นั้นก็ไม่ได้เรื่องและยิ่งไปสร้างปิติ โปรแกรมอะไรมากขึ้นเป็นอุปกิเลสซ้อนลงไปเป็นตัวที่ 2 แล้วก็ติดตรงไปทำได้ดีสงบสงบสงบได้ความสงบแค่นี้ทั้งเห็นทั้งรู้ทั้งมีตัวสงบปัสสัทธินี่หมู่ที่ 1 และหลงอยู่ในวัฏฏะวิปัสสนูปกิเลสหมู่แรกโอภาสปิติปัสสัทธิได้สงบระดับนี้แล้วเราก็รู้แค่นี้เป็นโอภาสแค่นี้และแถมกันดีใจก็อิ่มใจอยู่แค่นี้ก็เป็นอุปกิเลสหรือว่าวิษณุปฏิเสธแค่นี้เราไม่ควรจบอยู่แค่นี้เราควรจะเรียนรู้แล้วก็ทำให้ดียิ่งขึ้นตั้งมั่นและทำให้ละเอียดสุขุมขึ้นไปกว่านั้นอีกให้เรารู้ละเอียดลออพิจารณาซ้อนๆลงไปในภวังค์ที่ว่าหรือ อารมณ์ที่เรามีนั่นแหละให้มันละเอียดยิบขึ้นไปอีกอาละวาดดีนะว่างอย่างไรมันมีนึกคิดก็นึกคิดที่มันยังมีอุจจาระอย่างโน้นอุทกอย่างนี้ฟุ้งซ่านไปอย่างโน้นอย่างนี้แม่มันจะหลับจะดีก็ดีเกินไปไม่เอาให้ใสโปร่งมีสติสัมปชัญญะแล้วไม่ฟุ้งซ่านไปนอกเรื่องนอกราวเพ้อเจ้อไปไม่เอาถ้าจะคิดก็คิดอยู่ในเรื่องที่เราผ่าคิดหรือจะเกาะอะไรอยู่ก็ให้เกาะอยู่ที่เราพักก่อนอย่างนี้เราหัดฝึกจิตลงมาถ้ายิ่งมันได้ดีนี้ไม่มีกิเลสอุปกิเลสอะไรปิติก่อนนอนปิติก็ลดลงปิติที่เป็นอุปกิเลสไม่มีเราลดลงไปลดลงไปเราก็ยิ่งได้ดีขึ้นหรือว่าคอยควบคุมตนเองให้ละเอียดสุขุมขึ้นนั่นเองรถพี่ตกวิจารณ์ที่มันยังพอมีอีกยังคอยระวัง อยู่บ้านเนี่ยมันก็ลดความระวังลงไปอีกยิ่งได้เก่งยิ่งง่ายยิ่งสบายยิ่งไม่ต้องควบต้องคุมอะไรได้เข้าไปอีกเป็นสุขยิ่งสงบระงับยิ่งเชื่องเรายิ่งเชื่องยิ่งขึ้นเรายิ่งแววไวยิ่งขึ้นยิ่งเป็นจิตที่ละเอียดสุขุมกำมณีเยถ้าจิตของคนเราไม่มีกิเลสอย่างนี้เป็นกิจที่จะทำงานแม้งานในจิตซึ่งทำงานข้างนอกก็จะทำงานได้ซะอีกสะอาดเรียบร้อยหรือว่าทำงานได้ละเอียดทำงานได้โดยที่ปราศจากกิเลสไม่โลภไม่เร่งไม่ร้อนไม่โทรศัพท์ไม่รู้พระอะไรพิจารณาจิตดีคนเรามีสมาธิหรือมีจิตดีอย่างนี้แม้ลืมตาทำกิจทำการอยู่หรือแม้แต่จะนั่งเข้าไปแล้วก็พิจารณาอ่านจิตของเราจริงๆจะนิ่งก็ แล้วจิตของเราจะเอาไปทำงานอะไรอ่ะทีนี้จัดแจงให้จิตมันไปมันต้องเกิดแน่ให้มันรู้มันรู้หน้ามันรู้อะไรมันก็รู้จะให้มันรู้ว่างๆอยู่เฉยๆเนี่ยตอนใหม่ๆนี่คงยากนะสำหรับผู้ที่ไม่ได้ฝึกปรืออย่างเก่งก็คงยากพอจะให้มันอยู่เฉยๆยังไม่ได้ก็ให้มันทำงานถ้าจะอยู่ว่างๆนี่เขาให้ทำงานมีอยู่ 1 ให้มันพิจารณาเรื่องเก่าเรียกว่าบุพเพนิวาสานุสติญาณถ้าไม่ทำอย่างนั้นก็พิจารณาซ้อนอารมณ์ปัจจุบันเดี๋ยวนี้พิจารณาธรรมประกอบเทียบเคียงเทียบเคียงกับเรื่องนั้นเรื่องนี้อันนั้นอันนี้ที่เราเองจะระลึกออกตอนนั้นแหละมัน เรื่องอะไรก็เอามันมาเทียบเคียงพิจารณาธรรมะที่เราเรียนปริยัติอะไรมาปฏิบัติยังไงมาอะไรผ่านอะไรมาเข้ามาเทียบเคียงทั้งนั้นจะนั่งตั้งใจระลึกเลยบุพเพนิวาสานุสติญาณไงนี่เราก็ทำได้เป็นการงานในทางธรรมก่อให้เกิดญาณก่อให้เกิดความรู้ยิ่งก็ทำแล้วเราก็จะอ่านลงไปถึงอารมณ์จิตที่มันเกี่ยวข้องกับอดีตนึกสิ่งที่เราเอามาระลึกเมื่อนั้นเมื่อนี้อ้ออย่างนี้มันมีราคะมูลอย่างนี้มีโทสะมูลอย่างนี้มีโมหะมูลเข้าใจเข้าใจไปเรื่อยๆอ้ออย่างนี้มันเป็นจิตที่มันดีบ้างล่ะแต่มันก็ยังไม่ดีสักเท่าไหร่มันก็ยังเป็น ก็ไม่วุ่นวายจนเกินการไม่เป็นจิตกิเลสแจ๊ดๆไม่เป็นราคะโทสะโมหะชัดๆหรอกแต่มันก็ยังไม่ดีเท่าไหร่มันก็ยังพอทำได้พอควบพอคุ้มพอกำหนดพอข่มพอดับแต่มันก็ยังไม่แจ่มไม่สายไม่เบิกบานร่าเริงยังเป็นการยากๆยังทำได้แค่นี้แค่นี้เราก็จะรู้อารมณ์ของเราว่าเออมันได้แค่นั้นแค่นั้นเราจะเห็นความเกิดความดับหรือจะเห็นความเป็นไปของจิตของเราได้หลายสถานหลายฐานนะชั้นหลายระดับตรวจอ่านความจริงอย่างนี้เราพิจารณาความจริงสภาวะธรรมที่เราผ่านเราเป็นเรามีไม่ใช่เราไปจะเอาความหมายของภาษาบัญญัติอยู่เท่านั้นไม่ใช่เราทำได้เพราะการนั่งนี่ไม่ใช่นั่งอะไรเราเวลาเรานั่งมา สมถะก็พิจารณาธรรมสอดส่องธรรมและทำให้จิตของเราสงบลงตามที่ต้องการอย่างน้อยไม่มีนิวรณ์ 5 อย่างที่ว่านี่ก็เป็นไปได้ถ้ามันยังไม่ได้ก็คุ้มมันจะพิจารณาถึงขนาดปล่อยวางจิตสงบลงมาแล้วถึงอุเบกขาหรือว่าถึงพิจารณาธรรมะอะไรได้แล้วว่างเบาได้แล้วถึงพิจารณาถ้าว่างเรายังไม่ได้แล้วคุณจะไปพิจารณามันไม่ได้หรอกมันยังฟุ้งไปหากล้าฟุ้งไปหาพยาบาลหรือไม่มันก็หลับๆดีๆสติสัมปชัญญะคุมเงินก็ไม่ติดโง่ๆโง่ๆแล้วจะมาบุพเพบุพเพอะไรมันจะบุกทั้งภาพลงไปตรงนั้นน่ะถ้ามันรักษาไม่ดีก็วนไปเมียนมาวันนี้ก็พร้อมภาพลงไปตรงนั้นเท่านั้นเองมีเรื่องอะไรไม่ได้เพราะฉะนั้นเราจะต้องให้มีสติสัมปชัญญะ แรงไม่เห็นมีกิเลสพวกนี้แล้วก็พิจารณาพิจารณาจริงๆค่อยๆคิดค่อยๆนึกค่อยทำแล้วคนจะเห็นความเกิดความดับของจริงไม่ใช่ความเกิดความดับโดยไปนั่งแล้วบอกก็นั่งหลับตาไปแล้วเราเห็นความเกิดความดับเป็นยังไงมันเป็นมันเห็นน่ะมันเห็นความเกิดความดับแล้วเป็นยังไงแม่มันบอกไม่ได้มันเป็นไตรลักษณ์เกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไปแล้วเป็นยังไงล่ะไอ้ความเกิดขึ้นไตรลักษณ์นั้นตั้งอยู่เกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไปเป็นยังไงโอ๊ยไม่ต้องเข้าไปดูเองบอกไม่ได้อะไรเราไปเข้าไปดูเองยังไงก็พูดเป็นภาษาคนไม่ได้แล้วมันเป็นยังไงมันเป็นรูปแหลมรูปขาวรูปเขียวรูปเหลืองมันมีหัวมันมีขาบ้างไหมล่ะไอ้ที่มันเกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไปที่ว่าน่ะเขาบอกว่าจะเกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไปไตรลักษณ์ มันเป็นยังไงใจรักบอกไม่ถูกคนบอกไม่ถูกก็หมายความว่าเขาไม่รู้ว่าอะไรเป็นความหมายอะไรเป็นเครื่องหมายเขาก็ใจรักของเขาไปตามสมมุติเขาก็สมมุติอะไรเกิดขึ้นมาอะไรตั้งอยู่อะไรดับไปตามภาษาของเขาตามประสาที่เขากำหนดหมายนั่นแหละมันก็ไม่ชัดเด่นอะไรนักเพราะเราต้องรู้ว่าอะไรเกิดอะไรดับเรากำลังเรียนรู้อะไรเรียนลูกกิเลสเรียนรู้อารมณ์จิตเรียนรู้กายกรรมก็ตามเอออาการของกายของเรานี่ไปเกิดไม่ดีแล้วมันเกิดเพราะอารมณ์อย่างนั้นนะตามเข้าไปถึงจิตนี่อารมณ์อย่างนี้เกิดมีอารมณ์อย่างนี้เป็นราชามูลนิธิเจโตปริยญาณรู้จิตของเรารู้ราคะมูลนิธิมันเกิดพศโทรศัพท์นี่มันเกิดเพราะความไม่รู้แท้ๆนะโมหา ปิดไปนะตอนนั้นน่ะนึกว่ามันดีแท้ๆที่ทำไปที่ไหนได้มันไม่ดีนั่นโมหะมันไม่ดีบางทีมันก็เป็นตัวราคะแท้ๆบางทีก็เป็นตัวโทรศัพท์แท้ๆแต่เรานึกว่ามันดีมีโมโหพิจารณาเห็นรากเขามันมีอยู่ 3 รากใหญ่ๆเนี่ยแล้วเราก็ได้ทำไหมเนี่ยพยายามมั้ยตอนนั้นเราได้ปฏิบัติธรรมอะไรไม่ได้ควบคุมหรือปล่อยปละละเลยให้ผีเข้าครอบงำเราก็จะรู้ตอนนั้นปล่อยให้ผีครอบงำเต็มเหนี่ยวเลยเป็นอย่างนี้อย่างนี้เราศึกษาของจริงศึกษาความจริงอย่างนี้ทบทวนอดีตนี่แหละเหมือนหนังฉายคนที่มีสติสัมปชัญญะคนที่มีปัญญาคนที่มีความระลึกได้จึงมีญาณจริงๆก็ย้อนไประลึกได้จริงเอาเข้ามาทบทวนและรู้ว่าเออตัวเรานี่ไม่ได้ดีเท่าไหร่ วันนี้อะไรดีขึ้นไหมเมื่อวานนี้เป็นไงเมื่อวันก่อนเป็นไงอาทิตย์ที่แล้วเป็นไงปีที่แล้วเป็นไงถ้าเราได้ฝึกได้ปรือกันมาเรื่อยๆปฏิบัติสติปัฏฐ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive